หลี่ไหวฺอวี้เองก็คิดเช่นนั้นทว่าหากมีคนยินดีลงแรงแทน เขาย่อมไม่ขัดศรัทธา จึงมิได้เอ่ยสิ่งใดออกมา
“ท่านหัวหน้าหมู่บ้านข้าเชื่อใจพี่เถี่ยหนิว ให้เขาไปแทนข้าเถอะ รบกวนท่านแล้วพี่เถี่ยหนิว”หมิงเป่าจูพยักหน้าให้กับหลิวเถี่ยหนิว
นางแค่เคยตรวจรักษาภรรยาของเขาเพียงครั้งเดียวเขาก็ซาบซึ้งในบุญคุณ มักนำเนื้อหมูป่ากับไก่ป่าที่ล่ามาได้มาแบ่งให้ที่บ้านอยู่เนืองๆแล้วยังมาช่วยเหลือนางในวันนี้อีก
หมิงเป่าจูลอบจดจำไว้ในใจนางจดจำเรื่องที่ผู้อื่นทำสิ่งเลวร้ายต่อนางย่อมต้องจดจำความดีที่ผู้อื่นมีต่อนางเช่นกัน
“แม่หนูเป่าจูเรื่องก่อนหน้านี้...” หลังจากไล่ชาวบ้านกลับไปกันหมดแล้ว หัวหน้าหมู่บ้านก็เดินมาหาหมิงเป่าจู
“ข้าเข้าใจท่านดีในฐานะหัวหน้าหมู่บ้าน ย่อมต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ของชาวบ้านส่วนใหญ่มาเป็นอันดับแรกนี่ต่างหากถึงจะเป็นหัวหน้าหมู่บ้านที่ดี ท่านไม่ต้องขอขมากับเรื่องที่เกิดขึ้นและไม่ต้องตำหนิตนเอง ข้าไม่โทษท่านจริงๆ”
น้ำเสียงของหมิงเป่าจูแสดงถึงความจริงใจสีหน้าสงบนิ่ง
เด็กสาวตัวเล็กๆคนหนึ่งสามารถทำได้ถึงขั้นนี้ ไม่สะทกสะท้านต่อคำยกย่องสรรเสริญหรือการลบหลู่ดูหมิ่นรู้กาลเทศะ รู้จักเห็นแก่ภาพรวม หัวหน้าหมู่บ้านรู้สึกซาบซึ้งใจอย่างยิ่ง
หากเขามองเห็นธาตุแท้ของหมิงเถี่ยจู้กับภรรยาเร็วกว่านี้ก็คงดียิ่งเด็กดีเช่นนี้ไม่ควรต้องมาทนทุกข์ทรมาน แต่มาพูดตอนนี้ก็ไม่มีประโยชน์ ทุกอย่างสายเกินไปแล้ว
วันรุ่งขึ้น หมิงเถี่ยจู้และหวังซื่อถูกชาวบ้านขับไสไล่ส่งไปตลอดทางจนถึงปากทางเข้าออกหมู่บ้านทั้งสองแบกห่อผ้าคนละห่อ หวังซื่อจูงมือหมิงอาฝูผู้มีสติปัญญาไม่สมประกอบ ซึ่งยังคงไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น
“เจ้าเดียรัจฉาน!”
“เสียแรงที่เกิดมาเป็นคน!”
“หลานสาวตนเองแท้ๆยังกล้าทำร้ายได้ลงคอ!”
“รีบไสหัวไปให้พ้น!”
