ปุ๋ยเร่งโต
สามคนล้อมวงกินข้าวเย็นจนอิ่มก็เริ่มถามไถ่เื่ไปเก็บผัก พ่อแสนเห็นสองแม่ลูกกลับมามืดค่ำก็เป็ห่วงกลัวจะเป็อันตราย หากพวกเธอไม่ถึงบ้านก่อนก็คงคว้าไฟฉายใส่หัวออกไปตามแล้ว
สมัยนี้มีไฟฉายส่องกบชาร์จไฟจากหม้อแบตเตอรี่ พ่อจะเอาหม้อแบตไปเติมน้ำกลั่นที่ร้านป้าแดงในหมู่บ้านทุกสามสี่วัน หากไม่ได้ใช้ไฟมากก็สามารถอยู่ได้นานถึงอาทิตย์ก็มี เป็อุปกรณ์ที่สะดวกอย่างหนึ่งในหมู่บ้านชนบท
“เหนื่อยมากไหมลูก นั้นมือเป็แผลหรือ”
เห็นสีหน้าปวดใจของพ่อ เด็กสาวก็รีบโบกไม้โบกมือแสดงออกว่าเธอไม่เป็ไรมาก
“ไม่เป็ไรจ้ะพ่อ หนูเก็บหน่อหวายป่าเลยถูกหนามมันทิ่มเฉยๆ”
“อาบน้ำเสร็จพ่อจะใส่ยาให้”
ลูกจันทร์ไม่อยากให้ทุกคนเป็กังวล แต่ก็พูดอะไรไม่ได้ เธอจึงพยักหน้าน้อยๆก่อนจะเดินถือผ้าไปอาบน้ำที่ตุ่ม บ้านของเธอมีน้ำบาดาลสูบขึ้นมาใช้ แต่ไม่ต้องคิดถึงปั้มน้ำที่ทันสมัยเหมือนในยุคของเธอนะ มันเป็สูบที่ทำจากท่อเหล็ก เสียบท่อนไม้ตรงคันโยกเพื่อให้สะดวกต่อการออกแรง
พ่อของเธอจะโยกน้ำไว้จนเต็มตุ่มทุกวันให้ลูกกับเมียใช้ วันไหนฝนตกก็รองน้ำใส่โอ่งไว้กินไว้ใช้เช่นเดียวกัน สมัยนี้ยังไม่มีโรงงานมากมายเหมือนในอนาคต สารปนเปื้อนที่มากับฝนจึงค่อนข้างน้อย น้ำฝนสะอาดสามารถรองไว้ดื่มกินตลอดปีได้
ลูกจันทร์อาบน้ำสระผมเสร็จ พ่อแสนก็ถือกล่องมาเข้ามาทายาให้ เชื่อว่าเด็กในชนบททุกคนต้องรู้จักสิ่งนี้ มันคือซองผงวิเศษสีส้มห่อละบาท สรรพคุณใช้โรยบนแผลสดไฟไหม้น้ำร้อนลวก เป็ยาที่ชาวบ้านชนบทต้องมีไว้ติดบ้านตลอด
เธอมองผงสีขาวที่ถูกโรยบนแผลตรงมือและแขนโดยไม่ได้พูดอะไร ในเมื่อพ่อตั้งใจทายาให้ ความกลัวว่าผงแป้งจะไปอุดตันแผลก็ช่างมันเถอะ
เด็กสาวที่ตื่นแต่เช้า เข้าป่าทั้งวันรู้สึกเหน็ดเหนื่อยจึงขอตัวขึ้นนอนก่อน เธอใช้พลังงานจนหมดแล้ว ร่างกายที่ผ่ายผอมของเธอประท้วงจะพักผ่อนให้ได้
ก่อนนอนเด็กสาวไม่ลืมเข้ามิติฟาร์มเพื่อเก็บเกี่ยวกะหล่ำปลีและข้าวโพดที่ปลูกทิ้งไว้ เธอยังไม่มีแผนจะนำพวกมันออกมา่นี้ ดังนั้นผลผลิตที่ได้ทั้งหมดจึงถูกแลกเป็เหรียญทองในร้านค้าระบบแทน
กะหล่ำปลีขายกิโลกรัมละยี่สิบห้าเหรียญทอง ข้าวโพดขายกิโลกรัมละสามสิบเหรียญทอง การขายครั้งนี้ทำให้มิติฟาร์มของเธอเลื่อนระดับขึ้นเนื่องจากสะสมเหรียญทองจนครบห้าพันเหรียญตามที่กำหนดแล้ว
