ดิฉันชื่อ ลิดา เป็สาวโสดวัย 35 ปี ทำงานเป็นักบัญชี ณ บริษัทแห่งหนึ่ง ป่านนี้ทำไมฉันยังไม่มีแฟนน่ะหรือ ก็เพราะฉันมุ่งแต่เรียน ทำแต่งาน หาแต่เงินน่ะสิ และอาจเป็เพราะฉันใส่แว่นหนาเตอะ ตัดผมสั้น ไว้หน้าม้า ไม่ค่อยแต่งหน้า แต่งตัวไม่ทันสมัย จึงไม่ค่อยมีใครกล้าจีบฉันล่ะมั้ง จนมาวันหนึ่งที่ฉันมีนัดไปทานเหล้ากับธนนท์ อิทธิชัยและวรกานต์ที่ผับแห่งหนึ่ง
“เฮ้ย ดา นนท์ ไปเต้นด้วยกันมั้ย อย่ามัวแต่นั่งกินเหล้าแบบนี้เลย ไม่สนุกหรอก” นายอิดที่เห็นกานต์เดินไปที่ฟลอร์แล้ว ก็เลยหันมาชวนเพื่อนอีกสองคน
“ฉันไม่ค่อยสันทัดเื่เต้นหรอก ขอนั่งฟังเพลงก็แล้วกัน” ลิดาปฏิเสธ
“แล้วนายล่ะนนท์” อิดหันไปถามเพื่อนที่เพิ่งอกหักจากแฟน
“ฉันไม่มีอารมณ์จริงๆ แฟนเพิ่งทิ้งไป” นนท์นั่งชงเหล้าเองแบบไม่สนใจใคร
“เฮ้ย อย่าคิดมากน่า นายหน้าตาดีขนาดนี้ ค่อยหาใหม่ก็ได้” อิดพยายามปลอบใจ
“ตามสบายเลยเพื่อน” นนท์กล่าวเสร็จก็กระดกเหล้าดื่ม
“ตามใจก็แล้วกัน” อิดทำได้เพียงส่ายหน้าเท่านั้น
ผ่านไปครึ่งชั่วโมง ธนนท์ก็กระดกดื่มไม่หยุด
“พอแล้วน่า นายเมามากแล้วนะ” ดาพยายามรั้งแขนเพื่อนไว้
"อย่ามายุ่ง! ฉันอยากลืมความเ็ปก็เท่านั้นเอง” นนท์ผลักดาออก
“นายไม่ควรทำร้ายตัวเองแบบนี้นะ พอเถอะ” ลิดาก็ยังพยายามแย่งแก้วเหล้ามาจากนนท์
แต่แล้วนนท์กลับนำแก้วเหล้ามาวางที่โต๊ะด้วยความโมโห แล้วดึงลิดาเข้ามาจูบโดยที่ดาไม่ทันตั้งตัว
ลิดาใสุดขีด เธอพยายามทุบไปที่หลังของชายที่ขึ้นชื่อว่าเป็เพื่อนสนิท ผ่านไปนานพอสมควร จนลิดารู้สึกเคลิ้ม และแล้วนนท์ก็ยอมเป็ฝ่ายยอมปล่อยหญิงสาวที่เพิ่งผ่านการจูบเป็ครั้งแรกในชีวิต
เมื่อลิดาตั้งสติได้ เธอก็เลยตบหน้านนท์อย่างแรง แล้ววิ่งหนีไปทันที เพราะเธอทำตัวไม่ถูกจริงๆ
นนท์รู้สึกมึนหัวก็เลยฟุบหลับไปเสียดื้อๆ
“อ้าว นนท์ ทำไมฟุบหลับแบบนี้ล่ะ แล้วดาไปไหนล่ะเนี่ย” กานต์ทักหลังจากกลับมาแล้วไม่เห็นดา
“ฉัน ง่วงนอนจังเลย” นนท์พูดพึมพำอย่างคนเมา
“ฉันขอโทรหาดาก่อนก็แล้วกัน ค่อยพานายกลับคอนโด” อิดก็เลยอาสาโทรหาดาเอง
นายอิดโทรหาดาด้วยความเป็ห่วง “ฮัลโหล ดา อยู่ไหนน่ะ”
“โทษที ฉันท้องเสียน่ะ เลยขอตัวกลับก่อน” ดาที่กำลังอยู่ในรถแท็กซี่พยายามแก้ตัว
“นายนนท์ทำอะไรดาหรือเปล่า” อิดสงสัย
