ทางลัดเหรอ ฮึ ถ้ามีอะไรแบบนั้นอยู่จริงๆก็ขอให้ผมได้บ้างเถอะ ผมเองก็อยากหามันจริงๆ นะ
ถ้ามีวิธีโกงจริงๆ คนเหล่านั้นก็คงไม่ต้องตายอย่างอนาถแบบนี้แล้ว
หรือบางทีแค่เทคนิคเล็กๆ ที่เพิ่มโอกาสรอดมาอีกสักเล็กน้อยก็ยังดี
ฟังดูอาจไม่สำคัญ แต่ในหลายๆ คดี เพียงแค่เบาะแสเล็กๆ น้อยๆก็สามารถพลิกโฉมสถานการณ์ได้ทั้งหมด
“ง่ายเหรอ คุณชายเฉียน ความคิดนายช่างเหมือนกับหัวสมองของนายจริงๆนี่ไม่ใช่เกมจริงๆ นะ เข้าใจไหม ตอนนี้มีคนมากมายที่ไม่ควรต้องตายได้ตายไปแล้วแต่คนแบบนายกลับยังคงอยู่รอดมาได้”
ผมไม่ปิดบังท่าทีของตนเองที่มีต่อเขาเลยไม่จำเป็นต้องแสร้งอะไรทั้งสิ้น
การที่เฉียนตัวตัวยังคงอยู่จนถึงตอนนี้ คงมีเหตุผลของเขาส่วนคำพูดของผมที่ฟังดูขวานผ่าซากนั้น ก็ถือว่าช่วยเสริมการแสดงของเขาไปในตัว
ถ้าอยากทำตัวเป็นคนโง่ ก็ต้องเล่นบทนี้ให้เต็มที่ ถึงจะดูน่าเชื่อถือ
ที่จริงแล้ว ใครๆ ก็รู้ว่าคนรวยไม่ใช่คนโง่ขนาดนั้น แต่พอเห็นลูกเศรษฐีทำอะไรเปิ่นๆก็อดดีใจในใจไม่ได้
ความรู้สึกนี้จะเรียกว่าน่าขำหรือน่าสมเพชดีนะ
“ชิ อย่ามาสอนเรื่องหลักการกับฉันนะ ถ้าไม่มีอะไรจะพูดงั้นฉันขอฟังซางจื้อหย่วนต่อดีกว่า เวลาของเราก็มีไม่มากนายยังอยากจะเสียเวลาอยู่ไหม”
คุณชายตัวดีนั่นเหมือนจะเรียนรู้ขึ้นบ้างแล้วนะรู้ว่าไม่ควรจะเปิดฉากโจมตีใส่ฝ่ายที่ไม่ใช่พวกเดียวกัน แถมยังรู้วิธีแยกพื้นที่และกระจายความสนใจเสียด้วย
แต่คุณชายที่แสนฉลาดของผมเอ๋ย ถ้านายจะใช้เวลาไปกับการวางแผนแบบนี้ก็ช่วยหาข้อมูลที่เป็นประโยชน์ออกมาบ้างเถอะ!
การปกป้องตนเองสำคัญก็จริง แต่แค่การเอาตัวรอดกับเล่ห์เหลี่ยมน้อยๆนั้นไม่พอสำหรับเกมนี้
ในสถานการณ์แบบนี้ สิ่งที่ใช้เดิมพันก็คือชีวิตน้อยๆ ของพวกเราถ้าจะเข้าใจแค่การป้องกันตนเองกับความฉลาดเพียงเล็กน้อยก็ไม่เพียงพอหรอก
“ไม่หรอก ที่จริงคำพูดของผมก็ไม่ได้สำคัญขนาดนั้นถ้าเจอเบาะแสสำคัญขึ้นมาเมื่อไหร่ ผมค่อยแสดงความคิดเห็นของผมทีหลังก็ได้”
เสียงหัวเราะแห้งๆของซางจื้อหย่วนช่วยผ่อนคลายบรรยากาศของทุกคนเล็กน้อย แต่ในขณะเดียวกันใบหน้าของเฉียนตัวตัวกลับร้อนผ่าวราวกับถูกไฟลวก
มีคำพูดที่ว่า ตบม้าพลาดไปโดนขาม้า [1]ซึ่งก็คงไม่ต่างจากสถานการณ์นี้นัก
แน่นอนว่าทุกคนคงกำลังคิดกันว่า ซางจื้อหย่วนคงไม่ใช่คนดีแน่ๆถ้ากล้าไปร่วมมือกับเขาน่ะ!
