บทที่ 26 ใช้ความรุนแรงสยบความรุนแรง
หลี่เทียนหรานใช้เท้าเหยียบลงบนใบหน้าของเหลียงเทียนอวี่ ก้มหน้าลงแล้วตะคอกถามว่า "แกคิดว่าฉันไม่กล้าทำอะไรแกงั้นเหรอ? คิดว่าสถานะของแกจะเป็ร่มคุ้มภัยได้แบบนั้นใช่ไหม?"
เหลียงเทียนอวี่เบิกตากว้าง มองหลี่เทียนหรานด้วยความประหลาดใจและหวาดกลัวอย่างยิ่งจนพูดไม่ออก
"ฉันจะบอกอะไรให้นะ สถานะที่ดูสูงส่งพวกนั้น ในสายตาฉันมันก็เป็แค่เศษสวะ!"
ปัง!
หลี่เทียนหรานเตะเข้าที่หัวของเหลียงเทียนอวี่อย่างแรง "ถ้าเป็่ก่อนที่โลกจะเปลี่ยนแปลง คำพูดของแกอาจจะมีผลกับฉันบ้าง แต่ตอนนี้ แกจะเป็ตัวอะไรได้สำหรับฉัน? แกในตอนนี้ต่ำยิ่งกว่าหมาเสียอีก!"
หลี่เทียนหรานชกเข้าที่หัวของเหลียงเทียนอวี่อีกครั้ง
"หยุด... หยุดตีเถอะ! ฉันขอถอนคำพูดเมื่อกี้!" ตอนนี้เหลียงเทียนอวี่กลัวจนลนลาน เขาไม่คาดคิดว่าหลี่เทียนหรานจะลงมือเด็ดขาดขนาดนี้!
เดิมทีเขาเป็พวกที่ชินกับการหลบอยู่ในห้องทำงาน ใช้เล่ห์เหลี่ยมและแผนการชั่วร้ายในการต่อสู้เล่นงานคู่แข่ง ซึ่งแตกต่างจากหลี่เทียนหรานอย่างสิ้นเชิง
หากวันนี้หลี่เทียนหรานปล่อยเขาไป เขาอาจจะปั่นหัวอีกฝ่ายจนตกอยู่ในสภาพที่อยากตายแต่ตายไม่ได้จริง ๆ
แต่ว่าตอนนี้หลี่เทียนหรานยืนอยู่ตรงนี้ และไม่คิดจะเล่นตามกฎเกณฑ์หรือชิงไหวชิงพริบกับเขาเลยแม้แต่น้อย!
มีเพียงหมัดสองหมัดที่ทุบทำลายแผนการทั้งหมดของเหลียงเทียนอวี่จนย่อยยับ
หากเปรียบเหลียงเทียนอวี่เป็ฮ่องเต้ที่เชี่ยวชาญการใช้เล่ห์เหลี่ยม หลี่เทียนหรานก็คือจอมยุทธ์ที่ใช้กำลังทำลายกฎเกณฑ์ทิ้งไป
เมื่อฮ่องเต้กริ้ว เืจะไหลนองเป็สาย แต่เมื่อสามัญชนโกรธ ภายในห้าก้าว แม้แต่ฮ่องเต้ก็ยังต้องเืสาดกระจาย!
"ถ้าเมื่อกี้แกไม่พูด ฉันก็คงไม่รู้ว่าแกทำเื่ชั่วร้ายไว้มากมายขนาดนี้..." แววตาของหลี่เทียนหรานปรากฏจิตสังหาร เขาหยิบท่อเหล็กกลวงข้างตัวขึ้นมา แล้วกัดฟันพูดด้วยความโกรธว่า "เพราะมีคนที่มีจิตใจโสมมเหมือนหนอนชอนไชอย่างแกมีชีวิตอยู่เยอะเกินไป โลกนี้ถึงได้กลายเป็แบบนี้ไงล่ะ!
ฉันใช้ชีวิตอย่างระมัดระวังในวันสิ้นโลก ไม่อยากทำร้ายใคร แต่ความจริงกลับบีบบังคับให้ฉันต้องเดินบนเส้นทางนี้ ในเมื่อเป็แบบนี้ ฉันก็จะใช้ความรุนแรงสยบความรุนแรง โดยเริ่มจากแกเป็คนแรก!"
เหลียงเทียนอวี่ััได้ถึงจิตสังหารอันเข้มข้นในคำพูดของหลี่เทียนหราน รูม่านตาของเขาหดเกร็งลงทันที
ตึ้ง! ตึ้ง! ตึ้ง!
หลี่เทียนหรานถือท่อเหล็กหวดลงไปตรง ๆ หัวของเหลียงเทียนอวี่สะบัดไปด้านข้าง รูม่านตาขยายกว้างทันที
เสียงกระแทกทึบ ๆ สามครั้ง ทุบหัวของเหลียงเทียนอวี่จนแหลก!
นักวางแผนผู้ทะเยอทะยานที่เตรียมจะเริ่มต้นชีวิตใหม่ กลับต้องมาตายด้วยน้ำมือของคนที่เขาเคยมองว่าเป็เพียงมดปลวก!
...
