“ยังไม่ขอบคุณท่านอ๋องอีก”
เสียงแม่นมเหม่ยเอ่ยอย่างตักเตือน”
” ขอบพระทัยเว่ยอ๋องเพคะ”
หลี่ซิ่วอิงรีบเอ่ยขึ้นพร้อมย่อกายลงทำความเคารพ
” หากเ้าทำงานที่นี่ เลิกพูดคำพิธีหูพวกนี้ซะ ข้าฟังแล้วหงุดหงิด”
เสียงเข้มเอ่ยอย่างไม่สบอารมณ์มากหนัก ขณะที่มองมายังร่างของหญิงสาวที่สั่นเทา แต่ยังคงสงบนิ่งรักษาท่าที นับว่านางเป็ผู้ที่จิตใจเข้มแข็งถึงแม้ว่าจะหวาดกลัวก็ตาม คนเช่นนี้หากตกเข้าไปอยู่ในจวนสกุลเฉินก็คงอยู่ไม่ลำบากมากนัก
” ท่านอ๋องมีอันใดให้ข้ารับใช้เ้าคะ เหตุใดมาถึงที่นี่ได้”
แม่นมเหม่ยเอ่ยอย่างเปลี่ยนเื่ ในจวนแห่งนี้มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่พูดจาอย่างเป็กันเองกับเ้าของจวนได้ แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังต้องคำนึกถึงความเหมาะสมเป็สำคัญ
” ข้าเพียงออกมาสูดอากาศ”
เสียงเรียบเอ่ยตอบ สิ่งที่เขาเอ่ยนั้นทำเอาผู้ที่ได้ยินต่างประหลาดใจ หลายคนที่ทำงานอยู่ในจวนแห่งนี้มิเคยเห็นผู้เป็นายของตนนั้นมีอารมณ์อยากสูดอากาศเฉกเช่นผู้อื่นเลยสักครั้ง ยิ่งเข้ามายุ่งกับการเลือกบ่ารับใช้เช่นนี้เองก็มิเคย
” ข้า้าสาวใช้ดูแลเรือนตำราที่พอรู้หนังสือ”
” เกรงว่าหม่อมฉันต้องหาบ่าวรับใช้ใหม่มาเพิ่มเ้าค่ะ”
” คนที่ผ่านการคัดเลือกมิมีเลยหรือ”
“มิมีเ้าค่ะ”
“เช่นนั้นก็ไล่ออกทั้งหมดเถอะ”
เสียงคำสั่งที่ฟังดูราบเรียบกลับทำให้หญิงสาวที่ผ่านการคัดเลือกเมื่อสักครู่ ร่วมถึงหลี่ซิ่วอิงด้วยต้องหน้าซีดเผือก ้าคนที่พอรู้หนังสือเพียงคนเดียวถึงกลับไล่คนเป็สิบออกได้อย่างง่ายดาย เขาชั่งเหมาะสมกับชายาตัวร้ายเสียจริง แต่ก็ไม่ผิดหากเห็นใจผู้อื่นจะเรียกว่าตัวร้ายได้เช่นไรกัน เขามีทั้งอำนาจ ทั้งทรัพย์สิน
มือเรียวบางจิกเข้าหากันอย่างใช้ความคิด วันนี้นาง้าได้เป็บ่าวรับใช้ที่จวนแห่งนี้เท่านั้น มิเช่นนั้นไม่ใช่เพียงแค่นางที่ลำบากรวมถึงทั้งท่านพ่อและท่านแม่นางด้วย
“ข้าระ…รู้เ้าค่ะ ข้ารู้หนังสือเ้าค่ะ”
เสียงหวานเอ่ยออกไปอย่างกล้าๆกลัวๆ
“เ้าพูดจริงหรือ…แต่ในข้อมูลเ้า เ้าแจ้งว่ามิรู้หนังสือมิใช่หรือ”
แม่นมเอ่ยถามด้วยความสงสัย
“ขออภัยแม่นมเหม่ยที่ข้าแจ้งเช่นนั้น ข้าคิดว่าเป็เพียงบ่าวรู้หนังสือไปก็มิได้จำเป็อันใด เลยแจ้งว่ามิรู้หนังสือเ้าค่ะ”