แต่จากแสงลึกลับในสายตาของเฉียนตัวตัวเห็นได้ชัดว่าเจ้านี่เองก็มีความคิดไม่บริสุทธิ์คงแค่ต้องการหาเลี้ยงตัวในช่วงเวลาวุ่นวายเท่านั้น
บางครั้งคนรวยกลับเข้าใจเรื่องการถ่อมตัวและยอมทิ้งศักดิ์ศรีที่ไม่จำเป็นเพื่อให้บรรลุเป้าหมายได้ดีกว่าคนจนอย่างเราเสียอีก
ไม่เหมือนที่คนธรรมดาทั่วไปคิดกันว่าคนรวยล้วนโง่และมองอะไรสั้นๆเสมอไป
ลองคิดดูเถอะ ถ้าพวกเขาโง่ขนาดนั้น ทำไมคุณถึงต้องทำงานให้พวกเขาทั้งชีวิต
ในขณะที่พวกเขาสามารถใช้ชีวิตให้คนอื่นทำงานให้ตนเองได้
“ไม่ต้องมาอ้อมค้อมหรอก ความจริงสิ่งที่ผมอยากพูด นายก็ห้ามไม่อยู่หรอกซางจื้อหย่วน เลิกเสแสร้งทำดีใส่กันซะที ในเมื่อเราต่างก็ไม่ถูกกันก็มาเดิมพันด้วยความสามารถกันเถอะ มาดูกันว่าใครจะหัวเราะเป็นคนสุดท้าย”
เป็นการประกาศสงครามส่วนตัวหรือเสียงสัญญาณสงครามระหว่างสองค่ายที่ดังก้อง ใครที่เข้าใจความหมายก็ย่อมจะรู้ดี
ส่วนคนอื่นๆ ที่ไม่เข้าใจก็ไม่ต้องสนใจไป ผมไม่คิดจะอธิบายให้มากความ
แต่บางเรื่อง ผมจำเป็นต้องพูดให้ชัดเจน
“อีกอย่าง สิ่งที่ฉันค้นพบก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรนัก ตามที่หวังเฉียงบอกพวกเราจะตกอยู่ในภาวะหลับไหล เพราะแก๊สลึกลับชนิดหนึ่งซึ่งถูกปล่อยออกมาเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อนเราจะเริ่มหลับ”
ผมกางมือออกอย่างสบายใจสำหรับผมแล้วไม่มีอะไรต้องปิดบังเกี่ยวกับเรื่องนี้
การจัดการบนเครื่องบินลำนี้ต้องผ่านการทดสอบมาไม่รู้กี่ครั้งโอกาสที่บั๊กหรือช่องโหว่จะเกิดขึ้นนั้นแทบเป็นไปไม่ได้
พูดอีกอย่างก็คือ หากมีปัญหาเกิดขึ้นจริงความเป็นไปได้สูงที่สุดก็คือเครื่องบินอาจพังพินาศ ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้นคนที่อยู่เบื้องหลังก็คงเตรียมเครื่องมือหนีเอาชีวิตรอดไว้เรียบร้อยแล้ว
“ไม่มีสีไม่มีกลิ่น โอกาสที่จะรู้ตัวนั้นแทบเป็นไปไม่ได้”
สิ่งที่น่ากลัวที่สุดยังคงเป็นการออกแบบรายละเอียดในทุกจุด
การหลอกลวงและการปั่นหัวกันหรือแม้แต่ความขัดแย้งระหว่างผู้โดยสารกับผู้โหยหวน ล้วนแต่ถูกคำนวณและวางแผนเป็นสมการที่ชัดเจน
ผมไม่มีความสงสัยในเรื่องนี้เลย
ทุกกระบวนการดำเนินไปอย่างราบรื่นและสอดคล้องกันอย่างน่าประหลาดราวกับไม่มีจุดบกพร่องใดๆ ให้จับผิด
และสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่า คือจุดเล็กๆ ที่เหมือนไร้พิษสงแต่หากมองลึกลงไปก็กลับเต็มไปด้วยความน่าสะพรึงกลัว
มันน่าขนลุกขนาดไหนเมื่อเราพยายามอย่างเต็มที่ที่จะค้นหาคนทรยศในกลุ่มของเราเองและหาความจริงเกี่ยวกับผู้โหยหวนที่ซ่อนตัวอย่างแนบเนียน
