การซ้ำเติมคนอื่นแบบนี้ มันก็ดูจะใจร้ายไปหน่อย แต่มันเกี่ยวด้วยเหรอ?
ไม่เกี่ยวเลยสักนิด!
"คุณชายหวัง ผมได้ปรักปรำตระกูลหวังของพวกคุณหรือเปล่าครับ?" ฉินเย่ถามด้วยรอยยิ้ม
หวังข่ายโกรธจนหน้าแดงก่ำ เมื่อถูกถามแบบนี้ก็เหมือนถูกแทงซ้ำอีกแผลหนึ่ง
เมื่อต้องเผชิญกับสายตาของฝูงชน หวังข่ายไม่มีหน้าจะอยู่ต่อ จึงเดินจากไปด้วยความโกรธแค้น ส่วนผู้าุโเหลยได้แต่ถอนหายใจและเดินตามไปเงียบ ๆ
"ขอบคุณคุณหนูเย่ที่ช่วยเหลือครับ"
หลังจากที่ทั้งสองคนจากไปแล้ว ฉินเย่ก็กล่าวขอบคุณเย่เสี่ยวเสี่ยว
เย่เสี่ยวเสี่ยวคลี่ยิ้มบาง ๆ แล้วกล่าวว่า "คุณฉินคะ ท่านประธานของเรากำลังรอพบคุณอยู่ที่ห้องวีไอพีค่ะ หวังว่าจะได้พบคุณสักครั้ง"
"เอ่อ... ขอโทษด้วยครับ วันนี้ผมมีนัดแล้ว ไว้โอกาสหน้าแล้วกันนะครับ"
[เฮ้ย! ฉันได้ยินมาว่าประธานบริษัทตี้หาวกรุ๊ปแห่งเมืองหลินเจียงเป็สาวสวยระดับเทพเลยนะ อาจารย์ฉิน ท่านต้องคิดดูให้ดี ๆ นะครับ!]
[สาวสวยระดับเทพเหรอ? ขอฉันหาข้อมูลแป๊บ! แม่เ้า... จริงด้วย! สวยยิ่งกว่าดาราอีก!]
[ฉันก็หาเจอเหมือนกัน สวยมากจริง ๆ อาจารย์ฉิน คิดทบทวนดูอีกทีเถอะครับ!]
คอมเมนต์แต่ละข้อความในห้องไลฟ์ดึงดูดความสนใจของฉินเย่ แต่ฉินเย่ไม่ได้ใส่ใจ เขาได้นัดกับชาวเน็ตเทียนเซี่ยไว้ก่อนแล้ว ย่อมไม่มีทางผิดนัดเด็ดขาด ดังนั้นหลังจากพูดกับเย่เสี่ยวเสี่ยวเสร็จ เขาก็เดินออกจากโถงใหญ่ไปทันที
จากนั้นเขาก็ปิดการไลฟ์สดท่ามกลางเสียงโอดครวญของผู้ชมในห้องไลฟ์
[ติ๊ง! จบการไลฟ์สด ยินดีด้วยที่โฮสต์ได้รับค่าความนิยมจากการไลฟ์สองแสนแต้ม!]
[รายได้จากการไลฟ์ครั้งนี้ของโฮสต์คือ 15,131 หยวน!]
[ยอดผู้ติดตามที่เพิ่มขึ้นจากการไลฟ์ครั้งนี้คือ 125,788 คน!]
ค่าความนิยมของการไลฟ์ครั้งนี้ มากกว่าครั้งแรกถึงเจ็ดแปดเท่า!
ส่วนใหญ่เป็เพราะชื่อเสียงของหอการค้าชั้นสูงที่เป็ตัวดึงดูดให้คนเข้ามาดูมากมาย
และเพราะเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นตามมา ทำให้การไลฟ์ครั้งนี้ฉินเย่ไม่เพียงแต่ได้ค่าความนิยม 200,000 แต้ม แต่ยังได้ผู้ติดตามเพิ่มขึ้นอีกนับแสนคน!
