บทที่ 8: จอมยุทธ์สาวไป๋หลิง
*ฟิ้ววว! เคร้งงง!*
ปลายกระบี่บินเหล็กกล้าสีครามประกายรังสีพลังเย็นยะเยียบพุ่งทะลวงตรงดิ่งลงมาจากฟากฟ้าปักดิ่งลงกลางลานจวนตระกูลลู่จนแผ่นดินหินอ่อนปริร้าวแตกกระจายเป็วงกว้าง ไอสังหารรุนแรงดุจคลื่นพายุหนุนพัดกวาดเอาบ่าวรับใช้ที่กำลังจับคู่กวาดใบไม้อยู่ข้างลานล้มคว่ำคะมำหงายท้องตึงไปคนละทิศละทาง ฝุ่นดินตลบคละคลุ้งลอยละล่องบดบังทัศนียภาพรอบด้านชวนให้ขนหัวลุกชันประหนึ่งอยู่ในโรงถ่ายหนังกำลังภายในทุนสร้างร้อยล้าน
พวกผู้าุโตระกูลลู่สามสี่คนที่กำลังยืนจิบชาคุยธุรการค้าอยู่ที่ระเบียงจวน ต่างพากันสำลักน้ำชาหน้าถอดสี ถ้วยชาดินเผาใบหรูร่วงหล่นลงพื้นไม้แตกกระจายดังเพล้งใหญ่ พวกเขาเบิกตากว้างจนแทบหลุดออกจากเบ้า ร่างกายสั่นระริกราวกับลูกนกเผชิญพายุฝนพลางรีบมุดตัวเข้าไปแอบอยู่หลังเสาจวนต้นใหญ่สีแดงหนาทันทีพร้อมส่งเสียงสั่นเครือระงม
"อัยยา!... นั่นมัน... กระบี่บินเมฆคราม! จอมยุทธ์สำนักกระบี่เมฆาครามบุกมาฆ่าพวกเราแล้ว! ตระกูลลู่ถึงคราวล่มสลายแล้วโว้ย!" ผู้าุโใหญ่ะโโวยวายชวนให้บรรยากาศยิ่งตึงเครียดหนักขึ้น
ผมก้าวเท้าเดินตรงออกมาจากห้องโถงจวนอย่างเนิบนาบชิลล์ ๆ เอามือแคะขี้หูพลางทำท่ายียวนกวนบาทาปรายสายตามองตรงไปยังจุดที่กระบี่ปักอยู่ บนด้ามกระบี่สะท้อนแสงแดดยามบ่ายสลักลวดลายเมฆครามโบราณอันแสนวิจิตรบรรจง และเหนือยอดกระบี่ขึ้นไปบนกำแพงจวนสูงชันลิบลิ่ว ร่างของสตรีผู้หนึ่งในชุดรัดรูปสีฟ้าครามดั่งเมฆาฤดูใบไม้ร่วงยืนหยัดทรงตัวอยู่บนยอดกำแพงอย่างสง่างามโดยไม่ไหวติง ลมพัดโบกสะบัดชายเสื้อและเส้นผมสีดำยาวสลวยของนางปลิวไสวไปตามแรงลม เผยให้เห็นใบหน้ารูปไข่สวยเฉี่ยวคมคาย ดวงตากลมโตคู่นั้นเ็าและดุดันดั่งเหยี่ยวเวหา จมูกโด่งรั้นสะท้อนความดื้อรั้นเอาแต่ใจ ทว่าทรวงอกอวบอัดที่เบียดรัดอยู่ภายใต้ชุดฝึกยุทธ์รัดรูปสีครามกลับอวบใหญ่โดดเด่นบีบสายตาของผมให้จ้องมองแทบไม่กะพริบตา
"โอ้โฮ... หน้าอกหน้าใจแม่นางท่านนี้ใหญ่โตมโหฬารดีแท้... นี่นางพกส้มโอสองลูกขึ้นไปยืนทรงตัวบนกำแพงรึยังไงกันล่ะเนี่ย? ดูท่าแล้วคงจะใหญ่และยืดหยุ่นดีชะมัดเลยแฮะ..." ผมพึมพำวิจารณ์ความอวบอัดของนางในใจด้วยความสัปดนกะล่อนสไตล์เดิม นึกชมเชยระบบที่ช่างคัดเลือกสตรีวาสนาสูงรอบตัวผมแต่ละคนได้มีคุณสมบัติพรีเมียมแน่นเปรี๊ยะบีบสายตาชวนให้เกาะกินตราบชั่วชีวิตจริง ๆ โว้ย!
