“ อาจารย์แล้วทำอะไรต่อดี ขอรับ” เสี่ยวเทียนได้รับพลังใหม่ แล้วรู้สึกฮึกเหิม อยากหาคนมาปะทะด้วย
“ ใจเย็น ๆ เรื่องแรก เจ้าต้องควบคุมม่านพลังเทพเจ้าให้ได้ เสียก่อน มิฉะนั้น ฝูงชนจะบุกกันเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง เป้าหมายของเจ้าจะไม่บรรลุผลสำเร็จ”
“ ข้าต้องทำอย่างไรบ้าง”
“ หินสวรรค์ทั้งสามและดาบเทพเจ้า เป็นตัวแทนของพลังของเทพเจ้าฝั่งไอปคุปต์โบราณ เจ้าสามารถหลอมรวม เข้ามาอยู่ในกายาของเจ้าก่อน แล้วใช้วิชาแยกจิตที่ข้าสอนไว้ อยากใช้พลังของใคร เจ้าแค่นึกคิดเท่านั้น ก็สามารถใช้ออกอย่างใจนึก รีบนำออกมาหลอมรวมเร็ว”
เสี่ยวเทียน นำหินสวรรค์ทั้งสามก้อน และดาบเทพเจ้า ออกมาวางตรงด้านหน้า แล้วทำการหลอมรวมให้เข้ากับร่างกายทันที พลังหินแชฟไฟร์สีขาวบริสุทธิ์ของเทพีไอซิส กลายเป็นแสงสีขาวพุ่งเข้าไปในสมองเริ่มหลอมรวมกับทะเลปัญญาของเสี่ยวเทียน สมองของเสี่ยวเทียนรับคลื่นความรู้มหาศาลเข้ามามากมาย จนกลายเป็นหนึ่งเดียว แล้วหินอเมทิส ของเทพโอซิริส จ้าวแห่งโลกวิญญาณก็ส่งแสงสีม่วงดำ พุ่งเข้าใส่หัวใจ ของเสี่ยวเทียน ทะเลแห่งจิตใจของเสี่ยวเทียนที่ปัจจุบันเป็นเหมือนแม่น้ำสายใหญ่ ก็ขยายขอบเขตเป็นทะเลสาบที่กว้างใหญ่ไปในทันที แล้วหินก้อนสุดท้ายคือหินไทเกอร์อาย ซึ่งคล้ายกับดวงตาเสือสีแดงเพลิงส่องประกายออกมา ครอบคลุมไปทั่วร่างกายของเสี่ยวเทียน ทำให้กลายเป็นพลังงานเทพเจ้าที่กดดันเหล่าผู้คนทั้งหมด ไม่ให้เข้ามาในเขตแดนท่อนแขนเทพเจ้าแห่งนี้
จากนั้นดาบเทพเจ้าของเทพเซธ ก็พุ่งแสงสีทองเข้ามาในร่างของเสี่ยวเทียนแล้วกลายร่างเป็น รูปดาบสีทองเล็ก อยู่ในฝ่ามือ เสี่ยวเทียนลืมตาขึ้น สายตาของเสี่ยวเทียนมีการเปลี่ยนแปลง จากดวงตามนุษย์ปกติ กลายเป็นดวงตาสีขาวอย่างเดียว แล้วเปลี่ยนเป็นสีม่วงดำ แล้วเปลี่ยนเป็นสีแดงเพลิงคล้ายพระอาฑิตย์ แล้วดวงตาสีทอง คล้ายกับดาบเทพเจ้าเซธ แล้วสุดท้ายก็กลับมาเป็นดวงตา ของมนุษย์ปกติ
“ อาจารย์ข้าหลอมรวมสำเร็จแล้ว” เสี่ยวเทียนรีบบอกอาจารย์ลู่เอินอย่างดีใจ
“ ต่อไปนี้ เจ้าก็สามารถอนุญาต ให้ใคร เข้ามาในเขตแดน พลังเทพเจ้าได้เพียงแค่คิด เท่านั้น เจ้าลองเรียกศิษย์พี่ของเจ้าให้ลงมาซิ”