หลี่ซิ่วอิงเอ่ยออกไปด้วยท่าทางไม่มั่นใจนัก
“รู้หรือไม่ โกหกหรือไม่ เื่เช่นนี้มันพิสูจน์ยากหรือ เช่นนั้นให้นางดูแลเรือนตำราข้า”
เสียงเรียบเอ่ยพร้อมเดินออกไปจากบริเวณดังกล่าว ร่างบางยกมือทาบที่อก ก่อนจะมองแผ่นหลังร่างใหญ่ที่เดินออกไป เขาสวมชุดสีดำสนิทปักด้วยลวดลายสีทอง ผมยาวดกดำที่ถูกจัดทรงอย่างเรียบร้อยแผ่ประจายอยู่ตามแผ่นหลังของเขาเคลื่อนไหวตามแรงลม ท่วงท่าที่เขาเดินล้วนสง่างาม ในนิยายบรรยายเอาไว้ไม่ดีนัก อย่างที่เขาบอกว่าตัวหนังสือไม่สามารถเอ่ยถึงความสง่างามของชายผู้นี้ได้หมดเสียเลย เห็นเพียงด้านหลังเขายังดูดีเช่นนี้หากพบหน้าจะดูดีเช่นไรกันนะ
หลี่ซิ่วอิงสลัดความคิดในหัวออกไปเมื่อรู้ว่าตนเองนั้นไม่ควรทำเช่นนั้น ความตั้งใจแรกคือนางจะไม่มีทางเข้าไปยุ่งวุ่นวายหรือเอาตัวเองเข้าไปใกล้เนื้อเื่ในนิยายเด็ดขาด จากนั้นแม่นมเหม่ยแบ่งหน้าที่ของสาวใช้แต่ละคนว่าต้องทำอันใดบ้าง
จวนอ๋องเว่ยถึงแม้จะใหญ่โต แต่บ่าวรับใช้ทั้งหมดในนี้กลับมีไม่มากมายหนัก เพราะนี้คือจวนของตัวร้ายสินะ ในนิยายเขียนความโเี้เอาไว้เสียหน้ากลัว นางยังจำคำบรรยายในนิยายได้ชัด เหตุเพราะเว่ยอ๋องผู้โหดร้ายท่ารุนบ่าวรับใช้ จึงทำให้ไม่มีผู้ที่อยากขายตนมาเป็บ่าวที่นี่มากหนัก แต่บางคนก็ไม่มีทางเลือกเนื่องจากที่จวนแห่งนี้ให้ค่าตอบแทนที่สูงกว่าจวนอื่นๆ บางก็ถูกครอบครัวขายมาเพื่อนำเงินไป แต่พอนางได้เข้ามาััการคัดเลือกจริงก็มิได้โหดร้ายเหมือนในนิยายเลยแม้แต่น้อย กลับรู้สึกว่าเขาก็ดูปกติเสียด้วยซ้ำ
“หลี่ซิ่วอิง คือผู้ใด”
เสียงของชายวัยกลางคนเอ่ยเรียกหญิงสาว ผู้คนในจวนแห่งนี้มักเรียกเขาว่าพ่อบ้านตู๋ เป็อีกคนที่ทำงานกับอ๋องเว่ยมานานมิแพ้แม่นมเหม่ย
“ท่านอ๋องให้เ้าทำความสะอาดที่เรือนตำรา ตามข้ามา “
” เ้าค่ะ”
หญิงสาวเอ่ยรับอย่างว่าง่าย พร้อมนำข้าวของที่ใช้ทำความสะอาดติดไปด้วย นางมาที่จวนเพียงแค่ 2 ชั่วยาม และพึ่งเป็บ่าวรับใช้ที่จวนแห่งนี้เพียงแค่ครึ่งชั่วยามก็ต้องทำงานเสียแล้ว มิได้มีเวลาให้นางได้ปรับตัวแม้แต่น้อย แต่ถึงอย่างนั้นนางก็ต้องพร้อมและตื่นตัวตลอดเวลา นางสัญญากับตนเองว่าหากเว่ยอ๋องอยู่ที่ใดนางจะอยู่ทิศตรงข้ามกับชายหนุ่มเท่านั้น ชนิดที่ว่าอยู่ให้ไกลที่สุดเท่าที่เป็ไปได้