“เปล่านี่ นายขับรถไปส่งนนท์ด้วยล่ะ เขาเมามากแล้ว ขับรถกลับเองไม่ไหวหรอก” ดากล่าว
“อื้อ ไม่เป็อะไรก็ดีแล้ว งั้นแค่นี้นะ” อิดรู้สึกโล่งอก
“ขอบใจที่เป็ที่ห่วงนะ Bye เพื่อน” ดารีบวางสายทันที ตอนนี้เธอกำลังตื่นเต้นกับเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้น หลับตาทีไรก็เห็นภาพดังกล่าว
***************************************
ดาและนนท์ทำงานอยู่บริษัทเดียวกัน เนื่องจากนายนนท์อยู่ฝ่ายไอที พอเขาทำงานเสร็จในตอนเที่ยงก็รีบไปที่แผนกบัญชีทันที แล้วรีบวิ่งไปดักหน้าลิดาไว้
“มีอะไร” ดาถามห้วนๆ เพราะเธอยังคงโกรธเพื่อน
“ไปกินข้าวด้วยกันนะ ฉันมีเื่จะคุยด้วย” นนท์กล่าวด้วยความรู้สึกผิด
“ฉันยังไม่พร้อม” ดากล่าวโดยไม่สบตา
“หรือจะคุยเื่จูบที่ผับตรงนี้ล่ะ” นนท์ขู่เพราะตอนนี้เพื่อนร่วมงานของดากำลังทยอยออกมาจากแผนกบัญชีเพื่อลงไปทานอาหารเที่ยง
ดารีบมองซ้ายมองขวา เพราะกลัวเพื่อนร่วมงานได้ยิน ก็เลยรีบลากจูงนนท์ไปนอกบริษัทด้วยกัน
พออยู่ในที่ลับตาคน ก็เลยว่า “นายจะไปไหนล่ะ”
“ร้านอาหารตามสั่งหลังบริษัทก็แล้วกัน” นนท์กล่าวยิ้มๆ
“งั้นรีบไปกันเถอะ” ดารีบเดินนำไปที่ร้านดังกล่าวทันที
***************************************
ณ ร้านอาหารแห่งหนึ่ง
“มีอะไรก็ว่ามา” ดากล่าวหลังจากเลือกโต๊ะนั่งแล้ว
“ฉันอยากขอโทษ เื่ที่ฉันจูบเธอที่ผับนั่น” นนท์จำเหตุการณ์ครั้งนั้นได้แม้เขาจะเมามาก
“ฉันลืมมันไปแล้ว” ดาไม่อยากกล่าวถึงมันอีก
“พวกเราลองมาคบกันดีมั้ย” นนท์ชวน
“นายคบฉันเพื่อลืมแฟนเก่านายเนี่ยนะ” ดาไม่อยากเป็ศาลาพักใจ
“ลองศึกษาดูใจกันก่อนไง หากพวกเราเข้ากันไม่ได้ ก็ค่อยกลับมาเป็เพื่อนกันเหมือนเดิม หากดาไม่อยากให้ใครรู้ พวกเราแอบคบกันก็ได้” นนท์เสนอ
“นายแน่ใจนะ ที่จะลองคบกับฉัน” ดาถามย้ำ
นนท์พยักหน้า
ดาตรองดูแล้ว เพราะเหล่าบรรดาญาติและเพื่อนฝูงรุ่นราวคราวเดียวกันของเธอต่างกดดันให้เธอยอมเปิดใจมีคู่ ไม่เช่นนั้นเธอจะต้องเป็สาวทึนทึกและขึ้นคานตลอดไป ดังนั้นเธอจึงยอมตกลง “พวกเรามาลองคบกันก็ได้”
นนท์จับมือดามาแนบแก้มพร้อมกับกล่าวว่า “ขอบใจนะที่ยอมให้โอกาสนนท์”
“แต่ฉันยังไม่ชิน” ดาแอบเขินแต่ยังทำตัวไม่ถูก เพราะเธอกับเขาเป็เพื่อนกันมาก่อน