“ เสี่ยวเทียนส่งจิตออกไป ศิษย์พี่ทั้งสองคน ก็สามารถลงมาแล้วก็เข้ามายืนในที่เดียวกันกับ เสี่ยวเทียนได้ในทันที
“ เสี่ยวเทียน ที่นี่ คืออะไรเนี่ย” ศิษย์พี่หลินเอ่ยอย่างตกใจ
“ นี่คือ สถานที่ควบคุม ท่อนแขนเทพเจ้าทั้งหมด ศิษย์พี่นี่คือแก่นเลือดเทพเจ้าพวกท่านกินเข้าไปเลย พลังของศิษย์พี่จะเพิ่มขึ้นอย่างน้อยถึง สิบระดับ”
ทั้งสองคนหยิบขวดแก่นเลือดเทพเจ้ามากินเข้าไปคนละหยด แล้วทั้งสองคนก็เริ่มนั่งสมาธิ เพื่อรับพลังมหาศาล ทั้งสองนั่งสั่นกันอยู่ครู่หนึ่ง ศิษย์พี่เซี่ยเป่ย ที่มีพลังปราณจักรพรรดิระดับ 90 แล้ว พลังที่ได้จึงพุ่งพรวดขึ้นไปอยู่ที่จุดสูงสุด คือปราณจักรพรรดิระดับ 100 ส่วนศิษย์พี่หลินที่พลังจักรพรรดิระดับ85 พลังก็พุ่งขึ้นไปอีกสิบระดับเช่นกัน ขึ้นมาอยู่ปราณจักรพรรดิระดับที่ 95 ทั้งสองคนลืมตาแล้ว จับมือกันดีใจกันใหญ่
“ ขอบใจมากนะเสี่ยวเทียน”
“ พี่ น้องกัน เรื่องเล็กน้อย คราวนี้ พวกเรามาหาวิธีจัดการกับ ภูเขาท่อนแขนเทพเจ้านี้ มาเปลี่ยนเป็นเงินกันดีกว่า” เสี่ยวเทียนเอ่ยอย่างมีความสุข
“ ศิษย์น้อง ท่อนแขนเทพเจ้า ทั้งมีพลังที่แข็งแกร่ง ขนาดนี้ พวกเราจะหั่นแบ่งได้อย่างไร” ศิษย์พี่หลินสงสัย
“ ไม่ต้องห่วง ข้ามีวิธี”
“ ถ้าเช่นนั้น เจ้าไปบอกพวกที่รอเข้ามา แล้วทำตามที่พวกเราคิดกันไว้ก่อน เราจะแบ่ง ท่อนแขนเทพเจ้าออกเป็น 10 ส่วนใหญ่ แล้วอีก 1,000 ส่วนย่อย
หนึ่งพันส่วนย่อย เราจะตั้งราคาขาย ชิ้นส่วนละ 1 พันล้านเหรียญเงิน
สิบส่วนใหญ่ ตั้งราคาขาย ชิ้นส่วนละ 1 พันล้านเหรียญทอง หากมีผู้ซื้อมากกว่าจำนวนที่มีอยู่ เราจะใช้วิธีประมูล” ศิษย์พี่หลินอธิบาย เสี่ยวเทียนพยังหน้า แต่ว่าศิษย์พี่เซี่ยเป่ย ได้แต่อ้าปากจะห้าม แต่เห็นสองคนนี่ ต่างมุ่งมั่นที่จะหาเงินวิธีนี้ก็เลย ไม่กล้าพูดอะไรออกมา
“ เดี๋ยวก่อน ท่อนแขนเทพเจ้า สองส่วน ต้องเก็บไว้ให้อาจารย์ คงเหลือแปดส่วนออกมา ขายได้เท่านั้น” เสี่ยวเทียนบอกกับศิษย์พี่หลิน ซึ่งก็พยักหน้าเห็นด้วย
