ััแรกที่ผมคิดว่าจะเจอก็คือ…ความขมขื่นและเน่าเหม็น แต่พอกากอาหารกระทบชิวหา กลับรับรู้ถึงรสเปรี้ยวหวานที่จัดจ้าน
“ เอ๊ะ…เป็ไปได้ไง ” ผมรู้สึกงงงวย เพราะไอ้สิ่งที่กำลังอยู่ในปาก มันไม่ควรมีรสชาติแบบนี้นี่หว่า เลยส่งคำถามด้วยสายตาไปให้ชาวแก๊งที่รายล้อม
“ ฮ่า ฮ่า ฮ่า…..มันไม่ขมคออย่างที่มึงคิดอะดิ ” ชายร่างเล็กที่ดูลอยๆ หัวเราะร่าตามประสาคนเมา ส่วนคนอื่นก็ดูขบขำไม่แพ้กัน แม้กระทั่งชายร่างผอมที่มึนสุด ก็ยังแอบยิ้มมุมปาก
“ เออ…จริง มันไม่ขมเลย หรือว่าไอ้ก้อนนี่จะไม่ใช่…..” ผมเอ่ยถาม สมองพยายามหาคำตอบ ร้อนถึงไอ้อ้วนวัยกลางคนที่ต้องเผยความจริง
“ ที่มึงเข้าใจน่ะถูกแล้ว ไอ้สามก้อนนี่คือขี้ประดิษฐ์ แท้จริงแล้ว มันคือช็อกโกเเลตที่ตกแต่งจนเหมือนจริงต่างหาก แล้วของเหลวที่ราดจนชุ่มก็คือ….น้ำมะขาม เลยทำให้รสชาติออกไปในโทนเปรี้ยวหวาน
”
ผมอึ้งจนพูดไม่ออก บอกไม่ถูก ถ้าเป็แบบนั้นจริง คอนเซ็ปของมันก็คล้ายรายการดังในอดีตที่เคยฉายในประเทศเล็กๆแถวอาเซี่ยนะ รู้สึกว่าจะชื่อว่า “สาระแน” ล่ะมั้ง
ทว่าในขณะที่ผมกำลังโล่งอก ไอ้อ้วนวัยกลางคนก็เตร่มากระซิบที่ข้างหู
“ แม้ไอ้ที่มึงกินเข้าไป จะน่าอร่อย แต่รู้มั้ย ทำไมมันถึงมีกลิ่นเหม็น….”
“ ไม่รู้สิ มึงลองเฉลยสิวะ กูพร้อมรับฟังแล้ว ฮะ ฮะ ฮะ ” ผมนิ่งคิดอยู่อึดใจ ก่อนจะตอบกลับด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ เพราะคิดว่านี่คงเป็มุกโง่ๆที่ไอ้ชาวแก๊งสวนสัตว์มนุษย์เตรียมมาอำผมอีกครั้ง
ชายวัยกลางคนแย้มยิ้มอย่างมีเลศนัย ก่อนจะแถลงไขด้วยท่าทางที่ดูจริงจัง
“ ก็เพราะก้อนช็อกโกเเลตนี้มีขี้ชิ้นเล็กๆผสมอยู่ข้างในไง ”
ผมถึงกับอึ้งไปอีกรอบ ในหัวมีแต่ความว่างเปล่า ไม่นาน จิตสำนึกข้างในก็สะท้อนเสียงเตือนขึ้นมา
“อย่าไปเชื่อมัน แม่งหลอกมึงอีกแล้ว”
และดูเหมือนไอ้หน้าหล่อจะรู้ว่าผมคิดอะไรอยู่ จึงขยับเข้ามาโอบไหล่ พร้อมกล่าวยืนยันด้วยรอยยิ้มที่ดูยียวน
“ ไม่ต้องสงสัยไปหรอก ที่พี่อ้วนพูดมา เป็ความจริงล้วนๆเลย มึงน่ะได้กินขี้คลือบช็อกโกเเลตเข้าไปแล้ว ฮ่า ฮ่า ฮ่า…..”
