บนถนนในตัวเมืองเนตรอสูร ผู้คนสัญจรไปมากับรถราที่วิ่งกันขวักไขว่ดูคึกคักเป็อย่างยิ่ง สองข้างของถนนมีแผงขายของเรียงรายกันมากมายทั้งแผงเล็กและแผงใหญ่ ในตลาดที่พลุกพล่านไปด้วยผู้คน สุ้มเสียงที่ดังขั้นอย่างกระทันหันย่อมดึงดูดความสนใจของผู้คนได้เป็อย่างดี ทุกคนต่างหันมาดูทางต้นเสียง
กลางถนนบัดนี้มองเห็นกลุ่มบุรษหนุ่มเยาว์วัยจำนวนห้าคนกำลังเดินเข้าโอบล้อมบุุรุษและสตรีเยาว์วัยคู่หนึ่งไว้ บุรุษหนุ่มใบหน้าใสสะอาดหน้าตาหล่อเหลาร่างผอมบางดุจนักศึกษาไร้เรี่ยวแรงส่วนสตรีสาวแม้จะดูอ่อนเยาว์แต่ร่างระหงได้สัดส่วน ท่อนแขนทรงกระบอกขาวดุจงาช้างใบหน้างดงามยิ่งจนใครได้ชมต้องหันกลับมองซ้ำ ทั้งสองก็คือกังหลงกับเยี่ยนฟางสองพี่น้องนั่นเอง ส่วนผู้ที่โอบล้อมทั้งสองนั้นประกอบด้วยบุรุษหนุ่มสามคนและชายวัยฉกรรจ์อีกสองคนที่อายุประมาณสามสิบต้น ๆ เมื่อเหล่าพ่อค้าและผู้คนแถวนั้นทราบว่ากลุ่มคนทั้งห้าเป็ใครก็บังเกิดเสียงพูดออกมาวุ่นวายฟังเกือบไว่ได้ศัพท์
"สองหนุ่มสาวนั่นมิทราบเป็ลูเต้าเหล่าใคร หน้าตาดีทั้งคู่ โดยเฉพาะสตรีเยาว์วัยนั่นยิ่งงดงามยากจะกล่าว แต่น่าสงสารที่ต้องมาเจอกับเ้าอันธพาลน้อยตระกูลหม่าเข้าให้ ดูท่าคงต้องโดนข่มเหงดังเช่นหญิงสาวคนอื่น ๆ ก่อนหน้านี้เป็แน่"
"ใช่ ๆ ในเขตตัวเมืองเนตรอสูรใครจะไม่รู้บ้างว่าตระกูลหม่ามีอิทธิพลแค่ไหน นายน้อยตระกูลหม่า หม่าซานผู้นี้เลยก่อเื่ไม่เว้นแต่ละวัน จนมิมีผู้ใดอยากเข้าใกล้แล้ว"
"ถ้าไม่ล่วงเกินลวนลามสตรีงามก็หาเื่ทุบตีข่มเหงผู้อื่นไปทั่ว น่าสงสารหนุ่มสาวคู่นี้จริง ๆ ดูท่าคงจะมิพ้นโชคร้ายเป็แน่"
หลายเสียงวิพากษ์วิจารณ์ต่างลงความเห็นว่าโชคร้ายต้องตกเป็ของกังหลงกับเยี่ยนฟางอย่างแน่นอน หลายสายตาจึงอดมองด้วยความสงสารและทอดถอนใจออกมามิได้ เพราะเหตุการเช่นนี้เกิดขึ้นเป็ประจำจนพ่อค้าและผู้ที่อยู่ในตัวเมืองเนตรอสูร ผู้คนต่างทราบเป็อย่างดีถึงการทำตัวอันธพาลและการก่อเื่ราวของบุตรชายของหม่าเทียนหลงผู้นี้ แต่มิมีใครกล้าเข้าไปยุ่งเกี่ยวเพราะกลัวเื่เดือดร้อนจะลุกลามมาถึงพวกตน
กังหลงเมื่อเห็นว่าผู้ที่กล่าวเหยียดหยามและเข้ามาห้อมล้อมตนกับน้องสาวก็คือกลุ่มของหม่าซานคู่อริผู่ที่คอยตามรังแกรังควานตนมาตลอด ครั้งล่าสุดก็เจอกันตอนที่ตนกลับออกมาจากเขตชั้นในของเทือกเขาเนตรอสูร พวกของหม่าซานได้รุมทุบตีและแย่งชิงผลึกแก่นอสูรสีแดงไปด้วยหนึ่งชิ้น
