จู้เจียงเจียง แม่ม่ายผู้มั่งคั่ง

    ตอนที่ 46 ภัยธรรมชาติที่จะเกิด ในที่สุดก็มาแล้ว

    ลมพัดแล้ว


    ในตอนเที่ยงตรง ท้องฟ้าเหมือนเข้าสู่ความมืด เมฆขาวเปลี่ยนกลายเป็นสีดำพร้อมกับลมที่โหมพัดอย่างบ้าคลั่ง


    ชายเสื้อของจู้เจียงเจียงถูกพัดจนเกิดเสียงดัง ขากางเกงแนบติดลำตัว มือข้างหนึ่งกดหมวกฟางบนศีรษะ อีกข้างหนึ่งบังลมผสมฝุ่นกรวดที่พัดมาตรงหน้า


    ครั้นลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง ต้นข้าวที่ยังไม่ทันเก็บเกี่ยวตรงหน้าก็ถูกลมพัดจนล้มครืนหมดแล้ว พื้นดินราวกับถูกผ้าห่มสีเหลืองทองปกคลุมอยู่หนึ่งชั้น


    ฝนเม็ดใหญ่เท่าเมล็ดถั่วตกลงมาทันที กระทบลงบนตัวทั้งเจ็บทั้งหนาว


    “โจวเหลียงกลับไป!”


    จู้เจียงเจียงตะโกนบอกโจวเหลียง ปกป้องเด็กสองสามคนที่อยู่ใกล้นางที่สุดให้วิ่งไปทางบ้านตระกูลเผยด้วยกัน


    ยังเหลือต้นข้าวอีกสี่ห้าหมู่ หากให้เวลาพวกเขาอีกครึ่งวันก็จะเก็บได้ทั้งหมด


    แต่น่าเสียดาย พระเจ้าไม่มีความเมตตา


    ฝนตกลงมาเร็วและกะทันหันเกินไป คนในหมู่บ้านที่ขุดผักป่า ตัดฟืนอยู่ข้างนอกต่างก็รีบวิ่งกลับเข้าบ้าน ระยะสั้น ๆ แค่ไม่กี่ก้าว ทั้งเนื้อทั้งตัวล้วนเปียกปอนไปหมด


    “ฝนครั้งนี้ตกเสร็จ พืชผลก็เก็บเกี่ยวได้แล้ว”


    เพื่อนบ้านฝั่งตรงข้ามตระกูลเผยหน้าหมู่บ้านยืนอยู่ใต้ชายคา มองฝนที่ตกหนัก พลางพยักหน้าด้วยความพอใจ


    ฝนครั้งนี้ตกเสร็จ ข้าวก็ถึงเวลาเก็บเกี่ยว ในนามีฝนหล่อเลี้ยง ดำนาครั้งต่อไปก็สะดวกมากขึ้น


    แต่จู้เจียงเจียงไม่ได้อารมณ์ดีเหมือนกับพวกเขา


    นางเอาต้นข้าวที่ยังไม่ได้กะเทาะเปลือกอุ้มกลับมาวางตากแห้งในบ้าน ยังไม่ทันได้เปลี่ยนเสื้อผ้าก็วิ่งฝ่าสายฝนเข้าห้องครัวไป


    ถึงแม้บ้านใหม่จะสร้างสูงกว่าบ้านเก่า แต่เพื่อป้องกันเหตุไม่คาดฝัน นางได้เตรียมไม้กระดานกั้นน้ำไว้แล้ว


    นำไม้กระดานคาดอยู่หน้าธรณีประตูใหญ่หนึ่งชั้น แล้วใส่ดินสองถุงยึดเอาไว้ ต้องก้าวข้ามถึงจะเข้าออกประตูได้


    ในบ้าน พวกโจวเหลียงได้จัดการถอดเสื้อผ้าที่เปียกฝน จากนั้นก็บิดจนหมาดแล้วจึงนำกลับมาสวมต่อ


    หากออกนอกประตูไป ยืนตรงระเบียงใต้ชายคา ใช้แรงลมพัดก็จะช่วยให้แห้งเร็วขึ้น


    “นี่ไม่เหมือนฝนตอนหน้าร้อน ไม่รู้ว่าจะตกนานแค่ไหน...”


    ฝนครั้งคราวในฤดูร้อน ทุกคนล้วนนึกว่าฝนครั้งนี้ก็เหมือนฝนครั้งนั้น ไม่นานก็หยุดลง


    แต่ที่ไม่คาดฝันก็คือ หลังจากฝนครั้งนี้ตกลงมาตั้งแต่ตอนเที่ยง จนถึงวันที่สองก็ไม่มีสัญญาณว่าจะหยุด


    บ่อน้ำหน้าบ้านตระกูลเผยจุน้ำเต็มแล้ว ทุ่งนาที่ห่างไกลก็เหมือนกัน เชื่อมต่อกลายเป็นดินโคลนสีเหลืองขุ่นผืนหนึ่ง


    ในลานบ้านที่สูงกว่าบ่อน้ำ น้ำไหลเหมือนกับลำธาร ไหลไปทางบ่อน้ำไม่หยุด ไม่นานก็เปลี่ยนเป็นน้ำท่วมขังเสียแล้ว