“หน้าที่ของเ้าคือ ทำความสะอาดเรือนแห่งนี้ 3 เวลาต่อวัน ห้ามมิให้มีแม้แต่ฝุ่นสักเม็ด ไม่ว่าท่านอ๋องจะได้ใช้หรือไม่ เ้าก็ต้องทำความสะอาด”
“เ้าค่ะ แล้วเช่นนี้ข้าต้องไปช่วยคนอื่นทำอย่างอื่นหรือไม่เ้าคะ”
“มิต้อง หน้าที่ของเ้ามีเพียงแค่ที่แห่งนี้ ส่วนที่อื่นๆหากเกิดเื่วุ่นวายแล้วข้าพบเ้าอยู่ที่นั้นก็เตรียมตัวออกไปจากจวนอ๋องได้เลย “
” ข้าทราบแล้วเ้าค่ะ ข้าจะไม่ย่างกายออกจากเรือนตำราแห่งนี้เลยเ้าค่ะ”
หญิงสาวเอ่ยด้วยใบหน้ายิ้มแย้มอย่างเป็มิตร
” อื้ม”
พ่อบ้านตู๋เอ่ยจบก็เดินออกไป ทิ้งไว้เพียงหญิงสาวที่ยืนอยู่หน้าเรือน
.…
มือเรียวค่อยๆพลักประตูไม้ก่อนจะชะโงกหน้าเข้าไปดูราดราว เมื่อพบว่าไม่มีผู้ใดอยู่ถึงได้แทรกตัวเองเข้าไปช้าๆ ร่างบางเดินสำรวจภายในห้องกว้าง ชั้นว่างตำรานับ 20 แถว ล้วงมีหนังสือและตำราต่างๆ ถูกจัดเรียงเอาไว้เต็มชั้นอย่างเป็ระเบียบ มีทางเดินเป็ทางตรงกลาง ด้านหน้าสุดมีโต๊ะไม้สำหรับอ่านหรือเขียนตำรา และชุดโต๊ะน้ำชา 1 ชุด ที่คาดว่าน่าจะเอาไว้สำหรับสนทนาหรือหารือต่างๆ ชาติที่แล้วนางเป็พนักงานออฟฟิตก็จริง แต่สถานที่ทำงานของนางอยู่ในตึกบรรณสารของมหาลัย ถึงแม้ไม่ได้เป็บรรณารักษ์ที่ดูแลเื่หนังสือ แต่นางก็พอมีความรู้มาบ้าง ไม่รู้์แกล้งนางหรือใจดีกับนาง เพราะนี้ดูเหมือนว่างานที่หญิงสาวได้รับมอบหมายดูจะไม่ยากเกินความสามารถ ดูแลเรือนตำราก็ดีถึงอย่างไรก็มิค่อยมีคนพุ่งพลาดเป็แน่ คนที่นี้ส่วนใหญ่ไม่ค่อยรู้หนังสือ หรือเรียกว่าชาวบ้านธรรมดานั้นรู้หนังสือนับคนได้ ผู้คนที่จะมาเยือนที่นี่ดูเหมือนจะมีไม่กี่คนและหนึ่งในนั้นคือเ้าของเรือนแห่งนี้ คนที่นางไม่อยากพบหน้ามากที่สุด
"เอาเถอะ หลี่ซิ่วอิง ด่านแรกผ่านไปแล้วต่อไปนี้เ้าก็ตั้งใจทำงานใช้ชีวิตให้เมือนตุ๊กแก จิ้งจก กลืนกินไปกับกำแพงและผนังจวน ถึงมีตัวตนก็มิได้มีผู้ใดสนใจ"
หลี่ซิ่วอิงเอ่ยด้วยใบหน้าของความเด็ดเดี่ยว ให้กำลังใจตนเอง
"บ่าวเช่นเ้ามักชอบตุ๊กแก จิ้งจก ขนาดนั้นเลยหรือ"
