วันเวลาผ่านไปสองวันด้วยความรวดเร็ว สองวันที่ผ่านมานั้นชีวิตของเอกค่อนข้างเรียบง่าย ตื่นเช้าก็ออกกำลังกายตามปกติ จากนั้นก็ให้อาหารจิ้งหรีด พอว่างก็นอน ตกเย็นก็ไปออกกำลังกาย ไม่มีอะไรพิเศษเลย ถือว่าสุขสบายเกินไปด้วยซ้ำ
ส่วนพ่อกับแม่ทำงานค่อนข้างหนักเลย เพราะต้องเจรจาขายวัว ยังต้องไปซื้ออุปกรณ์ก่อสร้าง ใช้ทั้งพลังกายและพลังสมอง หนักหน่วงแสนสาหัสมาก
นี่เป็เพียงส่วนหนึ่งของพวกท่านในแต่ละวันเท่านั้น ยังมีอีกตั้งมากมายที่ไม่ได้บรรยาย
ด้วยทักษะการต่อรองราคาระดับเทพของแม่กุลทำให้ได้เงินมาจำนวนมาก พ่อค้าคนกลางถึงกับปวดกบาลเมื่อมาต่อรองกับแม่ของเอก เขาต่อรองราคามาตั้งมากมายหลายครั้ง แต่ก็ไม่มีครั้งไหนลำบากเท่าครั้งนี้ ทำเอากำไรเขาหายวับไปเกือบหมด
หลังจากที่ได้เงินขายวัว65,000บาทจากพ่อค้าคนกลางแล้วนั้น พ่อและแม่ก็เอาเงินจำนวน30,000ให้ลุงแดงตามที่ตกลงกันไว้ ซึ่งลุงแดงก็จะดำเนินงานให้พรุ่งนี้ทันที โดยที่พ่อไม่ลืมเอาภาพร่างที่เอกร่างขึ้นไปให้ลุงแดงด้วย
ระหว่างสองวันที่ผ่านมานั้นมีคนมาถามซื้อจิ้งหรีดอยู่เหมือนกัน แต่เอกไม่ขายโดยให้เหตุผลว่ามันยังโตไม่โตพอที่จะขาย และเขายังรับปากอีกว่าอาทิตย์หน้าเขาจะเอาไปขายแน่นอน
แล้วก็มีพวกวัยรุ่นภายในหมู่บ้านมาป้วนเปี้ยนแถวๆ หน้าบ้านด้วย ทำเอาพ่ออารมณ์เสียมากๆ จนต้องเอามีดมารับคมตรงหน้าบ้านอยู่บ่อยๆ เพื่อข่มขู่
เอกเองก็อยู่ในเหตุการณ์นั้น เขาเอามะม่วงน้ำปลาหวานที่เขาทำเองกับมือมากินอย่างสบายใจ เขาไม่สนใจเสียงนกพวกกาอยู่แล้ว
ระหว่างที่เอกนั่งกินมะม่วงอยู่นั้น เขาก็คิดขึ้นได้ว่าซื้อยีสขนมปังมาเมื่อไปที่ตลาดในเมืองครั้งก่อน เอกยิ้มแล้วก็คิดในใจว่ามีสิ่งที่ต้องทำแล้วสิ
เอกลุกพรวดขึ้นมาทันทีทำเขาที่พ่อลับคมมีดอยู่สะดุ้งใตามไปด้วย...
“โว้ย!! เอ็งเป็อะไรวะถึงได้พรวดพราดแบบนี้ ต่อต่อยหรือสมองมีอะไรกระทบกระเทือน..” เทียนพ่นออกมาไม่หยุด
“ก็ไม่มีอะไรมาก พอดีคิดออกน่ะว่าจะทำอะไร” เอกทำตัวเป็ทองไม่รู้ร้อน
“แค่นี้! ไม่เห็นต้องสะดุ้งซะแรงเลย ตกอกใหมด” พ่อบ่นอุบอิบ
เอกเดินออกมาจากตรงนั้นทันทีโดยไม่สนพ่อของเขาเลยแม้แต่น้อย เขาเดินตรงไปที่ห้องครัวเพื่อลองเช็กอะไรบางอย่าง ซึ่งก็คือมีเกือบทุกอย่างที่เขา้าแล้ว เหลือแค่ไม่กี่อย่าง นั่นก็คือน้ำตาล แล้วก็กระเจี๊ยบ
สิ่งที่เอก้าจะทำนั่นก็คือไวน์อย่างง่ายนั่นเอง ซึ่งมันก็ทำขึ้นได้ง่ายๆ ด้วยวัตถุดิบไม่กี่อย่างตามชื่อ แน่นอนว่าความอร่อยหรือความละมุนนั้นสู้ไวน์แท้หรือไวน์จริงๆ ไม่ได้ แต่รสชาติก็คล้ายๆ กัน และเอกก็รู้วิธีทำทั้งไวน์อย่างง่าย และไวน์ที่ขายกันแพงๆ ด้วย เพราะเขาเคยเป็พนักงานบริษัทไวน์มาก่อน
แต่เขาจะทำแค่ไวน์อย่างง่ายเท่านั้นเพราะถ้าจะให้เขาทำไวน์จริงๆ ขึ้นมันยากมาก มันหลายขั้นตอน และวัตถุดิบดิบต้องเป็ของดีอีกด้วย
...