“เรียกแทนตัวว่าดาสิ พวกเราจะค่อยๆ ปรับตัวไปด้วยกันดีมั้ย” นนท์กล่าว
ดายิ้มอย่างเขินๆ ความจริงแล้วเธอก็แอบหลงรักเพื่อนตัวเองแต่ไม่กล้าบอก เพราะเธอรู้ดีว่าตัวเธอไม่ใช่สเป๊กของนายนนท์ ผู้หญิงที่นนท์คบต่างดูสวยเปรี้ยวกันทั้งนั้นซึ่งต่างจากเธอมาก
ั้แ่นั้นมานายนนท์ก็เลยคอยไปรับไปส่งดาและไปกินข้าวเที่ยงและเย็นกับเธอทุกวัน ทำให้คนอื่นพอเดาออกว่าทั้งสองต้องแอบคบกัน
ตอนนี้คู่รักคู่นี้ต่างเปิดใจยอมรับซึ่งกันและกันโดยที่ทั้งคู่ไม่จำเป็ต้องเปลี่ยนแปลงตัวเอง และต่างฝ่ายต่างพยายามที่จะไม่ให้อีกฝ่ายอึดอัดใจ ทั้งสองคบกันราบรื่นจนกระทั่งครบหนึ่งปีเต็ม
***************************************
ณ ภัตตาคารแห่งหนึ่ง
“พวกเราไปทานอาหารร้านถูกๆ ก็ได้นี่” ดาเสียดายเงินที่ต้องมาทานอาหารสุดหรู
“วันนี้เป็วันสำคัญของพวกเรานะ เป็วันครบรอบการคบกันไง” นนท์จดจำได้ดี
“นนท์จำได้ด้วยงั้นหรอ” ดารู้สึกดีใจอย่างบอกไม่ถูก
“ต้องจำได้สิ เพราะดา ถึงทำให้นนท์ลืมความรักที่แสนเ็ปได้” นนท์กล่าว
“เป็เพราะนนท์เข้มแข็งขึ้นต่างหาก” ดากล่าวยิ้มๆ
“เอ่อ มีเื่หนึ่งที่นนท์อยากขอความช่วยเหลือ” นนท์ไม่สะดวกใจจะพูด
“ว่ามาได้เลย พวกเราเป็คนกันเองอยู่แล้วนี่” ดายอมช่วยแฟนเสมอ
“นนท์อยากได้เงินไปลงทุนธุรกิจขายของออนไลน์กับเพื่อน แต่เงินไม่พอ นนท์ก็เลยอยากขอยืมดาสักแสนนึงจะได้มั้ย” นนท์คิดว่ามันเป็เงินที่มากพอสมควร
“แสนนึงเลยงั้นหรอ ไม่ใช่ดาหวงเงินหรอกนะ แต่เพราะดาให้แม่เป็คนเก็บเงินให้ ถ้าจะไปเบิกมา แม่ต้องรับทราบด้วย ดังนั้นดาขอเขียนหนังสือสัญญายืมเงินได้มั้ยล่ะ ต้องมีสัญญา แม่ถึงจะยอมให้ไปเบิกมาใช้ได้” ดากังวล
“ก็ได้ แค่ดาให้นนท์ยืม นนท์ก็ดีใจแล้ว” นนท์ยอมเขียนหนังสือสัญญา
“ไว้ตอนเย็น ตอนที่นนท์ไปส่งดาที่บ้าน พวกเราค่อยเขียนหนังสือสัญญาที่นั่นก็แล้วกัน” ดากล่าว
ดังนั้นนนท์จึงสามารถยืมเงินหนึ่งแสนบาทจากดา โดยที่ต้องเขียนหนังสือสัญญาการยืมเงินด้วย แม้นนท์จะแอบรู้สึกน้อยใจที่ดาไม่ยอมเชื่อใจเขาก็ตาม
***************************************
แต่ทว่า พอนนท์หันมาทำอาชีพเสริมขายของออนไลน์ นนท์จึงมีเวลาให้ดาน้อยลง ทำให้เขาไปหาดาเฉพาะวันเสาร์อาทิตย์เท่านั้น
