ท่านนักปราชญ์“จากการศึกษาที่พระนางทรงให้กระหม่อมไปศึกษาหาข้อมูลเพิ่มเติมมา ข้อมูลที่พระนางต้องการทั้งหมดตอนนี้อยู่ในมือกระหม่อมแล้วพะยะค่ะ”
ท่านนักปราชญ์กล่าวรายงานต่อหน้าที่ประชุมด้วยน้ำเสียงดัง ฟังชัด“ท่านลองเล่ามาให้ข้าฟัง ซิ” องค์ราชินีกล่าว
“พะยะค่ะ ดวงดาวนั้นเรียกว่า โลก เป็นดาวเคราะห์ที่อุดมสมบูรณ์เพียบพร้อมไปด้วยทั้งข้าว ปลา อาหาร จากแหล่งธรรมชาติมีทั้งแหล่งน้ำ ภูเขา ถ้ำ ผา ทะเล และมีฤดูกาลที่ผลัดเปลี่ยนเวียนหมุนตลอดทั้งปี มีทั้งฤดูหนาว ฤดูร้อน และฤดูฝน ถือได้ว่าเป็นดินแดนที่เหมาะสมยิ่งนักพะยะค่ะ ที่จะทรงย้ายถิ่นฐานบ้านเมืองของเราไปปักหลักฐานอยู่ที่นั้น
และที่สำคัญไปกว่านั้น จากการศึกษาดวงดาวและวงโคจร กระหม่อมคิดว่าตอนนี้ฟ้าดินบนสรวงสวรรค์ท่านเปิดทางให้พระนางได้สร้างทรงผลงาน สร้างความยิ่งใหญ่ ชื่อเสียง ของพระนาง ให้จารึกไม่วันลืมเลือนเป็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของดวงดาวของเรา ที่คนรุ่นหลังจะจำชื่อของพระนางไม่มีวันเลือน แม้ชั่วฟ้าดินสลาย พะยะค่ะ”
ท่านนักปราชญ์กล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง ชายชราแก่ผู้นี้ ท่านยอมปล่อยให้ตัวเองถูกมองเป็นคนบ้า ไร้สติ รักความสกปรกชอบความโสโครก ด้วยรูปลักษณ์ภายนอกที่ไม่ค่อยจะน่ามองเท่าไหร่นัก ด้วยความละเลยหรือความตั้งใจก็ไม่รู้ที่ท่านยอมปล่อยให้หนวดเคราขึ้นตามบริเวณใบหน้านั้น จนยาวเยียด กาลเวลาผ่านมาหนวดเคราได้เปลี่ยนสีจากสีดำเงาของสมัยยังเป็นหนุ่มก็ผลัดเปลี่ยนเป็นสีขาวสุกงอม ผมเผ้ายาวรกลุงรังทั้งหยิก รูปร่างก็อ้วนท้วมดูอัปลักษณ์ ประกอบกับเสื้อผ้าที่ใส่แต่ชุดเดิมๆ เก่าๆ ทั้งขาด ทั้งแหว่ง มองผิวเผินคงคิดว่าเขาเป็นคนธรรมดาปลายแถว หรือไม่ก็ผีบ้า ขอทานข้างถนน
ภาพลักษณ์ภายนอกที่ถูกฉาบและเนรมิตขึ้นมานั้น ล้วนเกิดจากความตั้งใจของเขาเองทั้งสิ้น บุคลิกที่ดูโสโครกจนน่ารังเกียจในสายตาคนอื่นแต่กลับเป็นอัญมณีล้ำค่ายิ่งนักของจักรภพ และดวงดาวของเรา เพราะท่านผู้นี้เป็นผู้มีความรู้ มีภูมิฐาน ความเชี่ยวชาญพิเศษทางด้านการวางแผน การคิดค้น การประดิษฐ์ การวิจัย ข้อมูลข่าวสารต่างๆ ทั่วจักรภพและดวงดาว มิอาจรอดเร้นจากสายตาของเขาได้ สิ่งนี้และคือความพิเศษเลยส่งผลให้ชายแก่ผู้นี้เป็นบุคคลหายากแห่งศตวรรษก็ว่าได้
นอกจากนี้เขายังเป็นดั่งมันสมองของจักรภพและจักรวาล และที่สำคัญเขายังเป็นที่ปรึกษาและอาจารย์ของเหล่าองค์ราชันย์มาหลายสมัย ถือได้ว่าเป็นรอบรู้ทั่วฟ้าและจักรวาล คำพูดของเขาที่เอ่ยมานั้นจึงยิ่งดูมีความน่าเชื่อถือ
“ถ้าท่านพูดเช่นนั้น สิ่งที่ข้าคิดทบทวนตลอดมาชั่วค่ำคืนก็คงไม่ผิดเพี้ยนแต่ประการใด ประกาศคำสั่งออกไป เราจะยึดครองเอาดินแดนของดาวเคราะห์ที่ชื่อว่าโลก เป็นดาวดวงใหม่ของการเริ่มต้น พวกเราจะย้ายไปตั้งถิ่นฐานใหม่อยู่ที่นั้น และข้าขอตรัสต่อหน้าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายที่สิงสถิตอยู่ในพิภพ จักรวาล และดวงดาว และเหล่าองค์จักรพรรดิ ท่านบรรพบุรุษทั้งหลายของข้า สายเลือดของข้า ข้าจะเป็นผู้นำของดวงดาวเรา เพื่อไปพิชิตภารกิจนี้ให้สำเร็จ ลมหายใจของข้าถ้าท่านต้องการ พวกท่านจะพรากมันไปจากข้าได้ก็ต่อเมื่อข้าได้ครองแผ่นดิน ของดาวเคราะห์ที่ชื่อว่า โลก แล้วเท่านั้น”
น้ำเสียงหนักแน่ทรงพลังกังวานก้องไกล ความเด็ดเดี่ยว ความทระนงของพระนาง ยิ่งทำให้เหล่าขุนนางทั้งหลายเชื่อมั่น และศรัทธาในตัวพระนางยิ่งนัก พวกเขาพากันส่งเสียงเปล่งร้องพร้อมเพรียงกันด้วยความหึกเหิม
“พระนางจงเจริญ พระนางจงเจริญ พระนางจงเจริญ”
“ถ้าพระนางทรงตรัสเช่นนั้น กระหม่อมเองมิบังอาจจะขัดต่อพระทัยของพระนาง กระหม่อมจะแนะนำพระนางเบื้องต้น ว่าเมื่อไปถึงดาวเคราะห์นั้นแล้ว พระนางควรจะกระทำเช่นไรบ้าง?”
ท่านนักปราชญ์กล่าวรายงานต่อที่ประชุม
เราจะอยู่ด้วยกันในโลกจินตนาการและสุดท้ายนี้รู้สึกอย่างไร เอามาแชร์กัน