    “ทำไมฝนนี้ยังไม่หยุดอีก?” พวกชาวบ้านยืนอยู่หน้าบ้านตัวเอง มองทุ่งนาแล้วก็บ่นพึมพำกับตัวเอง


    พืชผลจมน้ำหมดแล้ว หากปริมาณน้ำยังไม่ลดลงอย่างรวดเร็ว ต้นข้าวแช่น้ำนานก็จะแตกหน่อใช้ไม่ได้แล้ว


    “ไม่ต้องดูแล้วมากินข้าวเถอะ”


    สภาพจิตใจของจู้เจียงเจียงที่เตรียมใจลงมือทำล่วงหน้านั้นสงบมั่นคงมาก แม้ยังมีที่ดินหลายหมู่ที่ยังเก็บเกี่ยวไม่หมด แต่มุมมองของนางก็ไม่มีผลกระทบมากนัก


    เก็บเกี่ยวข้าวกลับมาได้สี่สิบกว่าหมู่ มีน้ำหนักประมาณสามสี่พันจินวางไว้ในช่องว่าง ตัวนางตอนนี้ก็อุ้ยอ้ายแล้ว


    “แม่นาง ที่ท่านกังวลใจนั้นถูกต้อง โชคดีที่ท่านเก็บเกี่ยวล่วงหน้า ไม่อย่างนั้นก็ไม่รู้จะเสียหายเท่าไร” โจวเหลียงนับถือการมองการณ์ไกลของจู้เจียงเจียงมาก


    ฝนตกครั้งนี้เกรงว่าช่วงเวลาสั้น ๆ คงไม่หยุดตก แม้ว่าจะหยุด น้ำก็ยังไม่ลด ข้าวในนาคงเก็บเกี่ยวไม่ได้แล้ว


    ถึงตอนนั้น แน่นอนว่าย่อมเกิดความเสียหาย แต่คำถามคือเสียหายมากน้อยเพียงใด


    เสียหายหรือ?


    จู้เจียงเจียงรู้สึกว่าวิธีพูดนี้อ้อมค้อมเกินไป ตอนนี้แค่ฝนตกปริมาณน้ำเพิ่มขึ้น รอเขื่อนดินต้นน้ำพังลง ทั้งเมืองเจียงหนานก็ไม่ใช่แค่เสียหายง่าย ๆ แบบนั้นแล้ว


    เฮ้อ!


    บางทีตั้งแต่เริ่มต้น นางควรไปเตือนเมืองโจวที่อยู่ต้นน้ำสักหน่อย


    แต่คงไม่มีใครเชื่อคำพูดของนางกระมัง? ไม่แน่ว่าไม่รอให้ถึงน้ำท่วม นางก็ถูกกล่าวหาว่าปล่อยข่าวลือให้คนเข้าใจผิด ตัดหัวประจานตามถนนแล้ว


    จู้เจียงเจียงยืนอยู่ริมหน้าต่างห้องชั้นสอง จ้องมองทิศทางชายฝั่งแม่น้ำนิ่งไม่ขยับ


    ฝนตกหนักต่อเนื่องสองวันแล้ว ระหว่างนั้นไม่เคยหยุดแม้แต่เค่อเดียว


    ทุ่งนาห่างไกล แม่น้ำ หมู่บ้านทั้งหมดเหมือนลอยอยู่บนน้ำ มองไม่เห็นถนนและคนเลย


    “ยายแก่ไปไม่ได้ อย่าไปนะ...”


    “เจ้าปล่อยข้า ข้าต้องไปเก็บพืชผลของข้า!”


    เพิ่งพูดเมื่อครู่ว่าในสายฝนไม่เห็นผู้คน จู่ ๆ ก็โผล่ออกมาสองสามคน


    คือสองสามีภรรยาสวีเหล่าซาน!


    ภรรยาของสวีเหล่าซานบนศีรษะสวมหมวกฟาง มือถือเคียว พยายามเดินฝ่าน้ำประมาณเข่าไปทางนอกหมู่บ้าน ด้านหลังของนางมีสวีเหล่าซานพยายามดึงนางไว้ตลอด


    การปรากฏตัวของพวกเขาสองสามีเหมือนให้กำลังใจคนในหมู่บ้าน


    ในสายฝนมีชาวบ้านปรากฏตัวขึ้นมากเรื่อย  ๆ แต่ละคนบ่นพึมพำฝ่าฝนไปในทุ่งนา


    ตำแหน่งนาข้าวเดิมก็ต่ำอยู่แล้ว ตอนเดินบนคันนาน้ำขังไม่ถึงเข่า พอลงทุ่งนาไปน้ำสูงถึงต้นขาแล้ว


    ต้นข้าวแช่อยู่ในน้ำ มองไม่เห็น ทำได้แต่ใช้การคลำ


    รวงข้าวที่ตัดลงมาใส่ในตะกร้าสะพายหลังเต็มไปด้วยน้ำฝน กดทับเสียจนยืนตัวตรงไม่ได้


    จู้เจียงเจียงมองทุกอย่างที่เกิดขึ้นตรงหน้า จิตใจสงบ นางห้ามพวกเขาไม่ได้และก็ไม่อยากทำด้วย


    พวกเขามีแค่ทำแบบนี้ ถึงทำให้ตัวเองใจสงบลงได้บ้าง นางจะหาเรื่องใส่ตัวเองทำไมกัน?