ไอคอนร้านค้าลูกศรชี้ออกมีป้ายสีแดงแจ้งเตือนว่ามิติฟาร์มปลดล็อคสิ่งก่อสร้างอย่างอื่นเพิ่ม แต่ลูกจันทร์เหนื่อยเกินกว่าจะเข้าไปดูได้ในตอนนี้ เธอจึงแค่กดซื้อแปลงเพาะปลูกเพิ่มสองแปลงและหว่านเมล็ดผักทิ้งไว้ก่อนจะออกจากมิติฟาร์มไป
เด็กสาวหลับสนิทไปแล้ว แต่พ่อแสนกับแม่หวานยังนั่งคุยกันเบาๆอยู่ที่แคร่ไม้ใต้ถุนบ้าน
“แม่เหนื่อยไหม พ่อนวดให้”
พ่อแสนเห็นเมียตัวเองจับเนื้อจับตัวก็สงสาร ร่างสูงจึงขยับเข้าไปใกล้พร้อมกับนวดบ่าให้อย่างเบามือ
“ฉันไม่เท่าไรหรอกจ้ะพี่ แต่ลูกน่ะสิคงเหนื่อยมาก ดื้ออยากไปด้วยให้ได้ เดินตากแดดทั้งวันไม่พอ แขนขามีแต่แผล”
แม่หวานเอ่ยเสียงแ่เบา เธอเห็นลูกสาววันนี้แล้วก็อดคิดไม่ได้ แบกกระสอบหนักก็ไม่บ่น เดินตากเดินเข้าป่าลึกก็ไม่บ่น เด็กสาวเดินตามเงียบๆ ถ้าแม่ไม่บอกให้พักบ้างก็คงเดินต่อไป
“แม่อย่าคิดมาก ลูกไม่ใช่เด็กเหมือนเมื่อก่อนแล้ว เขาคงเห็นพ่อกับแม่ลำบากจึงอยากช่วย”พ่อแสนปลอบโยนภรรยาตัวเอง คนเป็พ่อเป็แม่แม้จะไม่พูดอะไรแต่ทำไมจะไม่รู้ว่าลูกตัวเองมีนิสัยเปลี่ยนไป แต่การเปลี่ยนแปลงก็ไม่ได้เลวร้าย ลูกจันทร์มีความมั่นใจในตัวเอง กล้าคิดกล้าทำ เล็กๆน้อยๆไม่เคยทำให้พ่อแม่เป็ห่วง
“พี่ วันสองวันมานี้ลูกเปลี่ยนไปไม่เหมือนเดิม ฉันกลัวลูกจะเป็อะไร เราไปให้หลวงตารดน้ำมนต์ให้ดีไหม”
แม่หวานเป็ผู้หญิง จิตใจอ่อนโยนกว่าผู้ชาย การเปลี่ยนแปลงของลูกแม้จะดีมากแต่เธอก็ยังไม่สบายใจ
“เอาไว้ทำบุญใหญ่ออกพรรษาเราค่อยพาลูกไปดีกว่า ลูกจะได้ไม่คิดมาก”ยังคงเป็พ่อแสนที่รอบคอบ หากพวกตนเอ่ยปากให้ลูกจันทร์ไปวัดเพื่อรดน้ำมนต์ตรงๆ ลูกสาวต้องสงสัยและรู้สึกตะขิตตะขวนใจแน่
“เอาอย่างนั้นก็ได้ จริงสิพี่ นี่เงินที่วันนี้ฉันขายผักมาได้”
แม่หวานพยายามเลิกคิดถึงเื่ที่เป็กังวล มือที่หยาบกร้านเพราะทำงานหนักมาแต่เด็กหยิบเงินจำนวนสองพันกว่าบาทออกมา พวกเธอสองคนผัวเมียไม่มีอะไรปิดบังกันอยู่แล้ว เงินที่ได้มาก็เก็บไว้ใช้จ่ายในครัวเรือนและซื้อปุ๋ยนาข้าว เธอรู้ว่า่นี้สามีกำลังมีเื่ทุกข์ใจเกี่ยวกับแปลงนา ข้าวตั้งท้องปัญหาอื่นๆก็ตามมาเยอะแยะ บางครั้งก็ต้องใช้เงินเข้ามาใช้แก้ปัญหาด้วย
“เงินขายผักได้เยอะขนาดนี้เชียวหรือ”พ่อแสนเอ่ยถามอย่างแปลกใจเมื่อเห็นเงินในมือเมียตัวเอง