ณ ม้านั่งที่สวนหน้าบ้านของลิดาในวันเสาร์
“นนท์ไม่มีเวลาให้ดาเลยนะ” ดากล่าวอย่างน้อยใจ
“ขอโทษจริงๆ นะดา นนท์มีอาชีพเสริมด้วย ต้องคอยแพ็คของและส่งของตอนเย็นทุกวันจริงๆ” นนท์พยายามแก้ตัว
“ก็ได้ ดายอมเข้าใจนนท์ก็ได้” ดากล่าวเพราะเห็นนนท์แสดงสีหน้าจริงจัง
“มีอีกเื่ นนท์ขอยืมเงินเพิ่มได้หรือไม่” นนท์กล่าว
“นำไปลงทุนอีกงั้นหรือ” ดาสงสัย
“ใช่! เงินไม่พอจริงๆ เหลืออีกหนึ่งแสนบาท” นนท์จำใจต้องเอ่ยปาก
“ดายอมให้นนท์ยืมก็ได้ แต่ต้องเขียนหนังสือสัญญาเหมือนเดิมนะ” ดากล่าว
“ได้ ขอบใจมากนะ” นนท์ยิ้มด้วยความดีใจ
“ดามีเงินไม่เยอะมาก คงให้ยืมได้แค่ครั้งนี้เท่านั้น” นี่มันเป็เงินเก็บมาทั้งชีวิตของดา
“ไม่มีอีกแล้วล่ะ” นนท์พูดอย่างมั่นใจ
ดาจึงเดินเข้าไปในบ้านและไปคุยกับแม่ พอแม่ยอมใจอ่อนยอมอนุญาต ดาจึงยอมให้นนท์ยืมเงินอีกหนึ่งแสนบาท รวมเงินเก่าก็กลายเป็นนท์ติดหนี้ดาสองแสนบาทแล้ว
***************************************
ั้แ่ที่นนท์มีอาชีพเสริม ความสัมพันธ์ระหว่างดากับนนท์ก็เริ่มระหองระแหงเพราะนนท์ไม่มีเวลาให้ดาเลย ไม่เพียงเท่านั้น นักธุรกิจวัยกลางคนที่พบกันโดยบังเอิญในระหว่างที่ดาเดินทางกลับบ้านด้วยรถไฟฟ้าเป็ประจำ เขาก็คอยตามจีบดาไม่เลิก
“ฉันขอร้องเถิดนะคะคุณจักรกฤติ ฉันมีแฟนอยู่แล้ว คุณเลิกตามจีบฉันเถิดนะคะ” ดาพยายามขอร้องดีๆ
“ผมไม่เชื่อหรอกครับ ถ้าคุณมีแฟนจริง แล้วไหนล่ะแฟนคุณ ทำไมถึงปล่อยให้คุณเดินทางกลับบ้านคนเดียวทุกวันแบบนี้” จักรกฤติไม่เชื่อ
“พวกเราต่างมีงานต้องทำนะคะ” ดากล่าว
“ตราบใดที่คุณยังไม่แต่งงาน ผมก็ยังมีสิทธ์จริงมั้ย” จักรกฤติไม่ล้มเลิกความตั้งใจ
“ทำไมคุณถึงดื้อแบบนี้ล่ะคะ” ดาถึงกับส่ายหน้ากับความดื้อด้านของนักธุรกิจตรงหน้า
“ผมไปส่งคุณที่บ้านก็แล้วกันนะครับ” จักรกฤติกล่าวตัดบท
และแล้วลิดาก็ต้องยอมให้นักธุรกิจหัวดื้อไปส่งถึงที่บ้านทุกวัน แม้จะเป็การเดินไปส่งหลังจากลงจากรถไฟฟ้าก็ตาม
***************************************
ณ บ้านของลิดา
แม่คุยกับลูกสาวหลังจากที่คุณจักรกฤติเดินกลับไปแล้ว
“มันจะดีหรือลูก ลูกมีแฟนอยู่แล้วนะ” แม่กังวล
“ก็นนท์ไม่สนใจดาเองนี่คะ” ดากล่าวอย่างน้อยใจ
“ก็ไหนว่าเขามีงานเสริมต้องทำไง” แม่เห็นใจนนท์
