วันเวลา ผ่านไปเรื่อยๆผมไม่ได้เปิดเผย ออกหน้าออกตาเื่ผมเป็แฟนกับเ้าบ่าว แต่หลายๆคนก็ดูออกแหละพวกไอ้แก้งหกสัปปะหงี ก็ไม่ได้ว่าอะไร มีแซวๆกันบ้าง ผมก็เข้าใจแหละก็แฟนผมมันเป็ผู้ชาย ส่วนเพื่อนที่โรงงานก็แล้วไปใหญ่ พวกไอ้เกมส์ ไอ้เมฆมันไม่ได้มาสนใจอะไรกับการใช้ชีวิตของผมเลยจะมีบ้างที่พี่ๆกลุ่มผู้หญิงมักจะพูดกันลับหลังเื่ผมกับเ้าบ่าวเป็อะไรกันจริงๆถ้ามาถามผมตรงๆ ผมก็บอกตรงๆว่าเป็แฟนกันนะ ถึงไม่ได้เปิดเผยแต่ก็ไม่ได้ปิดบังอะไรใคร
แต่หมู่สาวๆพวกนี้เขาน่าจะขอบคุยลับหลังมากกว่า ก็เป็เื่ของเขาแหละ คนประเภทนี้ไม่ว่าจะอยู่สังคมไหน ก็มีทุกที่ คิดในแง่บวกเข้าไว้
่นี้ทั้งผมทั้งเ้าบ่าวงานก็ผลัดกันยุ่ง เลยไม่ได้ชวนเพื่อนๆ ไปเที่ยวต่างจังหวัดกันจริงๆก็เคยมีวางแผนไว้บ้าง แต่บางทีพอผมกับเ้าบ่าวพร้อม เพื่อนบางคนก็ไม่พร้อมก็เลยรอพร้อมๆกันดีกว่า
แล้วผมก็พึ่งไปเอ้าท์ติ้งกับที่ทำงานมาด้วย เลยยังไม่ค่อยอยากไปไหนเท่าไหร่
วันนี้วันเสาร์ ผมกับไอ้เ้าบ่าวนอนเป็ผักกันอยู่แฟลตอีกแล้ว
"พรุ่งนี้ไปยิงปืนกันมั๊ย"เ้าบ่าวเอ๋ยขึ้นมา
"กูยิงไม่เป็"
"เพื่อนกูมันเปิดคอร์สสอนยิงปืนมันให้กูไปเป็ครูฝึกช่วยมัน"
"มึงก็ไปดิ"
"กูใส่ชื่อมึงเข้าอบรมไปด้วยมันมีทั้งทฤษฎี แล้วก็ปฏิบัติ ผู้ผ่านการฝึกอบรมสามารถมีสิทธิ์ปืนเป็ของตัวเองได้"
"มึงอยากให้กูไปกับมึงมึงก็บอกมาเหอะ"
"เออเผื่อมึงไว้ใช้ป้องกันตัว"
"ก็มีมึงคอยดูแลกูอยู่แล้วป่าววะ"
"วันไหนถ้ากูต้องไปราชการต่างจังหวัด หรือไปธุระ มึงจะได้ดูแลตัวเองได้ไง"
"กูดูแลตัวเองได้ค้าบแล้วถ้ามีใครมาทำไรกู กูไม่หยิบปืนมายิงป้องกันตัวหรอก กูซัดหมัดดีกว่ามั๊ย"
"สรุปมึงจะไม่ไป?"