“ใช้จ้ะ นี่แบ่งกับพุดซ้อนแล้ว โชคดีที่วันนี้ลูกจันทร์ไปเจอกอหวายป่าจนได้หน่ออ่อนมาขายเพิ่ม”
“แม่เก็บไว้เถอะ อาทิตย์หน้าค่อยพาลูกเข้าเมืองไปซื้อของ ลูกไม่มีอะไรที่เหมือนเพื่อนเลย แม่เองก็ซื้อเสื้อสวยๆสักตัวมาใส่งานบุญนะ”
สองสามีภรรยานั่งคุยตามประสาก่อนจะลุกไปอาบน้ำเข้านอนเมื่อเห็นว่าดึกแล้ว
เช้าวันอาทิตย์ลูกจันทร์นอนตื่นสายได้ เธอหลับยาวจนถึงแปดโมงเช้าแม่จึงมาปลุกให้ไปกินข้าวกินน้ำ แม่หวานเห็นว่าลูกสาวเหน็ดเหนื่อยมาทั้งวันก็ปล่อยให้นอนสบายๆ สายๆค่อยปลูก
“แม่จ๋าวันนี้มีอะไรกินบ้างจ้ะ”ลูกจันทร์เดินหาวลงมาจากบ้าน เธอเห็นแม่กำลังสอยมะพร้าวห้าวอยู่ริมรั้ว แม่กำลังจะเตรียมของไว้ทำขนมไปใส่บาตรวันออกพรรษาที่วัด
“แม่อ่อมหว่ายไว้ในหม้อกับผัดผักกูดใส่ไข่ พ่อกับแม่กินแล้ว หนูไปล้างหน้าล้างตาแล้วค่อยมากินเถอะจ้ะ”
เด็กสาวเดินไปเปิดหม้อตามที่แม่บอก อ่อมแกงหว่ายเธอกินไม่เป็ เธอจึงกินเฉพาะผัดผักกูดใส่ไข่ในจานที่เหลือ เมื่ออิ่มแล้วก็เข้าสวนไปดูผักที่หว่านไว้ โชคดีที่เธอใช้ฝางกลบหน้าดินจึงทำให้ไม่มีใครสนใจแปลงผักที่เพิ่งลงเมล็ด
ผักในแปลงของเธองอกขึ้นมาแล้วถึงหนึ่งคืบในวันเดียว เธอหว่านเย็นวันศุกร์ผ่านมาวันอาทิตย์ใบของผักก็แตกออกเป็ต้นแข็งแรง แม้จะค่อนข้างเติบโตเร็วไปหน่อยแต่ก็ไม่มีอะไรให้เป็ห่วงนัก เธอมีแผนจะบอกเื่มิติฟาร์มกับพ่อและแม่เร็วๆนี้ ตอนนั้นก็คงไม่ต้องหาเื่อะไรมาอ้างอีกแล้ว อยากกินอะไรก็หยิบออกมาโดยไม่ต้องหลบซ่อน
เด็กสาวเดินกลับเข้ามาในบ้าน เธอสวมหมวกฝางบนหัวก่อนจะออกไปช่วยแม่เก็บมะพร้าวเข้ามาไว้ในครัว
พ่อของเธอเวลานี้ก็คงอยู่ที่แปลงนาเหมือนเดิม ลูกจันทร์ที่มีปุ๋ยเร่งโตจึงอยากจะไปเห็นนาข้าวและสวนพริกเสียหน่อย
ที่นาของบ้านลูกจันทร์มีเนื้อที่ไม่มาก รวมกับที่อยู่อาศัยก็ราวๆเจ็ดไร่ได้ เป็นาบ้านที่ฝั่งตากับยายแบ่งให้ลูกๆ โดยแม่ของเธอเป็ลูกคนรองมีพี่ชายและน้องชายน้องสาวรวมกันห้าคน คนโตนั้นแต่งงานและอยู่กินกับภรรยาที่ลาว คนที่สามทำงานเป็เซฟในโรงเรียนแถวทางใต้ คนที่สี่ขับรถแท็กซี่อยู่ที่กรุงเทพ น้องสาวคนเล็กนั้นแต่งงานและอยู่กินกับสามีอีกจังหวัดหนึ่ง
