บทที่ 2-1 จากสวยและรวยมาก
หวังิเยว่สำรวจบ้านของครอบครัวตระกูลหวังในวันถัดมาได้พบว่าบ้านที่นางอาศัยอยู่เป็บ้านขนาดเล็กมีทั้งหมดสามห้องนอน หนึ่งห้องน้ำและหนึ่งห้องครัว มีโถงเล็ก ๆ เป็ที่กินข้าวและทำกิจกรรมอย่างอื่นโดยห้องนอนห้องแรกเป็ของท่านพ่อ ท่านแม่ และน้องเล็ก ห้องนอนที่สองประกอบไปด้วยพี่ชายทั้งสองคนและน้องชายของนางซึ่งนอนด้วยกันสามคนส่วนิเยว่อยู่คนเดียว เนื่องจากนางป่วยบ่อย พวกเขาเลยอยากให้นางได้พักผ่อนเต็มที่จึงให้ิเยว่ห้องนอนเพียงคนเดียว
“ิเยว่ตัวจริง ช่างโชคดียิ่งนักที่มีครอบครัวที่รักและห่วงใยนางมากถึงเพียงนี้”
“เยว่เออร์ทำอะไรอยู่หรือลูก”เสียงของหวังหลินข่ายดังขึ้นเพื่อเอ่ยถาม หวังิเยว่เมื่อเห็นว่าบุตรสาวนั่งอยู่ในห้องโถง
“ท่านพ่อ พี่ใหญ่ พี่รอง พวกท่านกลับมาแล้ววันนี้ล่าสัตว์อะไรได้บ้างเ้าคะ” หวังิเยว่รีบเดินเข้าไปหาผู้เป็บิดา
“วันนี้ได้ไก่ป่ามาสามตัว และกระต่ายอีกสองตัว” หวังหลินข่ายเอ่ยตอบบุตรสาวด้วยรอยยิ้มละมุนก่อนจะหันหน้าไปทางบุตรชายคนโตของตนเอง แล้วกล่าวว่า
“เ้าใหญ่ เ้านำไก่ป่าไปให้บ้านท่านตาหนึ่งตัว”
“ลูกขอนำไปให้เองเ้าค่ะ” หวังิเยว่รีบเสนอตนเองในทันทีเพราะนางต้องอยู่แต่ในบ้านมาหลายวันแล้ว นางรู้สึกเบื่อหน่ายยิ่งนัก
“แต่น้องสามยังมิแข็งแรงดีนัก พี่ใหญ่นำไปเองดีกว่า” หวังหนิงเฉิงรีบเอ่ยห้ามน้องสาว
“ท่านหมอบอกว่า ข้าแข็งแรงขึ้นมากแล้วเ้าค่ะแลข้ายังออกกำลังกายทุกวัน เดินไปใกล้ ๆ เพียงแค่บ้านของท่านตา ข้าไปได้เ้าค่ะ” หวังิเยว่เอ่ยบอกพี่ชายคนโต
“งั้นพี่จะไปกับเ้าด้วย”หวังหนิงเฉิงไม่วางใจที่จะให้น้องสาวไปคนเดียว
“ได้เ้าค่ะ เรารีบไปกันเถิดเ้าค่ะพี่ใหญ่”หวังิเยว่บอกพี่ชายด้วยความกระตือรือร้น
หวังหนิงเฉิงเป็คนถือไก่ป่าไว้ในมือแล้วทั้งสองคนจึงเดินไปบ้านของท่านตาด้วยกัน บ้านของท่านตาอยู่มิไกลจากบ้านของครอบครัวหวังิเยว่มากนักท่านตาของนางมีนามว่า เหอเจียหยุนอายุห้าสิบแปดปีส่วนท่านยายชื่อ กัวฮุ่ยเหมยอายุห้าสิบหกปี พวกท่านทั้งสองคนมีลูกด้วยกันสามคนคือ
ท่านลุงใหญ่ชื่อเหอจิวฝู อายุสามสิบเก้าปี
ท่านลุงรองชื่อเหอจิวหู อายุสามสิบเจ็ดปี
และคนสุดท้ายคือท่านแม่ของิเยว่

ท่านลุงใหญ่แต่งงานกับหลินซูเจียว อายุสามสิบเจ็ดปีมีลูกสองคนคือ
ลูกชายคนโตชื่อเหอเฟยิ อายุสิบเก้าปี
ลูกสาวคนเล็กชื่อเหอเฟยเจิน อายุสิบหกปี
ท่านลุงรองแต่งงานกับมู่เลี่ยงลี่ อายุสามสิบห้าปีมีลูกสองคนคือ
ลูกสาวคนโตชื่อเหอเฟยจู อายุสิบสี่ปี