“ลูกห้ามคุณจักรกฤติไม่ได้ค่ะ ลูกพยายามห้ามเขาแล้วจริงๆ” ดากล่าวตามจริง
“ลูกควรปรึกษานนท์นะลูก ไม่เช่นนั้นความสัมพันธ์อาจพังทลายได้นะลูก” แม่เตือน
“เขาไม่ค่อยมีเวลาให้ลูกเลยนี่คะ” ดายังคงน้อยใจ
“หากลูกไม่พอใจ ก็ควรบอกเขาตรงๆ นะลูก จะได้ค่อยๆ ปรับความเข้าใจกัน” แม่กล่าวอย่างคนมีประสบการณ์
“ค่ะแม่” ดาเองก็ไม่อยากเลิกกับนนท์
***************************************
แต่แล้วดาก็ยังไม่เวลาคุยกับนนท์เลย เพราะนนท์อ้างว่าต้องไปส่งของที่บริษัทขนส่งเองทุกวัน จนกระทั่งดาเริ่มใจอ่อนยอมไปกินข้าวเย็นกับนายจักรกฤติเพราะเห็นเขายังคงตามจีบเธออย่างไม่ลดละ
ณ ร้านอาหารริมน้ำ
“ขอบคุณนะครับที่ดายอมมากินข้าวกับผม” นายจักรกฤติภูมิใจที่ดายอมให้เขาขับรถไปรับถึงบ้านได้
“คุณมีเื่อะไรจะคุยก็ว่ามาสิคะ” ดาถามตรงๆ
“ผมต้องย้ายไปทำงานที่ชลบุรีแล้ว คุณไปกับผมนะครับ” จักรกฤติชวน
“คะ แต่ดาบอกคุณแล้วนี่ว่าดามีแฟนอยู่แล้ว” ดากล่าว
“ไม่มีคนรักคนไหนยอมปล่อยปละละเลยแฟนให้เดียวดายแบบนี้ทุกวันหรอกนะครับ” จักรกฤติเตือน
“คุณตัดใจเถิดนะคะ” ดาพยายามขอร้อง
“นี่ครับนามบัตร หากคุณเปลี่ยนใจ สามารถติดต่อผมได้ทุกเมื่อ” จักรกฤติไม่ยอมแพ้
“ไม่มีวันนั้นหรอกค่ะ” แต่ถึงกระนั้นดาก็ยอมรับนามบัตรของนายจักรกฤติมาเก็บไว้
ในระหว่างที่ดากำลังทานอาหารจนเผลอ นายจักรกฤติก็เลยแย่งมือถือของเธอเพื่อกดโทรหาเบอร์ตัวเอง ซึ่งโชคดีที่ดาไม่ได้ตั้งพาสเวิร์ด เลยทำให้สามารถโทรหาเข้าเบอร์ตัวเองได้อย่างง่ายดาย
“นี่คุณ ทำไมถือวิสาสะแบบนี้ล่ะค่ะ” ดาใในการกระทำของเขา
“เผื่อผมมีปัญหาจะได้โทรขอความช่วยเหลือจากคุณไงครับ” จักรกฤติส่งมือถือคืนให้
ดาทำได้เพียงส่ายหน้า เพราะไม่ว่าจะห้ามเขายังไง เขาก็ไม่ยอมฟังเธอเลยสักนิด และกลายเป็ว่านายจักรกฤติต้องขับรถไปส่งดาถึงบ้านเช่นเคย
***************************************
เมื่อมาถึงบ้าน หลังดาอาบน้ำเสร็จ เธอก็เลยยืนดูดาวที่ระเบียง เธอเริ่มเปรียบเทียบผู้ชายสองคน คนหนึ่งที่เธอรักมากแต่เขากลับไม่สนใจเธอ กับอีกคนที่เธอไม่ได้รักแต่เขากลับเอาใจใส่เธอแทบทุกวัน
สักพักมือถือก็ดัง
“ว่าไงจ้ะพรรณ นึกยังไงถึงติดต่อหาฉัน” ดาสงสัย
“เธอแอบคบกับนนท์งั้นหรือ” พรรณนิภาถามตรงๆ