เริ่มแรกที่แม่แต่งงานกับพ่อนั้นตาไม่พอใจมาก เพราะพ่อเป็คนจากจังหวัดอื่นไม่เคยทำไร่ทำนาเหมือนชาวบ้านในชนบท แต่มียายค่อยพูดไว้ให้จึงอยู่รวมกันด้วยดีเสมอมา จนกระทั่งแม่ตั้งท้องลูกจันทร์ ร่างกายอ่อนแอจนไม่สามารถทำงานหนักในท้องนาได้เหมือนปกติ นาสามที่ที่พวกเธอสองสามีภรรยารับผิดชอบดูแลจึงทำไม่ทัน ปีนั้นได้ข้าวน้อยจนพี่น้องคนอื่นสงสัย หาว่าแม่ของเธอกับพ่อโกงตากับยายแอบเก็บข้าวไว้เอง
เพราะตากับยายยังไม่ได้แบ่งมรดก นาสามที่จึงเป็ชื่อของตาที่ต้องแบ่งให้พี่น้องห้าคน แม่ของเธอไม่ได้แต่งงานไปอยู่ไกลจึงได้รับผิดชอบทำนาทั้งสามที่ ผลผลิตที่ได้มาก็เข้ากองกลางมีตาของเธอดูแล แต่พอเกิดปัญหาข้าวได้น้อยถูกพี่น้องต่อว่าเสียหาย คนที่อดทนก้มหน้ายอมรับมาตลอดหลายปีก็พลันะเิ เธอกับสามีทำอะไรก็ไม่เคยถูกใจพ่อแม่ หาว่าทำนาไม่เป็บ้างล่ะ แอบเอาข้าวไปขายบ้างล่ะ ไม่ว่าอย่างไรก็สู้ลูกคนอื่นๆไม่ได้ ที่ผ่านมาพวกเธอก็อดทนคิดว่าวันหนึ่งพ่อกับแม่จะเห็นสิ่งที่ทำ แต่ตากลับล้ำเส้น ตีหลานสาวเพราะคิดว่าลูกจันทร์เป็ต้นเหตุทำให้เกิดเื่ทะเลาะเบะแวงระหว่างพี่น้องขึ้น
แม่ทะเลาะกับตาเป็ครั้งแรก ให้ตาแบ่งนาเสีย พวกพี่น้องคนอื่นจะได้ไม่ต้องมาพูดให้กินแหนงแคลงใจกันอีก พอแบ่งแล้วก็จัดการของใครของมันไม่ต้องยุ่งเกี่ยวกันต่อไป
ตาโกรธมากที่แม่อยากได้มรดกจนตัวสั่น ลั่นคำว่าตัวเองยังไม่ตายจะรีบแบ่งมรดกไปขายกินหรือ แต่ยายก็เข้ามาห้ามไว้ ไม่อยากให้พ่อลูกทะเลาะกันจนอับอายชาวบ้าน
พี่น้องห้าคนถูกเรียกมารวมกันก่อนจะแบ่งที่นาให้ตามความพึงพอใจของตา แม่ของเธอที่ทำงานรับใช้มาตลอดหลายปีได้รับที่ดินห้าไร่ น้อยกว่าคนอื่นสองสามเท่า ตาให้เหตุผลว่านาทุ่งนั้นติดหมู่บ้านจึงได้น้อยหน่อย พี่น้องของตาที่เห็นหลานสาวคนรองมาแต่เล็กๆรู้สึกไม่ยุติธรรมจนเกินไป ที่ผ่านมามีแต่แม่หวานที่ค่อยวิ่งทำงาน รับผิดชอบดูแลตากับยายมาหลายปี ที่จริงสมควรได้รับมากที่สุดด้วยซ้ำ คนเฒ่าคนแก่ช่วยกันพูดคำสองคำเพราะเป็เื่ในครอบครัวคนอื่น ตาจึงเพิ่มที่ปลูกบ้านในปัจจุบันให้อย่างเสียไม่ได้
สองสามีภรรยาไม่ปริปากอะไร เมื่อแบ่งที่นากันเสร็จก็ย้ายออกจากบ้านตายายมาปลูกบ้านท้ายหมู่บ้านและค่อยๆบุกเบิกที่ดินห้าไร่ทำนากันเงียบๆ ส่วนนาที่อื่นของพี่น้องสี่คนก็ให้พวกเขาจัดการกันเอาเอง