หลังจากนั้น ทุกคนในกองถ่ายก็ร่วมกันผสมโรง หัวเราะพร้อมกันแบบพร้อมเพรียง ก่อให้เกิดเสียงอื้ออึ้งที่ชวนจิตตก
“ ฮ่า ฮ่า ฮ่า……..”
ผมรู้สึกหน้าชาไปทั้งแถบ ขาแทบไร้แรงยืน ในใจนึกปฏิเสธอย่างรุนแรง แม้ว่าสามัญสำนึกจะเชื่อคำพูดของไอ้พวกนั้น
“ ไม่จริงโว้ย….พวกมึงต้องรวมหัวกันหลอกกูแน่ๆ ”
เหมือนไอ้ผอมจะรำคาญหรืออย่างไรไม่ทราบได้ จึงตรงมาตบกระบาลของผมสุดแรง เท่าที่ร่างกายขี้ยาของมันจะทำได้ (ซึ่งก็แ่เบามากจนแทบไม่รู้สึกเจ็บ) จากนั้นก็เริ่มคลายความโง่ให้กับผม
“ เฮ้ย! เลิกหลอนได้แล้ว ไอ้สัตว์ ข้างในช็อกโกเเลตแม่งยัดขี้อยู่จริงๆ ไม่เชื่อ มึงก็คอยดู ”
พอไอ้แห้งพูดจบ มันก็เริ่มแหวกครึ่งก้อนช็อกโกเเลตที่คาอยู่บนจานออก ทำให้พบกับอะไรที่อุบาทว์ขั้นสุด นั่นก็คือ….กากอาหารสีดำคล้ำที่มีเม็ดพริกเกาะติดเล็กน้อย และอีกสิ่งนึงที่ยืนยันคำพูดของพวกมันก็คือ…กลิ่นเหม็นเน่ารุนแรงที่โชยออกมา
“ อ้วก………..”
ผมไม่อาจต้านทานได้อีกต่อไป มันเป็อะไรที่เกินทน ความรู้สึกดังกล่าว มันเหมือนได้ขึ้น์จนสุดทาง จากนั้นก็ถูกฉุดรั้งลงสู่ห้วงเหวแห่งนรกที่เลวร้าย เลยขย้อนของเก่าแบบสุดเดช โดยมีผู้คนทั้งกองถ่ายคอยสมน้ำหน้าด้วยเสียงหัวเราะ
“ ฮ่า ฮ่า ฮ่า………”
……………………….
“ แฮ่ก แฮ่ก แฮ่ก…..” ผมหอบถี่ กายล่ำสันเอนลงในท่ากึ่งนั่งกึ่งนอนบนเก้าอี้ไม้ อันเป็สิ่งที่เ้าหน้าที่กองถ่ายสมนาคุณให้ มือขวาที่ห้อยข้างลำตัว กำลังกำน้ำขวดใหญ่ที่ผมเพิ่งใช้ล้างปากอย่างหนักหน่วง
และในระหว่างที่ผมกำลังนั่งตาลอยมองเพดานอยู่นั้นเอง โสตประสาทก็แว่วเสียงรองเท้าส้นสูงใกล้เข้ามา ก่อนจะหยุดยืนตรงหน้าในระยะประชิด ผมเลยก้มลงมาดู ทำให้รู้ว่าคนๆนั้นก็คือ….สาวสวยผมม่วงผู้มีนามว่า “ลูน่า”
“ เอ๊ะ….คุณเองหรอกเหรอ…” ทันทีที่รู้ว่าเป็ใคร ผมก็พึมพำเบาๆ ดวงตาดูไร้ประกาย คล้ายคบไฟที่ใกล้มอดดับ
กระนั้น สาวสวยมาดนิ่งก็ยังยืนกอดอก ดวงตามองมาที่ผมแน่วนิ่ง สีหน้าไร้อารมณ์จนคาดเดาความคิดไม่ได้ และมันก็เป็แบบนี้อยู่นานจนผมเริ่มอึดอัด
“ ให้ตายสิ คิดจะพูดอะไร ก็พูดออกมาซักทีสิโว้ย อย่าเอาแต่นิ่งแบบนี้ ”
แต่ก่อนที่ผมจะได้ะเิโทสะตามสันดานดิบ ยัยลูน่าก็ชิงกล่าว น้ำเสียงแลเรียบเฉย อันไม่แพ้สีหน้าที่ดูนิ่ง
