หลังจากที่ตัวของหลินเทียนสามารถผ่านชั้นที่ 18 แห่งนี้ไปได้ที่โลกภายนอกในยามนี้นั้นถึงกับเกิดความวุ้นวายอย่างใหญ่หลวงเพราะการที่หลินเทียนสามารถก้าวข้ามผ่านชั้นนี้ไปได้นั้นมันมิใช่เรื่องเล็กๆเลยนี่นับว่าเป็นเรื่องใหญ่เป็นอย่างมากเรื่องราวของเด็กหนุ่มที่เกิดขึ้นภายในวันนี้นั้นสามารถสร้างแรงสั่นสะเทือนไปหลายๆทวีปสาเหตุนั่นเป็นเพราะอดีตผู้ก่อตั้งโรงเรียนจอมเวทแห่งนี้เมื่อครั้งที่ตัวของมันยังเคยมีชีวิตอยู่มันถูกขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในสิบคนที่เก่งกาจที่สุดของหลายๆทวีปจากประชากรหลายหมื่นล้านคน และด้วยความเก่งกาจที่สูงส่งขนาดนั้นเขาเพียงสามารถไปถึงได้เพียงแค่ชั้นที่ 18 เท่านั้น แต่ตัวของหลินเทียนสามารถก้าวข้ามชายผู้นี้ไปได้นี่มิได้หมายความว่าตัวของหลินเทียนภายในอนาคตจะเก่งกาจยิ่งกว่าอีกเหรอ ผู้คนที่มารวมตัวกันอยู่ภายในสถานที่แห่งนี้พวกมันทุกคนต่างพากันหายใจไม่ทั่วท้องไม่เว้นแม้แต่ศิษย์หลักลำดับ 1 เหิงซาน“คนผู้นี้สุดยอดจริงๆ ข้าคิดว่าเบื้องบนจะต้องปกปิดการมีอยู่ของคนผู้นี้เป็นแน่ ด้วยความสามารถของมันสามารถเข้ามาเป็นศิษย์หลักได้สบายๆ ทำไมต้องไปเข้าร่วมกับศิษย์ฝ่ายนอกตั้งแต่แรกด้วย หรือระดับความสามารถและพรสวรรค์ของมันผู้นี้จะสูงล้ำเกินไป” เหิงซานกล่าวออกมาด้วยความส่งสัย“เจ้าคิดว่าจะเอาชนะมันผู้นี้ได้รึไม่” เหยี่ยนจิง ศิษย์หลักลำดับ 2 กล่าวกับสหายของตนด้วยท่าทางสงสัยถึงจะเป็นอย่างงั้นตัวของมันก็พอที่จะคาดเดาคำตอบของคนผู้นี้ได้อยู่แล้ว“ข้าไม่แน่ใจ” เหิงซานกล่าวออกมาด้วยไม่ต้องคิด ราวกับว่าคำตอบของมันไม่ต้องใช้มันสมองคิดด้วยซ้ำมันตอบไปตามสัญชาตญาณของมัน“ห๊ะ ไม่แน่ใจอย่างงั้นรึ” คำตอบที่ตัวของมันได้รับนั้นแตกต่างจากที่มันคาดคิดไปไกลนี่สหายของตนประเมินเจ้าหน้าใหม่ผู้นี้อยู่สูงจนเกินไปหรือเปล่า“เจ้าก็รู้ความยากง่ายของหอคอยสวรรค์แห่งนี้เป็นอย่างดีผู้ที่สามารถปีนป่ายไปได้ไกลกว่าท่านผู้ก่อตั้งความสามารถของมันผู้นั้นมันจะไก่กาไปได้อย่างไร ถึงแม้ว่าในยามนี้ตัวของข้าอาจที่จะสามารถเอาชนะมันได้แต่ภายอนาคตนั้นมันจะต้องก้าวข้ามข้าไปอย่างไม่เห็นฝุ่นเป็นแน่”“เหิงซานนี่มันเป็นตัวเจ้าแน่เหรอเนี้ย ข้าไม่เชื่อเป็นอันขาดว่ามันผู้นั้นจะก้าวข้ามข้าหรือเจ้าไปได้” เหยี่ยนจิง