แน่นอนว่านาแค่ห้าไร่ไม่ได้ผลผลิตมากมายอะไรอยู่แล้ว แบ่งไว้กินไม่กี่กระสอบนำไปขายก็หมด สมัยนี้นาหนึ่งไร่ได้ข้าวแค่ครึ่งตันเท่านั้น แต่ละปีจะเสียหายไปกับดินฝนลมฟ้าอากาศนกแมลงหนู ผลผลิตก็ลดน้อยลงไปอีก
เด็กสาวสวมเสื้อแขนยาวปกปิดร่างกาย แปลงนาอยู่ติดกับบ้านของเธอไม่กี่เมตร เดินเลยลงไปหลังบ้านเป็แปลงข้าว กลางทุ่งนาจะมีบ่อน้ำและสวนพริก เงาของพ่อไหวๆอยู่กลางแปลงนา ในมือมีต้นกล้าเพื่อซ่อมข้าวที่ห่าง
ลูกจันทร์เดินไปที่สวนพริกของแม่ พื้นดินถูกยกเป็ร่องปลูกพริกขี้หนูสวนไว้ประมาณหนึ่งงาน ต้นพริกขี้หนูกำลังออกดอกและมีเมล็ดเขียวเล็กๆ แต่ดูเหมือนจะไม่พอปุ๋ยจึงทำให้พริกไม่งามเท่าที่ควร เด็กสาวพลิกมือหยิบเอาปุ๋ยเร่งโตออกมาจากมิติฟาร์ม เธอค่อยๆโรยปุ๋ยที่เจือจางแล้วลงบนต้นพริกทีละร่อง ต้นพริกที่เหลืองกรอบได้ปุ๋ยก็สั่นไหว เปลี่ยนเป็ใบเขียวชอุ่มแข็งแรงทันที ลูกจันทร์เห็นดังนั้นก็พอใจ เธอเดินไปที่แปลงนาต่อ เสร็จแล้วก็ล้างไม้ล้างมือกลับบ้าน
เมื่อภารกิจที่คิดเอาไว้เรียบร้อยแล้ว เด็กสาวก็โล่งใจ ปีนี้นาข้าวของพ่อจะต้องได้ปริมาณข้าวเพิ่มขึ้นแน่นอน ส่วนสวนพริกเธอจะให้แม่เก็บไปขายที่ตลาดเช้าในหมู่บ้าน ่นี้ใกล้งานบุญใหญ่แบ่งบางส่วนไปทำบุญด้วย ปีนี้เห็นว่าญาติโยมลูกศิษย์ลูกหาจากกำแพงเพชรจะทำกองผ้าป่ามาถวายที่วัดด้วย หลวงตาพื้นเพเป็คนที่โน่นเป็ธรรมดาที่จะมีญาติโยมมาเยี่ยมเยือนตลอด
แม่หวานเองก็เริ่มหามะพร้าวน้ำตาลไว้ทำขนมรอแล้ว แม่ของเธอทำขนมไม่เหมือนชาวบ้านคนอื่นเท่าไร นอกจากแป้งน้ำตาลแล้วยังผสมฟักทองนึ่งและใบเตยให้แป้งหอมมีสีสันน่ากินอีกด้วย ทำเท่าไรก็ไม่เคยพอ โดยเฉพาะเด็กๆบ้านน้าพุดซ้อน
วันอาทิตย์ไม่มีงานให้เธอทำมากนัก นอกจากรดน้ำผักแล้วเธอก็ค่อนข้างว่าง เด็กสาวจึงทำทีนั่งเล่นขายของเงียบๆใต้ต้นลำไย แต่ความเป็จริงแล้วเธอเข้ามาที่มิติฟาร์มเพื่อดูผักที่ปลูกไว้และสิ่งก่อสร้างที่เพิ่งปลดล็อค แม่หวานเห็นลูกสาวนั่งเล่นตามปกติก็ไม่ได้สนใจอะไร
ลูกจันทร์เก็บเกี่ยวผักที่เติบโตเต็มที่แล้วทั้งหมดเป็อันดับแรก เธอขายให้ร้านค้าในระบบเหมือนเดิม จากนั้นก็กดสั่งเมล็ดผักผลไม้มาเพาะปลูกต่ออีก ค่อยไปที่ปุ่มเมนูดูสิ่งก่อสร้างที่เพิ่งปลดล็อค