แต่แล้วก็พบความจริงที่น่าตกใจ ว่าแท้จริงแล้วรอบๆตัวเรามีบางสิ่งที่ส่งผลกระทบต่อความยุติธรรม และอาจทำให้เราต้องเสียชีวิต
ในขณะที่เราถูกแก๊สพิษที่ไม่ทราบที่มาหรือผลกระทบกัดกินเรากลับยังคงเล่นเกมหลอกลวงและแทงข้างหลังกันเอง
คิดแล้วก็น่าตลกดีเหมือนกัน
“หมายความว่า เมื่อเราสังเกตเห็นอาการตอบสนองของร่างกายก็แปลว่าเราได้สูดดมแก๊สนี้ไปแล้วใช่ไหม? ตั้งแต่นั้นคำพูดของเราก็เริ่มไม่น่าเชื่อถืออีกต่อไปแล้ว ใช่ไหม”
การจะบอกว่าตนเองมีสตินั้น เป็นสิ่งที่ยืนยันได้ยากยิ่ง
เหมือนกับการที่ในสายตาของผู้ป่วยทางจิตสิ่งที่พวกเขาเห็นก็ล้วนเป็นคนบ้าเช่นกัน
มุมมองกลับหัวกลับหางแบบนี้เท่านั้นที่จะแสดงให้เห็นความจริงของโลก
หากมองจากมุมมองของการวิวัฒนาการผู้ป่วยทางจิตอาจเป็นเพียงกลุ่มที่มีการกลับคืนสู่ธรรมชาติที่มีโอกาสในการคิดที่หลากหลายมากกว่าผู้อื่น
ความผิดปกตินั้นเป็นเพียงคำพูดน่าขำในมุมมองของทฤษฎีสัมพัทธภาพดังนั้นในช่วงก่อนจะหลับ เราทุกคนจึงสูญเสียความสงบทุกครั้งที่ผู้โหยหวนเข้ามาใกล้
ไม่น่าแปลกใจเลย เมื่อคิดว่าตนเองต้องอยู่ในสถานที่แคบๆ แห่งนี้ และมีเวลาถึงครึ่งชั่วโมงที่เปิดโอกาสให้พวกเขาดำเนินการ
การที่พวกเขาจะไม่ฆ่าใครเลยนั้นแทบเป็นไปไม่ได้ ต่อให้ช้าขนาดไหน พวกเขาก็ยังสามารถเลือกเหยื่อผู้โชคร้ายได้อย่างง่ายดายเวลาส่วนใหญ่ที่เหลือจึงถูกใช้ไปกับการวางแผนและพูดคุยถึงกลยุทธ์
ถ้าเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยโชคดีหรือมีการวิเคราะห์ที่เฉียบคมจนสามารถเลือกคนที่กำลังจะถูกฆ่าได้พอดี มันก็คงจะยิ่งน่าสนุกขึ้นไปอีก
ลองจินตนาการดูสิ กลุ่มคนที่พร้อมจะหักคอเราได้ทุกเมื่อ แฝงตัวอยู่ใกล้ๆเราแบบนี้
พอคิดๆ ดูแล้ว พวกเขาตื่นขึ้นมาก่อนพวกเราครึ่งชั่วโมงหลังจากที่เราหลับคอยจับตาดูว่าเราจะโหวตฆ่าใครและคิดว่าจะปลอมตัวอย่างไรเพื่อให้ได้รับความไว้วางใจต่อไป
หรือเมื่อพวกเขาฆ่าใครไม่สำเร็จก็จะหงุดหงิดและเริ่มคิดว่าใครกันแน่คือเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยและใครจะเป็นคนต่อไปที่จะได้รับการปกป้องในรอบหน้าเพื่อที่จะสามารถดำเนินการสังหารและจบเกมได้
แค่คิดถึงภาพนี้ก็ทำเอาขนลุกแล้ว
นี่เป็นความกลัวดั้งเดิมที่อยู่ในใจมนุษย์ซึ่งไม่มีใครสามารถต้านทานได้
“ใช่แล้ว นายรู้ใจผมจริงๆ นี่คือสิ่งที่ผมอยากจะบอกพวกเราหลังจากตื่นขึ้นมา ยังคงไม่ค่อยมีสตินักเพราะแก๊สตัวนั้น และก่อนที่จะหลับไปคำพูดของพวกเราก็เต็มไปด้วยช่องโหว่และเสี่ยงที่จะเปิดเผยข้อมูลสำคัญได้ง่ายขึ้น”