"ไป"
"ก็แค่นี้"
เ้าบ่าวแต่งตัวพร้อมมากที่จะมาฝึกยิงปืนกางเกงทรงกระบอกขาใหญ่ๆที่มีกระเป๋าด้านข้าง กับรองเท้าคอมแบทเสื้อยืดสีดำรัดรูปทำให้มองเห็นกล้ามอย่างชัดเจนสกรีนชื่อทีมของครูฝึกวันนี้ประดับด้วยนาฬิการาคาแพง หมวกแก๊ป คาดด้วยแว่นตาดำ แมร่งโคตรเท่ห์ยังมีเข็มขัดคาดเอวหนังสีต้ำตาลเข้ม มีปืนพกสั้นหนึ่งกระบอกแล้วก็มีอุปกรณ์อะไรอีกหลายอย่างเหน็บเต็มเข็มขัดไปหมด
ส่วนผมนะหรอ มาแบบสบายๆกางเกงห้าส่วนลายสก็อตสีอ่อน กับเสื้อแขนสั้นคอวีมีอู้ดดีแค่ไหนแล้วที่ใส่ผ้าใบมาไม่ใส่แตะ ส่วนอุปกรณ์อะไรน่ะหรอ ไม่มีสักอย่าง
"มายิงปืนมึงต้องแต่งตัวจัดเต็มขนาดนี้เลยหรอะ" ผมถามไอ้เ้าบ่าวขณะเดินตามมันอย่างไวๆสายตาก็มองไปที่ชุดอย่างประหลาดใจ จริงๆมองั้แ่ขับรถออกมากันแล้ว
"มึงนั่นแหละแต่งตัวแบบนี้มายิงปืนนี่นะ" มันรีบสวนกลับมาทันใด
"กูจะรู้ไหมล่ะมึงก็ไม่บอกกูว่าจะให้แต่งตัวแบบไหน แต่ถึงมึงบอกกูก็ไม่มีชุดแบบมึงใส่หรอก"
"แต่กูว่ามึงแต่งแบบนี้ก็น่ารักดีนะโว้ยแต่จะน่ารักกว่าถ้ามึงไม่ใส่อะไรเลย"
"ไอ้สัด!!"
ระหว่างเดินไปที่ห้องประชุมผมหันไปเห็นข้อมือไอ้เข้าบ่าวใส่คล้ายๆกำไลลูกปัดสีน้ำตาลผมจึงถามว่ามันคืออะไร ทั้งๆที่รู้แหละ แต่จริงๆคืออยากได้
"เ้าบ่าวสร้อยข้อมือมึงสวยดีนิ"
"สร้อยลูกปัดหินน่ะทำไมหรอ" คุณตำรวจยกข้อมือซ้ายขึ้นมาดู
"สวยดีกูว่ามันเหมาะกับชุดกูวันนี้ว่ะ"
"อยากได้หรอกูให้ยืมหนึ่งวัน"
"ให้ยืมเองหรอ"ผมถาม
"ให้ยืมก็คือให้ยืมอย่ามาอ้อนตรีน"
"เออๆยืมก็ได้" เดี๋ยวมึงก็ลืม กูจะจิ๊ก คอยดู
เ้าบ่าวถอดสร้อยข้อมือหินสีน้ำตาลเข้าส่งให้ผม
ผมรับไว้และใส่ไปที่ข้อมือตัวเอง
ผมกับไอ้เ้าบ่าวเดินเข้ามาในห้องประชุมซึงมีผู้คนจับกลุ่มคุยกัน คนแทบจะเต็ม ห้องประชุมแล้ว
พอไอ้เ้าบ่าวเดินนำผมเข้ามาด้านในได้2-3 ก้าว เสียงคนคุยในห้องก็เบาลงอย่างเห็นได้ชัดกลุ่มผู้หญิงหลายๆกลุ่มสกิดกันให้หันมามองที่ไอ้เ้าบ่าว พร้อมทำท่าเขินอายบางคนก็มองไม่ละสายตา โอ้ย.. ผมว่าผมก็หล่อระดับหนึ่งนะ มองผมบ้างก็ได้ค้าบ
"มึงไปลงทะเบียนด้านโน้นแล้วไปนั่งเก้าอี้นะ กูต้องแยกไปรวมกับครูฝึกคนอื่น"เ้าบ่าวพูดพร้อมชี้ไปทางโต๊ะลงทะเบียน
ผมพยักหน้าตอบรับ
ผมได้เก้าอี้ริมสุดด้านขวาซึ่งเขาจะเรียงตามหมายเลยที่ลงชื่อสมัครมาอยู่แล้วแต่แปลกใจที่เก้าอี้ตัวอื่นๆเต็มหมดแล้ว เหลือตัวด้านซ้ายของผมที่ยังว่างอยู่ 1 ตัว แล้วตอนนี้ก็ใกล้ถึงเวลาเริ่มสอนแล้วด้วย
