ตอนที่ 5 บันทึกชำรุดสีดำ
ผ่านไปจนเวลาดึกดื่น ภายในศาลเ้าไท่กง หน้าองค์เทพใหญ่สองผู้เฒ่าชราหญิงชาย ต่างยืนอยู่เบื้องหน้าเด็กชายหินที่ยังสลบนอนหลับใหลมือหนึ่งเกาคาง มือหนึ่งเกาก้น ทั้งคู่ไม่อาจจะเอี้อนเอ่ยคำใดออกมาได้ในยามนี้ กับเด็กประหลาดกับเหตุการณ์ประหลาด หนึ่งเดียวในปฐี ต่างทำให้สมองทั้งคู่เป็ดังคอมพิวเตอร์ที่เกิดอาการหยุดทำงานไปดื้อๆ
“นี่มันวาสนาขยะชัดๆ” คุณหนูหยกกล่าวคำนี้ซ้ำกันมากกว่าห้าครั้งแล้ว หลังจากนำเด็กชายหินออกมาจากห้องหลังเล็กพร้อมได้ตรวจทานร่างกายเด็กชายอีกรอบ
“ใช่ขยะ...” เฒ่าชราผมขาวเอ่ยคำนี้มาห้าครั้งแล้วเช่นกัน
ห่านาทีผ่านไป...
“บันทึกแห่งชะตา เมื่อผสานกับกายแล้ว ก็ไม่อาจเอาออกได้อีก”ในที่สุดเฒ่าชราผมขาวเอ่ยออกมา นอกจากคำว่า ใช่ขยะ
“ด้วยวาสนานี้ เด็กนี่อาจจะตายในการข้ามผ่าน”คุณหนูหยกเอ่ยหน้าผากที่เหี่ยวย่น ยิ่งยับย่นยิ่งกว่าเดิมอีก “ห้าเล่มบันทึกถึงห้าเล่ม แม้จะเป็ขั้นธรรมดา ยิ่งเล่มสุดท้ายสีดำนั่นอีก กลิ่นอายเก่าแก่ดึกดำบรรพ์เล่นนั้นให้ความรู้สึกเก่าแก่ยิ่งกว่าห้องโถงแห่งชะตาเสียอีก”
เฒ่าชราผมขาวส่ายศีรษะไปมา จ้องมองเด็กชายหินด้วยอารมณ์หลากหลายราวกับ้าเห็นสิ่งที่ซ่อนลึกสุดขั่วภายในกายที่แสนจะธรรมดาจนถึงโครตๆธรรมดามาก หรือจะเรียกว่าหวย หรือจะเรียกขยะก็ไม่เกินเลยไปนัก ด้วยพร์ของผู้ถูกเลือกจากชะตาฟ้าอย่างน้อยกำเนิดมาด้วยการมีทะเลปราณ(ตันเถียน)แต่กำเนิดอย่างน้อยหนึ่งแห่งจากทั้งหมดสามแห่ง หากพร์ดีขึ้นมาอีกนิด บังเกิดจุดชีพจรย่อยหรือช่องโพลงลมปราณต้องมีขนาดใหญ่แข็งมากน้อยตามแต่พร์ร่างกาย แต่เด็กชายหินผู้นี้ อย่าว่าแต่ทะเลปราณ (ตันเถียน)แม้แต่จุดชีพจรหรือช่องโพลงเล็กๆยังไม่มี นี่ยังแย่ยิ่งกว่าคนปกติทั่วไปด้วยซ้ำ
-โถงชะตาชำรุดแน่...- ความคิดของคุณหนูหยกดังบอกกับตนเอง
“คุณหนูหยก... อาหินต้องข้ามไปหล่ายแน่คับ”เฒ่าชราผมขาวเอ่ยอย่างมั่นใจในที่สุด “มันธรรมดาเกินไปเด็กผู้นี้ธรรมดาเกินไปจิงๆ” ผู้เฒ่าสรุป
“ช่องเดินทางพิเศษ ที่ปรมาจารย์เฮงนำมา สั่งให้ผู้เฒ่าอี้ชางสูเตรียมให้พร้อม”คุณหนูหยก หลังจากตัดสินใจอยู่นาน เอ่ยออกคำสั่งทันที
“ขอรับคุณหนู”
“นี่ก็ดึกมากแล้ว ท่านก็ไปส่งอาหินแล้วกันจะได้แจ้งกำหนดวันเดินทางแต่คนเ่าั้” คุณหนูหยกกล่าวต่อ “ตระกูลเฮงคงยินดีสามร้อยปีมานี่นับว่าตกต่ำที่สุดแล้ว”