สามสิบนาทีต่อมา
เกิดไฟไหม้ครั้งใหญ่ขึ้นที่โกดังหมายเลข 78 เปลวเพลิงโหมกระหน่ำอย่างรุนแรง เมื่อเ้าหน้าที่ดับเพลิงมาถึง โกดังทั้งหลังก็ถูกเผาจนกลายเป็ซากปรักหักพัง
และท่ามกลางซากปรักหักพังนั้น ผู้คนได้พบศพสองศพที่ถูกเผาจนเกือบหมด
หลังจากระบุตัวตนอย่างยากลำบาก ในที่สุดพวกเขาก็ยืนยันตัวตนของศพทั้งสองได้ ผู้จัดการทั่วไปบริษัทเทียนรุ่น เหลียงเทียนอวี่ หัวหน้าแผนกความปลอดภัยบริษัทเทียนรุ่น เฉินหนาน
บริษัทเทียนรุ่นเป็บริษัทชั้นนำของหนานเฉิง และเป็เสาหลักของการพัฒนาเศรษฐกิจ ดังนั้นเื่นี้จึงแพร่กระจายออกไปอย่างรวดเร็ว
หลายคนถึงกับตกตะลึงเมื่อได้ยินข่าวนี้
...
ภายในห้องทำงานแห่งหนึ่งของบริษัทเทียนรุ่น
รองประธานเริ่นยืนอยู่หน้าหน้าต่างบานใหญ่และกำลังคุยโทรศัพท์กับบริษัทแม่ ในขณะนั้นเอง ก็มีเสียงเคาะประตูห้องดังขึ้นอย่างเร่งรีบ
"เข้ามา" รองประธานเริ่นวางสายแล้วหันไปมอง
"ท่านรองประธานเริ่น เกิดเื่ใหญ่แล้วค่ะ! เหลียงเทียนอวี่... เหลียงเทียนอวี่ตายแล้วค่ะ!" ประตูถูกผลักเปิดออก เลขานุการยืนหอบหายใจอยู่ที่ประตูและพูดด้วยความรีบร้อน
ใบหน้าอันงดงามของรองประธานเริ่นปรากฏความใวูบหนึ่ง ก่อนจะเปลี่ยนเป็ความเคร่งขรึมอย่างรวดเร็ว "เธอพูดจริงเหรอ?"
"จริงแท้แน่นอนค่ะ! โรงพยาบาลทหารและตำรวจยืนยันตัวตนของเหลียงเทียนอวี่แล้ว และบอกให้เราไปรับศพค่ะ!" เลขานุการหน้าซีดเผือด
"สาเหตุการตายล่ะ?" รองประธานเริ่นถามอย่างรวดเร็ว "ถูกฆาตกรรมหรือว่าเป็แค่อุบัติเหตุ?"
"ตอนนี้ยังไม่แน่ชัดค่ะ ทราบเพียงว่าเกี่ยวข้องกับเหตุไฟไหม้!" เลขานุการตอบ "เกิดไฟไหม้ที่โกดังแห่งหนึ่งแถบชานเมือง เ้าหน้าที่ดับเพลิงพบศพของเหลียงเทียนอวี่ในซากไฟค่ะ"
"ชานเมือง..." รองประธานเริ่นขมวดคิ้ว แววตาสวยฉายแววสงสัย "เขาจะไปที่ชานเมืองแบบนั้นทำไม? บริษัทเราไม่มีธุรกิจที่นั่นนี่นา..."
"เื่นี้ฉันไม่ทราบค่ะ" เลขานุการส่ายหัว
"เื่นี้ไม่ใช่เื่บังเอิญแน่นอน" ดวงตาคู่สวยของรองประธานเริ่นพลันเปล่งประกายเฉียบคมราวกับเหยี่ยว ริมฝีปากแดงระเรื่อขยับพูดว่า "ไปสืบมาเดี๋ยวนี้ว่า่นี้เหลียงเทียนอวี่ได้ติดต่อกับคนแปลกหน้าบ้างไหม รวมถึงบันทึกการโทรของเขาด้วย อีกสามชั่วโมงฉันต้องเห็นรายละเอียดทั้งหมด!"
คนที่กุมอำนาจมากที่สุดในบริษัทเทียนรุ่น นอกจากเหลียงเทียนอวี่แล้วก็คือรองประธานเริ่น บัดนี้เหลียงเทียนอวี่ตายจากไป สำหรับรองประธานเริ่นแล้ว นี่คือโอกาสทอง หากคว้าโอกาสนี้ไว้ได้ เธอจะกลายเป็ผู้กุมอำนาจสูงสุด
เลขานุการคิดเช่นนั้นจึงรับคำสั่งและจากไป
หลังจากเลขานุการออกไปแล้ว รองประธานเริ่นถึงได้สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ แววตาสั่นไหวขณะพึมพำกับตัวเองว่า "นี่ต้องเป็การฆาตกรรมแน่นอน แต่ใครเป็คนลงมือกันแน่? อีกฝ่ายมุ่งเป้าไปที่เหลียงเทียนอวี่คนเดียว หรือว่ามุ่งเป้าไปที่... บริษัทเทียนรุ่น?
ถ้าเป็อย่างแรก คืนนี้ฉันคงต้องเปิดไวน์แดงฉลองสักสองขวด แต่ถ้าเป็อย่างหลัง ถ้าอย่างนั้น เขาก็คือศัตรูของฉัน..."
รองประธานเริ่นยืนพึมพำอยู่กับที่ บนใบหน้าที่สวยจนแทบหยุดหายใจนั้น ปรากฏอารมณ์ที่ซับซ้อนอย่างยิ่ง