ผมมองซางจื้อหย่วนด้วยรอยยิ้มผมรู้ดีว่าเขากำลังเฝ้ารอที่จะจับจุดอ่อนในคำพูดของผมอยู่
รอทุกโอกาสที่จะผลักดันให้ผมตกอยู่ในสถานะที่สิ้นหวัง
“อุ๊ย ถ้าเป็นแบบนั้น นายคงทำให้โอกาสรอดของทุกคนลดลงไปพอดีเลยล่ะสิเดิมทีฉันยังไม่ทันสังเกตเห็นเลยว่ามีเรื่องแบบนี้อยู่ อาจเพราะการวิเคราะห์ของนายทำให้คนอื่นเผลอพูดอะไรบางอย่างที่เปิดเผยข้อมูลออกมาก็ได้นะแบบนี้มันไม่ค่อยดีเลยนะ”
ไอ้ตัวแสบ! แค่เห็นมุมปากยกขึ้นนิดๆก็รู้แล้วว่านายตั้งใจจะใช้มีดของคนอื่นมาเชือดฉันอยู่แล้ว
ในเมื่อชีวิตของผมในฐานะกัปตันเริ่มสั่นคลอนทุกคนมองว่าผมแทบจะตายไปแล้ว การกระทำใดๆ ของผมก็จะยิ่งเป็นที่จับตามอง
แต่ผมไม่คิดว่าพวกเขาจะห่วงความปลอดภัยของผมจริงๆ หรอกนะ
พวกเขาแค่รู้สึกเสียดายที่กัปตันอย่างผมไม่สามารถทำหน้าที่เป็นแรงบันดาลใจในตำแหน่งของตนเองได้อย่างเต็มที่หรือยังคงเป็น ตัวอย่าง ให้พวกเขาไม่ได้
ก็ใครล่ะที่ทำให้ผมกลายเป็นกัปตันที่ดวงซวยแถมยังต้องรับชะตากรรมแบบนี้กันล่ะ
“ก็ใช่สิ! นายมันโง่หรือไงถ้าโดนผู้โหยหวนคนอื่นจับไต๋เอาไปใช้ประโยชน์ล่ะก็ นั่นเป็นความประมาทของนายล้วนๆเฮอะ ฉันยังนึกว่าจะได้เห็นกัปตันที่ฉลาดกว่านี้ที่ไหนได้จะตายอยู่แล้วยังสร้างปัญหาอีก!”
เฉียนตัวตัวชี้มาที่จมูกผมอย่างไม่มีการปิดบังความไม่พอใจในใจเลยสักนิด
คำพูดของเขาแม้จะฟังดูแย่ แต่มันก็สะท้อนความคิดของบางคนอยู่เหมือนกันพวกเขาคงคาดหวังให้ผมใช้ศพของตนเองปูทางให้พวกเขาเดินออกไปอย่างปลอดภัย
แต่พวกเขาไม่เคยคิดหรอกว่า ถ้ามันจะเป็นการสร้างโอกาสให้ผู้โหยหวนล่ะก็ผมคงไม่ยอมพูดอะไรออกไปหรอก
ฮ่าๆๆ !
เสียงหัวเราะที่ทั้งสดใสและเต็มไปด้วยความดูแคลนของหวังเฉียงดังก้องขึ้นเขาพูดขึ้นในที่สุด เหมือนเขาจะไม่แม้แต่จะอยากมองเฉียนตัวตัวด้วยซ้ำส่วนหลิวเนี่ยน ชายชรา และเด็กสองคนก็พากันทำหน้ามึนงงไปหมด
ก็ไม่น่าแปลกใจนัก เพราะทุกคนมัวแต่คิดถึงวิธีปกป้องตนเองจนลืมถึงการจัดการของเกมนี้ไปเสียสิ้น
“ผมว่าพวกคุณคงลืมไปแล้วว่า เกมนี้ถูกจัดมาอย่างไรผู้โหยหวนสามารถลอบสังหารได้ แต่เราก็ยังมีการโหวตอยู่เหมือนกัน ในช่วงเวลาสำคัญเราก็สามารถบังคับให้พวกเขาไปด้วยกันได้ใช่ไหม วิธีจัดการพวกเขามีอยู่มากมาย”
บางครั้ง การป้องกันที่ดีที่สุดก็คือการโจมตีกลับ
“ยิ่งไปกว่านั้น ในช่วงเวลาที่พวกเราพูดแล้วอาจเผยช่องโหว่ 'ผู้โหยหวน' เองก็เหมือนกันพวกเขาก็กลัวที่จะเผลอหลุดอะไรออกมาก่อนจะได้ลงมือเช่นกัน”
[1] ตบม้าพลาดไปโดนขาม้า หมายถึงการพยายามประจบสอพลอใครบางคนแต่กลับทำให้เรื่องแย่ลงหรือสร้างปัญหาให้กับตนเอง