เฒ่าชราผมขาวรับคำ น้อมส่งคุณหนูหยกจากไป ขณะรอให้เด็กชายหินตื่นท่านผู้เฒ่าเดินหายเข้าในห้องพักก่อนจะกลับมาในชุดเสื้อคอจีน(ถังจวง)สีดำลายัที่ชาวไทยเชื้อสายจีนนิยามใส่กันในงานมงคลต่างๆ เมื่อกลับออกมาเฒ่าชราย่อกายลงจี้นิ้วลงไปที่ร่างเด็กชายทีหนึ่ง
“โอ๊ย...คันๆ...” เด็กชายหินดีดร่างขึ้นเร็วอย่างง ราวกับถูกแตนต่อย
“ฮ่าฮ่าฮ่า...อาตี๋อายุเพียงเท่านี้ รู้จักหลอกลวงคนแก่”เฒ่าชรารู้ว่าเด็กชายตื่นมานานแล้วเพียงไม่เปิดเผย จึงกลั่นแกล้งสักเล็กน้อย
“อากง... ผมแค่กลัวอาม่า(ย่า)” เด็กชายทำหน้าย่นเกาตามไปตามตัวความจริงเด็กชายตื่นั้แ่เริ่มถูกนำตัวออกมาจากโถงชะตาแล้วเพียงแต่หญิงชรานามหยก ยามนั้นทั้งตื่นตระหนก ทั้งกังวลร่างกายเปล่งกลิ่นอายหน้ากลัวราวกับกดทับผู้คน เด็กชายรู้สึกราวกับจะถูกกดทับจนตายความจริงด้วยท่าทางขึงขัง เคร่งเครียดตลอดเวลาของหญิงชราต่อให้ไม่ปลดปล่อยกลิ่นอายยอดฝีมืออกมาเด็กทั่วไปก็กลัวกันหมดแล้ว
“คุณหนูหยก ดุแต่หน้า ท่านใจดีมากเลยละหินเอ๋ย”เฒ่าชราลูบศีรษะเด็กชายอย่างอ่อนโยน “บอกกงหน่อยที่ลื้อได้มามีบันทึกเคล็ดความอะไรบ้าง”
เด็กชายได้ยินก็ยิ้มจนปากบาง หัวร่อฮี่ฮี่ฮี่ “กงตอนนี้ผมอับดุลแล้วละ ถามาตอบได้”
“อารายของลื้อ กงม่ายเข้าใจ”
“โถ่กง ไม่รู้จักอับดุลได้ นี่กงไม่เคยดูตลกสามช่าเลยสิ”เด็กชายเกาศีรษะแก๊กๆ “ทั้งหมดเป็บันทึกข้อความครับกง เกี่ยวกับ ทวยเทพโบราณเทพอสูรบรรกาล มวลมารโลกา มหาาเทพา และก็เื่ราวพืชและสัตว์โบราณรวมห้าเล่มครับ” เด็กชายหินยอกมือขึ้นมานับนิ้ว
-นี่มันของขยะทั้งนั้น มีเพียงเล่มสุดท้ายที่มีประโยชน์ อาตี๋มันไม่มีวาสนาฝึกวรยุทธ์จริงๆสงสัยคงให้เป็นักศึกษาละม้าง- เฒ่าชราผมขาวครุ่นคิดในใจผู้เดียว
“ออ เล่มสุดท้ายไม่มีอะไรเลยครับ มันเป็สีดำอย่างเดียวสงสัยจะชำรุด มีแต่ชื่อว่าบันทึกเทพา กงรู้จักเปล่าครับ”
“สีดำจิง จิงจิง... “เฒ่าชราผมขาวได้ฟังเอ่ยเบาๆคราแรกนึกว่าเหตุการณ์รวดเร็วเกินไป ด้วยในบูมบันทึกของโถงชะตา ไม่มีบันทึกระดับชั้นนี้“สีดำ นี่มืดกว่าสีเทาอีก หรือจะเป็บันทึกต่ำกว่าชั้นธรรมดาเป็ของชำรุดชิ้นหนึ่ง ชื่อบันทึกเทพา นับว่าไม่ได้ได้ยินมาก่อน”