เมื่อรู้สิ่งที่ขาดแล้วเอกเดินไปซื้อน้ำตาลจากนั้นก็เดินไปที่บ้านเจมส์เพื่อไปขอกระเจี๊ยบ พอไปถึงก็พบว่าตอนนี้เจมส์ไม่อยู่บ้าน มีแต่แม่ของเขาที่กำลังนอนกลางวันอยู่ เอกก็เดินไปขอกับท่านตรงๆ ซึ่งท่านก็บอกว่าหยิบตาม้าเลย
ได้ยินแบบนั้นเอกก็ไม่เกรงใจ เขาเด็ดเอาแต่ดอกใหญ่ๆ และแดงสดๆ ใส่ถุงพลาสติกที่เตรียมไปจนเต็ม เมื่อได้ที่้าเขาก็กลับบ้าน
“เองถืออะไรมาวะเต็มไม้เต็มมือ” พ่อถามด้วยความสงสัย
“น้ำตาลกับกระเจี๊ยบ” เอกตอบห้วนๆ เพราะเขากำลังรีบ
“เอามาทำอะไรวะ” พ่อยังไม่หายสงสัยจึงถามต่อ
“เอามาทำของอร่อยให้กิน รอชิมได้เลย” ขณะพูดเอกก็เดินเข้าบ้าน
“ชิ จะรอชิมแล้วกัน..” พ่อพึมพำเบามากๆ
ตอนวัตถุดิบและอุปกรณ์ก็ครบแล้วเอกตรวจสอบอีกรอบเพื่อความแน่ใจ เมื่อมั่นใจแล้วเขาก็ลงมือทำ
ขั้นตอนแรกก็ก่อไฟตั้งหม้อต้มน้ำตามสามลิตร เขาไม่อยากทำเยอะเพราะเปลืองน้ำตาล จากนั้นเขาก็ไปล้างกระเจี๊ยบพอล้างเสร็จเขาก็เอากระเจี๊ยบลงต้มตอนน้ำเดือด
ระหว่างนั้นเอกก็นั่งรอให้น้ำต้มกระเจี๊ยบมีเป็สีแดงสด เขาต้มนานๆ จนได้ที่้าแล้วก็เอาน้ำตาลลงตามความเหมาะสม นั่นก็คือหนึ่งกิโลครึ่ง ระดับความหวานเท่าน้ำอัดลมหรือมากกว่านั้น
กวนให้เข้ากันจากนั้นก็ตักกระเจี๊ยบออกให้หมดแล้วรอให้น้ำเย็นลง ซึ่งขั้นตอนนี้รอเป็ชั่วโมง ถ้าหากไม่อยากรอก็เอามาแช่น้ำเย็น
ถามว่าทำไมต้องรอให้เย็น? ก็เพราะถ้าเราเอายีสลงตอนที่ยังร้อนๆ อยู่ยีสจะตาย ก็ยีสเป็แบคทีเรียชนิดหนึ่งที่มีชีวิต
หลังจากรอให้เย็นแล้วเอายีสลงตามความเหมาะสมแล้วจากนั้นก็กรอกใส่ขวด เอาสำลีมาอัดปากขวดแล้วหมักไว้สักสองอาทิตย์ก็กินได้แล้ว รับรองนี่ของดี!
ถ้าหากเราปิดฝาขวดให้สนิทรับรองขวดะเิแน่นอนเพราะไวน์อย่างง่ายนี้ผลิตอากาศตลอดเวลา เลยต้องเอาสำลีมาปิด
แล้วถ้ากินแบคทีเรียแล้วจะไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับร่างกายเหรอ? แน่นอนว่าต้องท้องเสียถ้าเราไม่ฆ่ายีสก่อนกินไวน์
เอกทำไวน์อย่างง่ายได้ทั้งหมดสี่ขวด เขาเอาไปหมักไว้ที่ห้องของเขาเพราะเป็ที่ที่ปลอดภัยที่สุดแล้ว ถ้าหากเอาไว้ที่อื่นเดี๋ยวจะมีคนมาขโมยไปกินก่อน
เขาต้มกระเจี๊ยบั้แ่บ่ายยันเย็น ได้เวลาออกไปเตะบอลแล้ว ตอนนี้เอกสามารถหาทีมเล่นฟุตบอลได้ง่ายกว่าเดิมมาก เพราะสองวันที่ผ่านมาเขาโชว์ฝีไม้ลายมือจนวัยรุ่นในหมู่บ้านตะลึงมาแล้ว จึงค่อนข้างเป็ที่ยอมรับ
เอาเข้าจริงๆ เอกก็ไม่รู้จะทำอะไรเพราะมีสิ่งที่ปิดกั้นเขาเต็มไปหมด ดังนั้นในแต่ละวันมันช่างน่าเบื่อหน่าย เขาภาวนาในใจขอให้เวลาผ่านไปเร็วๆ จนเขาโตขึ้น เพราะเขาสามารถทำอะไรก็ได้ได้เต็มที่
แต่ระหว่างที่เขากำลังจะโตเป็วันผู้ใหญ่นั่นเขาก็มีความ้าหรือเป้าหมายเต็มไปหมดเช่นกัน ซึ่งสิ่งที่เขา้านั้นอยู่ในโรงเรียนเสียส่วนใหญ่ เขาทนรอไม่ไหวแล้วที่จะเข้าโรงเรียน
เป้าหมายของเขาไม่ได้อยากเด่นอยากดังอะไร แค่อยากตั้งใจเรียนแล้วก็เข้าไปใช้สิทธิ์ในการเป็นักเรียนให้เต็มที่เท่านั้นเอง แน่นอนว่าเขาต้องรวยไปพร้อมๆ กับเป้าหมายของเขา...
..