[ ติ๊ง! ]
[ ตรวจพบเป้าหมายสตรีผู้มีวาสนาสูงลำดับสอง: 'ไป๋หลิง' ]
[ อายุ: 21 ปี | ระดับพลังยุทธ์: ขอบเขตแกนทองคำขั้นต้น (Gold Core) ]
* สำนักกระบี่เมฆาคราม (ศิษย์เอกสายตรง)
* สถานะอารมณ์: โกรธจัด (ความเกลียดชังต่อตระกูลลู่: 90%)
* ระดับ Affection เริ่มต้น: 0%
"ใครคือผู้นำหอการค้าตระกูลลู่! จงก้าวหัวออกมาพบข้าเดี๋ยวนี้!" เสียงใสแจ๋วของนางตวาดกร้าวสั่นะเืลมปราณขอบเขตแกนทองคำอันทรงพลังแผ่กระจายออกมาคลอบคลุมลานจวนทำเอาฝุ่นดินและเศษกระเบื้องจวนสั่นระริกเสียงดังกราวใหญ่
แรงกดดันจากระดับแกนทองคำช่างหนักหน่วงราวกับมีก้อนหินขนาดมหึมาตกลงมาทับลงบนหน้าอกของคนทั่วไป บ่าวรับใช้รอบด้านแทบจะหายใจไม่ออก ทว่าสำหรับผมที่เพิ่งได้รับการปรับตัวจาก 'กายาะตรากตรำ' และพึ่งทะลวงขึ้นสู่ระดับก่อตั้งรากฐานขั้นต้น ลมปราณอุ่นร้อนหยินหยางในท้องน้อยขยับหมุนวนแผ่กระจายความอบอุ่นปกป้องหัวใจทันที ทำให้ผมยืนหยัดได้อย่างนิ่งสนิทไม่มีความรู้สึกอึดอัดแม้แต่เศษเสี้ยวเดียว
"โฮ่ว ๆ... แม่นางคนสวย ใจเย็น ๆ ก่อนจ้า ร้องะโเสียงดังปานฟ้าผ่าแต่เช้าแบบนี้เดี๋ยวคอแห้งเสียงแหบเสน่ห์จะหายไปหมดนะจ๊ะ" ผมก้าวเท้าเดินนวยนาดเอามือไพล่หลังโปรยยิ้มกะล่อนหน้าหนาไร้ยางอายออกมาเผชิญหน้ากับนางกลางลานจวนตระกูลลู่
ไป๋หลิงปรายดวงตาเรียวคมมองสบสายตาของผมด้วยความเหยียดหยามและเ็าชวนขนลุก นางขมวดคิ้วม้วนแน่นเมื่อััได้ถึงกลิ่นอายลมปราณก่อตั้งรากฐานขั้นต้นอันแสนอ่อนแอจากตัวผมเมื่อเทียบกับระดับพลังแกนทองคำของนาง
"เ้าคือเซียวเฉิน ขยะแต่งเข้าตระกูลลู่ที่เป็ข่าวลือสั่นคลอนไปทั่วเมืองหลงไห่ว่าหน้าหนาเกาะเมียกินวัน ๆ ใช่หรือไม่?!" นางเอ่ยถามน้ำเสียงหยามหยันเย้ยหยันประหนึ่งมองเห็นเศษดินเปียก "เมียของเ้า ลู่เหมยหลิน อยู่ที่ไหน?! จงไปเรียกนางออกมาพบข้า! สาขาย่อยของหอการค้าตระกูลลู่กล้าดีอย่างไรถึงลักลอบสลับแร่นิลเหล็กไหลของสำนักข้าแล้วส่งมอบหินขยะปนเปมาแทน! วันนี้หากตระกูลลู่ไม่มีคำชี้แจงและเงินชดใช้อย่างสาสม ข้าจะใช้กระบี่ครามเล่มนี้ถล่มทำลายหอการค้าและจวนตระกูลลู่ให้ราบเป็หน้ากลอง!"
คำขู่ฟ่อ ๆ ของนางทำเอาพวกผู้าุโตระกูลลู่ที่มุดหัวอยู่หลังเสาพากันสั่นสะท้านหวาดกลัวร้องไห้โฮ ขอบเขตแกนทองคำน่ะคือยอดฝีมือที่สามารถทำลายตึกรามบ้านช่องได้ง่าย ๆ ประหนึ่งหักกิ่งไม้เลยทีเดียว! ทว่าตัวผมกลับยืนนิ่งยิ้มกริ่มอย่างสบายอารมณ์ คารมและหัวใจนักขายยุคปัจจุบันของผมทำงานทันที เื่เจรจาลื่นไหลปัดสอยแบบนี้บอกเลยว่าง่ายยิ่งกว่าคุยกับลูกค้าเื่ขอต่อสัญญาโอทีเสียอีก!