ขณะที่ครูฝึกที่เป็ผู้ดำเนินรายการกำลังพูดแหย่เล่นกับผู้เรียนสาวๆแถวหน้าซึงทั้งห้องก็เงียบและเริ่มฟังครูฝึกแล้ว ด้านหลังปรากฎร่างผู้หญิง ผิวขาวท่าทางสง่าเปิดประตูเข้ามา
"ขอโทษค่ะฉันมาทันใช่ไหมคะ" ผู้หญิงคนนั้นเปล่งเสียงออกมาเบาๆผมหันไปมองครูฝึกยืนอึ้งไปเลยด้านหลังครูฝึกคนนั้นเป็เ้าบ่าวที่ยืนทำท่าตามระเบียบพักกับเพื่อนๆอีกสี่คนด้านหลัง ทำสีหน้าใเล็กน้อย
"ทะ ทะ ทันทันสิครับ ตรงเก้าอี้ว่างนั่งได้เลยครับเดี๋ยวค่อยลงทะเบียนเวลาเบรคก็ได้ครับ" ครูฝึกท่านนั้นพูดใส่ไมค์พร้อมผายมือมายังเก้าอี้ข้างๆผม
กางเกงขาสั้นสีดำตัดกับสีขาที่ขาวเรียว พร้องส้นสูงสีแดง และเสื้อทรงแปลกๆถ้าจะแข่งว่าวันนี้ใครแต่งตัวไม่เข้าตรีมสุด คงจะไม่ใช่ผมแล้ว ผู้หญิงคนนี้น่าจะชนะผมแล้วแหละ
แต่เขาก็สวยจริงๆนะ พอเดินมาใกล้ๆกลิ่นน้ำหอมบางๆก็ปลิวมาแตะจมูกผม เธอยิ้มให้ผมเล็กน้อย ก่อนจะนั่งลง โอ้ยยยยย..ความสดชื่นของหญิงสาวที่ผมไม่เจอมานาน พอหันไปทางไอ้ตำรวจหน้าเข้มตัวั์แล้วคนละเื่เลย
ครูฝึกที่เป็ผู้ดำเนินรายการเริ่มกล่าวตอนรับผู้เข้าอบรมแล้วแนะนำผู้เข้าครูฝึกทีละคน วันนี้มีทั้งหมด 6 คน รวมผู้พูดและวเ้าบ่าวด้วย
การแนะนำตัวครูฝึกจะเริ่มจากซ้านมือของผมก่อนเ้าบ่าวจะเป็คนที่ 5 และผู้พูดจะแนะนำตัวเองเป็คนสุดท้าย
เมื่อถึงตาเ้าบ่าวมันก้าวออกมาจากแถว 1 ก้าวเพื่อเป็การแสดงตัว เสียงฮือฮาเริ่มดังขึ้นอีกครั้ง
"และแล้วก็มาถึงครูฝึกที่หลายๆคนรอคอยครูเ้าบ่าว หลายท่านบอกว่าเสียเงินมาอบรมวันนี้ได้เห็นหน้าครูเ้าบ่าวก็คุ้มแล้วขอเสียงปรบมือด้วยครับ" เสียงปรบมือดังลั่น เมื่อผู้ดำเนินรายการพูดจบ"แต่น่าเสียดายที่ครูเ้าบ่าวเปิดตัวกับเพื่อนๆว่ามีแฟนแล้วแต่ไม่เป็ไรผมยังโสดนะครับ" ผมเห็นคนด้านหน้าผมแอบกรีดเสียงเบาๆด้วย แหมพ่อคุณ หล่อเกินไปแล้ว
ครูฝึกผลัดเปลี่ยนกันมาบรรยายถึงประเภทของปืนประเภทะุ การพกพา กฎหมายที่เกี่ยวข้อง และอีกหลายๆอย่างที่ผู้พูดเตรียมมาซึ่งผมว่ามันก็ไม่เลวนะ สนุกแล้วก็ได้ความรู้ด้วย
เมื่อเวลาเบรคมาถึงเ้าบ่าวเดินมาหาผมพร้อมขนมเบรค ยื่นให้ผม
"เป็ไงบ้างสนุกไหมมึง"
"ก็ดีนะอะไรหลายๆอย่างที่กูไม่รู้จะได้รู้"
"หวัดดีเ้าบ่าว"เสียงผู้หญิงดังขึ้นข้างๆผม มาพร้อมกลิ่นน้ำหอมที่ชวนหลงไหล
"เออ ปริมจะถามอยู่ว่ามาได้ไง" เ้าบ่าวตอบกลับไป สองคนนี้รู้จักกันหรอเนี่ย
"เราสอบปลัดอำเภอได้หน่ะเลยอยากมาอบรม จะได้เอาความรู้ ในอนาคตว่าจะซื้อปืนของตัวเองด้วย"