หลังจากนั้น ทั้งหมดก็ออกมาด้านนอก แล้วมายืนอยู่บนท่อนแขนเทพเจ้า ที่ดูแล้วน่าจะเหมือน เกาะกลางทะเลมากกว่า เสี่ยวเทียนพุ่งร่างออกมาอยู่ต่อหน้าฝูงชนมากมาย ที่กำลังรองเข้าไปในท่อนแขนเทพเจ้า ซึ่งตามหมายกำหนดเหลืออีกเพียง ครึ่งชั่วยาม พลังกดดันจากเทพเจ้าจะสลายไปแล้ว
“ สวัสดี พ่อแม่ พี่น้องทุกๆท่าน ข้าคือ เฉินเสี่ยวเทียน ศิษย์ลำดับที่สี่ แห่งสำนักสะท้านฟ้า ผู้ครอบครองท่อนแขนเทพเจ้าแต่เพียงผู้เดียว” พอสิ้นเสียงประกาศออกไปได้ยินกันไปทั่วสิบย่านน้ำ แล้ว บนท้องฟ้าทั้งหมด แล้วก็มีเสียงโห่ ฮา หัวเราะเยาะออกมา เหมือนกับว่า ไอ้เด็กน้อยวัย 9 ขวบ มันพูดตลกอะไรของมัน อีกครึ่งชั่วยามพลังเทพเจ้าก็จะสลายไปแล้ว ยังจะมาอ้างสิทธิ ความเป็นเจ้าของ กลายเป็นที่ขำขันของคนทั้งหมด
“ เฉินเสี่ยวเทียน นี่เจ้าจะบ้าหรือเปล่า ! อีกไม่ถึงครึ่งชัวยาม สถานที่นี่จะเป็นสถานที่เปิด พลังเทพเจ้าก็จะหายไป เจ้ายังจะมาเล่นตลกอะไรอีก”
คุรุเทพฝ่าหลุนตะโกนบอกออกมา จากเรือมังกรคลื่นสมุทร ที่จ่อคิวเข้าเป็นเรือลำแรกที่จะเข้าไปในเขตแดนท่อนแขนเทพเจ้า
“ ข้ามายื่นข้อเสนอให้เท่านั้น หากไม่มีใครสนใจ ก็ต้องขอตัว” เสี่ยวเทียนเรียกดาบเทพเจ้าออกมา ประกายแสงสีทองส่องสว่างจ้าไปทั่วบริเวณ แล้วเสี่ยวเทียนก็ยกมือ แล้วฟัน เปรี้ยงออกไปทีเดียว ท่อนแขนเทพเจ้าที่ใหญ่ยักษ์ราวกับภูเขา ก็ถูกหั่นกลายเป็น 10 ส่วนใหญ่ แล้วอีก 1 พันส่วนย่อยไปในการฟันแค่เพียงครั้งเดียว
“โอ้โห นี่หรือพลังดาบเทพเจ้า ข้าแค่ฟันครั้งเดียว แล้วก็นึกให้มันแยกออกตามที่จิตสั่งการ ก็สามารถทำได้อย่างใจนึก” เสี่ยเทียนยังตกใจ ส่วนผู้คนที่เห็นเช่นนั้น ก็ต่างแตกตื่นตกใจ รีบเข้ามาดูใกล้ๆ พยายามจะเข้าไป เขตแดนท่อนแขนเทพเจ้าให้ได้ แต่ไม่มีใครเข้าไปได้้ จึงได้แต่มองว่าเสี่ยวเทียน จะทำอะไรต่อ เสี่ยวเทียนหลังจากแบ่งเป็นชิ้นๆ เสร็จแล้ว ก็ค่อยๆเก็บ ท่อนแขนทั้งหมดมาไว้ในมิติส่วนตัว ทีละชิ้น ๆ จนหมด ท่อนแขนเทพเจ้าที่โหญ่โตปานภูเขา บัดนี้หายไปในพริบตา สร้างความตื่นตลึง กันไปหนักกว่าเก่าอีก
แล้วที่ผ่านมา พวกเขาเฝ้ารอกันเป็นเดือน เพื่อที่จะเข้าไป แต่ว่ากลับถูกเด็กน้อยคนนี้ เก็บไปคนเดียวหมด อย่างนั้นหรึอ? หลายคนเริ่ม สุมหัวกัน แล้วก็มีเสียงของ
เจ้าสำนักสัตตบงกช ฟางอี้เจี้ยน ส่งเสียงออกมาก่อนใคร
“ เฉินเสี่ยวเทียน เจ้าต้องการอะไร บอกออกมาได้เลย”
“ ท่านเจ้าสำนักฟาง ข้าเป็นเพียงคนธรรมดา หาเช้ากินค่ำ ดังนั้นท่อนแขนเทพเจ้าที่ได้มาเช่นนี้ ข้าว่า จะเอาไปขายตามตลาดนัด แต่ว่าข้าเห็นท่านเอ่ยถามเป็นคนแรก ข้าจะขายให้ท่านในราคา พิเศษ บัดนี้ ชิ้นส่วนใหญ เหลือเพียง 8 ส่วน ข้าขาย หนังพันล้านเหรียญทอง และ ชิ้นส่วนย่อย ข้าขาย หนึ่งพันล้านเหรียญเงิน
ท่านสนใจ ชิ้นส่วนไหน ขอรับ”
ฟางอี้เจี้ยนเผยอยิ้ม แล้วส่ายหัว คิดไว้แล้วไม่มีผิด เสี่ยวเทียนต้องเล่นแบบนี้อีกแล้ว ธิดาเทพส่งเสียงบอกออกไป ว่าต้องการชิ้นใหญ่ชิ้นหนึ่ง และถามถึง แก่นเลือดเทพเจ้าด้วย
“ ตกลงทางเราขอซื้อ ชิ้นส่วนใหญ่หนึ่งชิ้น แล้วแก่นเลือดเทพ เจ้ามีด้วยหรือเปล่า”
“ ฮ่า ฮ่า ท่านเจ้าสำนักนี่ตาแหลมคมนัก ในเมื่อท่านเป็นคนแรกที่สนับสนุน ข้าจะขายแก่นเลือดเทพในราคาพิเศษ แต่ว่าแก่นเลือดเทพเจ้ามีจำนวนจำกัด ข้าจึงขายให้ท่านได้เพียงแค่ 100 ขวดเท่านั้น ส่วนสนนราคา ก็เพียงขวดละ 1 พันล้านเหรียญเงินเท่านั้น”
“ พวกเราอยากตรวจสอบสินค้าก่อน” เจ้าสำนักฟางอี้เจี้ยน เอ่ยตามที่ธิดาเทพสั่งมา
“ ไม่มีปัญหา เชิญท่านแล่นเรือเข้ามาได้เลย”
แล้วทุกคนก็เห็นเรือจ้าวสมุทธพิโรธ ของจักรพรรดินี หยูจี เข้าไปเป็นลำแรก สร้างความตื่นตะลึงให้กับทุกคนยิ่ง ที่เรือผ่านเข้าไปโดยไม่โดนแรงกดดันของ พลังเทพเจ้าเลยแม้แต่น้อย เสี่ยวเทียนก้าวขึ้นมาบนเรือ แล้ว นำชิ้นส่วนชิ้นใหญ่ออกมา วางไว้ข้างลำเรือ แล้ว วางขวดแก่นเลือดเทพเจ้า 100 ขวดให้กับเจ้าสำนักฟางอี้เจี้ยน
แล้ว ธิดาเทพ กับพวกก็ปรากฏตัวขึ้นมา ต่อหน้าเสี่ยวเทียน แล้วหยิบแก่นเลือดเพทเจ้ามาดมกลิ่น เพื่อตรวจสอบ ทุกคนล้วนแตกตื่นยิ่งนัก พร้อมยิ้มให้กันอย่างถ้วนหน้า ปู่เมิ่งเข้าไปสำรวจ ท่อนแขนเทพเจ้าชิ้นโต ที่อยู่ข้างลำเรือ แล้วพยักหน้าให้กับ ธิดาเทพ
“ เราเจอกันอีกแล้วนะ เฉินเสี่ยวเทียน เจ้าสร้างความอับอายให้ข้า เมื่อครั้งเราพบกันครั้งแรก เจ้าสมควรตอบแทนข้าอย่างไรดี ไม่ให้ข้า ตัดมือของเจ้าออกเพื่อระบายแค้นของข้า” ธิดาเทพเอ่ยเสียงเย็นออกมาต่อหน้าทุกคน เจ้าสำนักฟางอี้เจี้ยนถึงกับแสดงสีหน้า หนักใจในทันที เสี่ยวเทียนเดินเข้ามาเอียงคอ แล้วมองหน้าสาวสวยผู้นี้ ในที่สุดก็จำได้
“ อ๋อ พี่สาวคนสวยนั่นเอง เรื่องมันผ่านไปแล้ว จะเก็บมาคิดทำไม พี่สาวคงมีตำแหน่งใหญ่โต คงไม่คิดเล็ก คิดน้อย กับเด็กน้อยไม่รู้ประสี ประสาเช่นข้าหรอกใช่ไหม” เสี่ยวเทียนส่งยิ้มที่คิดว่าจริงใจที่สุด เพราะไม่อยากมีปัญหากับลูกค้ารายแรก
“ เจ้าเด็กน้อย นี่คือธิดาเทพ ผู้ที่จะขึ้นเป็น จักรพรรดินี แห่งดินแดนพิภพชั้นที่สี่ ไม่ใช่พี่สาวหรือเพื่อนเล่นของเจ้านะ” เซียนหญิงเย่ ส่งเสียงแข็งกร้าวออกมาเตือน
“ โอ้ ถ้าเช่นนั้น ยิ่งแล้วใหญ่ ท่านยิ่งใหญ่คับฟ้าเช่นนี้ คงไม่คิดจะรังแกข้าผู้น้อยนะขอรับ”
“ เฮอะ ที่เจ้ากล้าเรียกร้องเงินทองกับ ธิดาเทพเช่นนี้ แสดงว่าไม่กลัวตายเลยใช่ไหม คิดหรือว่า พวกเราชาวพิภพชั้นสี่ จะยอมจ่ายเงิน ตามที่เจ้าเรียกร้องอย่างนั้นรึ?” เทพบุตรหลิวเฟย คู่หมั้นธิดาเทพ เอ่ยข่มขู่เสี่ยวเทียนเสียงแข็ง
“ ฮ่า ฮ่า ฮ่า พี่ชายท่านนี้ พูดจาหยาบคายนัก หากว่า ข้าไม่เห็นแก่หน้า ท่านเจ้าสำนักฟางอี้เจี้ยน ข้าจะหักขาเจ้าแล้วโยนทิ้งน้ำไปแล้ว ต่อให้พวกเจ้าอัญเชินจักรพรรดินีหยูจี เหนือหัวของพวกเจ้ามา ข้าก็ไม่เคยกลัวแม้แต่น้อย” เสี่ยวเทียนพูดเสียงกร้าววออกไป เทพบุตรหลิวเฟย หน้าเสียทันที ไม่คิดว่าเด็กน้อยแค่นี้จะกล้าพูดอะไรแบบนี้ออกมา
“ เจ้ากล้า?”
“ หากว่าเจ้ากล้าชักกระบี่ออกมา ข้าจะจับเจ้าโยนออกจากเรือลำนี้ทันที หากว่าเจ้ายังสามารถยืนอยู่บนเรือลำนี้ ชาตินี้ข้าจะไม่ขอใช้ชื่อ เฉินเสี่ยวเทียนอีกต่อไป”
เสี่ยวเทียนเห็นเทพบุตรหลิวเฟยกำลังจะชักกระบี่ออกมาเลยเอ่ยออกไปแบบนั้น
ไม่ทันที่เจ้าสำนักฟางอี้เจี้ยนจะห้ามปราม เทพบุตรหลิวเฟยก็ชักกระบี่ออกมาแล้ว
หลังจากชักกระบี่ออกมา เทพบุตรหลิวเฟย เผยอยิ้มแล้วอ้าปากจะพูดอะไรบางอย่างออกมา! แต่ว่าเพียงแค่อ้าปากเท่านั้น ก็มีพลังแปลกประหลาด พุ่งเข้ามากระแทกร่างของ เทพบุตรหลิวเฟยออกไป จากเรือ และก็ตกไปในทะเลนอกเขตแดนเทพเจ้าทันที สร้างความตื่นตลึง ให้กับทุกคนยิ่งนัก