ครั้งนั้นตนต้องยอมให้อีกฝ่ายทุบตีเพียงฝ่ายเดียวเนื่องจากตนเพิ่งผ่านการปรับเปลี่ยนชีพจรมาและเฒ่าเทียนคงผู้เป็อาจารย์ได้สั่งห้ามใช้กำลังเป็เวลาสองชั่วยาม ครานั้นสร้างความอัดอั้นและเคียดแค้นให้กังหลงเป็อย่างยิ่งได้แต่ยอมกัดฟันทนให้ผู้อื่นเหยียดหยามและทุบตีโดยมิสามารถทำอะไรได้
นึกไม่ถึงเพิ่งผ่านมาเพียงวันเดียวกลับต้องมาเจอคู่แค้นกลุ่มนี้ในตัวเมืองเนตรอสูรเข้าอีก กังหลงจึงได้แต่ส่ายหน้ากับความโชคร้ายของตน มองเห็นสายตาของหม่าซานที่มองดูเยี่ยนฟางอย่างหื่นกระหายมิคิดจะปกปิดความ้าแม้แต่น้อยจึงบังเกิดโทสะขึ้นถึงขีดสุด รีบดึงตัวของเยี่ยนฟางมาอยู่ข้างหลังตนและพูดขึ้นอย่างเ็าเสียงดังลั่น
"เ้าหม่าซานเ้าจะทำอะไร อย่ามายุ่งกับน้องสาวของข้า รีบไปให้พ้นสายตาของข้าเดี๋ยวนี้..!!"
เห็นท่าทีและได้ยินคำกล่าวของกังหลง กลุ่มของหมาซานหยุดชะงักไปชั่วครู่ก่อนที่ต่อมาจะพากันหัวเราะลั่นจนะเืไปแถบนั้น
"ฮ่า ฮ่า ฮ่า ดูเ้าขยะตระกูลกังมันแสดงท่าทีเช่นนี้ออกมา มันไปกินดีหมีหัวใจพยัคฆ์มาจากไหนวันนี้ถึงกลับได้มีความกล้า กล้าต่อปากต่อคำและมาะโใส่นายน้อยหม่าผู้นี้ได้"
"ฮ่า ฮ่า ฮ่า พี่หม่าซาน สงสัยสมองเ้าขยะนี่มันคงกระทบกระเทือนยังไม่หายจากการที่โดนพวกข้าทุบตีไปเมื่อวานกระมัง มันถึงกล้าแสดงอาการเช่นนี้ออกมา"
"สงสัยมันกินของผิดสำแดงมาแน่เลย..ให้ข้าออกไปกระทืบให้มันคลานกลับไปยังตระกูลกังไม่ถูกเช่นนั้นเป็ไรพี่หม่าซาน ฮ่า ฮ่า ฮ่า"
"พวกเ้าออกไปสั่งสอนมัน อย่าให้หนักจนเกินไป วันนี้น้องสาวแสนสวยของมาอยู่ด้วย ข้าไม่อยากทำร้ายจิตใจสาวน้อยผู้งดงามผู้นี้จนเกินไป ทุบตีมันให้มันกลับไปนอนรักษาตัวลุกไปไหนไม่ได้สักหนึ่งเดือน แล้วจับน้องสาวแสนสวยของมันมาให้ข้า ที่นี่เป็เขตอิทธิพลของพ่อข้า คงมิมีใครกล้านำเื่นี้ไปบอกตระกูลกังเป็แน่"
หลังจากได้ยินกลุ่มของหม่าซานพูดและคิดกระทำยิ่งทำให้กังหลงเดือดดาลแทบอกจะะเิ ส่วนเยี่ยนฟางนั่นก็ยิ่งมีโทสะเมื่อเห็นมีคนคิดร้ายต่อนางแถมคนพวกนี้ยังมีความคิดจะทำร้ายพี่ชายสุดที่รักของนางอีก นางตรวจสอบปราณยุทธของหม่าซานและบุรุษหนุ่มเยาว์วัยทั้งสองที่คล้ายจะเป็ฝาแฝดกันพลังปราณของทั้งสามล้วนอ่อนด้วยกว่านาง