บ่อน้ำแบบก่ออิฐกว้างขนาดเมตรครึ่งปรากฏขึ้นบนพื้นที่ว่างเปล่า บ่อน้ำนี้ใช้เหรียญทองมากถึงหนึ่งพันห้าร้อยเหรียญในการซื้อ มันมีประโยชน์กับพืชและสัตว์ในมิติฟาร์ม ซึ่งช่วยให้รสชาติของผักผลไม้และเนื้อสัตว์อร่อยและเปี่ยมด้วยพลังชีวิต
ลูกจันทร์ลองตักน้ำในบ่อขึ้นมาชิม น้ำเย็นสดชื่นมีรสชาติหวานติดปลายลิ้นดื่มแล้วหายเหนื่อยเป็ปลิดทิ้งทันที เธอเห็นสรรพคุณของน้ำก็ดวงตาวาววับ ถ้านำไปผสมกับน้ำฝนในโอ่งให้พ่อกับแม่ดื่มกินจะดีเท่าใดนะ
คอกเลี้ยงไก่ที่เธออยากได้ก็ปลดล็อคแล้ว ใช้หนึ่งพันแปดร้อยเหรียญในการซื้อ ส่วนแม่ไก่ก็มีขายในระบบตัวละหนึ่งร้อยเหรียญทอง เด็กสาวรีบกดสั่งซื้อจำนวนสิบตัวในทันที อาหารของไก่นั้นทำจากข้าวโพดที่ผู้ใช้งานปลูกในแปลง ต้องนำข้าวโพดไปแปรรูปในโรงงานทำอาหารไก่เสียก่อนจึงจะได้อาหารออกมา
ลูกจันทร์เสียเงินอีกสองพันเหรียญทองเพื่อซื้อโรงงานแปรรูปอาหารสัตว์ เธอกดเริ่มทำงานโดยใช้ข้าวโพดที่มีในคลังจำนวนหกกิโลกรัม การแปรรูปอาหารไก่ใช้เวลาไม่นาน ไอคอนรูปอาหารไก่ก็ปรากฏออกมาสองถุง
เด็กสาวนำอาหารที่ได้ไปให้ไก่ในเล้าที่กำลังส่งเสียงขออาหาร ไก่สิบตัวกับอาหารแค่สองถุงไม่เพียงพอต่อความ้า เสียงกะต๊ากในเล้าจึงดำเนินต่อไปจนโรงงานแปรรูปผลิตอาหารออกมาได้ครบจำนวน
ข้าวโพดน้ำนมที่เพิ่งปลูกไปลดลงครึ่งหนึ่งจากที่แบ่งเก็บไว้ นั้นไม่พอต่อการเลี้ยงดูไก่สิบตัวในเล้าอย่างแน่นอน เด็กสาวจึงปลูกข้าวโพดเพิ่มอีกแปลงเพื่อสำรองไว้
จัดการธุระในมิติฟาร์มเสร็จลูกจันทร์ก็กลับมา เธอเก็บข้าวของก่อนจะเดินไปล้างมือที่ตุ่ม อาศัย่ที่แม่กำลังสาละวนกับการทำกับข้าวเทน้ำจากบ่อในมิติฟาร์มลงบนโอ่งน้ำดื่มเงียบๆ
น้ำจากมิติฟาร์มเป็น้ำแร่ มีคุณประโยชน์ต่อร่างกาย เมื่อดื่มติดต่อกันหลายปีร่างกายก็แข็งแรง ไม่เจ็บป่วยง่ายๆ
พ่อแสนกับแม่หวานทำงานหนักตลอดปี ร่างกายย่อมเสื่อมโทรมไปตามธรรมชาติ โดยเฉพาะพ่อที่ต้องก้มๆเงยๆในแปลงนาทุกวัน ลูกจันทร์อยากให้คนในครอบครัวสุขภาพดีไม่เป็โรคร้ายแรง
“แม่จ๋า เมื่อกี้หนูไปดูสวนพริกของแม่ อีกไม่นานคงได้เก็บแล้ว เราแบ่งไปขายที่ตลาดเช้าวันเสาร์หน้าด้วยดีไหมจ๊ะ”
ลูกจันทร์เดินมานั่งใต้ถุนขณะมองแม่ของเธอกำลังคีบถ่านร้อนๆใส่เตารีดเหล็ก สมัยนี้เตารีดไฟฟ้ามีราคาค่อนข้างแพง สู้เตารีดเหล็กที่ใช้ความร้อนจากถ่านไม่ได้ บ้านของเธอมีเตารีดไว้ใช้สำหรับชุดนักเรียนของลูกจันทร์ด้วยหนึ่งอัน แม่หวานมักจะใช้รีดเสื้อผ้าให้เธอใส่ไปโรงเรียนวันจันทร์
