ไฟไหม้
หลังจากที่ลงมือกับสวนแห่งใหม่มาร่วมสิบกว่าวันแล้วสุดท้ายทุกอย่างก็เสร็จสิ้นลง ทั้งรั้ว ทั้งขุดสระน้ำ เตรียมพื้นที่ปลูกผลไม้และนำต้นผลไม้ลงดินไปหมดแล้วยังเหลือก็แต่ค่ายกลอากาศเมืองร้อนที่ชิงเถากำลังลงมือทำอยู่ตอนนี้งานนี้ต้องใช้การร่วมมือกับคนในครอบครัว
“ด้านนี้เสร็จแล้ว” “พวกเราก็เสร็จแล้ว” เสียงทุกคนที่อยู่รอบๆพื้นที่วางค่ายกลกำลังวางเสาหลักลงอักขระค่ายกลสำหรับสร้างเป็นหลักดึงพลังปราณมาใช้
“เจ้าค่ะ”ชิงเถาเอ่ยรับทราบออกมา และนางก็ปักเสาหลักสุดท้ายไว้ตรงกลางของค่ายกลให้เป็นแกนหลักควบคุมค่ายกลนี้เมื่อวางวัตถุสำหรับสลักอักขระค่ายกลแล้ว ชิงเถาก็ลงมือทำอีกขั้นตอนทันทีนั่นก็คือสลักอักขระลงไปในเสาหลักสุดท้ายนี้ โดยการปลดปล่อยพลังปราณลงไปกระตุ้นก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อยกับการวางค่ายกล
“เสร็จเรียบร้อยเจ้าค่ะ”ชิงเถาบอกกับทุกคนอย่างดีใจเมื่อพวกเขาเดินมารวมเข้ากับนางแล้ว
“แล้วลูกเป็นเช่นไรไหวหรือไม่” นางลี่จูถามบุตรสาวออกมาอย่างเป็นห่วงเพราะนี่ถือว่าต้องใช้พลังปราณใปเยอะทีเดียว จึงกลัวว่านางจะเป็นอะไรไป
“สบายเจ้าค่ะตอนนี้เราก็กลับเรือนกันเถอะอยู่ในนี้ร้อนนัก” นางรีบชวนทุกคนออกจากค่ายกลนี้ทันทีดูสิมันช่างทำงานได้ทันทีเลยไม่เหมือนเครื่องปรับอากาศที่ยังต้องรอให้มันทำงานสักพักแต่นี่สร้างเสร็จก็ร้อนทันทีร้อนขนาดนี้อีกไม่นานภายใต้ค่ายกลฝนอาจจะตกลงมาก็เป็นได้
“เช่นนั้นก็กลับกันเถอะอากาศร้อนจริงๆ” จิ้นสิงเห็นด้วยกับบุตรสาวอย่างมากนี่ถือว่าค่ายกลสำเร็จไปด้วยดีใช่หรือไม่
ชิงเถาที่เสร็จงานหลักๆ ในจวนแล้วนางก็ได้มีเวลาเพิ่มมาฝึกปราณเสียที ตอนนี้นางอยู่ที่ระดับเดิมมาสักพักแล้วจึงต้องได้เวลากลับมาจริงจังกับการฝึกเสียทีแต่ว่าการฝึกปราณเพียงอย่างเดียวก็ไม่ได้แล้วนางจึงต้องออกมาวิ่งรอบจวนกับเชี่ยนเชี่ยนให้ได้ฝึกทั้งปราณทั้งร่างกายไปพร้อมๆกันเพราะจากเหตุการณ์ที่นางเห็นการต่อสู้กันแล้วจึงต้องเตรียมร่างกายให้พร้อมสำหรับการการต่อสู้เพื่อป้องกันตัวให้ได้อย่างแข็งแรง
‘เร็วๆสิ เจ้าช้าไปแล้วนะ ดูสิตัวก็ใหญ่กว่าข้าขาก็ยาวกว่าวิ่งให้เร็วๆ หน่อย’ เชี่ยนเชี่ยนที่วิ่งอยู่ข้างหน้านางหันมาเร่งให้รีบออกตัววิ่งตามให้ทัน