หากเพียงสามคนนี้ถ้าต่อสู้กันคิดว่าคงพอจะรับมือได้ แต่ติดอยู่แค่ผู้คนสองคนที่คล้ายจะเป็คนรับใช้และผู้ดูแลของบุรุษหนุ่มทั้งสามนี้ ทั้งสองคนนั้นล้วนมีระดับพลังปราณสูงกว่าตนและอยู่ที่ปราณขุนพลระดับห้าขั้นสามขึ้นไปทั้งสองคน หากทั้งสองคนยื่นมือเข้ามาผลลัพธ์ที่ได้คงเลวร้ายยิ่ง
"พวกเ้าอย่าเข้ามานะ อย่าทำร้ายพี่กังหลง ข้าไม่ยอมเด็ดขาด..!! ท่านพี่ท่านรีบหลบไปด้านหลังข้าก่อน ท่านรีบไปยังร้านโอสถของตระกูลกัง ท่านพ่ออยู่ที่นั่น เดี๋ยวข้าจะรีบตามไป"
"ฮ่า ฮ่า ฮ่า ขยะอย่างไรก็ยังเป็อยู่วันยังค่ำ ถ้าไม่ลงนอนกองกับพื้น ก็ทำได้แค่แอบหลบอยู่ข้างหลังสตรี "
เยี่ยนซื่อพูดจบก็ก้าวออกไปพร้อมพุ่งกายออกไปอย่างรวดเร็วเงื้อหมัดหมายตะบันหน้าของกังหลงตั้งใจจะให้การโจมตีเพียงครั้งเดียวของตนสามารถจัดการกังเทียนกระเด็นออกไปจนมิอาจลุกขึ้นได้และ้าแสดงความสามารถของตนให้ผู้คนรอบข้างและหม่าซานถูกใจ
ขณะที่เยี่ยนฟางกล่าวและกำลังใคร่ครวญก่อนตัดสินใจว่าควรทำอย่างไรดีอยู่นั้น เมื่อกังหลงเห็นเยี่ยนซื่อ เยี่ยนซานก้าวเดินตรงมา กังหลงจึงรีบก้าวออกไปยังด้านหน้ายกมือห้ามน้องสาวของตนพร้อมกล่าว
"พวกเ้าจะทำอะไร อย่าได้ไปยุ่งเกี่ยวกับน้องสาวข้า หากมีความกล้ามาต่อสู้กับข้าตัวต่อตัวจะกล้ารึไม่"
"ท่านพี่ระวัง..!!"
"ผั๊วะ"
"แคร่ก แคร่ก.."
"วืดดด.."
"โครม.."
กระแสพลังที่เยี่ยนซื่อปลดปล่อยออกมาเป็ระดับปราณขุนพลระดับสองขั้นสอง่ชั้นต้นทุกคนที่ััได้ถึงระดับพลังและเห็นเช่นนั้นต่างพากันหลับตาลงมิอยากจะมองเห็นสภาพที่ลงเอยของชายหนุ่มที่โดนเรียกว่าขยะตระกูลกัง
ด้วยระดับพลังของเด็กน้อยตระกูลกังที่ต่างััได้เพียงแค่ปราณขุนพลระดับหนึ่งขั้นเก้า่ชั้นสูงเท่านั้น จากระดับพลังของทั้งสองที่ต่างกันถึงสี่่ชั้นย่อย มิต้องดูต่างก็รู้ว่าผลจะออกมาเช่นไร เสียงะโให้ระวังของเด็กสาวผู้งดงาม เสียงโจมตี เสียงกระดูกแตกหัก ต่างดังเข้ากระทบโสตประสาทของทุกคน
เมื่อสิ้นเสียงเ่าั้ ทุกคนต่างอดไม่ได้ต้องลืมตามองดูผลที่ออกมา เมื่อมองเห็นภาพที่ปรากฎยังเบื้องหน้า หลายคนต่างนิ่งตะลึงงันไปชั่วครู่ และแล้วเสียงอุทานก็ดังออกมาจากหลายปาก
"อาาา.."
"โอววว.."