บ่ายวันนั้นเป็ชั่วโมงสอนของหญิงสาวโดยมีลูกศิษย์คือเรสซิเดนท์ปีหนึ่งความจริงเธอรับเป็วิทยากรให้กับหน่วยงานเพียงหกชั่วโมงต่อปีในวิชาพื้นฐานการทำวิจัยไม่ใช่อาจารย์ประจำหลักสูตรที่รับผิดชอบสอนเต็มรายวิชาเหมือนอาจารย์ทันตแพทย์ท่านอื่นๆ
หลังจากเสียงแหบแห้งยืนสอนมาสามชั่วโมงเธอก็แทบจะดีใจจนน้ำตาไหลเนื่องจากเป็ทันตแพทย์หลักสูตรทั่วไปกลุ่มสุดท้ายของปีนี้ที่เธอจะต้องสอน
การสอนหนังสือเป็งานที่เธอเคยชอบมากสมัยรับเป็ติวเตอร์ตอนเรียนมหาวิทยาลัยแต่พอในชีวิตจริงในการทำงานการที่เธอไม่ใช่หมอแต่ต้องมาสอนหมอเรียกว่าต้องใช้พลังชีวิตขั้นสุดกันเลยทีเดียวแถมบางครั้งยังมีอาจารย์ระดับดอกเตอร์มานั่งฟังบรรยายด้วยอีกทำเธอแทบไมเกรนขึ้น
“พี่พีครับผมติดตรงนี้นิดนึง” ทันตแพทย์ศวัสเดินมาหาหน้าห้องขณะที่คนอื่นกำลังเดินออกไป
“ไอ้ไวน์มึงจะไปกินข้าวข้างนอกกับพวกกูไหม” ทันตแพทย์กมลภพที่เก็บของเสร็จแต่ยังลังเลว่าจะเดินตามเพื่อนออกไปหรือรอเพื่อนอีกคน
“อื่อ ร้านไหน”
“ระเบียงริมน้ำ”
“เดี๋ยวตามไป” ศวัสวางโน้ตบุ๊กบนโต๊ะแล้วลากเก้าอี้มานั่งข้างเธอดูแล้วท่าทางจะยาว
“หมอมีคำถามตรงไหนคะ”
“รายการ reference ที่วางในเวิร์ดมันไม่เป็เลขยกกำลังทั้งที่ผมทำsuperscript แล้ว” ลูกศิษย์หนุ่มชี้ให้ดูจุดที่เป็ปัญหา
ครูสาวขยับตัวเข้าไปมองหน้าจอแล้วปล่อยเม้าส์ให้เ้าของเครื่อง
“เปิดเวิร์ดดูก่อนว่ามันเมิร์จกันหรือยัง”
“แล้ว?”
“คราวนี้เปิด citation แล้วเลือก templates”
“ตรงไหน”
“ซ้ายมือ เลื่อนลง“
“นี่เหรอ”
“ลงอีกบรรทัดค่ะ ใช่ตรงนั้นล่ะ ลากเม้าส์ทำแถบสี bibliography number”
“ไหน?”
“ขวามือ บรรทัดบน”
“ตรงนี้นะ”
“ใช่ คลิกเลย”
“ถนัดเหรอ ขยับมาอีกสิ” ลูกศิษย์ขยับดึงเก้าอี้อาจารย์ให้มาใกล้
“ได้ๆ”
“มองเห็นหน้าจอเหรอ” เพราะคำพูดบ้าๆของเ้าน้องชายตัวแสบทีเดียวที่ทำให้เธอรู้สึกเกร็งไม่กล้าเข้าใกล้ลูกศิษย์หนุ่ม
“ขยับเข้ามาอีกสิครับ”
“เห็นชัดแล้วหมอ” รำคาญตัวเองเหมือนกันทำเหมือนสะดีดสะดิ้งยังไงไม่รู้
ศวัสถอนหายใจอย่างระอา “พี่รู้อะไรไหมผมฉีดวัคซีนแล้วไม่กัดหรอกหรือถึงกัดก็ไม่เป็ไร”
“โอเค พอแล้วเห็นชัด” อาจารย์สาวกระดืบๆ ไปอีกประมาณหนึ่งเิเ
ต่อหน้าเด็กพวกนี้ใจต้องนิ่ง จ้องตาไว้ห้ามหลบ
“กลัวผมเหรอ” ศวัสถามหน้าตายหากดวงตากลับวิบวับเป็ประกายขบขัน
“ทำไมคิดอย่างนั้น”
“กับไอ้กมลไม่เห็นพี่ออกห่างเหมือนกับผม”
“ไม่นะพี่ก็รักษาระยะห่างเท่ากันทุกคน”
“โกหก กลัวแฟนว่า?”