“พริกในสวนแค่หนึ่งงาน แม่ว่าคงไม่เยอะจนได้แบ่งขายหรอกลูก”แม่หวานพรมน้ำสะอาดลงบนกระโปรงสีกรมท่าให้หมาดก่อนจะค่อยๆรีดให้เป็กลีบสวยงาม ทางหนึ่งก็คุยกับลูกจันทร์ไปด้วย
“ไม่หรอกจ้ะ หนูดูแล้ว รอบนี้ต้องเก็บได้สามสี่ตะกร้าเป็อย่างต่ำแน่นอน แม่หวานค่อยดูสิจ๊ะ”
เด็กสาวยิ้มแย้มทำสีหน้ามีเล่ห์นัย แม่หวานที่เห็นดังนั้นก็หันมองแวบหนึ่งพรางหัวเราะ
“เอาสิจ๊ะ ถ้าได้เยอะขนาดนั้น แม่จะลองแบ่งไปขายดู”
ลูกจันทร์ดูออกว่าแม่รับปากไปอย่างนั้น เพราะพริกในสวนค่อนข้างแห้งน้ำ ผลผลิตที่ได้คงไม่กี่ตะกร้า หากเอาขายก็คงไม่ได้กี่ถุง
“หวานๆอยู่บ้านหรือเปล่า”
เสียงเรียกดังขึ้นที่หน้าบ้านทำให้สองแม่ลูกชะโงกหน้าออกไปดู เห็นน้าพุดซ้อนกับใบเตยเดินเข้ามา ในมือมีถังใบหนึ่งมาด้วย
“พุดมาได้ยังไง เข้ามาก่อนสิ”
เห็นเพื่อนสนิทของตนมาบ้านแม่หวานก็ละมือจากธุระที่ทำ ร่างผอมเดินออกไปที่หน้าบ้านพร้อมกับลูกจันทร์ที่กำลังทักทายใบเตย
“เฮ้อ อย่างงี้ ควายแม่ผัวฉันตกบ่อน้ำเมื่อเช้า กว่าจะเอาขึ้นมาได้ก็ตายแล้ว พ่อผัวฉันเลยต้องแล่เนื้อขายอย่างเสียไม่ได้ แต่ควายตัวตั้งใหญ่คนในหมู่บ้านซื้อก็ยังไม่หมด เนี่ย เลยเอามาถามว่าเธอออยากได้เนื้อกับหนัวมันไว้ไหม ฉันให้กิโลกรัมไม่กี่บาทหรอก”
น้าพุดซ้อนวางถังในมือลง เนื้อแดงก่ำเกือบห้ากิโลกรัมพร้อมกับหนาควายถูกใส่มาเต็ม แม่หวานเห็นเพื่อนมาไกลก็ให้ลูกจันทร์ไปตักน้ำมาต้อนรับ
“ได้สิ เหลือเท่าไรละ ฉันจะช่วยซื้อ พอดีเอาไว้ทำเนื้อตากแห้งกินหน้าเกี่ยวข้าว”
แม่หวานมองเนื้อในถังก็พยักหน้าตกลงทันที เพื่อนของเธออุตส่าห์หิ้วมาไกลถึงที่นี่ ทำไมจะไม่ช่วยละ
“เหลือไม่เท่าไรแล้ว ในถังนี่ประมาณห้ากิโลกรัม ส่วนหนังฉันให้เธอไว้ทำหนังควายตากแห้งหมดเลย”
“ได้ยังไงกัน ยังไงก็ต้องจ่ายเงิน นี่ควายของแม่ผัวเธอไม่ใช่หรือ เอาไปเถอะ”
ลูกจันทร์เดินมาพร้อมกับขันน้ำในมือ เห็นสองเพื่อนสนิทกำลังผลักเงินไปมา เธอจึงอมยิ้มเล็กน้อย นี่เป็นิสัยของคนชนบท ยิ่งสนิทกันมากเท่าไร เงินทองก็ยิ่งไม่อยากรับเพราะน้ำใจสำคัญมากที่สุด คิดว่าช่วยได้ก็ช่วย แบ่งได้ก็แบ่ง
“น้าพุดซ้อนมาเหนื่อยๆกินน้ำก่อนจ้ะ ใบเตยด้วยนะ”