“ ยินดีด้วย คุณถ่ายคลิปแรกสำเร็จแล้ว และนี่คือ…รางวัลของคุณ ”
สิ่งที่ลูน่ายื่นกลับมาคือ….เช็คขึ้นเงินใบหนึ่ง ทว่าผมกลับรีรอไม่รับมัน ทำให้สาวสวยผมม่วงต้องกระตุ้นเตือน
“ รับมันไปสิคะ เพราะมันคือรางวัลที่ได้มาจากหยาดเหงื่อแรงงานของคุณ ”
เมื่อเป็เช่นนี้ ผมจึงต้องรับมาตามมารยาท แต่ก็ไม่มีกระจิตกระใจจะพลิกขึ้นมาดู เลยยัดมันใส่กระเป๋ากางเกงไปแบบเซ็งๆ
“ แล้วก็….เวลาในการถ่ายคลิปที่สองคือ….อีกสามวันข้างหน้านะคะ ” ทันทีที่เห็นเช็คดังกล่าวเข้าไปอยู่ในการของผมโดยสมบูรณ์ ยัยลูน่าก็เริ่มแจกแจงรายละเอียด อันเป็ชนวนให้ทำนบกั้นอารมณ์ด่านสุดท้ายของผมต้องพังทลาย
“ ไอ้เห้ยเอย ทำกับกูขนาดนี้แล้ว ยังมาพูดถึงคลิปหน้าอีกเหรอ จะบอกให้นะ ต่อให้กูต้องตายอีกแสนครั้ง ก็ไม่มีวันร่วมงานกับไอ้พวกวิปริตแบบมึงอีกแล้ว ดังนั้นรีบไสหัวไปลงนรกซะ ก่อนที่กูจะยัดตีนใส่ปากมึง ”
ทว่าลูน่ากลับไม่มีท่าทีใ มิหนำซ้ำยังยืนเฉยให้ผมกระชากคอเสื้ออย่างว่าง่าย ใบหน้าสวยคมยังคงนิ่ง อันดูไม่ต่างจากรูปปั้นหรือไม่ก็…พวกไซบอร์กที่ไร้จิตใจ
แน่นอนว่าท่าทางดังกล่าว ทำให้ผมฉงนมิใช่น้อย เพราะเวลาที่ผมสติแตกทีไร ไม่เคยมีใครเข้าหน้าติดซักคน แต่ไม่ใช่กับหญิงสาวนางนี้ เธอดูเรียบเฉย ราวกับหลุดจากความเป็คนเป็ที่เรียบร้อย
“ เอ๊ะ! นังคนนี้มันยังไงกัน ทำไมถึงได้กล้าหาญผิดเพศแบบนี้ ”
และไม่รู้ว่าเป็เพราะอะไร ผมถึงไม่กล้าทำอะไรรุนแรง ทั้งที่ในใจอยากตบนางให้หน้าหันซักหลายๆฉาด มันเหมือนมีออร่าบางอย่างที่แผ่ซ่านออกมาจากกายบางที่สูงเพรียว คอยกดดันให้ผมหยุดนิ่งอยู่กับที่ มิหน้ำซ้ำดวงตาสีม่วงที่จ้องมองมา ก็มีพลังจนทำให้ผมเผลอคลายมือที่กำคอเสื้อแบบไม่รู้ตัว
“ ใจเย็นๆก่อนค่ะ ดิชั้นรู้ว่าคุณโกรธ แต่ทุกสิ่งที่ทำลงไป มันคือความสมัครใจไม่ใช่เหรอ ไม่มีใครบังคับคุณเลยนะ ” ลูน่าแจกแจงอย่างใจเย็น ซึ่งก็น่าจะะเืกว่าน้ำเเข็งขั้วโลกเหนือ เพราะน้ำเสียงออกไปในแนวโมโนโทน แถมสีหน้ายังดูไม่ยินดียินร้าย
ผมเถียงไม่ออก ทุกสิ่งที่ผู้หญิงคนนั้นพูดมา เป็ความจริงทั้งหมด ถึงกระนั้น ความเป็คนพาลก็ยังชักนำให้ผมแสดงกิริยาถ่อยสถุลออกมา