ผู้ที่อยู่ก่อนแล้วเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ก่อนจะปรากฏร่างที่ส่วมอาภรณ์ที่คุ้นตาเพราะนางพึ่งเคยเห็นเมื่อหนึ่งชั่วยามที่แล้ว ดวงตาสีสนิมจ้องมองมายังหญิงสาวจนนางเองก็ไม่สามารถละสายตาจากความน่าดึงดูดนั้นได้ มันเต็มไปด้วยความน่าเกรงขามและอบอุ่นไปด้วย ชั่งเป็สายตาที่มีเสน่ห์ คำกล่าวในนิยายบรรยายถึงสายตาของตัวร้ายว่า สบตาเพียงครั้ง…ยอมจำนนทั่วล้า วันนี้หญิงสาวได้ประจักษ์แล้วเมื่อได้สบตากับเขาเข้าอย่างจัง คงมีเพียงนางเอกในนิยาย จางเซียวเหยียนเท่านั้นที่สายตาของเขาผู้นี้มิมีผล และนั้นทำให้เว่ยตงหยาง หรือที่ใครต่างเรียกเขาว่าเว่ยอ๋องผู้นี้สนใจนางและสุดท้ายก็หลงรักนางในที่สุด
"ขออภัยท่านอ๋องเพคะ หม่อมฉันมิทราบว่าท่านประทับอยู่ เช่นนั้นมิรบกวน หม่อมฉันขอตัวออกไปก่อนเพคะ"
หลี่ซิ่วอิง รีบเรียกสติตนเองก่อนที่จะเก็บท่าทางที่ดูตื่นเต้นนี้ไว้ คำาาศัพท์ที่ผิดๆถูกๆถูกเอ่ยออกไปด้วยความไม่รู้ หากตนเองเผลอทำกิริยาที่ไม่เหมาะเกรงว่านางคงจะได้เป็บ่าวรับใช้ที่มีอายุการทำงานในจวนแห่งนี้น้อยที่สุดเสียแล้ว
"ชา"
คำพูดห้วยๆของชายหนุ่มเป็คำตอบว่านางไม่ต้องออกไป เขาไม่ได้ใส่ใจเื่ที่หญิงสาวเอ่ยเมื่อสักครู่ นางตอนนี้ท่าทีดูตื่นตะหนกเมื่อได้พบเขา แต่ก็ไม่ได้มีท่าทีเหมือนอย่างเช่นสาวใช้ก่อนหน้านี้ที่เมื่อเขาเอ่ยด้วยท่าทางเป็กันเองก็มักเข้าหาเขาั้แ่ครั้งแรก บ้างใกลัวจนหนีเตลิดไปก็มี ชื่อเสียงและสิ่งที่ผู้คนเอ่ยถึงเขานอกจวนแห่งนี้เขาพอได้ยินมาบ้าง ก็มิแปลกที่พวกนางจะเป็เช่นนั้น ทุกคนที่เข้ามาที่นี่นั้นล้วนมีจุดประสงค์กันทั้งนั้น ไม่แม้แต่นางก็ตาม
จ๊อก~~~
เสียงน้ำชาจากเหยือกกระทบกับถ้วยชา ควันขาวลอยออกมาจากถ้วยตามด้วยกลิ่นหอมของชาชั้นดี หญิงสาวรินเสร็จก็รีบถ่อยห่างทันที ก่อนจะถือข้าวของสำหรับทำความสะอาดเตรียมหายตัวออกไปจากเรือนนี้ให้เร็วที่สุด
"นั้นเ้าจะไปที่ใด"
หลี่ซิ่วอิงเดินไปได้เพียงครึ่งก้าวก็ต้องชะงักฝีเท้าของตนเองไว้ รีบหันมาทางชายหนุ่มและคุกเข้าลงที่พื้นทันที น้ำเสียงที่นางได้ยินนั้นดูจะแข็งกร้าวมากกว่าประโยคเมื่อสักครู่ ไม่รู้ว่านางทำสิ่งใดผิด ทางที่ดีนางต้องเรียบคุกเข่าดูท่าจะดีที่สุด
"ระ...เรียนท่านอ๋อง หม่อมฉันเกรงว่าจะรบกวนท่านอ่านตำรา หากทำความสะอาดเวลานี้คงไม่ดีเลยจะออกไปก่อนเพคะ"
"ข้าบอกให้เ้าใช้คำเช่นไร"
"....."