‘เฮ่อๆๆก็ข้าเหนื่อยหนิ ทั้งใช้กำลังในการวิ่งทั้งดูดซับพลังปราณไปด้วยอีกยิ่งเหนื่อยกว่าเดิมสิ’ นางตอบออกไปด้วยเสียงขาดๆหายๆ ตอนแรกที่เหนื่อยแล้วได้พลังปราณเข้ามาก็รู้สึกดีอยู่หรอกแต่ยิ่งฝึกจากที่รู้สึกว่าสบายกายมันก็หายไปเหลือแต่ความหอบเหนื่อยนี่ล่ะที่นางต้องเจอ
‘ดีแล้วทั้งร่างกายทั้งพลังปราณเจ้าจะได้แข็งแรงสมดุล ฝึกต่อไปเดี๋ยวก็เหนื่อยน้อยลงเอง’ตอบกลับมาก่อนจะหันกลับไปวิ่งต่อ ไม่รอกันเลยนะ รอข้าด้วย นางได้แต่ฮึดสู้วิ่งออกไปอีกครั้งด้วยเหงื่อที่โทรมกาย ในสายตาคนอื่นที่ยืนมองนางอยู่ตอนนี้ได้แต่สงสารเห็นใจวิ่งเพียงไม่นานนางก็จะไม่ไหวไปเสียแล้ว
“พี่รอง เร็วๆขอรับ” “พวกข้าไปก่อนแล้วนะ” สองแฝดที่ก็มาวิ่งกับนางด้วยเมื่อได้ยินว่านางจะมาวิ่งออกกำลังกายพวกเขาที่เห็นว่าเพียงน่าจะสนุกจึงมาวิ่งเป็นเพื่อนนาง
“ใครไหวไปก่อนเลย”นางบอกออกมาเพียงแค่นั้น แล้วหันไปสอนใจกับการวิ่งช้าๆ ของตนต่อปล่อยให้น้องชายวิ่งเล่นนำไปก่อนเลย
“เช่นนั้นข้าสองคนไปก่อนแล้วขอรับไปเรามาแข่งกัน” หมิงลู่เอ่ยบอกพี่สาวก่อนจะหันไปท้าพี่ชายต่อแล้วรีบถีบตัววิ่งนำไปทันที
“นี่เจ้า”หมิงเลี่ยนที่เจอน้องชายท้าก็รีบวิ่งตามไปทันทีเหลือไว้เพียงเจ้าเต่าชิงเถาตามหลังอยู่คนเดียว สงสัยนางต้องรีบแล้ว เดี๋ยวเชี่ยนเชี่ยนที่อยู่ข้างหลังไม่ไกลจะแซงนางไปอีกรอบ
ตกกลางคืนชิงเถาที่วิ่งอย่างเอาเป็นเอาตายในตอนกลางวันเมื่อหัวถึงหมอนก็นอนหลับสนิทไปทันทีไม่ต่างไปจากเชี่ยนเชี่ยนที่ก็เข้านอนเร็วไปพร้อมๆ กับนาง
เที่ยงคืนผู้คนหลับสนิทท้องฟ้าไร้แสงสว่างเหมาะกับการกระทำอะไรสักอย่าง หรือทำอะไรได้หลายอย่างที่ไม่ต้องการให้ผู้คนพบเห็นหรืออำพรางตัวตนเช่นเดียวกันกับชายชุดดำทั้งห้าที่ได้เวลาออกไปปฏิบัติหน้าที่ตามที่ได้รับหมอบหมายมาพวกเขาตรงไปทางถนนลงใต้ ถนนอีกเส้นหลักที่มีร้านค้าร้านรวงตั้งอยู่มากมายแต่แถวนี้ไม่มีร้านพวกที่เปิดตอนกลางคืนเช่น หอนางโคม ดังนั้นทั้งถนนนอกจากโคมตามร้านดวงเล็กๆก็ถือว่าไร้แสงสว่างแล้ว
“ลงมือ”เสียงหัวหน้ากลุ่มคนชุดดำเอ่ยออกมาเบาๆ สั่งให้ลูกน้องเริ่มลงมือทันที
‘พรึบ!!’คนชุดดำกระจายตัวออกไปทำหน้าที่ของตนเองทันที อุปกรณ์ที่พวกเขาเตรียมมานั้นเป็นน้ำมันที่กำลังราดไปรอบๆ ร้าน เอาให้มอดไหม้ในเวลาเพียงเค่อเดียวเลยเมื่อหน้าที่ลูกน้องที่ไปทำเสร็จแล้ว พวกเขาก็กลับมาหยุดยืนอยู่ด้านหลังหัวหน้ารอดูขั้นตอนต่อไปทันที