“ ก็จริงที่กูยอมเซ็นสัญญา แต่พวกมึงไม่ได้บอกให้ชัดนี่ว่าต้องโดนซ้อมจริงๆ ดูสิ หน้าของข้ายับเยินไปหมด แบบนี้ใครจะรับผิดชอบ ”
ตามปกติ ถ้าผมโวยดังขนาดนั้น ใครๆก็ต้องเผ่นหนี แต่เหมือนทีมงานในกองนี้จะไม่มีใครเกรงกลัว มิหนำซ้ำพวกเขายังคงก้มหน้าก้มตาเก็บวัสดุอุปกรณ์ต่อไป เหลือไว้แต่ยัยลูน่าที่คอยรับหน้า สองมือยกขึ้นมากอดอก
ความเงียบตามติดสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง มันนิ่งเสียจนเข็มตก ก็น่าจะได้ยิน ซึ่งถือว่าผิดปกติมากๆ ด้วยในโกดังนั้นมีเหล่ามนุษย์เดินไปเดินมานับสิบชีวิต และพอทุกสิ่งดำเนินไปตามครรลองได้ครู่หนึ่ง สาวสวยผมม่วงก็เอ่ยปาก
“ ทั้งการเสียขวัญและอาการาเ็ของคุณ ดิชั้นคิดว่า…เช็คในกระเป๋าน่าจะครอบคลุมความเสียหายทั้งหมด แต่ถ้ายังคิดว่าไม่คุ้มราคา ก็ยังมีคลิปหน้าให้คุณถ่าย ซึ่งค่าตอบแทนจะมากกว่าเงินที่ได้ในวันนี้นับสิบเท่า ”
“ มึงคิดว่า…คนอย่างกูซื้อได้ด้วยเงินเรอะวะ ดูถูกกันเกินไปแล้ว ” ผมคำรามดัง ทั้งที่ในความเป็จริง ผมเพิ่งถูกเงินซื้อมา เพราะถ้าไม่มีกระดาษอันเลอค่าเ่าั้มาหลอกล่อ ผมคงไม่ยอมทำอะไรบ้าๆแบบนี้แน่
“ มันไม่ใช่เื่ดูถูกหรอกค่ะ พวกเราเป็มืออาชีพที่พยายามสร้างสรรค์ความสุขให้กับคนที่คู่ควร และถ้าคิดว่าการกระทำแบบนี้ เป็การด้อยค่า แล้วสิ่งที่คุณทำมาในอดีตล่ะ เรียกว่า….อะไร ”
การย้อนศรดังกล่าว ทำให้ผมแทบกระอักโลหิต เพราะมันเสียดแทงจิตสำนึกที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิด ผมจึงได้แต่สบถเบาๆ พร้อมเดินจากไป
“ ชิ…อย่าโผล่หน้ามาให้กูเห็นอีก พอกันที ลาขาดเลย ”
แต่ไม่ทันไปไกลเกินห้าก้าว เสียงใสๆของลูน่าก็ดังมาจากข้างหลัง ทำให้ผมหยุดชะงักเล็กน้อย
“ คุณบราวน์รู้ดีว่าจะติดต่อดิชั้นได้ยังไง อย่าลืม อีกสามวันจะถ่ายทำคลิปที่สอง คุณสามารถเปลี่ยนใจได้ทุกเมื่อ พวกเรารอร่วมงานกับคุณอย่างใจจดใจจ่อ ”
และนั่นก็เป็ประโยคสุดท้ายที่ผมได้ยิน ก่อนที่จะรีบเดินตรงไปที่รถ เพื่อให้มันนำพาผมออกจากสถานที่แห่งนี้
สามารถติดตามงานเขียน ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจ Jalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ
https://www.facebook.com/darksidewriter.versionend.of.the.alley