แสนกว่าคนนี้เป็คนจริง ๆ ไม่เหมือนกับสตรีมเมอร์ดัง ๆ หลายคนที่ผู้ติดตามสิบล้านคนแต่เป็บัญชีผีถึงเก้าสิบเปอร์เซ็นต์!
น่าเสียดายที่ฉินเย่เปิดไลฟ์ได้เพียงหนึ่งชั่วโมง ไม่อย่างนั้น ถ้าทำต่อไป รายได้จากการไลฟ์ครั้งนี้คงจะมากกว่านี้
หนึ่งหมื่นห้าพันหยวนก็ยังไม่พออยู่ดี...
ฉินเย่ถอนหายใจยาว
ตอนนี้ฝีมือของเขาแน่นอนว่าไม่ต้องกลัวพวกนักเลงอย่างจ้าวเอ้อร์โก่วจะมาหาเื่ แต่ในเมื่อเขาเป็หนี้จริง ๆ เขาก็อยากจะรีบใช้คืนให้หมดโดยเร็ว
ทำได้เพียงฝากความหวังไว้กับชาวเน็ตเทียนเซี่ยคนนี้ ว่าจะนำพางานใหญ่มาให้!
เมื่อคิดได้ดังนั้น ฉินเย่ก็เดินมาถึงห้องวีไอพี 8888 ของโรงแรมเทียนเยว่แกรนด์ ซึ่งเป็ห้องที่เทียนเซี่ยจองไว้
หลังจากเคาะประตู ไม่นานนักก็มีคนมาเปิดประตูให้
"คุณเองเหรอ?"
แต่สิ่งที่ทำให้ฉินเย่ประหลาดใจอย่างมากก็คือ คนที่มาเปิดประตูให้คือเย่เสี่ยวเสี่ยวที่เพิ่งเจอกันเมื่อครู่
เย่เสี่ยวเสี่ยวมองฉินเย่ด้วยสายตาค้อน ๆ แล้วกล่าวว่า "ประธานของเราก็คือชาวเน็ตคนที่นัดพบกับคุณนั่นแหละค่ะ เมื่อกี้คุณวิ่งเร็วเกินไป ฉันเลยยังไม่มีโอกาสได้อธิบายให้คุณฟัง!"
"นี่มัน..."
ฉินเย่เหลือบมองสาวงามที่นั่งอยู่ด้านใน ดวงตาก็อดไม่ได้ที่จะฉายแววหวั่นไหว
หญิงงามแห่งแดนเหนือ โดดเด่นเหนือใครในใต้หล้า เพียงปรายตามอง เมืองทั้งเมืองก็ล่มสลาย มองอีกครา ประเทศทั้งประเทศก็สยบ
ท่านประธานสาวสวยตรงหน้านี้ คู่ควรกับบทกวีนี้จริง ๆ !
"อาจารย์ฉิน เชิญนั่งค่ะ"
ชาวเน็ตเทียนเซี่ย หรือก็คือหลินเมิ่งซี ประธานบริษัทตี้หาวกรุ๊ป กล่าวพร้อมกับผายมือเชิญด้วยรอยยิ้มบาง ๆ
ฉินเย่นั่งลงที่ฝั่งตรงข้ามของหลินเมิ่งซีพลางมองดูเธอด้วยความสงสัย
"มีอะไรเหรอคะ? หน้าฉันมีอะไรติดอยู่หรือเปล่า?"