สองข้างทางเต็มไปด้วยชาวบ้านที่คอยขว้างปาผักเน่ากับไข่เน่าใส่ทั้งสองไม่หยุดหย่อนพร้อมกับเสียงด่าทอราวกับเป็นนักโทษที่ถูกนำตัวมาแห่ประจานให้ทุกคนประณามหยามเหยียด
ยามใดที่เรืองอำนาจผู้คนจะเยินยอสรรเสริญ ทุกสิ่งที่เจ้าพูดล้วนถูกต้องเสมอ แต่ยามใดที่หมดสิ้นอำนาจวาสนาอย่าว่าแต่จะไม่สนใจใยดี ยังพร้อมจะเหยียบย่ำซ้ำเติมเสียด้วยซ้ำ อันวิสัยของมนุษย์นั้นชวนให้คนนึกปลงอนิจจัง
หมิงเถี่ยจู้ก้มหน้าดูตกต่ำอนาถา ส่วนหวังซื่อก็คอยปกป้องหมิงอาฝูอย่างสุดกำลังด้วยเกรงว่าเขาจะบาดเจ็บโดยไม่คำนึงถึงตนเองแม้แต่น้อย
พวกหมิงเป่าจูสามคนก็มาดูเหตุการณ์พอเห็นหวังซื่อที่เอาแต่ปกป้องหมิงอาฝู ก็อดรู้สึกสะเทือนใจไม่ได้
ธรรมชาติของมนุษย์ล้วนมีด้านดีกันทุกคนขึ้นอยู่กับว่ายินดีจะแสดงด้านนั้นกับผู้ใด
“เป็นอย่างไรเกิดใจอ่อนแล้วหรือ” หลี่ไหวฺอวี้ยังคงพูดกระแซะ แต่นางมิได้โต้ตอบเขา
“เปล่าเสียหน่อยเพียงแค่เห็นภาพนี้แล้วนึกถึงอดีตก็เท่านั้น”
นางเพียงนึกถึงบิดามารดาในโลกปัจจุบันเกิดเวทนาหมิงเป่าอวี้ที่ต้องกำพร้าบิดามารดาตั้งแต่ยังเล็ก แต่ไม่เป็นไรนางจะดูแลเขาอย่างดี
“ท่านหมอหมิง”
“ท่านคือ...”มีคนเรียกนาง หมิงเป่าจูจึงหันกลับไปมอง
เป็นสามีภรรยายังหนุ่มสาวคู่หนึ่งคนเป็นสตรีอุ้มเด็กอยู่ในอ้อมแขน เห็นแล้วรู้สึกคุ้นหน้า แต่นึกไม่ออกชั่วขณะว่าเป็นใคร
หลี่ไหวฺอวี้เลิกคิ้วกระซิบข้างหูของหมิงเป่าจูว่า “เด็กที่เห่าเหมือนสุนัข”
พอเอวถูกศอกกระทุ้งเข้าหนึ่งทีหลี่ไหวฺอวี้จึงสงบปากสงบคำลง
หมิงเป่าจูถลึงตาใส่เขาเห่าเหมือนสุนัขอะไรกัน นั่นคือโรคกล่องเสียงอักเสบอุดกลั้นต่างหากเล่า!
“เป็นพวกท่านนี่เองมีธุระอันใดหรือ”
หมิงเป่าจูหันกลับไปยิ้มให้อย่างเป็นมิตรมองเด็กน้อยในอ้อมแขนของหญิงสาว ผิวขาวอวบอ้วน ไม่ได้ผอมกะหร่องเหมือนครั้งแรกที่เจอตัวก็โตขึ้นไม่น้อย
“ท่านหมอหมิงพวกเรามาขอบคุณท่านโดยเฉพาะ ขอบคุณที่ท่านรักษาโรคให้บุตรชายของข้าไม่อย่างนั้นครอบครัวของพวกเราคงหมดหวังแล้ว!” หยวนต้าจ้วงพูดจบก็ตั้งท่าจะคุกเข่าลงพร้อมกับภรรยา