"โธ่ แม่นางไป๋หลิงผู้แสนงดงามและอกโต... เอ๊ย อกโตโย่เอวบางกิ่วดุจกิ่งหลิว" ผมแสร้งไอแก้เขินหนึ่งทีเดินก้าวเข้าไปใกล้กระบี่ที่ปักอยู่โยกคลอนมันเบา ๆ "เื่ทุจริตแร่นิลเหล็กไหลนั้น ข้าพึ่งจะเดินทางไปปราบกองโจรและยึดสมุดบัญชีลับและตั๋วสัญญามาได้เมื่อวานนี้เองจ๊ะ! ความจริงแล้วมันไม่ได้เกี่ยวอะไรกับหอการค้าหลักตระกูลลู่ของพวกเราเลย แต่เป็แผนชั่วช้าของเ้าสาขาย่อยตระกูลลู่ที่แอบร่วมมือกับตระกูลคู่แข่งอย่างตระกูลหวัง หวังจะตัดราคาทำลายชื่อเสียงของเมียข้าต่างหากล่ะจ๊ะ!"
ไป๋หลิงขมวดคิ้วมุ่นจ้องมองหน้าผมอย่างจับผิดแววตาฉายประกายสงสัย "คิดจะปัดความรับผิดชอบและแต่งเื่หลอกลวงข้างั้นรึ?! สัญญาลงนามประทับตราสีแดงของตระกูลลู่เด่นชัดคาตา! เ้าคิดว่าคำพูดพล่อย ๆ ของขยะที่วัน ๆ เกาะสตรีประทังชีวิตอย่างเ้าจะน่าเชื่อถือกว่าหลักฐานประทับตรางั้นรึ?!"
"หลักฐานตราประทับมันสร้างปลอมแปลงกันได้ง่ายจะตายจ๊ะแม่นางคนสวย" ผมทรุดตัวนั่งลงบนหินตกแต่งสวนหย่อมข้างลานพลางไขว่ห้างท่าทางสบายใจเฉิบไม่รู้หนาวรู้ร้อน "ข้ามีสมุดบัญชีลับหลักฐานการโอนตั๋วเงินของตระกูลหวังที่จ่ายให้สาขาย่อยตระกูลลู่และกองโจรป่าทมิฬกังเทียนอยู่ในห้องทำงานส่วนตัว หากแม่นางยินยอมเข้าไปนั่งจิบชาอุ่น ๆ กับข้าในห้องหนังสือสองต่อสอง ข้าจะกางหลักฐานทุกอย่างให้เ้าดูแบบชัดเจนตาแจ้งเลยจ๊ะ... แถมยังมีชาบำรุงปราณสูตรพิเศษของข้าที่ดื่มแล้วช่วยให้ผิวพรรณเต่งตึงตื่นตัวผ่อนคลายกล้ามเนื้อหน้าอกคู่งามของเ้าด้วยนะจ๊ะ รับรองเสียวสะท้านลืมเหนื่อยเลยจ้า" ผมส่งวิ้งค์กะพริบตาหื่นกะล่อนให้ไป๋หลิงหนึ่งที
"เ้าคนสามหาวลามกหยาบช้า!" ไป๋หลิงหน้าขึ้นสีแดงก่ำจนลามไปถึงใบหูด้วยความโกรธจัดและขัดเขินระคนสับสน นางไม่เคยพบเคยเจอผู้ฝึกตนขอบเขตก่อตั้งรากฐานต่ำต้อยคนไหนที่กล้าพูดจายียวนสัปดนแทะเล็มใส่ผู้ฝึกตนขอบเขตแกนทองคำอย่างนางเช่นนี้มาก่อนในชีวิต! คนทั่วไปเจอนางก็พากันคุกเข่าสั่นระริกราวกับลูกหมาตกน้ำแล้ว ทว่าไอ้หน้าหล่อนี่กลับกวนประสาทขยิบตาให้อย่างหน้าหนาหน้าทนปานฉาบปูนซีเมนต์สิบชั้น!