หลินเมิ่งซีไม่เพียงแต่สวยเท่านั้น แม้แต่เสียงของเธอก็ยังไพเราะราวกับเสียงนกขมิ้น ฟังแล้วรื่นหูยิ่งนัก
"ผมมักจะคิดเสมอว่า คนที่ใช้ชื่อบัญชีว่า 'เทียนเซี่ย' อย่างน้อยก็น่าจะเป็คุณลุงอายุสี่สิบปีน่ะครับ"
ก่อนจะมาถึง ฉินเย่คิดมาตลอดว่าจะเป็คุณลุงคนหนึ่ง
"ถ้าอย่างนั้น การที่คุณปฏิเสธคำเชิญของประธานสาวสวยเพื่อที่จะมาพบคุณลุงในจินตนาการ ดูเหมือนว่าอาจารย์ฉินจะเป็คนที่รักษาคำพูดมากเลยนะคะ"
"ประธานสาวสวย... นี่เป็ครั้งแรกเลยที่ผมเห็นคนเรียกตัวเองแบบนี้"
"มีปัญหาอะไรเหรอคะ?"
"ไม่มีปัญหาครับ"
อย่าว่าแต่ประธานสาวสวยเลย ต่อให้หลินเมิ่งซีเรียกตัวเองว่าเซียนน้อยผู้น่ารัก ก็คงไม่มีใครคิดว่ามีปัญหาแน่นอน!
"ถ้าอย่างนั้นอาจารย์ฉินคะ มาทำความรู้จักกันก่อน ฉันชื่อหลินเมิ่งซีค่ะ ส่วนนี่คือผู้ช่วยของฉัน เย่เสี่ยวเสี่ยว"
"ฉินเย่ครับ"
หลังจากที่ทั้งคู่จับมือกันแล้ว ฉินเย่ก็เข้าสู่ประเด็นหลักทันที "คุณหลินครับ ที่คุณเรียกผมมาในครั้งนี้ อยากให้ผมช่วยประเมินของล้ำค่าชิ้นไหนเหรอครับ?"
"อาจารย์ฉินคะ ฉันขอถามตรง ๆ นะคะ คุณมีความสามารถในการขจัดสิ่งชั่วร้ายด้วยใช่ไหมคะ?"
"พอมีความรู้อยู่บ้างครับ"
ฉินเย่ไม่ได้ประหลาดใจกับคำถามนี้
ความจริงถ้าแค่จะประเมินของเก่า เธอไม่จำเป็ต้องเจาะจงมาหาเขาเลย จะหาเซียนประเมินสมบัติหรือสถาบันที่ไหนก็ได้ คาดว่าหลินเมิ่งซีคงจะเห็นเื่ที่เขาช่วยรักษาหลิ่วซวง จึงคิดจะเชิญเขามา
"เื่มันเป็อย่างนี้ค่ะ..."
หลินเมิ่งซีเริ่มเล่าเหตุการณ์ที่เธอประสบมาให้ฟัง
ปรากฏว่า เมื่อหนึ่งปีก่อนบริษัทตี้หาวกรุ๊ปได้ทุ่มเงินมหาศาลซื้อที่ดินผืนหนึ่งเพื่อเตรียมสร้างตึก แต่ในระหว่างการก่อสร้าง กลับขุดพบโบราณวัตถุชิ้นหนึ่งที่ไม่ธรรมดา
ไม่ธรรมดาอย่างไร?
ตามที่หลินเมิ่งซีบรรยาย ในตอนที่มันถูกขุดขึ้นมา มีแสงสีแดงพุ่งตรงขึ้นสู่ท้องฟ้า จากนั้นไม่ถึงหนึ่งนาที เมฆดำก็ปกคลุมไปทั่ว และเกิดฝนตกลงมาอย่างหนัก
หลังจากนั้น คุณปู่ของเธอก็ดูจะหลงใหลในของชิ้นนี้มากและพกติดตัวไว้ตลอด แต่ไม่ถึงครึ่งปี คุณปู่ของเธอก็ล้มป่วยจนหมดสติ และยังคงอยู่ในอาการโคม่าจนถึงตอนนี้
เครื่องมือทางการแพทย์ทุกชนิดไม่สามารถตรวจพบได้ว่าคุณปู่ของเธอป่วยเป็โรคอะไร หรือทำไมถึงได้นอนหลับลึกขนาดนี้
ใน่ครึ่งปีที่ผ่านมา หลินเมิ่งซีพยายามทุกวิถีทาง ทั้งหาหมอผี ขอร้องพระสงฆ์ แต่กลับล้มเหลวไปเสียหมด
จนกระทั่งเมื่อวานนี้ เธอได้ดูไลฟ์สดของฉินเย่ด้วยความเบื่อหน่าย และถูกดึงดูดด้วยความมั่นใจเื่การประเมินผิดจ่ายร้อยเท่าของฉินเย่ จนดูไปถึงตอนจบ และสิ่งที่ทำให้หลินเมิ่งซีตัดสินใจอยากเชิญฉินเย่มาสักครั้ง ก็คือเื่ของหลิ่วซวงนั่นเอง
"ของโบราณชิ้นนั้นหน้าตาเป็ยังไงครับ?"
"ฉันก็บอกไม่ถูกเหมือนกันค่ะ อาจารย์ฉินคะ ถ้าคุณยินดีรับงานนี้ หลังจากทานมื้อนี้เสร็จ พรุ่งนี้ฉันจะพาคุณไปหาคุณปู่และไปดูของโบราณชิ้นนั้นค่ะ" พูดจบ หลินเมิ่งซีก็เหลือบมองเย่เสี่ยวเสี่ยว
เย่เสี่ยวเสี่ยวเข้าใจทันที เธอจึงยกกระเป๋าเอกสารใบหนึ่งขึ้นมาวางบนโต๊ะ
เมื่อเปิดออก ภายในบรรจุธนบัตรสีแดงเป็ปึก ๆ อย่างน้อยก็น่าจะหนึ่งล้านหยวน!
ในขณะที่ฉินเย่คิดว่านี่คือค่าตอบแทน หลินเมิ่งซีก็กล่าวต่อว่า "นี่เป็เพียงเงินมัดจำค่ะ ขอเพียงอาจารย์ฉินสามารถแก้ปัญหานี้ได้ จะมีรางวัลตอบแทนอย่างงามแน่นอนค่ะ!"
ในวงการประเมินสมบัติ เงินมัดจำก็เปรียบเสมือนค่าธรรมเนียมการออกงาน
หมายความว่าขอเพียงฉินเย่ออกงาน เขาก็จะได้รับเงินหนึ่งล้านนี้ทันที ไม่ว่าจะแก้ปัญหาได้หรือไม่ก็ตาม
เพียงแค่พริบตาเดียว ปัญหาที่ฉินเย่เฝ้าขบคิดมาตลอดก็ถูกคลี่คลายลงแล้ว
ช่างรวยจนไม่มีความเป็คนจริง ๆ !
"คุณหลินครับ งานอดิเรกของผมก็คือการช่วยเหลือผู้คน และช่วยคนให้พ้นจากความทุกข์ยากอยู่แล้วครับ คุณวางใจได้ ผมจะจัดการเื่นี้ให้ดีที่สุดแน่นอนครับ" พูดจบ เขาก็หยิบกระเป๋าเอกสารมาวางไว้ข้างเท้าของตัวเองทันที ไร้ซึ่งศักดิ์ศรีอย่างสิ้นเชิง
ก็นี่มันเงินตั้งล้านนึงนะ! ไม่เอาก็โง่แล้วจริงไหมล่ะ?!
อีกอย่าง เขามีบันทึกพันปีหัวเซี่ย ตราบใดที่ไม่เกี่ยวข้องกับปัญหาในระดับที่สูงเกินไป เขาสามารถรับมือได้อย่างแน่นอน
เมื่อหลินเมิ่งซีเห็นฉินเย่รับเงินไปแล้ว ใบหน้าอันงดงามของเธอก็ปรากฏรอยยิ้มออกมา เธอสั่งให้เย่เสี่ยวเสี่ยวรีบนำอาหารมาเสิร์ฟทันที