นาฬิกาแขวนผนังเรือนเก่าส่งเสียง "ต๊อก... แต๊ก..." ดังสะท้อนในความมืด บอกเวลาว่าบัดนี้คือเวลา 01:00 น. ตีหนึ่งพอดิบพอดี!
ก้อนเมฆพลิกตัวไปมาเป็รอบที่ร้อย ความเย็นวาบจากคำพูดของชายแก่ชุดสูทดำบนกำแพงวัดเมื่อเย็นยังคงตามหลอกหลอนเขาไม่หยุด "คิดว่าเข้าวัดแล้วจะช่วยล้างคำสาปได้เหรอ?" ประโยคนั้นวนซ้ำในหัวเหมือนเทปม้วนเก่าที่เปิดวนไม่รู้จบ ยิ่งเขานอนเงียบๆ ยิ่งรู้สึกเหมือนมีเงาดำของมัจจุราชยืนค้ำหัวอยู่ขอบเตียง
'กูทนอยู่คนเดียวแบบนี้ไม่ไหวแล้วเว้ย!' ก้อนเมฆคิดในใจพร้อมกับเด้งตัวลุกขึ้นนั่งมืดๆ
เขาตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยว เป็ไงเป็กัน! คืนนี้เขาต้องเล่าเื่ทั้งหมดให้ไอ้จ๊อดฟัง ไม่ว่าเื่ 'ระบบคำสาป' 'แต้มชีวิต' หรือ 'ชายแก่ปริศนา' จะฟังดูเหลือเชื่อ ไร้สาระ หรือบ้าบอคอแตกแค่ไหนก็ตาม ต่อให้ไอ้จ๊อดมันจะหัวเราะเยาะ ด่าว่าเป็บ้า หรือทำท่าเหมือนจะจับเขาพาไปส่งโรงพยาบาลศรีธัญญา เขาก็ต้องบอกมันคืนนี้! ตอนนี้! เดี๋ยวนี้เลย! เพราะหากเขาต้องแบกรับความลับและเงื่อนไขความตายนี้ไว้คนเดียวอีกแค่วันเดียว สมองเขาได้แตกเป็เสี่ยงๆ แน่!
ชายหนุ่มก้าวลงจากเตียงไม้ที่ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าด
ย่องเงียบๆ ไปตามก้อนอิฐบล็อกจนถึงข้างหน้าต่างห้องนอนของจ๊อด แสงไฟในห้องของมันดับสนิท มีเพียงเสียงกรนดัง "ครอกกกก... ฟี้..." ลอยเล็ดลอดออกมาจากช่องลม
ก้อนเมฆยื่นมืออันสั่นเทาไปเคาะกระจกหน้าต่างเบาๆ สองสามที ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...
"ไอ้จ๊อด... ไอ้จ๊อดเว้ย!" ก้อนเมฆเรียกเบาๆผ่านช่องกระจก
เสียงกรนเงียบกริบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะมีเสียงกุกกักดังขึ้นภายในห้อง พร้อมกับร่างผอมในชุดนอนลายการ์ตูนเดินโซเซมาเปิดหน้าต่าง ใบหน้าของจ๊อดงัวเงียจัด ตาปรือจนแทบปิด ผมชี้โด่เด่ไปคนละทิศคนละทาง
"เชี่ยไรของมึงเนี่ยไอ้ก้อน..." จ๊อดขยี้ตาพลางหาวหวอดใหญ่ "ตีหนึ่งนะเว้ยมึง! มึงเดินละเมอหรือเปรตสิงวะมาเคาะกระจกห้องกูตอนดึกๆ เนี่ย! ถ้ารวมเื่เมื่อเช้าที่มึงไปจูบลุงชุ่ม วันนี้มึงทำตัวแปลกซ้ำซ้อนเกินไปแล้วนะเว้ย!"
"จ๊อด... กูมีเื่สำคัญมากต้องบอกมึง" ก้อนเมฆทำหน้าจริงจังขั้นสุด ั์ตาของเขาเต็มไปด้วยความเครียดจนจ๊อดชะงักอาการง่วงไปทันที "มึงฟังนะเว้ย... เื่ที่กูจะพูดต่อไปนี้ มึงห้ามหาว่ากูบ้า ห้ามหัวเราะ และห้ามขัดกูจนกว่ากูจะพูดจบ เด็ดขาด!"