“อย่าๆข้าเพียงแต่ทำในสิ่งที่แพทย์พึงกระทำเท่านั้น รับการคารวะจากพวกท่านไม่ไหว”หมิงเป่าจูรีบพยุงทั้งสองขึ้นมา
“ท่านสมควรได้รับแล้วหากมิใช่ท่าน บุตรชายของข้าคงตายด้วยฝีมือนักพรตกำมะลอไปแล้ว!” หยวนต้าจ้วงพูดจบภรรยาของเขาก็กระตุกชายเสื้อเขาเบาๆ หยวนต้าจ้วงจึงนึกขึ้นได้ว่าตนเองยังมีเรื่องที่ยังไม่ได้ทำ
“ท่านหมอหมิงหลังจากตอนนั้นพวกเราก็ย้ายไปอยู่ที่อื่น ไม่ได้อยู่ในหมู่บ้านอีกแล้ว ดังนั้นจึงมิได้มาขอบคุณท่านเสียทีที่บ้านไม่มีสิ่งของมีค่าอะไร นี่เป็นน้ำใจเล็กน้อยจากพวกเราสามีภรรยาหวังว่าท่านจะไม่รังเกียจ”
หยวนต้าจ้วงชูตะกร้าไข่ไก่ขึ้นมาสองตะกร้าตอนนี้ชีวิตความเป็นอยู่ของครอบครัวดีขึ้น ไก่ที่เลี้ยงไว้ก็ออกไข่มากมายเขาจึงเลือกแต่ฟองใหญ่ๆ มาให้หมิงเป่าจู
นี่มิใช่ของไร้ราคาไก่ที่คนในหมู่บ้านเลี้ยงไว้เมื่อออกไข่แล้ว ส่วนใหญ่ก็นำไปขายในเมือง
แม้แต่จะกินเองก็ยังเสียดายไม่ต้องพูดถึงการนำไปมอบให้ผู้อื่น ยิ่งไปกว่านั้นยังให้มากถึงสองตะกร้า
“น้ำใจข้ารับไว้แล้วแต่ของข้ารับไว้ไม่ได้จริงๆ เชิญพวกเจ้านำกลับไปเถอะ” หมิงเป่าจูปฏิเสธ
ไม่ต้องพูดถึงว่าค่ารักษาครั้งนั้นมิได้มากมายซ้ำหลังจากนั้นเป็นต้นมา ชาวบ้านก็เริ่มยอมรับในตัวนาง มาขอให้ช่วยรักษาโรคให้นางได้รับผลประโยชน์จากมันแล้ว
หมิงเป่าจูไม่รับแต่หยวนต้าจ้วงก็ยังยืนกราน ทั้งสองฝ่ายต่างถ่อมตนใส่กันไม่มีใครสังเกตเห็นว่ามีแสงเย็นยะเยือกวาบผ่านเข้ามาจากทางด้านข้าง
“ระวัง!”
ชาวบ้านต่างกรีดร้องด้วยความตกใจแสงเย็นพุ่งตรงไปที่หมิงเป่าจู
หมิงเถี่ยจู้ซึ่งยืนอยู่ท่ามกลางสิ่งปฏิกูลที่ส่งกลิ่นเหม็นคละคลุ้งคอยสอดส่ายสายตามองหาหมิงเป่าจูอยู่ตลอดเวลา ในที่สุดเขาก็พบร่างของอีกฝ่ายนางยังกล้ามาจริงๆ!
ยิ่งเห็นว่ามีคนนำของขวัญมามอบให้เขาก็ยิ่งเดือดดาล ความคิดชั่วร้ายผุดขึ้นในใจชักมีดที่เตรียมไว้พุ่งเข้าหาอีกฝ่าย
เขาต้องการให้นางตาย!
นางตัวซวย ตัวหายนะทำให้เขาชื่อเสียงป่นปี้ไม่มีเหลือ ต้องถูกขับไล่ไร้ที่ซุกหัวนอนที่สำคัญตอนนี้ยังไม่มีเงินสักแดงติดตัว หากตนเองมีชีวิตที่ดีไม่ได้ นางก็อย่าฝันว่าจะได้อยู่อย่างเป็นสุข!