"อ่อเรายินดีด้วยนะ ที่ทำความฝันเป็จริง"
"เห็นคอร์สนี้เ้าบ่าวเป็ครูฝึกด้วยเราเลยลงเรียนหน่ะ"
"ใครสอนก็ได้ความรู้เหมือนกันนั่นแหละเธออะคิดมาก"
"อื้ม ...นี่ตูมตามใช่ไหม น่ารักเหมือนที่เพื่อนเราเล่าให้ฟังจริงๆด้วย" เธอคนนั้นพูดพร้อมส่งยิ้มมาให้ผม
... "หมดเวลาเบรคแล้วครับเรามาเรียนกันต่อดีกว่า เชิญครูฝึกมารวมกันตรงนี้ด้วยครับ" เสียงครูฝึกท่าน
"เ้าบ่าว่บ่ายเรารอเ้าบ่าวสอนเรายิงปืนนะ" เธอพูดเสียงดัง เ้าบ่าวได้ยินมีอาการชะงักเล็กน้อย แต่ก็รีบไปรวมกับครูฝึกท่านอื่นๆ
แต่ที่ดราเมจรุนแรงมากกว่าน่าจะเป็กลุ่มผู้หญิงรอบๆตัวเธอ หลายคนคว่ำปากใส่เธออย่างเห็นได้ชัด
มื้อเที่ยงมาถึง เ้าบ่าว ผม ปริมมาทานข้าวด้วยกัน มีการคุยกันบ้างเื่สัพเพเหระแต่เห็นได้ชัดว่าเ้าบ่าวหลีกเลี่ยงที่จะตอบคำถามของปริม ผมได้แต่นั่งเงียบเพราะดูท่าทางปริมจะพยายามคุยกับเ้าบ่าวมากกว่า
ไอ้เ้าบ่าวก็รีบกินแล้วกันผมให้ออกห่างจากปริมเพื่อมาอยู่กัน 2 คน
"เดี๋ยวตอนบ่ายมีฝึกยิงมึงนั่งรอกูก่อนนะ กูอยากสอนมึงด้วยตัวกูเอง" เ้าบ่าวพูดกับผม
"กูต้องรอยันตีสองเลยป่าววะกว่ามึงจะสอนแฟนคลับมึงเสร็จ"
"..."
"ไหนจะน้องปริมคนสวยอีก"
"คนอื่นใครสอนก็ได้แต่มึงต้องกูสอนเท่านั้น"
สนามฝึกยิงปืน เสียงปืนดังลั่นไปหมดครูฝึก 6 คน แถวไอ้เ้าบ่าวยาวสุด ส่วนผมก็นั่งรอมันตรงนี้แหละผมซึ่งตอนนี้เบื่อๆ เลยเดินไปหาปริม ที่นั่งรอที่เก้าอี้เช่นกัน
"ปริมไม่ไปต่อแถวกับเขาหรอครับ"ผมพยายามชวนคุย
"เดี๋ยวปริมรอเ้าบ่าวสอนค่ะจริงๆเคยสอนหลายครั้งแล้ว วันนี้มาทบทวน แล้วตูมตามล่ะ"
"ไอ้เ้าบ่าวมันให้ผมรอเนี่ยแทนที่มาก่อนจะได้กลับก่อน ให้คนอื่นสอนก็ได้ เสร็จๆไป จะได้กลับ แต่มันไม่ยอมทั้งๆที่ไม่ได้หมาคนสุดท้าย แต่กลับต้องรอเป็คนสุดท้าย ผมโคตรเซ็งเลย"
"หรอคะตูมตามคิดว่าตัวเองมาก่อน ซึ่งจริงๆอาจจะมีคนมาก่อนก็ได้นะคะ"ปริมพูดแล้วก็เดินหนีไป
อ้าว เกี่ยวอะไรกันวะ
และแล้วะุนัดแรกที่ผมจะได้ยิงก็มาถึงปาไปจะห้าโมงเย็นแล้ว โอ้ย เขากลับกันหมดแล้วด้วย ... ก่อนที่จะถึงตามผมก่อนหน้าเป็ปริม ที่ได้เรียนกับเ้าบ่าว ผมก็ไม่ได้สนใจอะไรหรอกครับ อีกอย่างตรงที่ผมนั่งก็อยู่ค่อนข้างไกลจากตรงจุดยิงปืน เสียงปืนก็ดังไม่รู้หรอกครับว่าเขาคุยอะไรกันบ้าง ช่างเหอะผมไม่ชอบคิดอะไรมากเื่พวกนี้อยู่แล้ว
"นักเรียนครับนักเรียนครับ" เสียงคุ้นๆดังมาจากที่ไกลๆ
"..."