จ๊อดมองหน้าเพื่อนซี้ เห็นความจริงจังและร่องรอยความกลัวที่ซ่อนไม่อยู่ในดวงตาของก้อนเมฆ ความง่วงเหงาหาวนอนหายวับไปแปดสิบเปอร์เซ็นต์ "เออๆ ... มีไรมึงรีบพูดมา กูฟังอยู่"
ก้อนเมฆสูดลมหายใจเข้าปอดลึกที่สุด เริ่มต้นเล่าเื่ราวทั้งหมดั้แ่ต้น ั้แ่วันที่เขาเห็น 'หน้าต่างข้อความปริศนา' โผล่มากลางอากาศ ประกาศเตือนเื่คำสาปแห่งความตายกับชีวิตเขา เล่าเื่ที่เขาต้องหา 'แต้มชีวิต' เพื่อต่อเวลาออกไปทีละเจ็ดวัน เล่าถึงวีรกรรมเสี่ยงตายพุ่งสไลด์ใต้ท้องรถกระบะไปปลดสลักกรงเพื่อลากเ้าอู๊ดหมูขุนออกจากไลน์เชือดเมื่อวานเพื่อแลกกับแต้มแรก รวมถึงเื่ชายแก่ชุดสูทสีดำสนิทที่โผล่มาส่งยิ้มปริศนาตรงหน้าปากซอยและบนกำแพงวัดเมื่อเย็นนี้!
เมื่อก้อนเมฆเล่าจบ ความเงียบก็เข้าครอบคลุมพื้นที่ข้างหน้าต่างห้องนอน ก้อนเมฆก้มหน้านิ่ง เตรียมใจรับคำด่า คำหัวเราะเยาะ หรือคำว่า 'มึงบ้าไปแล้วไอ้ก้อน' จากปากเพื่อนรัก...
ทันใดนั้นเอง... จ๊อดก็เริ่มหลุดเสียงกึ้กๆ ออกมาจากลำคอ ร่างกายผอมๆของมันเริ่มสั่นอย่างรุนแรง ก่อนที่มันจะกุมท้องตัวเองแล้วะเิหัวเราะออกมาเสียงดังลั่นสนั่นตอนดึก!
"พรืดดดดด! ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆ! โอ๊ยยยยยยยย ยย กูไม่ไหวแล้วไอ้ก้อน! ฮ่าๆๆๆๆ!"
จ๊อดหัวเราะเหมือนคนบ้า เอามือตบขอบหน้าต่างป้าบๆ จนเสียงดังไป น้ำตาไหลพราก อ้าปากกว้างจนเห็นลิ้นไก่ มันทำท่าเหมือนฟังมุกตลกที่ขำที่สุดในรอบร้อยปี
"หน้าต่างระบบ? แต้มชีวิต? มัจจุราชชุดสูทดำ?! ฮ่าๆๆๆๆ! มึงเล่นเกม RPG หรืออ่านการ์ตูนอิเซไกมากเกินไปเปล่าวะไอ้ก้อน! โครงเื่แม่งโคตรตลกเลยนะมึง! กูว่ามึงต้องสติแตกเพราะเครียดเื่ลุงเดชเมื่อวานแน่ๆ! ฮ่าๆๆๆ!"
จ๊อดหัวเราะจนหน้าดำหน้าแดง ก้อนเมฆยืนหน้าเสีย กัดฟันแน่นด้วยความอับอายและน้อยใจ "มึงเห็นไหม... กูบอกแล้วว่ามึงต้องหาว่ากูบ้า! กูไม่น่ามาเล่าให้มึงฟังเลยไอ้จ๊อด!" ก้อนเมฆทำท่าจะหันหลังเดินหนีด้วยความผิดหวัง
แต่ว่า... ในวินาทีที่ก้อนเมฆก้าวขา จ๊อดก็หยุดหัวเราะทันที!
มันเอื้อมมือคว้าไหล่ก้อนเมฆไว้แน่น เสียงหัวเราะเมื่อครู่หายวับไปราวกับไม่เคยเกิดขึ้น ใบหน้าของจ๊อดเปลี่ยนเป็ความจริงจังในระดับที่ก้อนเมฆไม่เคยเห็นมาก่อนตลอดชีวิตที่รู้จักกันมา ั์ตาของจ๊อดไม่มีร่องรอยของการขบขันเหลืออยู่อีกเลย
"เดี๋ยวก่อนดิไอ้ก้อน... มึงจะรีบไปไหนวะ" จ๊อดพูดด้วยน้ำเสียงเรียบแต่หนักแน่น "เื่ที่มึงพูดมาทั้งหมดน่ะ... แม่งฟังดูเหมือนเื่บ้าๆ ที่คนสมองกวงๆเท่านั้นจะคิดได้"
จ๊อดหยุดหอบหายใจเล็กน้อย ก่อนจะยกมือขึ้นเกาหางตาเบาๆ ถอนหายใจยาว แล้วพูดต่อออกมาด้วยน้ำเสียงที่ทำเอาก้อนเมฆแทบตกตะลึง!