รูม่านตาของหลี่ไหวฺอวี้หรี่วูบดวงตาดุจเปลวเพลิงที่ลุกโชน เห็นเขาตายไปแล้วหรืออย่างไร เขายกมือขึ้นรับมีดสั้นที่หมิงเถี่ยจู้แทงเข้ามาอย่างง่ายดาย
แต่เขาประเมินระดับความบ้าคลั่งของหมิงเถี่ยจู้ต่ำเกินไป
หมิงเถี่ยจู้ใช้อีกมือล้วงมีดที่ซ่อนอยู่ในอกเสื้อออกมาอีกเล่มหลี่ไหวฺอวี้ตั้งตัวไม่ทัน จึงใช้ร่างกายรับแทน
“หลี่ไหวฺอวี้!”หมิงเป่าจูร้องลั่นด้วยความตกใจ
“พี่ไหวฺอวี้!”หมิงเป่าอวี้ก็ตกใจจนหน้าซีดเผือด
หยวนต้าจ้วงรีบปกป้องภรรยาทั้งสองอุ้มลูกน้อยถอยหลังด้วยสัญชาตญาณ
ชาวบ้านที่กำลังก่นด่าสาปแช่งและขว้างปาสิ่งของอย่าสาแก่ใจต่างชะงักไปครู่หนึ่งเหตุการณ์เกิดขึ้นกะทันหันในชั่วพริบตา ไม่มีใครคาดคิดมาก่อน
หลี่ไหวฺอวี้เตะหมิงเถี่ยจู้ออกไปชาวบ้านที่ตั้งสติได้ก็กรูกันเข้าไปรวบตัวเขาไว้
“นี่มัน...”
หัวหน้าหมู่บ้านที่เพิ่งมาถึงเห็นหลี่ไหวฺอวี้ถูกพยุงและหมิงเถี่ยจู้ที่ถูกชาวบ้านควบคุมตัว ก็เข้าใจสถานการณ์ทั้งหมดในทันที
“คุมตัวเขาไปส่งที่ศาลาว่าการมอบให้นายอำเภอเป็นผู้ตัดสิน!”
เขาไม่สามารถปล่อยคนชั่วลอยนวลได้อีกแล้วกล้าลงมือฆ่ากระทั่งหลานสาวแท้ๆ ของตัวเอง ซ้ำยังเตรียมมีดมาถึงสองเล่มต้องมีความแค้นยิ่งใหญ่เพียงใดกัน!
พอหวังซื่อได้ยินว่าจะคุมตัวสามีนางไปส่งศาลาว่าการก็ร้องไห้โวยวายเข้าไปฉุดกระชากชาวบ้านที่กดตัวหมิงเถี่ยจู้อยู่ “ไม่ไปศาลาว่าการพวกเราไม่ไป! ปล่อย! ปล่อยเขาเดี๋ยวนี้!”
“ท่านแม่ฮี่ๆ ท่านแม่...”
หมิงอาฝูยืนอยู่ข้างๆหยิบมะเขือเทศเน่าครึ่งผลที่ตกอยู่บนพื้นขึ้นมาเล่นด้วยท่าทางชอบใจ
“อย่าให้นางมาวุ่นวายรีบขับไล่ออกไปจากหมู่บ้าน แล้วคุมตัวหมิงเถี่ยจู้ไปส่งศาลาว่าการโดยเร็วที่สุด!”
หัวหน้าหมู่บ้านออกคำสั่งชาวบ้านสองสามคนหยิบเชือกมามัดหมิงเถี่ยจู้เอาไว้ แล้วคุมหวังซื่อออกไปจากหมู่บ้านพร้อมกัน
“แม่หนูเป่าจู...”
หัวหน้าหมู่บ้านมองไปที่หมิงเป่าจูทว่าเวลานี้นางสนใจแต่บุรุษที่นอนอยู่ในอ้อมแขนเท่านั้น
“ไปบ้านท่านหมอหลี่!”เมื่อเห็นใบหน้าซีดเผือดของหลี่ไหวฺอวี้ หมิงเป่าจูก็เอ่ยปากกับทุกคน
“เร็วเข้า!มาช่วยกันหามเขาไปเร็ว!” หัวหน้าหมู่บ้านออกคำสั่งอีกครั้ง
ชายฉกรรจ์สองสามคนเข้ามาช่วยหามหลี่ไหวฺอวี้ไปยังบ้านของหลี่ฟู่กุ้ยหมิงเป่าจูและหมิงเป่าอวี้เดินตามไปติดๆ ด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความวิตกกังวล