【Perfect Life】

    19 - ตัดสินใจ

    19 - ตัดสินใจ
    งานเทศกาลที่ผ่านมาพริสทีนถูกเสนอภารกิจจ้างวานเต็มไปหมด ทั้งเสนอให้ขายสูตรอาหารทอด หรือตามหาวัตถุดิบหายากในมหาพงไพรวีลิธ ทำให้ไม่ค่อยมีเวลาว่างเท่าไหร่นัก เพราะต้องจัดการภารกิจทั้งหมดที่รับมาให้เสร็จภายในอาทิตย์นั้น สิ่งไหนที่หายากและไม่สมควรออกล่าเธอจะขอปฏิเสธผู้คนในงานครั้งนั้น ทั้งที่ตอนแรกหวาดกลัว แต่พอเห็นว่าเป็นกันเองก็เริ่มเชื่อใจเล็กน้อย ยังจำได้ดี สีหน้าของคนมาซื้ออาหารกับเธอวันนั้นมีทั้งรอยยิ้มบ้างก็กระอักกระอ่วนใจถึงจะเป็นมิตร แต่ไม่ว่าอย่างไร เรื่องเล่าเกือบร้อยปีเกี่ยวกับเทพธิดามันมีอย่างยาวนาน จึงต้องใช้เวลาในการแก้ความเข้าใจผิดโดยหวังไว้ว่าผู้คนที่มางานเทศกาลจะช่วยกระจายข่าวลือในทางที่ดีให้เธอได้ความจริงตัวเธอก็อยากชวนฟีเรกับไลรอนไปช่วยทำภารกิจ แต่ความสามารถของทั้งคู่ยังไม่มากพอเลยต้องไปขอร้องให้เดฟไกส์ช่วยแทนถ้าให้พูดตรงๆ...เด็กสาวค่อนข้างนับถืออีกฝ่ายไม่น้อย เดฟไกส์เองก็มีหน้าที่ปกป้องมหาพงไพรวีลิธ แต่เขาก็พยายามหาโอกาสมาหาเธอบ่อยครั้งเขาเต็มใจช่วยเธอในทุกเรื่อง ในขณะที่สองคนนั้นเริ่มฝึกร่างกายหนักขึ้นกว่าเดิมจนอดสงสัยไม่ได้ว่าทำไม?“เฮ้ออออ...”“เป็นอะไรเหรอคะ?” สเตลล่ามองอีกฝ่ายที่เอาแต่ถอนหายใจตลอดเวลาระหว่างสอนเธอทำขนม“แค่กังวลน่ะจ้ะ... ว่าทุกคนจะยอมรับฉันอย่างที่ฉันเป็นอย่างนี้หรือเปล่า คนที่มาเที่ยวจะเอาไปลือกันแบบไหน...”“ไม่ต้องกังวลไปหรอกค่ะ ข้ามั่นใจว่าทุกคนต้องชอบพริสทีนแน่นอน” ยิ้มอ่อนโยนให้ยิ้มตอบกลับ “ขอบคุณจ้า แล้วแป้งแพนเค้กเป็นยังไงบ้าง?”“ค่อนข้างสวยเลยค่ะ” ยกชามให้อีกฝ่ายดู“งั้นเรามาเริ่มทอดกันเลยดีกว่า จะได้ไปแจกให้ทุกคนกัน~”เริ่มทำการทอดแพนเค้กสำหรับเอลฟ์ แม้ไม่ต้องใช้ไข่กับนมก็อร่อยได้ ทำในปริมาณค่อนข้างเยอะเผื่อให้ทุกคนใหมู่บ้านได้ลองทานกัน ระหว่างนั้นเธอขอตัวไปหาโอลีเซียเพื่อปรึกษาเรื่องบางอย่างเกี่ยวกับการเป็นนักผจญภัย...“ถ้าเกิดว่าอยากสมัครเป็นนักผจญภัยมันต้องมีเงื่อนไขนะคะ” พูดขึ้นขณะยกน้ำชามาเสิร์ฟให้เธอกับลาพิสที่แวะมาเที่ยวเล่น “เงื่อนไขอะไรเหรอ?”