‘ฟลืบบบ’ชายชุดดำผู้เป็นหัวหน้าจุดไฟโยนลงไปบนพื้นที่ราดน้ำมันรอไว้แล้ว
“หลบ”เขาบอกกับลูกน้องเมื่อหน้าที่สิ้นสุดลงให้หลบมุมออกไปยืนดูอยู่ห่างดูเพื่อให้แน่ใจว่างานของเขาเสร็จเรียบร้อยดีแล้ว
ชั้นสองของร้านเจี้ยนเฉิงที่มีหานตงและคนงานอีกสามคนนอนเฝ้าร้านอยู่พวกเขานอนหลับไปตั้งแต่หัวค่ำแล้วเพราะงานที่หนักจึงต้องรีบเข้านอนเพื่อเก็บแรงไว้ทำงานวันต่อไปแต่นอนไปได้ค่อนคืนกลับรู้สึกร้อนๆ ใช่อยู่ที่ว่าตอนนี้ยังอยู่ในหน้าร้อนแต่ทำไมคืนนี้ถึงได้ร้อนขนาดนี้
“ร้อนขนาดนี้จิบน้ำเสียหน่อยคงดี” หานตงที่รู้สึกร้อนจนนอนไปหลับจึงลุกขึ้นไปหาน้ำดื่มแต่ด้วยห้องที่เขานอนนั้นเปิดหน้าต่างไว้อยู่เขาที่เงยหน้าขึ้นมองกลับพบกลับเปลวเพลิงที่อยู่ไม่ไกลทั้งเปลวเพลิงทั้งควันดำโขมงที่ลอยมาถึงเขาในห้อง
“ไฟ ไฟไหม้”เขาตกใจอย่างมากกับเหตุการณ์ตงหน้า ไม่มีเวลาอึ้งได้นานเขารีบไปปลุกคนอื่นๆ ที่ยังหลับอยู่ทันที
“ตื่นเร็วตื่นๆ ไฟไหม้” เขาร้องตะโกน ทั้งเข้าไปเขย่าตัวเพื่อนให้รู้สึกตัวทันที
“มีอะไร ฮะไฟไหม้”พวกเขาที่ตื่นขึ้นมามองเห็นไฟสีแดงที่อยู่ไม่ไกลก็พากันตกใจไปตามๆ กัน
“เร็วๆเราต้องลงไปก่อน” เขาบอกกับทุกคนแล้วเดินนำลงไปทันที ไฟที่ไหม้ไม่ใช่ที่ร้านพวกเขาอยู่แต่มันอยู่เพียงใกล้ๆนี้พวกเขาต้องรีบลงไปป้องกันมันไว้ก่อนแล้ว ก่อนที่จะลุกลามมาถึงที่นี่
เมื่อพวกหานตงลงมายังหน้าร้านแล้วจากที่ต้องไปช่วยดับไฟตอนนี้ได้แต่จะยืนเป็นลมไปล้มไป เพราะตรงที่ถูกไฟเผานั้นนั่นมันร้านอาหารของพวกเขาหนิ มันกำลังลุกไหม้ไปถึงชั้นสองแล้วตอนนี้
“ไฟไหม้ๆๆๆๆ”เสียงร้องตะโกนไปทั่วตลาดผู้คนที่ตื่นขึ้นมาเจอเหตุการณ์ก่อนก็รีบร้องบอกเพื่อนบ้านให้รีบหนีออกมาจากที่ใกล้กับที่เกิดเหตุให้เร็วที่สุด
“ดับ ดับไฟไปเอาน้ำมาดับไฟเร็ว” หานตงตะโกนขึ้นมาเรียกสติคนอื่นๆ แล้ววิ่งหาอะไรที่เจอพอจะไปตักน้ำมาสาดใส่ไฟได้ตอนนี้ต้องควบคุมไฟให้ได้เพราะอีกไปนานมันต้องลามไปยังร้านข้างๆ แน่ดีที่ทุกร้านไม่ได้อยู่ติดกันแต่มีช่องว่างที่พอให้รถม้าข้าไปได้อยู่
“ช่วยกันดับไปเร็ว”เสียงใครสักคนร้องขึ้นอีกแล้วรีบเกณฑ์คนออกจากพื้นที่ และรวมคนที่มีแรงมาช่วยกันดับไฟให้ได้ทันเพราะไม่เช่นนั้นคงไม่ใช่ร้านเดียวที่จะถูกไฟไหม้