บอดี้การ์ดมัดมือมัดเท้าหลินรั่วเอ๋อร์ไว้พยายามกดเธอไว้บนเตียงผ่าตัด
“พวกนายปล่อยฉันนะ...ทำแบบนี้ไม่ได้...”เธอส่ายหน้าดิ้นรนไม่หยุด
บอดี้การ์ดไม่สนใจเธอ แต่หันไปพยักหน้าให้หมอ แล้วออกไปอย่างไม่สนใจใยดี
“ขอโทษนะคะคุณหลิน ทั้งหมดคือคำสั่งของประธานเจียงฉันเองก็ไม่มีทางเลือกทำได้เพียงทำตามคำสั่ง” หมอหญิงใจดีก่อนหน้านี้มองหลินรั่วเอ๋อร์แวบหนึ่ง แล้วพูดขึ้นด้วยสีหน้าทุกข์ใจ
ได้ยินดังนั้นหลินรั่วเอ๋อร์ก็หยุดดิ้น เธอนอนนิ่งบนเตียงผ่าตัดเหมือนตายไปแล้ว
เธอรู้ว่าความรักที่เธอมีต่อเจียงเฉินซีสิบกว่าปีนี้ ได้สลายหายไปพร้อมกับการตัดมดลูกของเธอแล้ว
หลังการผ่าตัดจบลง หลินรั่วเอ๋อร์ก็ถูกเข็นกลับเข้าไปในห้องพักฟื้นด้วยสีหน้าซีดเผือด
เธออ่อนแอมากเสีบจนไม่อาจคลื่อนไหวร่างกายได้ แต่ละวันทำได้เพียงนอนพักอยู่บนเตียงเงียบๆทุกครั้งที่เธอขยับเพียงเล็กน้อย ท้องน้อยก็จะถูกดึงจนโดนแผล ความเจ็บปวดที่รุนแรงแล่นเข้ามา
หลังพักฟื้นเป็นเวลาหนึ่งเดือนเต็ม แม้ร่างกายเธอจะดีขึ้น แต่สภาพจิตใจกลับแย่มาก
ตอนนี้ อยู่ๆ ประตูห้องพักฟื้นก็ถูกเปิดออก
มู่ซืออวี่สวมรองเท้าส้นสูงเดนเข้ามาด้วยความพอใจเหมือนนกยูงที่ได้รับชัยชนะ
“จุ๊ๆ น่าสงสารจริงๆลูกก็ถูกเอาออกซะแล้ว ตอนนี้แม้แต่มดลูกครึ่งหนึ่งก็ถูกเอาออกไปด้วยเหมือนกัน”
เมื่อหลินรั่วเอ๋อร์เห็นว่าคนที่มาคือมู่ซืออวี่ เธอก็หันหน้าหนีด้วยความโกรธแค้นทันทีหลับตาลงไม่อยากมองอีกฝ่าย
“จริงสิ มดลูกอีกครึ่งหนึ่งของเธอตอนแรกพี่เฉินซีบอกว่าจะเอามาเปลี่ยนให้ฉัน แต่ฉันรังเกียจของน่าขยะแขยงนั่นมาก ก็เลยเอาให้หมาจรจัดกินไปซะแล้วล่ะ”
“โอ้ ฉันเกือบลืมไป ดูเหมือนเธอก็ไม่มีไตอีกข้างใช่ไหมน่าสงสารจัง พี่เฉินซีที่เธอช่วยเอาไว้เขาไม่รู้เรื่องนี้เลยสักนิด”
มู่ซืออวี่กดเสียงต่ำลง พูดพร้อมหัวเราะคิกคัก
หลินรั่วเอ๋อร์หลับตาสนิท ดวงตาขยับไปมาอย่างรวดเร็ว แต่ก็ยังคงแสดงสีหน้าออกมาอย่างปกติ
เห็นท่าทีไม่สะทกสะท้านของอีกฝ่าย มู่ซืออวี่ก็เลิกคิ้วหัวเราะเยาะ แล้วหยิบขวดแก้วที่วางไว้ข้างหมอนหลินรั่วเอ๋อร์ขึ้นมาได้ยินมาว่าหลังหลินรั่วเอ๋อร์ผ่าตัดเสร็จ ขวดแก้วนี้ก็เป็นเหมือนสมบัติของเธอมาตลอด
“หลินรั่วเอ๋อร์ ฉันได้ยินมาว่านี่คือลูกของเธอที่ถูกทำแท้งออกมาใช่ไหม?”
มู่ซืออวี่แกว่งขวดแก้วไปมาด้วยความสนุก ทารกด้านในขยับตามแรงแกว่งของเธอ แกว่งไปแกว่งมาจนสั่น
ได้ยินดังนั้นหลินรั่วเอ๋อร์ก็เบิกตากว้างทันที เธอจ้องมู่ซืออวี่อย่างเดือดพล่าน“มู่ซืออวี่ วางเขาลง อย่าเอามือสกปรกของเธอมาแตะต้องเขา!”
“หวงขนาดนี้เลยเหรอ?ก็แค่เด็กที่ตายแล้วก็เท่านั้น เธอไม่ให้ฉันแตะ ฉันก็จะแตะ เธอจะทำอะไรฉันได้?” มู่ซืออวี่เขย่าขวดแก้วในมืออย่างแรงเธออยากเขย่าจนทารกในขวดแหลกสลายไป
“มู่ซืออวี่ เธอมันผู้หญิงชั่วฉันไม่ปล่อยเธอไปแน่!” หลินรั่วเอ๋อร์เดือดดาลจนตาแดงก่ำ เธออยากจะลงจากเตียง แต่ตอนนี้เธอไม่มีแม้แต่แรงที่จะลุกขึ้นด้วยซ้ำ
“เหอะ ดูสภาพเธอในตอนนี้ก่อนใครไม่ปล่อยใครไปกันแน่!” มู่ซืออวี่พูดอย่างหงุดหงิด “ฉันอยากเห็นนัก เธอว่าวันนี้ฉันเอาเด็กในขวดนี่ไปให้หมากินหรือเอาไปเผาทิ้งดีล่ะ?”
“ไม่! อย่า!” หลินรั่วเอ๋อร์เบิกตากว้างกรีดร้องตะโกนเสียงดัง
“ทำไม อยากให้ฉันปล่อยเขาเหรอถ้างั้นเธอก็ขอร้องฉันสิ ฉันจะลองคิดดูก่อน” มู่ซืออวี่ กล่าวพลางยิ้มเยาะ
“ได้ ฉันขอร้องเธอ ฉันขอร้องล่ะปล่อยลูกฉันเถอะ ขอแค่เธอปล่อยเขาเธอจะให้ฉันทำอะไรก็ได้!” หลินรั่วเอ๋อร์ทิ้งศักดิ์ศรีทุกอย่างได้เพื่อลูกแม้ต้องขอร้องมู่ซืออวี่ที่เธอเกลียดที่สุดด้วยความนอบน้อมก็ยอม
“ทำอะไรก็ได้จริงเหรอ?ดี ถ้างั้นฉันต้องการให้เธอเซ็นใบหย่า ยอมหย่ากับพี่เฉินซีเดี๋ยวนี้!”
มู่ซืออวี่หรี่ตาลงเล็กน้อย กล่าวด้วยสีหน้าร้ายกาจ ขอเพียงหลินรั่วเอ๋อร์ยอมหย่าเธอก็จะได้แต่งงานกับพี่เฉินซี แล้วได้เป็นคุณนายเจียงอย่างถูกต้องเสียที