"ออกไป แล้วรับเงินกับพ่อบ้านตู๋"
เสียงเข้มเอ่ยด้วยท่าทางหงุดหงิด หลี่ซิ่วอิงที่ได้ยินถึงกลับใบหน้าซีดเผือกอีกคร่า นางพึ่งมาอยู่ยังไม่ครบวันด้วยซ้ำ แต่กลับถูกชายหนุ่มไล่ออกถึง 2 ครั้งเช่นนี้
"ขออภัยท่านอ๋อง ให้โอกาสหม่อม...ขะ...ข้าสักครั้งเ้าค่ะ"
หลี่ซิ่วอิงไม่พูดเปล่ายังเขกหัวไปที่พื้นอย่างอ้อนวอน เวลาผ่านไปเพียงครู่แต่เป็เวลาที่ยาวนานสำหรับหญิงสาวเหลือเกิน นางโคกหัวจนหน้าผากแดงก่ำถึงได้สัญญาณจากชายหนุ่มให้พอ
"เอาตำราที่พื้นไปแยกประเภทแล้วใส่ชั้นให้หมด หากผิดแม้แต่เล่มเดียวคงรู้นะว่าต้องทำเช่นไร"
"เ้าค่ะ ข้าทราบแล้ว ขอบคุณท่านอ๋อง"
หลี่ซิ่วอิงรีบเอ่ยขอบคุณ จากนั้นรีบเดินไปยังตำรากองโตทางมุมห้อง คาดว่าตรงนี้น่าจะนับว่ามีเกือบร้อยตำราก็ว่าได้ อีกทั้งยังกระจัดกระจายกันไปหมด เห็นทีว่างานที่นางคิดว่า์เข้าข้างก่อนหน้านี้ เกรงว่าตอนนี้คงมิใช่เสียแล้ว
ตุ๊บ!
เสียงตำราที่หญิงสาวหอบเสียจนล้นแขนตกกระทบพื้น ท่ามกลางความเงียบเช่นนี้เดิมก็ดังอยู่แล้ว แต่สถานการณ์ที่เงียบจนได้ยินเสียงลมหายใจ ไม่ต้องคิดเลยว่าตำราไม้ที่ทำจากไม้ไผ่ร้อยเข้าด้วยกันจะดังแค่ไหน
ใบหน้าคมละสายตาจากตำรามองมาทางหญิงสาว ที่ตัวสั่นเทาขณะที่ก้มลงหลิบตำราที่พื้น ดวงตาของนางกลมโตปานไข่ห่านเมื่อเขามองไป
"จิ๊งจกหรือตุ๊กแกเหมาะกับเ้าอย่างที่เ้าว่า"
เว่ยตงหยางเอ่ยเสียงเรียบ มิรู้ว่าเขาคิดถูกหรือคิดผิดที่ให้นางมาทำงานอยู่ที่นี่ ปกติเขาไม่ยุ่งกับเื่พวกนี้ ยิ่งหากเป็บ่าวรับใช้ขัดหูขัดตาเขาเพียงนิดก็ไม่จำเป็ต้องอยู่ต่อ กับนางเองเขาก็อ่อนให้หลายส่วน นางก็ไม่มีท่าทีเข้าหาเข้าอย่างเช่นสาวใช้ก่อนหน้านี้ นั่นอาจทำให้เขารู้สึกว่านางเองก็ใช้ได้ สตรีชาวบ้านธรรมดากลับรู้หนังสือเช่นนางนับว่าหายาก บุตรสาวบุตรชายจวนขุนนางบางคนถึงมีอาจารย์คอยสั่งสอน บางคนยังมิรู้หนังสือก็มีให้เห็นมิน้อย
"ขออภัยท่านอ๋อง"
ร่างบางรีบเก็บตำราที่ตกพื้น จากนั้นนำไปแยกใส่ชั้นให้เรียบร้อย