“ ท่านเจ้าสำนักฟาง ในเมื่อพวกท่านให้ท้ายไอ้หมอนี่ ข้าก็ขอเชิญพวกท่านกลับไปซะ การเจรจาซื้อขาย ก็ขอให้ยุติแต่เพียงเท่านี้” เสี่ยวเทียนเอ่ยกับเจ้าสำนักฟางอี้เจี้ยน ด้วยความเคารพ
“ เอาล่ะ เรื่องเทพบุตรหลิวเฟย พูดไม่ใช่ข้าพูดเสียหน่อย ท่านปู่เมิ่ง ให้เงินเขาไป” ธิดาเทพออกคำสั่งปุบ ท่านปู่เมิ่ง ก็มอบถุงเงิน 1 ถุงให้กับเสี่ยวเทียน แล้วก็ดึงชิ้นส่วนเทพเจ้า แล้วขวดแก่นเลือด เก็บเอาไป จนหมด
“ อีกไม่นานพลังเทพเจ้าก็จะหมดไป คนอื่นก็จะเข้ามาแล้ว ข้าแนะนำให้เจ้าไปอยู่กับข้าที่ดินแดน พิภพชั้นที่สี่ เพื่อความปลอดภัยของเจ้าเอง” ธิดาเทพเสนอทางออกให้เสี่ยวเทียนไปอยู่ด้วยเพื่อความปลอดภัย เจ้าสำนักฟางก็รีบสนับสนุน
“ ข้าต้องขอบคุณธิดาเทพที่เมตตา แต่ว่า ข้ายังมี ชิ้นส่วนอีกหลายชิ้น ยังต้องรอจำหน่ายออกไป มิเช่นนั้น รู้สึกไม่สบายใจยิ่งนัก”
“ นี่เจ้าเห็นแก่เงิน จนไม่ห่วงชีวิตของตัวเจ้าเองเลยรึ?” ธิดาเทพตกใจไม่คิดว่าเสี่ยวเทียนจะปฏิเสธข้อเสนอเช่นนี้
ทันใดนั้นเอง ก็มีเสียงคนโห่ร้อง กันไปทั่ว เหมือนกับว่า พลังเทพเจ้าที่ได้ขวางกั้นไว้นั้นสลายหายไปหมดแล้ว ต่างเคลื่อนตัวกันเข้ามา หาเสี่ยวเทียนอย่างรวดเร็ว
เสี่ยวเทียนมองทุกคนด้วยสายตานิ่งเฉย แล้วปลดปล่อยพลังจากหินสวรรค์ไทเกอร์อายออกไป พรึบ กระแสพลังเทพเจ้า แผ่ออกไปอีกครั้ง คนที่กำลังเข้ามาล้วนหยุดกึกอยู่ไม่สามารถเข้ามาได้อีก สร้างความโกรธแค้น ให้กับพวกฝูงชนยิ่งนัก
“ เฉินเสียวเทียน เปิดทางให้พวกเราเข้าไปด้วย รัชทายาทยินยอมทำตามข้อเสนอของเจ้าแล้ว” เสียงของเจ้าสำนักเทพธรรมยุทธ์ ดังออกมา เสี่ยวเทียนก็ปล่อยพลังแล้วดึงพวกเขาเข้ามา หลังจากนั้นก็มีเสียงออกมา ทำนองเดียวกันอีกหลายลำ ยอมรับข้อเสนอของเสี่ยวเทียนทุกอย่าง
“ ข้าต้องไปทำการค้าก่อน หวังว่า พวกเราคงมีโอกาสได้พบกันใหม่” ก่อนจากไปเสี่ยวเทียนมอบ แก่นเลือดเทพเจ้าให้เจ้าสำนักสัตตบงกชไป 10 ขวด สร้างความยินดีให้กับ เจ้าสำนักสัตตบงกชยิ่งนัก
“ เด็กคนนี้ไม่ธรรมดาจริงๆ ต่อไปเขาเติบโตขึ้น ข้าเกรงว่า ดินแดนเก้าพิภพนี้สั่นสะเทือนแน่” ปู่เมิ่งเอ่ยคำพูดนี้ออกไป ทุกคนได้ยินก็ยืนนิ่งไม่พูดอะไร เพราะแค่เหตุท่อนแขนเทพเจ้า แค่นี้ ทุกชั้นพิภพก็รู้จักนาม เฉินเสี่ยวเทียนกันหมดแล้ว..