“แฟน? อ๋อ” งงอยู่พักนึงกว่าจะเข้าใจว่าเขาหมายถึงใคร
“แฟนขี้หึงเหรอ”
จะซักประวัติทำทะเบียนราษฎร์หรือไงพ่อคุณ!
“อืม” หวงมากโดยเฉพาะกับหมอ
“ผมเพิ่งรู้ว่าทำไมพี่เต้จีบพี่ไม่ติด”
“ข่าวลือเื่หมอเตวิชอีกล่ะ หมออย่าสนใจเลยไม่ใช่เื่จริงสักหน่อย”
“แล้วเื่จริงคืออะไร”
“ก็ไม่มีอะไรไง”
“แล้วทำไมคนเขาเอาไปลือได้”
“แล้วพี่จะรู้ไหม” คำตอบของเธอเรียกรอยยิ้มจากคนข้างๆจนเห็นรอยบุ๋มเล็กๆ มุมปาก
“จริงเหรอ ไม่มีอะไรจริงๆ เหรอ”
“จะดูไหมโปรแกรม พี่หิวข้าวแล้ว”
“ดูสิ แค่นี้ทำหงุดหงิดไปได้ ผมถามอีกนิดได้ไหมพี่เลิกกับแฟนแล้วเหรอ”
เธอนิ่งไปชั่วครู่
“จะรู้ไปทำไม”
“ตอบมาเถอะน่า”
“ไม่ได้เลิก” ไม่ได้โกหกนะก็เธอยังไม่มีแฟนสักหน่อยจะเลิกได้ไง
“อย่างพี่นี่น่าจะยังโสดชัวร์” ท่าทีมั่นอกมั่นใจของเขาน่าหมั่นไส้มาก
“สวยๆ อย่างนี้จะเหลือรึ”
ศวัสจ้องคนสวยนิ่ง
เอาสิ จ้องมาจ้องกลับเธอก็เ้าแม่เล่นเกมจ้องตาไม่กระพริบเหมือนกัน
“ไม่เนียนเลย”
“แสนรู้เกินไปแล้ว”
“ดีกว่าคนโกหกไม่เนียนล่ะ“
ห้องวิจัย...
“แกหมอศวัสนี่ชักจะยังไงๆ แล้วนะ” สิริรัตน์ตั้งข้อสงสัย
“ยังไง?”
“ก็กับพี่พีอ่ะนางทำอะไรแปลกๆ”
“ยังไง?”
“นี่พูดเป็ประโยคเดียวรึไง”
“ก็ยังไงล่ะ ฉันจะไปรู้รึว่าเธอ้าสื่ออะไร“
“เธอไม่สังเกตเหรอว่าหมอศวัสนางมาที่นี่บ่อยมากกกก นิดหน่อยก็พี่พีๆ”
“ปกติของปีหนึ่ง ก็พี่พีสอน” ลลิตาแย้ง
“พี่เนี่ยไม่มีเซ้นส์เื่ผู้เอาซะเลย” ส้มหวานส่ายหน้า“เรียนทันตแพทย์เฉพาะทางนะแต่หมอเขาสนใจเื่ซอฟต์แวร์เหลือเกินหิ้วโน้ตบุ๊กมาหาเจ้ได้แทบทุกวัน อาการเดียวกับหมอเต้ปีที่แล้วเลย พี่พีครับๆฝ่ายไอทีก็มีกลับไม่ไปถาม“
“ก็ไอทีงี่เง่าไง แต่พี่พีสอนใช้โปรแกรม”
“จริงพี่เชื่อส้มสิ”
“ไหนคุณนายบอกหมอไม่สนใจผู้หญิง” ลลิตาแย้งเลื่อนสายตาจากจอคอมพิวเตอร์มาสบตาส้มหวาน“เมื่อวานแกยังบอกแบบนี้ไม่ใช่เหรอ”
“นั่นมันก่อนที่จะเห็นอะไรดีๆ ไง”
“เอ๋?”
“ส้มเห็นหมอไปส่งเจ้ที่ลานจอดรถ”
“หา!” สองสาวรุ่นพี่อุทาน
“แล้วรู้อะไรไหม”
“อะไร?”
“รถไฟชนกันนะสิ พ่อพี่ภูริแวะมาที่นี่”
“จริงดิ” ส้มหวานพยักหน้ายืนยัน “ก็พ่อที่น้องพูดถึงไง ถ้าหมอศวัสไม่คิดอะไรจะอุ้มลูกเขาลงไปส่งถึงรถขนาดนี้เหรอ”
“หมอศวัสจะลงสนามแข่งกับหมอเต้จริงๆ เหรอเนี่ย”
“ขนาดพี่พีมีครอบครัวแล้วนะยังมีหนุ่มๆ มารุมจีบ น่าอิจฉาจริงๆไม่รู้ชาติที่แล้วเจ้แกไปกู้โลกไว้หรือไง”