"ไอ้ตูมตามมึงจะยิงไหมปืนอะ เหม่ออะไรมึง"
"เออกูรอจนกูเผลอคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยว่ะ"
"คิดถึงกูหรอ"
"มึงก็อยู่ตรงนี้กูจะคิดถึงมึงทำเพื่อ"
"เออมาซ้อมยิงปืน"
ผมหยิบแว่นตาที่ไอ้เ้าบ่าวเตรียมไว้ให้มาใส่ผมไม่รู้ว่าต้องใช้เลยไม่ได้เตรียมมา
"ทำไมต้องใช้แว่นตาวะ"ผมถามด้วยความสงสัย
"ปลอกะุจะได้ไม่กระเด็นเข้าตา"
"อ่อแล้วไหนล่ะปืน"
"ก่อนมึงจะยิงปืนมึงดูตัวมึงหรือยังว่าแต่งตัวพร้อม"
"กูก็ไม่พร้อมเท่ามึงป่าววะ"
"กูหมายถึงอุปกรณ์ป้องกัน" ไอ้เ้าบ่าวดุผมเสียงดัง ดีนะไม่มีใครอยู่แล้ว
"อ่อมันต้องมีเสื้อเกาะด้วยหรอ ไม่เห็นใครเขาใส่กัน"
"มึงอย่าพึ่งเถียง"
ไอ้เ้าบ่าวชี้ไปที่อุปกรณ์ที่ครอบหูลักษณะเหมือนหูฟัง อันใหญ่ๆ
"อันนี้เขาเรียกเอียมัฟไว้สำหรับลดเสียงเวลาปืนยิงออกไป มันจะเกิดเสียงดังเพื่อป้องกันไม่ให้เยื้อหูเสื่อม"
"..." จริงๆผมก็รู้อยู่หรอกที่โรงงานก็ใช้ เพราะเครื่องจักรในไลน์การผลิตเสียงดังมีไว้ให้พนักงานใส่จุดประสงค์เดียวกันคือไม่ให้หูเสื่อม แต่ก็ไม่ค่อยจะใส่กันไอ้เยื้อหูเนี้ย เวลามันเสื่อมแล้ว มันไม่สามารถรักษาให้กลับมาเป็เหมือนเดิมได้ไอ้เกมส์มันเป็ จป. มันบอกมา
แต่ผมไม่อยากจะเถียงเดี๋ยวไอ้ตำรวจก็ดุผมอีก ทำได้แค่พยักหน้าตอบรับซึ่งทำให้อีกฝ่ายทำหน้าตาแบบพึงพอใจสุดๆ
"เอียมัฟที่กูใช้มันมีฟังชั่นช่วยฟังด้วยแต่มึง มือสมัครเล่นใช้แค่ตัวนี้ก็พอ" ไอ้เ้าบ่าวยกถุงกระดาษเล็กๆโชว์ให้ผมเห็น
"เอียปลั๊ก"
"รู้จักด้วยหรอ"
"ที่โต๊ะทำงานกูมี3 อัน" คือปกติผมทำงานในออฟฟิศ ไม่ได้เข้าไลน์การผลิตจะเข้าบ้างก็ต่อเมื่อเข้าไปทำโปรเจ็คหรือเอาเอกสารไปเสนอหัวหน้าที่นั่งอยู่ในไลน์ให้เซ็นตอนเข้าไลน์ผมก็ใช้ตัวนี้แหละอุดหู
"เออ ก็ดีแล้วแต่ก่อนจะใส่มึงฟังกูก่อน"
"เดี๋ยวมึงซื้อมากี่บาท"
"50 บาท"ป๊าดดดด กำไลโพดดดด คนขายเนี้ย ผมขอที่โรงงานไม่อั้น ไอ้เกมส์บอกต้นทุนอะละ 4 บาท
"..." ผมพยักหน้าและยิ้มรับเหมือนเดิม
"แล้วอีกอย่างถ้ากูเอามือปัดมือมึงลง คือมึงต้องหยุด แล้ววางปืนนะ อาจเกิดอันตรายกับตัวเราเองหรือผู้อื่นในสนาม"
"..."