ลูกชายคนเล็กชื่อเหอเฟยฉี อายุสิบสามปี
บ้านท่านตามีที่ดินสิบหมู่ไว้ปลูกข้าว โดยท่านตาท่านลุงใหญ่ ท่านลุงรอง และพี่เฟยิ ทำหน้าที่หาเงินเข้าบ้านโดยการทำนาปลูกข้าวใน่ที่รอให้ข้าวเจริญเติบโต พวกเขาทั้งสี่คนจะเดินเข้าไปหางานทำในตำบลส่วนเหอเฟยฉีเรียนหนังสือที่สำนักศึกษาในตำบล โดยป้าสะใภ้รองหวังว่าพี่เฟยฉีจะสอบได้เป็ขุนนาง
คนที่บ้านของท่านตารักและเอ็นดูหวังิเยว่มากยกเว้นท่านป้าสะใภ้รองและลูกทั้งสองคนของนาง ที่มิชอบครอบครัวของิเยว่เนื่องจากท่านตาและท่านยายให้การช่วยเหลือเื่เงินแก่ท่านแม่ของหวังิเยว่ เพื่อช่วยค่ารักษาของนางแลยังนำของบำรุงดี ๆ มอบให้นางอยู่เสมอ ทำให้ทั้งสามคนแม่ลูกไม่พอใจเพราะครอบครัวของท่านตามิได้มีรายได้มากนักทั้งยังต้องเก็บเงินส่งให้เหอเฟยฉีเรียนหนังสืออีกด้วย
เมื่อหวังิเยว่และพี่ชายเดินเข้าไปในบ้านท่านตา ได้เห็นว่าทุกคนอยู่ครบในห้องโถงนั่งเล่นนางได้ยินเสียงท่านตาเอ่ยทักขึ้นว่า
“เยว่เอ๋อร์ หลานหายดีแล้วหรือ ข้างนอกลมแรง เ้าควรนอนพักผ่อนอยู่ที่บ้านนะ”เหอเจียหยุนเอ่ยด้วยความเป็ห่วง ด้วยกลัวว่าหลานสาวจะล้มป่วยลงอีก
มู่เลี่ยงลี่ผู้เป็ป้าสะใภ้รอง หันหน้าไปมองหวังิเยว่แล้วกล่าวด้วยเสียงดังว่า
“เ้าจะมาที่นี่ทำไม เดี๋ยวเ้าก็ล้มป่วยอีกทำให้ท่านตาของเ้าต้องเสียเงินเพื่อรักษาเ้าครอบครัวเราไม่ได้มีเงินถุงเงินถังหรอกนะ” มู่เลี่ยงลี่กล่าวด้วยน้ำเสียงไม่พอใจโดยมีเหอเฟยจูและเหอเฟยฉีทำหน้ายู่อยู่ด้านข้าง
“ท่านพ่อให้พวกเรานำไก่ป่ามาให้ที่บ้านท่านตาเ้าค่ะ” หวังิเยว่ร้องบอกกับทุกคน
“เ้านำไก่ป่ากลับไปเถอะเยว่เอ๋อร์หลานต้องกินของบำรุงให้มาก” กัวฮุ่ยเหมยผู้เป็ยายรีบกล่าวปฏิเสธหลานสาว
“ใช่ เยว่เอ๋อร์ เ้าต้องกินให้มาก ๆ เ้าจะได้แข็งแรง” เหอจิวฝูกล่าวกับหลานสาวตัวเขาผู้เป็ลุงใหญ่อยากให้หวังิเยว่ได้กินของบำรุงดี ๆ
“ท่านพ่อล่าสัตว์มาได้หลายตัวเลยนำมาแบ่งให้ท่านยายเพื่อนำไปทำอาหารมื้อเย็นเ้าค่ะ” หวังิเยว่หันหน้าไปกล่าวกับท่านยาย
“รับไว้เถอะเ้าค่ะท่านแม่ ที่บ้านนั้นยังมีอีกหลายตัวข้าจะเอาไปทำอาหารให้อาฉีกินเพื่อบำรุงร่างกาย ย่อมต้องมีประโยชน์กว่าให้บางคนกิน่นี้อาฉีเรียนหนักยิ่งนัก อีกอย่างเงินที่ท่านแม่ให้บ้านนั้นไปถ้านำไปซื้อไก่ป่าคงได้มากกว่านี้เ้าค่ะ” มู่เลี่ยงลี่พูดเสียงดัง ยื่นมือเข้าไปรับไก่ป่าจากหวังหนิงเฉิงแล้วรีบเดินเข้าครัวไปพร้อมกับบุตรชายและบุตรสาวของตนเอง
“เยว่เอ๋อร์ หลานอย่าถือสาท่านป้าสะใภ้รองเลยลุงรองขอโทษแทนนางด้วย” เหอจิวหูรีบเอ่ยขอโทษหวังิเยว่แทนภรรยาของตนเอง