“เห็นว่า ข้อที่ 1. ระดับของเด็กจะอยู่ที่ G ค่ะ ซึ่งต่ำกว่า F เพื่อให้พวกเขาหางานเหมาะสำหรับวัยเขาได้ข้อที่ 2. สำหรับภารกิจที่ไม่มีล่ามอนสเตอร์ก็จะได้เงินในราคาเต็มเหมือนเดิม แต่ถ้าหากรับภารกิจล่ามอนสเตอร์ต้องทำการแยกชิ้นส่วนในสภาพที่ดี หากสภาพแย่จะเสียเงินในภารกิจ 70% ด้วยกันเนื่องด้วยความสามารถไม่ถึงและยังทำเกินตัว ยกเว้นแต่ว่าจับกลุ่มเพื่อล่าก็ไม่มีปัญหาอะไร ข้อที่ 3. กิลด์การ์ดจะได้รับมอบตอนอายุ 12 ปีเพื่อยอมรับว่าเป็นสมาชิกอย่างสมบูรณ์ แค่หยดเลือดใส่มันเพื่อระบุว่าจะเข้ากิลด์เสร็จแล้ว ข้าก็จะนำไปส่งให้กิลด์มาสเตอร์เพื่อยืนยันค่ะ ข้อที่ 4. เมื่อได้กิลด์การ์ดแล้วต้องทดสอบพลังอีกครั้งที่กิลด์หลัก หากพลังที่ลงสมัครไว้ตอนแรกไม่มากขึ้นกว่าเดิมหรือถึงเกณฑ์ที่กำหนดไว้จะถูกบังคับให้ออกจากกิลด์ และจะสามารถกลับมาสมัครได้อีกครั้งเมื่ออายุ 25-30 ปีโดยต้องทดสอบความสามารถอีกครั้งข้อที่ 5. เมื่อใดที่อายุครบ 15 ปีต้องหยุดรับภารกิจทุกอย่างเพื่อเข้าโรงเรียน เมื่อเรียนจบถึงจะสามารถกลับมารับได้อีกครั้งดูเหมือนว่าสาเหตุที่โหดเฉพาะเด็กก็เพราะไม่อยากให้ความหวังเท่าไหร่ เพราะหลายครั้งที่มีเด็กเร่ร่อนหลายคนหวังจะเป็นนักผจญภัยเพื่อหาเงินใช้ แต่พวกเขาจะทำเกินภารกิจของระดับตนเองเพื่อเงิน ทำให้น้อยคนนักที่จะรอดชีวิตกลับมาด้วยร่างกายสมบูรณ์บ้างก็ตายในงานที่รับค่ะ”“งั้นหมายความตอนนี้ฉันสมัครได้แต่เป็นเพียงแค่ในนาม จะไม่ใช่ตัวจริงหากยังไม่ได้กิลด์การ์ดจนกว่าจะ 12 สินะ”“ใช่แล้ว แต่พวกเรามั่นใจว่าพริสทีนต้องสมัครได้ระดับสูงแน่นอนค่ะ!” ลาพิสยิ้มกว้าง“ไม่ขนาดนั้นหรอก...”เมื่อนึกย้อนไปก็เคยถูกกลุ่มนักผจญภัยที่มางานชวนเข้ากิลด์ประจำเมือง[อควอเทีย] เมืองแห่งสายน้ำ เมืองที่ตนเคยคิดจะเดินทางไปตอนพึ่งออกมาจากอาณาเขตต้องห้ามแต่ระยะของมันต้องใช้เวลาเดินทางนานจึงต้องมาที่นี่แทนถือว่าโชคดีที่เธอเลือกมาหมู่บ้านนี้จนได้พบกับทุกคน“จะว่าไป ถ้ารู้ว่าเด็กมาเป็นนักผจญภัยโดยไม่รู้อะไรแล้วไม่มีความสามารถอะไรเลยจะตาย แล้วทำไมยังเปิดให้พวกเขาสมัครล่ะ?”