นางสะบัดมือเบา ๆ กระบี่เมฆครามที่ปักอยู่บนพื้นดินพลันสั่นะเืดังเคร้งใหญ่ก่อนจะลอยกลับเข้าสู่ฝ่ามือของนาง ไป๋หลิงะโลอยตัวลงมาจากกำแพงสูงชันอย่างแ่เบาประหนึ่งใบไม้ร่วง ปลายกระบี่สีครามแหลมกริบแผ่รังสีลมปราณเย็นเยือกพุ่งขยับเข้ามาจ่อห่างจากคอหอยของผมเพียงแค่ครึ่งนิ้ว ลมปราณเย็นฉี่เฉือนเอาเส้นผมของผมปลิวร่วงกราวลงพื้นดิน
"ข้าไม่สนใจข้อแก้ตัวไร้สาระของเ้า!" นางเอ่ยเสียงเ็ามองจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของผม "ในยุทธภพนี้ พลังยุทธ์คือสิทธิ์ขาดและความถูกต้องสูงสุด! เ้าแอบอ้างว่าปราบกองโจรป่าทมิฬและมีระดับพลังก่อตั้งรากฐาน... ดี! เช่นนั้นหากเ้ามั่นใจในฝีมือตัวเองนัก..."
ไป๋หลิงแสยะยิ้มบางเบาเยือกเย็นชี้กระบี่จ่อคอหอยผมแน่นขึ้น "ข้าท้าดวลกับเ้าตรงนี้! หากเ้ากล้ารับการจู่โจมด้วยกระบี่บินของข้าสามกระบวนท่าโดยห้ามหลบหลีกแม้แต่ก้าวเดียว และหากเ้ายังไม่ตายคาที่ ข้าจะยอมวางกระบี่ลงและเข้าไปฟังคำอธิบายในห้องหนังสือกับเ้าตามคำขอ! ทว่าหากเ้าไม่รอด... ก็จงส่งหัวของลู่เหมยหลินและมอบหอการค้าตระกูลลู่ให้แก่ข้าซะดี ๆ!"
[ ติ๊ง! ]
[ ตรวจพบสถานการณ์ท้าทายจากไป๋หลิง! เปิดใช้งานภารกิจเนื้อเื่ Arc 2! ]
[ ภารกิจย่อย: รับกระบี่บินสามคราสยบสาวดุ! ]
[ เงื่อนไข: ห้ามหลบหลีกและต้องใช้ 'กายาะตรากตรำ' ต้านรับการโจมตีจากกระบี่บินของไป๋หลิงรวดเดียว 3 ครั้งเต็มพลัง! ]
[ รางวัลภารกิจ: ค่าความชอบ (Affection) ของไป๋หลิงเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว + วิชาเคล็ดวิชากระบี่์! ]
ผมจ้องมองปลายกระบี่เย็นกริบตรงหน้า สลับกับหน้าต่างระบบแจ้งเตือนภารกิจที่เด้งขึ้นมา ในใจพลันคิดกระหยิ่มยิ้มสัปดนกะล่อน... 'สามกระบวนท่าเหรอจ๊ะแม่เสือสาว? ได้เลยจ้า กายาะของพ่อหนาและทนทานสู้ศึกเตียงยังไม่เหน็ดเหนื่อย นับประสาอะไรกับกระบี่บินปิกกาจูของเ้า! งานนี้พ่อจะยืนนิ่ง ๆ ให้เ้าแทงจนเหนื่อยแรงเขินตัวปลิวไปเลยจ้า!'
"ตกลงจ๊ะแม่นางคนสวยอกโต!" ผมยกมือสองข้างทำท่ายอมรับยิ้มแป้นหน้าสลอน "ข้าขอยืนรับกระบี่งามของแม่นางไป๋หลิงสามครั้งตรงนี้เลยจ้า! ห้ามหลบแม้แต่ก้าวเดียว... แต่ถ้าข้ารอดชีวิตขึ้นมา แม่นางต้องยอมเข้าไปในห้องลับชงชาปรนนิบัติสามีสุดรักคนนี้ด้วยนะจ๊ะ!"
ไป๋หลิงแค่นเสียงเฮอะในลำคอดวงตาประกายวาบ "ปากดีนัก! งั้นเ้าก็ลงไปคุยกับยมบาลในนรกเถอะ!"
นางถอยร่างทะยานตัวถอยหลังกลับไปสิบก้าว รวบรวมลมปราณขอบเขตแกนทองคำอัดแน่นลงสู่ใบกระบี่เมฆครามจนเกิดประกายแสงสีน้ำเงินเจิดจ้าดุจสายฟ้าฟาด พร้อมแรงลมพายุลมปราณบดกระแทกรอบตัวของนางจนเสื้อผ้าฝึกยุทธ์รัดรูปหมุนสะบัดอย่างน่ากลัว เตรียมพร้อมปล่อยกระบวนท่ากระบี่สังหารแรกปลิดชีพในพริบตา!
(โปรดติดตามตอนต่อไป...)