“เอาเถอะ อย่างน้อยหากลื้อข้ามไปฝั่นโน้นได้ลื้อจะกลายเป็ผู้หยั่งรู้ได้”เฒ่าชราคิดว่าเด็กชายไม่มีวาสนาจะฝึกวรยุทธ์ได้แล้วในตอนนี้
“ผู้หยั่งรู้? กงผู้หยั่งรู้เก่งมากเปล่าครับแล้วต้องทำอะไรครับ”เด็กชายเร่งถามอย่างสนใจ
“ผู้หยั่งรู้ ม...เป็ผู้ให้ความรู้แก่ทุกผู้คนในดินแดนเริ่มต้น”เฒ่าชราไม่อาจหักใจกล่าวว่าไม่อาจฝึกวรยุทธ์ได้ออกมา
“เป็อาจารย์นี่เอง” เด็กชายถูจมูกอย่างยินดีจนเฒ่าชราต้องส่ายหน้าคราหนึ่ง
“ไป...อาตี๋ ดึกมากแล้ว กงส่งลื้อกลับบ้านเอง”
“หว่า... ปกติม่าม้า(แม่)ต้องมาตามแล้ว” เด็กชายยกมือนับนิ้ว“วันนี้คนพวกนั้นจะมาอีกแล้ว ไปกง...”เด็กชายรู้ว่านี้จะเป็วันที่เ้าหนี้มาทวงเงิน ซึ่งเด็กชายรู้อยู่ว่าทางบ้านฐานะยากจนและยังทุ่มเงินทั้งหมดให้บุตรทั้งสามได้เล่าเรียน เงินทองยิ่งอัตคัดยิ่งจนต้องไปกู้เงินมาก้อนโตประจวบกับคู่ค้าที่เคยทำร่วมกันค่อยหายไป ยิ่งทำให้ทุกอย่างเริ่มแย่ลง
“อาตี๋ แว่นตาลื้อ....” เฒ่าชราผมขาวโยนแว่นสายตาที่เ้าตัวทำตกไว้ให้
“เอ... ผมมองเห็นชัดมากกง” เด็กชายหินรับแว่นสายตามาด้วยความงุนงงเพราะตอนนี้ช่างมองได้ชัดเจนกว่าที่เคย ไม่ต้องง้อแว่นสายตาแล้ว
“นั่นเป็ผลจากน้ำแร่ศักดิ์สิทธ์ฟื้นฟู ปรับสมดุลร่างกายขั้นพื้นฐาน”เฒ่าชราบอกด้วยอารมณ์เอ็นดู
“อากงไม่ต้องไปส่งก็ได้ครับ ผมเดินทุกผ่านแถวนี้ทุกวันไม่มีอะไรน่ากลัวครับ” เด็กชายร้อนใจกลัวอากงเดินมาส่งยิ่งล่าช้ารีบบอกกล่าว แล้ววิ่งซอยเท้าไปอย่างรวดเร็วไม่รอฟังคำตอบ
“อาตี๋นี่ใจร้อนจิงจิง” เฒ่าชราผมขาวสั่นศีรษะอย่างอ่อนใจก่อนก้าวเท้าตามไปอย่างเนิบนาบ
เด็กชายหินวิ่งไปจนจะลับมุมตึก ยังมีเวลาหันมามองเมื่อเห็นเฒ่าชราผมขาวยังยืนอยู่ที่เดิมก็ส่งยิ้มให้แต่ไกลจนลับหัวมุมอย่างทะเล้น ซึ่งหากเด็กชายหยุดมองอีกครู่จะเห็นว่าเพียงก้าวเดียวที่ผู้ชราที่ดูไร้เรี่ยวแรงก้าวเดินกลับย่นระยะได้กว่าสิบก้าวอย่างน่ามหัศจรรย์
หลังมุมตึกเป็ถนนลาดยางดำขนาดใหญ่เพียงพอให้รถบรรทุกวิ่งสวนกันได้ไม่ลำบาก สองฝากฝั่นมีไหล่ถนนที่ยกสูงกว่าพื้นถนนบรรจงสร้างวางพื้นทางด้วยอิฐตัวหนอนไว้ให้ผู้สัญจรไปมาเดินอย่างสบายเท้าแม้จะเสาไฟให้แสงสว่างทุกๆระยะยี่สิบห้าเมตร สิ่งก่อสร้างสองฝากฝั่งเป็ตัวอาคารบ้างเก่าบ้างใหม่ ที่เก่าจะเป็บ้านสองคูหาครึ่งปูน