“คงเพราะสงสารเลยอยากให้พวกเขามีงานน่ะค่ะ ถ้าไม่ทำเกินตัวก็พอ แต่ภารกิจส่วนของระดับ G สำหรับเด็กจะได้เงินน้อย เพราะจะมีแต่ภารกิจหาสมุนไพรค่ะ ส่วนระดับ F จะมีล่าสไลม์หรือออกล่ามอนสเตอร์บ้าง”“อ๋อ...” ...หมายความว่า...ถ้าเราสมัครตอนนี้ก็จะได้ระดับ F และไม่ได้กิลด์การ์ดจนกว่าจะ 12 สินะ... “จะสมัครเลยรึเปล่าคะ?”“เอาไว้ก่อนนะจ๊ะ พอดีตอนนี้อยากอยู่แบบสบายๆน่ะ”“ได้ค่ะ แล้วก็... มีเรื่องจะขอร้องได้รึเปล่าคะ?”“ขอร้องเหรอ?”“ค่ะ คือว่าข้ากับลาพิสลองปรึกษากันดูแล้ว...” เงียบไปสักพักใหญ่ ทั้งคู่มองหน้ากันก่อนหันมาพูดอย่างพร้อมเพรียง “อยากเปลี่ยนไปเรียกว่า...พี่สาวได้รึเปล่าคะ”ฉึก! เหมือนมีลูกศรกามเทพปักเข้าหัวใจอย่างจัง ไม่เคยคิดว่าจะได้ยินประโยคนี้จากปากเด็กสาวตรงหน้า ท่าทางเขินอายแบบนั้นดูน่ารักซะจนทำเอาเธอเขินตามเช่นกัน พอเข้าใจความรู้สึกของคนไลรอนกับพีเรว่าทำไมหวงน้องสาวทั้ง 2 นักหนา “ได้สิ ทำไมถึงจะไม่ได้ล่ะ เต็มใจสุดๆเลยล่ะ!” พุ่งเข้าไปกอดพวกเธอเสียแน่น หากมีคนเข้ามาในบ้านตอนนี้และเห็นรอยยิ้มที่เหมือนกับดอกไม้เบ่งบานของทั้งสามคงจะเขินเป็นแน่ทั้งสามพูดคุยต่อสักพักใหญ่ก่อนพริสทีนขอตัวกลับไปบ้านไปเพื่อทบทวนอะไรหลายๆเรื่องโดยเฉพาะอีเรื่องที่เธอสงสัยเกี่ยวกับดันเจี้ยนใต้ดิน สถานที่ทดลองมันไม่มีทางเป็นไปได้ว่าจะมีอยู่แค่ที่เดียว...‘ใช่ มันไม่ได้มีอยู่แค่ที่เดียวหรอก มีทั้งหมดสามแห่งด้วยกัน แต่ผลผลิตการทดลองของพวกเขามีแต่พวกมอนสเตอร์เท่านั้น พวกเขาไม่สามารถสร้างมนุษย์ขึ้นมาได้ ที่เหลือเป็นแค่หลุมหลบภัยและมีข้าวของหลงเหลือจากอดีตเท่านั้น’ พระเจ้ากล่าวตอนนี้เธอได้เหตุผลในการเป็นนักผจญภัยอีกหนึ่งนอกจากออกไปสำรวจโลกใหม่คือภารกิจในการ [ทำลายห้องทดลอง] ทั้งสามแห่ง และ... [ตามหาราชันย์มังกร]ที่แม่ผู้สร้างให้กำเนิดจากตำนานต่างๆที่ศึกษามาราชันย์มังกรยังคงเป็นตนเดียวกัน มันไม่มีวันตายหรือแก่เหมือนมันกรตนอื่น มีชีวิตอยู่ยืนยาวนับแสนปี[ราชันย์มังกรแห่งเปลวเพลิง] ด้วยเปลวเพลิงที่รุนแรงจนสามารถเผาผลาญได้ทุกสิ่ง อาศัยอยู่บนปากปล่องภูเขาไฟ ใครต่อหลายคนปรารถนาสมบัติมูลค่ามหาศาลของมัน