เด็กสาวเข้ามาคั้นระหว่างแม่หวานและน้าพุดซ้อนที่ยังตกลงกันไม่ลงตัว น้าพุดซ้อนเห็นหลานเอาน้ำมาให้ก็รับขันเงินยกขึ้นดื่ม
“เอ๊ะ เ้าลูกจันทร์ น้ำบ้านหนูอร่อยจริงๆ ไม่เหมือนที่บ้านน้าเลย”ว่าพลางยกขันขึ้นดื่มอีกรอบ น้ำในโอ่งดินเย็นตามธรรมชาติ ยิ่งผสมกับน้ำในมิติฟาร์มก็ยิ่งสดชื่น ช่วยเพิ่มพละกำลังให้หายเหนื่อย
“จริงด้วย ทำไมน้ำบ้านเธออร่อยนักละลูกจันทร์”
ใบเตยที่กินน้ำอยู่ข้างๆก็ร้องขึ้นเช่นเดียวกัน สองแม่ลูกยกขันเงินขึ้นดื่มจนหมดก่อนจะลูบพุงป่องๆ เพราะรู้สึกจุกไปหมด
“อร่อยอะไรกัน ก็น้ำจากบ่อเดิมนั้นแหละ คงมาเหนื่อยๆพอดื่มก็เลยรู้สึกอร่อย นี่เธอจริงๆเลย”แม่หวานที่กำลังย้ายเนื้อในถังใส่กระด้งเอ่ยยิ้มๆ น้ำบ้านเธอก็เป็น้ำฝนที่รองไว้กิน เห็นเพื่อนทำท่าใหญ่โตก็ส่ายหน้า สงสัยจะเหนื่อยกันเพาะมาไกล
“อร่อยก็ดื่มเยอะๆสิจ้ะน้าพุดซ้อน ใบเตย”ลูกจันทร์ที่ยืนข้างๆเอียงหน้าอมยิ้ม
“ไม่ไหวแล้วละเ้าลูกจันทร์ น้ากินจนท้องป่องไปหมดแล้ว”
น้าพุดซ้อนส่ายหน้าอย่างเสียดาย น้ำบ้านเพื่อนเธอมีรสชาติอร่อยจริงๆนะ เธอกินจนหมดขัน อิ่มจนจุกแต่ก็ยังรู้สึกกระหายอยู่ แปลกจริงๆ
“เอ้านี่เงินพุด รับไว้นะ หิ้วมาตั้งไกลจะให้ฟรีได้อย่างไร”
แม่หวานที่ย้ายเนื้อกับหนังควายใส่กระด้งจนหมดก็ยื่นเงินให้น้าพุดซ้อน สองฝ่ายทำหน้าเกรงใจกันอยู่ชั่วครู่ก่อนที่น้าพุดซ้อนจะรับเงินเต็มจำนวนอย่างเสียไม่ได้ เมื่อลูกจันทร์ส่งถังที่ล้างทำความสะอาดแล้วให้ ก็โบกมือกลับบ้าน
กลายเป็ว่าวันนี้มีเนื้อให้กินเป็อาหารเย็น แม้ลูกจันทร์จะไม่เคยกินเนื้อควายมาก่อนแต่พอได้กลิ่นย่างเนื้อใส่เกลือบนตะแกรงก็พลันน้ำลายไหล
เนื้อที่เหลือพร้อมกับหนังถูกนำไปทำความสะอาดก่อนจะแล่ให้เป็ชิ้นใส่เกลือเพื่อนำไปตากในกระด้ง ทำเนื้อแห้งต้องตากหลายแดดเพื่อจะได้เก็บไว้นานขึ้น แม่หวานจะเก็บไว้กินหน้าเกี่ยวข้าวที่จะถึง
เนื้อย่างสุกพอดีกับพ่อแสนแบกจอบกลับมาจากแปลงนา พอเห็นเนื้อก็อยากกินลาบกับใบมะยมอ่อน แม่จึงเข้าครัวสับเนื้อทำลาบให้พ่ออีกจาน
มื้อเย็นวันนี้จึงอุดมไปด้วยเนื้ออร่อย ต้องขอบคุณน้าพุดซ้อนที่อุตส่าห์หิ้วมาให้ถึงบ้านทั้งๆที่อยู่ไกลกันถึงท้ายหมู่บ้าน
___________________________________
โปรดติดตามตอนต่อไป