    “พี่สะใภ้ น้ำเข้ามาในบ้านแล้ว”


    เผยเสี่ยวอวี๋วิ่งขึ้นมาชั้นบนด้วยท่าทางร้อนรน


    พวกโจวเหลียงยังคงอยู่ชั้นหนึ่ง ไม่เคยกล้าขึ้นชั้นบน ดังนั้นมีเรื่องอะไรก็มีแต่เผยเสี่ยวอวี๋ที่วิ่งมาบอกนาง


    จู้เจียงเจียงได้ยินแล้วหมุนตัวลงชั้นล่าง


    ชั้นล่างมองเห็นพวกโจวเหลียงกำลังเอาถังและขันน้ำตักน้ำสาดออกไปข้างนอก เพราะถุงดินหน้าประตูอิ่มน้ำแล้ว เมื่อไม้กระดานหลุด น้ำก็ทะลักเข้ามา


    ในบ้านล้วนเป็นไม้กระดาน แช่น้ำไม่ได้ จู้เจียงเจียงหมุนตัววิ่งไปอุ้มผ้าห่มสองผืนมา ผืนหนึ่งอุดทางเข้าน้ำ อีกผืนวางซับน้ำตรงประตู


    ทำทุกอย่างเสร็จ ยังไม่ทันที่พวกเขาจะเช็ดไม้กระดานในบ้านให้แห้ง ภูเขาที่อยู่ห่างไกลออกไปก็ส่งเสียงทั้งทุ้มต่ำและเสียงคลื่นซัดสาด


    เขื่อนแตกแล้วหรือ?


    จู้เจียงเจียงพับขากางเกงวิ่งออกไปดู แค่ชั่วพริบตานางก็รู้สึกน้ำที่หน้าแข้งสูงขึ้นไม่น้อย


    “ที่จะเกิดสุดท้ายก็มาแล้ว...”


    “รีบกลับ รีบกลับไป ไม่งั้นก็ไม่ทันแล้ว!”


    “ทุกคนรีบกลับมา น้ำสูงขึ้นแล้ว...”


    เสียงกรีดร้อง เสียงตะโกนต่าง ๆ ตรงหน้าหมู่บ้านดังขึ้นไม่หยุด คนในทุ่งนาก็เริ่มกลับมาแล้ว


    เพียงแต่น้ำในต้นน้ำนั้นมารวดเร็วมาก เมื่อน้ำตอนไหลหลากลงสู่แม่น้ำตอนล่าง ชาวบ้านที่รีบเร่งกลับมาก็ถูกปะทะหลายครั้งเซไปเซมา แรงหน่อยก็ถูกน้ำซัดจนล้มลง  เปียกปอนไปทั้งตัวดูทุลักทุเลมาก


    มีคำกล่าวว่าน้ำท่วมเหมือนสัตว์ร้าย ที่ประสบภัยไม่เพียงแค่หมู่บ้านเสี่ยวฮวง หมู่บ้านทั้งหมดในเมืองเจียงหนานล้วนถูกน้ำพัดพาไม่มากก็น้อยอย่างเลี่ยงไม่ได้


    ในที่ว่าการอำเภอ


    ตอนจูลิ่นรู้ข่าวว่าเขื่อนต้นน้ำแตก ก่อให้ทั้งเมืองเจียงหนานประสบภัย เขาก็นั่งไม่ติดเก้าอี้ ทำหน้าแห้งเหมือนขี้เถ้า


    เขาดำรงตำแหน่งอยู่เมืองเจียงหนานมานานหลายปี แต่นี่เป็นครั้งแรกที่เจอเรื่องใหญ่แบบนี้


    หลังจากรีบเขียนฎีกาหนึ่งฉบับ จูลิ่นก็ทำอะไรไม่ถูก เดินกลับไปมาอยู่หน้าศาล ไม่รู้ว่าต่อจากนี้ควรทำอย่างไร


    สุดท้ายก็เป็นจูชิงหรานที่เตือนสติทันเวลา จูลิ่นถึงส่งคนไปตรวจสอบสถานการณ์การประสบภัยของพวกชาวบ้าน


    เพียงแต่ฝนตกหนักมาก น้ำในแม่น้ำในตัวเมืองก็เพิ่มขึ้น คนที่ส่งไปออกนอกเมืองไม่ได้เลย ไม่มีวิธีรู้ถึงสถานการณ์ชาวบ้านนอกเมืองได้


    คล้ายกับเรื่องจู้เจียงเจียง แม่ม่ายผู้มั่งคั่ง ที่คุณอ่าน

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    นิยาย รัก
    623K 530
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    นิยาย รัก
    421K 828
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    นิยาย รัก
    570K 4473