"เวลายิงก็ศูนย์หน้า ศูนย์หลัง กับเป้าหมายให้ตรงกัน แล้วก็พยายามอย่าบีบปืนให้เหนี่ยวไกก็พอ ไม่งั้นลูกปืนจะมุดดิน ถ้าพร้อมแล้วก็เริ่ม"
ผมพยายามฟังและทำความเข้าใจก่อนเริ่มยิง
ผมหยิบแว่นตาและเอียปลั๊ก(ที่แสนแพง)มาใส่พร้อมค่อยๆทำการเล็งปืน
เ้าบ่าวให้ผมใช้ปืนพกสั้นของมันที่มันพกมาให้ผมหัดยิงยี้ห้ออะไร รุ่นอะไร ผมไม่รู้หรอกครับ รู้แต่ว่าปืนก็คือปืน จะรู้เยอะไปทำไม
เ้าบ่าวประกบหลังอ้อมมือทั้งสองข้างกอดผมมาจากด้านหลังความรู้สึกพิลึก ผมเลยสบัดออกเล็กน้อย
"แหมอย่างกับไม่เคย เดี๋ยวคืนนี้กูจัดอีก"
"สัดเวลามึงสอนคนอื่น มึงไม่เห็นทำแบบนี้เลย" ผมตอบด้วยอารมณ์โมโห
"ก็นี่แฟนกูกูจะขอกอดแฟนกูบ้างจะเป็ไร"
"สัดเดี๋ยวมึงโดนกูยิง" หน้าผมร้อนผ่าวอีกครั้ง เลยลั้นไกไปโดยไม่ได้เล็ง ...
นัดแรก มุดดินครับ ใครจะสนรัวยิงไปเรื่อยๆ ไม่ฟังใครทั้งนั้น จนะุหมดแม็กไอ้เ้าบ่าวเอามือวางบนมือผมที่จับปืนเล็งอยู่ตอนนี้พร้อมกับถอดเอียงปลั๊กผมผมค่อยๆวางปืนลง หันไปยิ้มให้คนตรงหน้า
"มึงไม่คิดจะเล็งหน่อยหรอ"
"กูเล็งแล้วมันได้แค่นั้น"
"เปืองลูกชิบ ...มึงเนี้ย ถ้าคะแนนดีกูกะให้มึงลองอีกสักชุด แต่คงไม่ต้องแล้วแหละเก็บของกับบ้านกันเลยดีกว่า"
"ไปเอาเป้ามานับคะแนนก่อนอาจจะดีก็ได้"
"เรียบร้อยดีอะดิมึงคิดว่าจะโดนเป้ากี่นัด กูทาย ไม่เกิน 2 นัดไม่เชื่อมึงเดินไปเอามาเลย"
ผมเดินไปเอาเป้ากระดาษที่ติดอยู่กลางสนามมาเพื่อนับคะแนน ปรากฎ 2 ลูกจริงๆแต่ก็โดนตรงตัว X เลยนะ 1 ลูกส่วนอีกลูกโดนปลายกระดาษ
"โอเคกลับบ้าน" ครั้งนี้ผมเห็นด้วยกับไอ้เ้าบ่าวครับ
ด้วยวันมีของต้องถือกลับมากมายทั้งปืนไอ้เ้าบ่าวที่มันยกมาเป็ลัง ตอนมามันก็ถือเอง ตอนกลับทำไมให้ผมช่วยถือไหนจะสัมภาระของตัวผมเอง ไหนจะเป้ากระดาษที่ผมยิงปืนครั้งแรกกะจะเอาไปนอนชื่นชมสักกะหน่อย แล้วยังขนมเบรคที่เหลือ ที่ไอ้เ้าบ่าวหยิมมาอีก