‘ถือสาค่ะ ถือมากด้วย ไม่สวย ไม่รวยแล้วยังปากปีจออีก’
“ท่านลุงรองไม่ต้องขอโทษหลานหรอกเ้าค่ะที่ท่านป้าสะใภ้รองกล่าวเป็ความจริง หลานไม่ดีเองเ้าค่ะ” หวังิเยว่กล่าวด้วยน้ำเสียงหดหู่
‘ตีหน้าเศร้า เล่าความเท็จ ดิฉันถนัดนัก หึหึ’
“เยว่เอ๋อร์อย่าพูดเช่นนี้ เ้ามิได้มีความผิดอันใดเลยพวกเรามิเคยกล่าวโทษเ้า พวกเราต่างรักและเป็ห่วงเ้าเสมอ”เหอเฟยิรีบปลอบใจผู้มีศักดิ์เป็ลูกพี่ลูกน้องของตน
“ใช่ เป็อย่างที่พี่เฟยิกล่าวเยว่เอ๋อร์ไม่ต้องคิดมากนะ” เหอเฟยเจินรีบกล่าวสมทบพี่ชายของตนด้วยกลัวว่าลูกพี่ลูกน้องจะเสียใจ
“ขอบคุณพี่เฟยิและพี่เฟยเจินที่พูดปลอบใจข้าเ้าค่ะ”หวังิเยว่กล่าวขอบคุณญาติผู้พี่ทั้งสองคน
“ก็เ้าเป็น้องของพวกเรา” เหอเฟยเจินกล่าวพร้อมกับเดินเข้ามาลูบศีรษะของหวังิเยว่ด้วยความเอ็นดู
“ขอบคุณเ้าค่ะพี่เฟยเจิน”
“เอาล่ะ พวกเ้ารีบกลับบ้านไปกินข้าวเถอะตาฝากขอบใจพ่อของพวกเ้าด้วย” เหอเจียหยุนกล่าวกับหลานทั้งสองคน
“ขอรับท่านตา / เ้าค่ะท่านตา”หวังิเยว่และหวังหนิงเฉิงตอบรับคำท่านตา
เมื่อเหอฟางหรูเห็นบุตรชายและบุตรสาวกำลังเดินกลับเข้ามาในบ้านจึงร้องบอกบุตรชายคนโตว่า
“เฉิงเอ๋อร์ เ้าช่วยนำไก่ต้มสมุนไพรแบ่งไปให้ท่านป้าจางข้างบ้านด้วย”
หวังหนิงเฉิงพยักหน้ารับคำแล้วเดินนำไก่ต้มสมุนไพรไปให้ที่บ้านของท่านป้าจาง
ท่านป้าจางข้างบ้านเป็หญิงหม้ายอายุสี่สิบปีมีลูกชายชื่อโจวเจียจิ้ง อายุยี่สิบเอ็ดปี ท่านป้าจางเป็คนอัธยาศัยดีมีจิตใจเมตตา ชอบนำของมาแบ่งให้ครอบครัวของิเยว่อยู่เสมอเพราะรู้ดีว่าครอบครัวของนางลำบาก ต้องหาค่ารักษาให้กับบุตรสาว
เมื่อโจวเจียจิ้งเห็นหวังหนิงเฉิงเดินเข้ามาในบ้านของตนเองจึงเป็ฝ่ายร้องทักก่อนว่า
“อ้าว อาเฉิงถืออันใดมารึ”
“ท่านแม่ให้ข้านำไก่ต้มสมุนไพรมาให้ท่านป้าจางขอรับ”หวังหนิงเฉิงตอบคำถามของชายหนุ่มในขณะที่เดินเข้าไปหาท่านป้าจาง แล้วยื่นไก่ต้มสมุนไพรให้กับเ้าของบ้าน
“ฝากขอบใจแม่ของเ้าด้วย เ้านำไข่ไก่กลับไปกินที่บ้านเถิด”ท่านป้าจางเดินไปหยิบไข่ไก่สี่ฟองส่งให้หวังหนิงเฉิง
“ขอบคุณขอรับท่านป้าจาง”
อาหารมื้อเย็นวันนี้ของบ้านตระกูลหวังคือไก่ต้มสมุนไพรและผักป่าซึ่งถือว่าเป็อาหารที่ดีกว่าทุกวันเพราะถ้าเป็เมื่อก่อนต้องนำไก่ป่าไปขายเพื่อซื้อยาให้แก่หวังิเยว่
“เฮ้อ! จากสวยและรวยมาก กลายเป็...”หวังิเยว่มองบ้านเก่า ๆ ของนางอย่างจนใจ
“มิเป็ไร ด้วยสองมือนี้ข้าจะต้องทำให้ได้ต้องเริ่มคิดวิธีหาเงินแล้ว”