"แต่... " จ๊อดพยักหน้าช้าๆ สีหน้าเปลี่ยนเป็ความจริงจัง "มึงไม่ได้บ้าหรอกไอ้ก้อน... ที่มึงทำตัวแปลกๆ มั่วซั่วไปหมดตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา รวมทั้งเื่หมูเมื่อวาน ทุกอย่างมันมีเหตุผลของมันแล้ว!"
"มึง... มึงเชื่อกูเหรอวะจ๊อด?! เมื่อกี้มึงยังหัวเราะกูเหมือนคนบ้าอยู่เลย!" ก้อนเมฆเบิกตากว้าง ไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง
"ก็เื่มันตลกจนกูอดหัวเราะไม่ได้จริงๆ นี่หว่า!" จ๊อดกระตุกยิ้มกวนๆ ก่อนจะดึงหน้าจริงจังอีกครั้ง "แต่มึงคิดว่ากูเป็ใครวะ? กูคือ 'จ๊อด สายฮิป' นักสืบเอกชนแห่งซอยป่าข่อยนะเว้ย! กูสังเกตมึงมานานแล้ว มึงดูเครียดเหมือนคนโดนปืนจ่อหัวตลอดเวลา เื่เหนือธรรมชาติแบบนี้ถ้าเกิดขึ้นกับคนอื่นกูคงว่าบ้าและไล่ไปกินยา แต่กับมึง... มึงไม่มีทางเมคเื่บ้าๆ แบบนี้ขึ้นมาหลอกกูแน่!"
ดวงตาของก้อนเมฆเริ่มมีประกายแห่งความหวังและความโล่งอกเกิดขึ้นเป็ครั้งแรกในรอบหลายวัน
จ๊อดยิ้มกว้าง มนุษย์สายฮิปผู้ชอบเื่ตื่นเต้นและจินตนาการล้ำเลิศตบหน้าอกตัวเองอย่างมั่นใจ "ในเมื่อมัจจุราชมันอยากจะเล่นเกมกับมึงนัก... ได้! ถือว่ามันคิดผิดแล้วที่มากระตุกหนวดเสือคู่หูซอยป่าข่อยอย่างพวกเรา!"
ก้อนเมฆยิ้มออกมาทั้งน้ำตา เขาเอื้อมมือไปจับและบีบมือเพื่อนสนิทไว้แน่น ความหวาดกลัวที่เคยกัดกินหัวใจบัดนี้ถูกแทนที่ด้วยความฮึกเหิมและมิตรภาพอันยิ่งใหญ่
ยามดึกสงัดในเวลาตีหนึ่ง... ภารกิจพิชิตชีวิตเพื่อเอาชนะคำสาปมัจจุราชของสองเกลอคู่หูซอยป่าข่อย ได้เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็ทางการแล้ว!
แต่แล้ว... ในวินาทีที่มือของทั้งคู่จับประสานกันอย่างมั่นคง อากาศรอบตัวพลันเย็นเยือกขึ้นมาอย่างฉับพลัน!
วิ้งงงงงงง!
เสียงความถี่สูงสะท้อนในหัวของก้อนเมฆ พร้อมกับหน้าต่างแสงสีเืที่สว่างวาบขึ้นมากลางอากาศตรงหน้าก้อนเมฆต่อหน้าต่อตา! และในครั้งนี้... แม้กระทั่งจ๊อดเองก็ยังต้องขนลุกซู่เมื่อเห็นกลุ่มก้อนพลังงานสีแดงประหลาดสว่างจ้าอยู่ตรงกลางความมืด!
ข้อความตัวอักษรสีแดงเข้มค่อยๆ ปรากฏขึ้นทีละตัวอักษร ที่ดังขึ้นในหัวของทั้งสองคนพร้อมกัน:
[แจ้งเตือนจากระบบมัจจุราช]
เงื่อนไขเพิ่มเติมเสร็จสมบูรณ์: บุคคลที่สาม (ผู้ร่วมชะตากรรม) ได้รับรู้และยอมรับเงื่อนไขแห่งคำสาปเรียบร้อยแล้ว
สถานะการทำงาน: ยืนยันเป้าหมายพันธมิตรรับรู้คำสาป
ระบบเริ่มดำเนินการคำสาประดับที่ 2 และเปิดฉากภารกิจชะตากรรมอย่างเต็มรูปแบบ... ณ บัดนี้!