ระหว่างเดินกลับรถเป้ากระดาษที่ตอนนี้ม้วนเป็วงกลม มันไปเกี่ยวกับอะไรสักอย่างที่อยู่บนตัวผมนี่แหละล่วงลงพื้นเสียงดังแก็ก เบาๆ เมื่อผมก้มมอง ก็ไม่เห็นมีอะไรพอสำรวจที่ตัวก็ไม่มีอะไรหายไป อยู่ครบ หรืออะไรจะหายก็ช่างมันเหอะ
หลังจากที่ไอ้เ้าบ่าวคุยกับเพื่อนตำรวจมันเสร็จเราสิงคนก็เดินไปที่รถ เอาของไว้หลังรถเรียบร้อย กำลังจะกลับ
"ไอ้ตูมตาม สร้อยข้อมือกูอะ"ไอ้เ้าบ่าวถามขึ้นมา
ผมลืมไปเลยว่าวันนี้ผมยืมสร้อยข้อมือไอ้เ้าบ่าวมาใส่ผมมองสำรวจไปที่ข้อมือผม ที่ว่างปล่าว
"เออออหายไปไหนนะ" ผมพูดพร้อมยิ้มแหยๆ
"กูต้องถามมึงค้าบไอ้ตัวแสบ"
"กูว่ากูทำตกอยู่แถวๆนี้แหละ"ผมพยายามนึกแต่นึกไม่ออก
"..." ไอ้เ้าบ่าวไม่พูดอะไร
"มันสำคัญกับมึงขนาดนั้นเลยหรอวะไว้กูหาซื้อคืนได้ไหมวะ"
"ไม่สำคัญเท่ามึงหรอกแต่พ่อกูซื้อให้ตอนติดยศนายสิบอะ" ชิบหา... แล้วครับ ไม่สำคัญกับผีอะดิรีบเดินหาสิครับ รออะไร
ผมเลยตัดสินใจวางของทุกอย่างไว้ที่รถแล้วกลับไปเดินหาทางเดิม ที่ผมเดินมา ไอ้เ้าบ่าวก็เดินตามหลังมาติด
พอเดินไปสักพักตรงที่เหมือนจะมีอะไรตกเมื้อกี้ปรากฎเป็สร้อยข้อมือหินไอ้เ้าบ่าวจริงด้วย ตกอยู่กลายถนนแล้วตอนนี้มีรถมาเหยียบไปเรียบร้อยยยยย สาดดดดดด ขาดด้วย
"เชื่ยยยยยกูขอโทษ" ผมมองไอ้เ้าบ่าวด้วยสายตาเศร้าๆ
"เออ กูบอกแล้วไงมันไม่สำคัญเท่ามึงหรอก มันมาทีหลังมึงอีก ไป กลับกันเหอะ"
"กูขอโทษจริงๆนะมึง" ผมพูด พร้อมก้มลงเก็บลูกปัดที่กระจัดกระจายอยู่ตามพื้น
ผมเดินกลับรถด้วยกวามรู้สึกผิดเอาเศษลูกปัดหินใส่กระเป๋าไว้ แล้วก็เข้ามานั่งสำนึกผิดอยู่ในรถ
"มึงไม่ต้องรู้สึกผิดสิ่งของมันพังกันได้"
"แต่มันสำคัญกับมึงไงถ้ารู้แบบนี้ก็ไม่ขอมึงมาหรอก"
"เออน่าไว้ค่อยซื้อให้กูใหม่ดีมั้ย" เ้าบ่าวพูดพร้อมใช้มือขยี้หัวผม