ภายในเรือนที่มีเพียงแสงเทียนติดบริเวณต่างๆ มีประตูทางออกแค่ทางเดียวและหน้าต่างอีกไม่กี่บาน บรรยากาศภายในเรือนนั้นทำให้ผู้ที่อยู่ในห้องรู้สึกอบอ้าวไปบ้าง แต่สำหรับหลี่ซิ่วอิงแล้วกลับรู้สึกเย็นระเยือก นางใช้เวลากว่า 2 ชั่วยามในการนำตำราไปเก็บที่ชั้น จนล้วงเลยมาจนถึงต้นยามซวีแล้วยังไม่ได้กินข้าวเย็นเลย พ่อบ้านอู๋บอกว่าบ่าวรับใช้ต้องสลับมากินข้าวกัน ก่อนปลายยามโหย่ว แต่เรือนแห่งนี้มีคนดูแลแค่คนเดียวจะมีผู้ใดมาสับเปลี่ยนกับนางกัน หากเป็เช่นนี้ทุกวันเกรงว่านางคงผอมตายเป็แน่ อ่องตัวร้ายนี่ก็ชั่งประไรกันดึกขนาดนี้ยังอ่านตำราอยู่ได้ไม่หิวไม่เหนื่อยกันหรืออย่างไร
'แต่จะว่าไปใบหน้าที่สมบรูณ์แบบของเขานี้ก็เป็อาหารตาที่ดีเหมือนกันนะ ดูคิ้วสีดำเข้มนั้นสิมิรู้ว่าในยุคโบราณเช่นนี้เหตุใดทรงคิ้วเขาถึงได้ดูงดงามเช่นนี้กันนะ ไหนจะดวงตาคมสีสนิมเอกลักษณ์ทีมีเสน่ห์นั้นอีก จมูก...ยามแสงจากโคมไฟตกกระทบใบหน้านั้น เหมือนกับใส่ฟิวเตอร์โทนภาพเก่าๆในยุคของข้าอย่างไรอย่างนั้น เฮ้อ~~~ เสียดายจริงๆ ที่บทสรุปเขาต้องพ่ายให้กับความรักและอยู่อย่างสันโดด ไม่คิดมีคนรักชั่วชีวิต'
หญิงสาวเอ่ยกับตนเองในใจ ขณะที่ในมือก็ถือพัดคอยพัดให้ชายหนุมอยู่ห่างๆ บางครั้งนางก็แทบกลั้นหายใจกลัวว่าจะไปรบกวนชายหนุ่มจนถูกไล่ออกอีกครั้ง ก่อนที่จะคิดอะไรไปได้มากกว่านี้ อาการเหม่อเลยเมื่อสักครู่ก็ต้องชะงักและแทนที่ด้วยอาการใ เมื่อจู่ๆชายหนุ่มก็ลุกพรวดขึ้นอย่างกระทันหัน พลางหันมาทางหญิงสาวที่ค่อยรับใช้เขากว่า 2 ชั่วยามที่ผ่านมา ก็พบเข้าดวงตากลมโตที่ตื่นตนกเหมือนกวางน้อยทุกคราที่เขามองไป
"ดูแลที่เหลือให้เรียบร้อย"
เขาเอ่ยสั่งเพียงสั้นๆ ก่อนจะเดินออกไป ทิ้งให้หญิงสาวที่ยังคงนั่งอยู่กับที่ยิ้มล่าออกมาตามหลังชายหนุ่ม
…………
ทุกคน~~~~ มาเอาใจช่วยยัยน้องให้มีชีวิตรอดในจวนนี้กัน ดูท่าแล้วจะถูกไล่ออกทุกๆชั่วโมง
…….
ไรท์จะพยายามลงทุกวันฝากทุกคนกดหัวใจที่หน้าปก ติดตาม คอมเม้นเป็กำลังใจให้ไรท์ด้วยน๊าาา???? ไรท์จะลงวันละ 1 ตอน เวลาประมาณ 1 ทุ่มของทุกวันน๊าาา
---------
1 เค่อ คือ15 นาที
1 ชั่วยาม เท่ากับ 2 ชั่วโมง
1 ชั่วยามมี 8 เค่อ
1วันมี 100 เค่อ
1 ลี้ เท่ากับ 500 เมตร 2 ลี้ เท่ากับ 1 กิโลเมตร
ยามจื่อ คือ 23.00 - 24.59 น.
ยามโฉ่ว คือ 01.00 - 02.59 น.
ยามอิ๋น คือ 03.00 - 04.59 น.
ยามเหม่า คือ 05.00 - 06.59 น.
ยามเฉิน คือ 07.00 - 08.59 น.
ยามซื่อ คือ 09.00 - 10.59 น.
วสันต์ = ฤดูใบไม้ผลิ คิมหันต์= ฤดูร้อน สารท= ฤดูใบไม้ร่วง เหมันต์= ฤดูหนาว
——————————