แต่ไม่เคยมีใครรอดกลับมา[ราชันย์มังกรแห่งวารี] ผู้ปกครองผืนทะเลและทุกสรรพสิ่งในท้องทะเลกว้างใหญ่ อาศัยอยู่ในถ้ำใต้ทะเลลึกคอยปกป้องดูแลทุกชีวิตในท้องทะเล มันรักความสงบไม่คิดจะก่อปัญหากับใคร[ราชันย์มังกรแห่งนภา] ผู้ปกครองท้องฟ้าและควบคุมทุกชีวิตบนท้องฟ้า เวลาในยามเช้าเป็นของมันแต่ยามราตรีเป็นของมังกรอีกตน มันพักอาศัยอยู่บนเกาะลอยฟ้าที่เผ่าวิหคหรือเหล่าเทพทั้งหลายอยู่และสุดท้าย...มังกรที่คาดว่าอันตรายมากยิ่งกว่าตนอื่น[ราชันย์มังกรแห่งความมืด] ผู้ปกครองความตายและความหวาดกลัว อีกชื่อของมันที่ผู้คนตั้งให้คือ [ราชันย์มังกรแห่งการทำลายล้าง] ยามราตรีเป็นช่วงเวลาของมัน ใครก็ตามที่คิดจะออกล่ามันไม่เพียงแค่ชีวิตจะดับสูญ แต่จะกลายเป็น [ซอมบี้] ไม่สามารถเผชิญหน้ากับแสงสว่าง ต้องหลบซ่อนตัวอยู่ในความมืด สิ่งมีชีวิตอ่อนแอไม่สามารถรับรู้อะไรได้อีกนอกจากความหิวโหย ว่ากันว่าจะในช่วงเช้ามันอาศัยอยู่บนภูเขาในเขตปีศาจ ทว่าช่วงกลางคืนมันจะบินไปรอบโลก“จะว่าไปจากบันทึกของคุณแม่ ทั้งสี่ตัวสนิทสนมกันดีเพราะเหมือนเป็นพี่น้องกันสินะ ....แต่นี่ก็ผ่านมานานแล้วด้วยจะยังสนิทเหมือนเดิมรึเปล่าเนี่ย?”ข้อสงสัยนี้คงได้แต่เก็บเอาไว้ถามเมื่อมีโอกาสเจอกับพวกเขาพอคิดย้อนกลับไป ภายในเวลาไม่ถึงปีกลับเจอเรื่องน่าประทับใจและน่าประหลาดใจหลายเรื่องด้วยกันได้เจอกับเดฟไกส์ จากตอนแรกที่ไม่คิดจะเชื่อใจ ในที่สุดก็เห็นว่าเขาเป็นคนสำคัญที่สุดอีกคนหนึ่งได้เจอกับผู้คนในหมู่บ้าน ทั้งที่พวกเขามาจากหลายที่และต่างเผ่าพันธุ์กันก็อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขแถมยังได้น้องสาวตัวน้อยมาอีกสองคน“โอลีเซียกับลาพิสเนี่ยน่ารักจังเลยน๊า~” แค่คิดตอนทั้งคู่ออดอ้อนเมื่อครู่ก็อดเคลิ้มไม่ได้จากที่เคยเอ็นดูเหมือนเป็นลูกเป็นหลาน ตอนนี้เธอเห็นเป็นน้องสาวคงเป็นผลข้างเคียงจากการเปลี่ยนแปลงของร่างกายแต่นั่นไม่ใช่ประเด็นหลักที่ควรใส่ใจเมื่อเทียบกับสิ่งที่ต้องเผชิญในอนาคตตอนนี้เธอตั้งใจจะสมัครเข้ากิลด์เพื่อเป็นนักผจญภัย แต่ยังเป็นแค่ในนามจนกว่าจะอายุ 12 ปีและเมื่อครบ 15 ปี