กล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่ไม่อยากจะเชื่ออย่างถึงที่สุดใครจะไปสามารถทำใจยอมรับได้กันว่ากำลังจะมีเจ้าหน้าใหม่ก้าวข้ามพวกตนไปแล้วคำพูดนั้นกับเป็นเหิงซานตัวตนอันดับหนึ่งอีกด้วย“ข้าไม่ได้กำลังดูถูกตัวเจ้าหรือตัวข้าเอง แต่เจ้าหลินเทียนผู้นี้แท้จริงแล้วมันจะต้องเป็นผู้มีพรสวรรค์ระดับ 7 ดาวเป็นแน่ มีเพียงตัวตนระดับเดียวกันเท่านั้นที่จะสามารถก้าวข้ามท่านผู้ก่อตั้งไปได้และข้าเชื่อว่ามันไม่มีเหตุผลอื่นที่จะสามารถอธิบายคำตอบนี้ได้ดีเท่านี้อีกแล้ว” ไม่เสียทีที่ตัวของมันนั้นเป็นถึงศิษย์หลักอันดับ 1 ตัวของชายผู้นี้นั้นเพียบพร้อมไปด้วยพละกำลังและสติปัญญา และตัวของมันนั้นยังเป็นชายผู้ที่มีจิตใจที่กว้างขวาง“อะไรนะ เจ้าหมอนี่แท้จริงแล้วมันเป็นผู้มีพรสวรรค์ระดับ 7 ดาวอย่างงั้นรึ แล้วพวกเราควรที่จะวางตัวกับมันผู้นี้อย่างไงดี” เหยี่ยนจิงกล่าวออกมาด้วยความตื่นตะลึงอย่างถึงที่สุด“เราก็ทำตัวปกติเหมือนอย่างที่เคยทำ เพียงแค่ไม่ตั้งตัวเป็นศัตรูกับมันก็พอ เป็นมิตรย่อมดีกว่าการเป็นศัตรูเป็นไหนๆการที่ไปมีเรื่องกับผู้มีพรสวรรค์ระดับนี้นั้นมันไม่ใช่เรื่องที่ฉลาดเลย และข้าเชื่อว่าพวกเบื้องบนจะต้องออกโรงปกป้องมันอย่างสุดตัวแน่”“เห้อ…เจ้าพี่น้องตระกูลหมิง ช่างทำตัวโง่เง่าบัดซบนักที่ดันไปมีเรื่องกับผู้มีพรสวรรค์ระดับนั้น”“พวกเราเพียงแค่วางตัวเป็นกลางก็พอแล้วเตรียมตัวรับชมเรื่องราวสนุกๆที่กำลังจะเกิดขึ้น” ทางด้านตัวของเหิงซานนั้นต้องการที่จะรับชมพลังฝีมือของหลินเทียนด้วยตาของมันเอง มันคงเป็นภาพที่ดูตื่นตาตื่นใจอยู่มิใช่น้อยเขาเชื่อว่าหลินเทียนนั้นจะต้องสำแดงเดชทักษะที่มองดูแล้วตื่นตาตื่นใจให้รับชมแน่นอน
ณ สถานที่พักของหมิงโจวสีหน้าท่าทางของหมิงโจวในยามนี้นั้นเคร่งขรึมจริงจังเป็นอย่างมาก มันไม่คาดคิดมาก่อนเลยว่าด้วยความสามารถและพรสวรรค์ของหลินเทียนจะสูงล้ำมากมายถึงเพียงนี้ และดูเหมือนว่าตัวของมันกับชายผู้นี้สมควรที่จะเป็นศัตรูกันจนมิอาจที่จะอยู่ร่วมฟ้าเดียวกันได้ ไม่ว่าจะอย่างไรตัวของเขานั้นต้องการที่จะจัดการกับมันให้โดยไวที่สุดหากยิ่งปล่อยให้วันเวลาผ่านไปนานวันเข้าเกรงว่าทุกอย่างนั้นมันจะสายเกินไป มันจึงรีบใช้อุปกรณ์สื่อสารอะไรบางอย่างต่อสายตรงไปที่ชายผู้หนึ่งในทันทีหวืดดด หวืดดด คร๊อก!!