ครึ่งไม้สองชั้นแข็งแรงบางส่วนเป็เป็อาคารพานิชย์สองชั้นดูสีซีดจางส่วนอาคารใหม่ส่วนใหญ่จะเป็อาคารพานิชย์หลายคูหา ั้แ่สองชั้นจนถึงห้าชั้นเก่าใหม่สลับไปตลอดทางที่ตรงยาวกว่าสามร้อยเมตรก่อนจะถึงสี่แยกใหญ่ ซึ่งระยะทางสามร้อยเมตรถูกจับจองด้วยอาคารปลูกสร้างจนแน่นขนัดซึ่งทั้งหมดต่างเป็ร้านค้าขายของต่างๆ ปกติในยามกลางวันสองเดินสองฝั่งผู้คนจะเนื่องแน่นแทบจะหาที่เดินไม่ได้ แต่ยามนี้กลับสงบสุขนานๆจะมีรถวิ่งผ่านสักคัน เด็กชายหินวิ่งไปข้างหน้าอย่างร้อนใจ ยิ่งรู้ว่าวันนี้เป็วันที่คนเ่าั้จะมาเื่เงินที่กู้ยืม
ขณะวิ่งต่อจากมุมตึกได้ประมาณร้อยเมตรขนคอพลันลุกซูขึ้นมาจนต้องมองหันกลับไป แต่ตกสะดุ้งจนะโโหยงขึ้นเมื่อเฒ่าชราผมขาวเดินตามมาเื้ัห่างไม่เกินสามก้าวเท่านั้นเอง
“อากง...ผมแทบหัวใจวายตายแล้ว” เด็กชายหินร้องเสียงหลงใจเต้นตึกตักตึกตักไม่เป็จังหวะ หลังจากได้รับบันทึกจากโถงชะตาในความทรงจำของเด็กชายย่อมรู้ถึงความสามารถของผู้ฝึกวรยุทธ์ทั้งยังมีบันทึกเกี่ยวกับาเทพายิ่งได้เห็นสิ่งต่างที่เกินกว่าดูหนังไซไฟล้ำอนาคตอย่างสตาร์วอร์ หรือค่ายมาเวลต่อให้บวกรวมกับโลกเวทมนตร์ของแฮรี่พอตเตอร์ หรืออย่างหนังกำลังภายในของฉีเคอะแล้วรู้สึกว่าเป็ยังตื่นตาตื่นใจได้อีก สิ่งที่เห็นเหมื่อนดูภาพยนตร์ในโรงสุดหรูที่จัดเจนยิ่งใหญ่ก็ยังเพียงแต่ตื่นเต้นกับมันแต่เมื่อเป็ผู้ประสบเห็นด้วยสองตาตัวเอง ดูยังไงก็ยังรู้สึกสยองอยู่ดี
เด็กชายหินรีบซอยเท้าเร่งความเร็วขึ้นอีกเพียงไม่นานมาถึงตรอกเล็กๆด้านขวามือค่อยวิ่งเข้าไปจากตรอกเล็กเป็กำแพงบ้านเก่าสองฝากฝั่ง จนมาทะลุอีกซอยขนาดไม่ใหญ่นักขวางอยู่เด็กชายเลี้ยวซ้ายต่อมันที ในซอยนี้เป็บ้านเรือนเก่าแก่ทรุดโทรมตามเวลาส่วนใหญ่สร้างจากไม้ชั้นเดียวหลังจากวิ่งต่อมาอีกร้อยกว่าเมตรจนเหนื่อยหอบมาเจอกับถนนอีกสายตัดผ่าน อีกฝั่งถนนมีกำแพงปูนสูงกว่าสองเมตรยาวไปตามถนนกว่าสี่สิบเมตร บริเวณกึ่งกลางสร้างซุ้มประตูขนาดใหญ่ดูแข็งแรงทรงพลังประตูไม้สีน้ำตาลแก่บานใหญ่สองบานปิดสนิท เบื้องบนประตูมีป้ายไม้แกะสลักลงลักษณ์สีทองที่เคยสวยงามแต่ด้วยเวลาที่ยาวนานเริ่มลอกจนเห็นสีไม้จริงภายในอักษรบนไม่เกาะสลักลึกลงไปเป็ภาษาจีน ใต้ล่างเขียนเป็ภาษาไทยว่า ตระกูลเฮง