เด็กทุกคนต้องเข้าโรงเรียน สำหรับสามัญชนต้องเข้าเรียนที่โบสถ์ในเมือง เห็นว่าโรงเรียนของชนชั้นสูงเองก็เปิดรับให้สามัญชนเข้ามาเรียนได้ ถ้าหากพวกเขามีเงินจ่ายค่าเล่าเรียน ค่าหอ และค่าใช้จ่ายทั้งหมดได้ หรือรอลุ้นกับการสุ่มรายชื่อเพื่อให้ได้เข้าเรียน เธอสังหรณ์ใจได้อย่างหนึ่งว่าต้องมีการเปรียบเทียบชนชั้นฐานะจนเกิดการกลั่นแกล้งขึ้นแน่นอน“เอาเถอะ... กว่าจะได้เข้าโรงเรียนก็อีกนาน”ด้วยเหตุนี้หลังจากที่เธอไปสมัครเป็นนักผจญภัย ตัวเดฟไกส์เองก็สมัครมาได้สักพักแล้ว เลยตัดสินใจจับคู่กับอีกฝ่าย ดูเหมือนว่าตอนไปสมัครกับกิลด์หลักโดยตรง เขาโดนพวกคนในกิลด์ดูถูกจนอดโมโหไม่ได้ถ้าไม่ติดว่าตัวตนของไลแคนนั้นเป็นอะไรที่ห้ามป่าวประกาศไปทั่วไม่เช่นนั้นจะโดนไล่ล่าจึงต้องแปลงเป็นเผ่าหมาป่าแทน เขาคงโต้กลับไปแล้ว“เจ้าลองคิดสีหน้าคนพวกนั้นดูสิ.... ทั้งเหยียดหยามดูแคลนข้าสุดๆ!!! ไม่พอนะ ยัยผู้หญิงที่เป็นเจ้าหน้าที่ประจำกิลด์ยังพยายามปลอบข้าว่าให้ไปทำงานอื่นอีก ข้าก็บอกว่าให้ตรวจความสามารถดู เจ้าคนที่ทดสอบก็บอกว่าไม่อยากทำร้ายเด็กอีก!!!!!!! แล้วแบบนี้จะวัดความสามารถได้ยังไงกันห๊ะ!!! ลองคิดดูสิว่าคนอย่างข้าได้ระดับ G มันเป็นความอัปยศแค่ไหน!! โชคดีแค่ไหนที่ข้าห้ามพวกในหมู่บ้านลับแลไม่ให้ไปถล่มกิลด์หลักนั่นน่ะ!! ไอ้@#!!!U^&!$!@W!!!!!!!”และอีกคำหยาบคายต่างๆนานา ถือว่าโชคดีที่กางบาเรียไว้ ไม่งั้นคงได้ยินกันทั้งหมู่บ้านว่าไลแคนที่พวกนับถือเป็นคนปากแบบนี้...มั่นใจได้อีกเรื่องว่าเมื่อเขาอายุถึงเกณฑ์ คงจะทำท่าเหยียดไม่ก็พูดจากระทบกระทั่งพวกเขากลับไปจนเป็นที่น่าหมั่นไส้เป็นแน่เมื่อสเตลล่า ไลรอนกับฟีเรรู้ข่าวเองก็สมัครตามมาด้วยเหตุผลที่ว่าอยากแข็งแกร่งขึ้น และถ้ามีภารกิจที่จำเป็นต้องรวมกลุ่มกันเกิน 4 คนจะได้ช่วยกันได้ และดูเหมือนว่าเธอแอบได้ยินสองหนุ่มซุบซิบกันว่าอยากอยู่ข้างๆไม่ก็ไม่ยอมแพ้อะไรบางอย่าง แต่ก็ไม่คิดจะถามออกไปพูดถึงปากเสียไม่ใช่แค่เดฟ ฟีเรเองก็เช่นกัน ทำให้ได้แต่หวังไว้ว่าอย่าไปหาเรื่องชกต่อยพวกเขาจนถึงขั้นเกลียดหน้าคนอื่นในกลุ่มก็เป็นพอ แต่นั่นก็เป็นเรื่องในอนาคตล่ะนะ!