“หมิงโจว อย่างงั้นเหรอเจ้านึกอย่างไรถึงได้ติดต่อท่านลุงคนนี้” น้ำเสียงของชายวัยกลางคนนั้นกล่าวออกมาด้วยท่าทางที่อบอุ่น หมิงโจวและหมิงยู่นั้นถือเป็นความภูมิใจสูงสุดของตระกูล นี่ก็ไม่ใช่เรื่องหน้าแปลกที่ตัวของมันจะรักและเอ็นดูหลานทั้งสองเป็นอย่างมาก“ท่านลุงเกิดเรื่องแล้ว มีเจ้าบัดซบผู้นึงมันบังอาจขวัญกล้ามาทำร้ายน้องชายของข้าจนพิการตลอดชีวิต ข้าหวังเป็นอย่างยิ่งว่าท่านจะช่วยเหลือข้าสักครั้งในการมาเป็นสักขีพยานในการท้าประลองต่อสู้เป็นตายกับมัน”ที่สายปลายทางในยามนี้นั้นถึงกับนิ่งเงียบสนิทเป็นเวลานานดูเหมือนจะไม่มีเสียงตอบรับมันพยายามรวบรวมสติของตนเองว่าเรื่องราวที่ตนได้ฟังเมื่อครู่นั้นมันเป็นเรื่องจริงรึไม่ตู๊มมมมมมมม ที่สายปลายทางในยามนี้นั้นได้ยินเสียงดูเหมือนผู้คนกำลังทำลายข้าวของอะไรบางอย่างน้ำเสียงของมันในยามนี้นั้นเต็มไปด้วยความหอบถี่ราวกับว่าตัวของมันนั้นปิดบังความโกรธของมันไม่มิด“เจ้าขวัญกล้าผู้นั้นมันเป็นใคร หมิงโจว เจ้าจงบอกลุงของเจ้ามาซิว่าผู้ที่กล้าทำน้องชายของเจ้าจนกลายเป็นคนพิการแท้จริงแล้วตัวของมันมีนามว่าอะไร” ชายวัยกลางคนผู้นี้นั้นมีนามว่าหมิงจงเป็นหนึ่งในบุคคลสำคัญของสภาจอมเวท น้อยคนนักที่จะกล้าทำให้มันโกรธเคืองเช่นนี้ หลังจากนั้นไม่นานหมิงโจวจึงได้เล่าทุกๆเรื่องเกี่ยวกับตัวตนของหลินเทียนทางด้านตัวของ ท่านลุงของมันเมื่อได้รับฟังนั้นถึงกับถามย้อนกลับมาด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือราวกับกล่าวถามออกมาด้วยความแน่ใจว่านี่เป็นเรื่องจริงอย่างงั้นหรือ“เจ้าเด็กนั่นมันสามารถขึ้นหอคอยสวรรค์ไปถึงชั้นที่ 19 ได้อย่างงั้นรึ” ชายวัยกลางคนกล่าวถามออกมาด้วยน้ำเสียงที่ตื่นตัวอย่างถึงที่สุด“ทุกเรื่องที่ข้ากล่าวออกมาล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องจริงทั้งหมด” หมิงโจวกล่าวยื่นยันต่อในสิ่งที่ตนเองพึ่งพูดไปเมื่อครู่“หมิงโจว จำคำพูดของลุงไว้ให้ดีไม่ว่าจะอย่างไรวันศึกการประลองเจ้าจะต้องฆ่ามันให้ได้ ไม่ว่าจะต้องใช้วิธีการได้จงอย่าให้มันมีชีวิตรอดเป็นอันขาด” มันเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าภายในอนาคตนั้นเจ้าเด็กหนุ่มหลินเทียนนี้นั้นจะต้องเป็นภัยร้ายสำคัญสำหรับตระกูลของมันแน่มีเพียงแต่ที่จะต้องกำจัดในยามที่มันอ่อนแออยู่เท่านั้น