“เอ่อ เปล่านี่” เนื่องจากดาแอบคบกับนนท์อย่างลับๆ โดยไม่เปิดเผยให้ใครรู้ เธอเลยจำต้องโกหก
“งั้นก็ดีแล้ว เพราะฉันเห็นเขาไปสวีทกับผู้หญิงคนอื่นด้วย” พรรณฟ้อง
“เป็ความจริงงั้นหรอ ผู้หญิงคนนั้นเป็ใคร” ดาอยากรู้จริงๆ
“ไหนว่าไม่ได้เป็แฟนกัน ทำไมต้องสนใจด้วยล่ะ” พรรณสงสัย
“ยังไงนนท์ก็เป็เพื่อนสนิทของฉัน ฉันจะได้ช่วยสแกนไง” ดาพยายามแก้ตัว
“ไม่รู้เหมือนกันว่าสาวสวยคนนั้นเป็ใคร เห็นพากลับคอนโดนนท์ทุกคืน” พรรณกล่าว
ดากำหมัดไว้แน่น แต่ก็พยายามข่มใจเอาไว้เพราะไม่อยากให้เพื่อนรับรู้อารมณ์โกรธของเธอ
***************************************
ดังนั้นวันถัดมาซึ่งเป็วันอาทิตย์ ลิดาจึงไปพบนนท์ถึงที่คอนโด
“นนท์บอกกี่ครั้งแล้วว่านนท์ทำอาชีพเสริม ไม่ได้มีใครใหม่เสียหน่อย” นนท์กล่าว
“ไหนคะสินค้า ไหนคือสถานที่แพ็คของไม่ทราบ นนท์กำลังหลอกดาอยู่ใช่มั้ย” ดามองไปรอบๆ ภายในห้องพักของนนท์
“นนท์หุ้นกับเพื่อน ดังนั้นสินค้าก็ต้องอยู่บ้านเพื่อนสิ จะไปดูมั้ยล่ะ เดี๋ยวนนท์พาไป” นนท์พูดประชด
“ได้มั้ยล่ะ” ดากล่าว
นนท์ซึ่งโมโหที่ดาไม่ยอมเชื่อใจเขา เขาก็เลยลากแขนดาไปที่รถ และพาไปที่บ้านเพื่อนของเขาจริงๆ ก็พบว่าเพื่อนของเขาเก็บสินค้าซึ่งก็คืออาหารแมวและสุนัขไว้ในห้องเก็บของ และพบร่องรอยการแพ็คของจริงๆ
ดาเริ่มรู้สึกผิดที่ไม่ยอมเชื่อใจนนท์ ก็เลยเข้าไปกอดและกล่าวขอโทษ “ดาขอโทษค่ะ ที่ไม่ยอมเชื่อใจนนท์”
“นนท์อยากรีบหาเงินและเก็บเงินแต่งงานกับดาไง” นนท์กอดตอบพร้อมกับเฉลย
“เป็ความจริงงั้นหรอ” ดาดีใจอย่างบอกไม่ถูก
“เชื่อใจนนท์นะ อย่าให้ใครมาเป่าหูได้” นนท์ลูบหัวดาเบาๆ ในระหว่างที่กอดกัน
“ได้ ดาจะเชื่อใจนนท์” ดารู้สึกอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก
เที่ยงวันนี้นนท์จึงพาดาไปเที่ยวห้างเพื่อผ่อนคลาย และพาไปดูภาพยนตร์ด้วยกันจนถึงเย็น
“นนท์ต้องรีบกลับไปที่บ้านเพื่อนแล้ว ดากลับเองได้ใช่มั้ย” นนท์รีบจริงๆ
“ได้สิ นนท์รีบไปเถอะ ไม่ต้องเป็ห่วงดา” ดาคิดว่านนท์ทำงานทุกอย่างเพื่อสู่ขอดาแต่งงาน ดาก็เลยยินยอมและไม่คิดน้อยใจอีก
***************************************
แต่ทว่าตกดึก ก็มีเบอร์แปลกๆ ส่งข้อความมา ดาได้เปิดอ่านถึงกับผงะ