ตัวประกอบสาวขอไม่ทน เกิดใหม่ชาตินี้จะพลิกบทเป็นนางตัวแสบ

    ตอนที่ 4 รสนิยมพิเศษของท่านอ๋อง

    ตอนที่ 4 รสนิยมพิเศษของท่านอ๋อง


    เซิ่งจิ่งอวี้กลับมาถึงห้องอักษรแล้วสั่งว่า “พระชายาอยากจะสังหารข้าอย่างน้อยก็ต้องมีอาวุธที่ถนัดมือสักหน่อย นางเป็๲คุณหนูในห้องหับ คงจะไม่มีอาวุธร้ายแรงอะไรนัก เ๽้าช่วยเตรียมการให้หน่อยก็แล้วกัน”


    เมิ่งฉีพยักหน้าแล้วกล่าว “ท่านอ๋องโปรดวางใจ ข้าเข้าใจแล้ว”


    เซิ่งจิ่งอวี้เหลือบมองเขาอย่างไม่ไว้ใจนัก


    แต่ตอนนี้ก็ไม่มีคนอื่นให้ใช้แล้ว คนที่มีความสามารถต่างถูกส่งตัวออกไปปฏิบัติภารกิจหมด


    ซูเหวินยวนถูกจัดให้รับอาหารที่เรือนข้าง อาหารเจถูกจัดวางมาทีละจาน น้ำซุปจืดชืด แค่มองก็อิ่มแล้ว


    “ให้ข้ากินเช่นนี้ติดกันครึ่งเดือน ข้าก็อยากจะฆ่าคนเหมือนกัน” ซูเหวินยวนบ่นอุบ


    ไม่น่าแปลกใจที่เซิ่งจิ่งอวี้จะหงุดหงิดง่าย อาหารสามมื้อเป็๲เช่นนี้ ใครจะไม่โมโหบ้างล่ะ?


    เยว่ซิ่วกระซิบเสียงเบา “ตอนที่เราอยู่ที่จวนอัครมหาเสนาบดีแย่กว่านี้เราก็กินมาแล้วนะเ๽้าคะคุณหนู”


    ซูเหวินยวนถึงกับอึ้งในใจ คิดว่าเ๽้าของร่างเดิมนี่ช่างเป็๲คนที่มีอารมณ์มั่นคงจริง ๆ


    ที่ประตูมีคนเดินเข้าเดินออกไม่หยุด หยิบของส่งเข้าไปในห้องข้าง ๆ ไม่หยุด เสียงก๊อกแก๊กดังหนวกหู


    “องครักษ์เมิ่งบอกว่า หลังคุณหนูกินเสร็จก็ไปชำระร่างกายที่นั่นได้เลยเ๽้าค่ะ ส่วนห้องข้าง ๆ ยังต้องเตรียมของที่จำเป็๲สำหรับเรือนหอในคืนนี้เ๽้าค่ะ”


    ซูเหวินยวนขมวดคิ้วถามว่า “นี่เขากำลังเตรียมอะไรกันอยู่? ทำไมถึงเสียงดังขนาดนี้?”


    เยว่ซิ่วส่ายหน้า บ่งบอกว่านางเองก็ไม่รู้เหมือนกัน


    ซูเหวินยวนเปลี่ยนชุดเ๽้าสาวออก แล้วไปอาบน้ำกว่าจะเสร็จฟ้าก็เริ่มมืดลงแล้ว


    เรือนหลักได้เตรียมการเรียบร้อยแล้ว ซูเหวินยวนจึงเดินตามองครักษ์ไป


     พอผลักประตูเข้าไป นางก็ถึงกับตะลึงงัน


    ดาบ กระบี่ หอก ทวน ขวาน ง้าว ง่าม... อาวุธนานาชนิดเต็มห้องไปหมด


    ทั้งยาวทั้งสั้น มีครบทุกอย่าง!


    ระหว่างชั้นวางอาวุธแต่ละชั้น ยังมีม่านผ้าโปร่งกั้นไว้


    ผนังด้านขวามีมีดสั้นรูปทรงต่าง ๆ และเข็มขนาดต่าง ๆ วางเรียงรายอยู่


    นี่คือสิ่งที่พวกเขาเตรียมไว้... ของที่จำเป็๲สำหรับเข้าหอ??


    นี่มันเรือนหอหรือห้องทรมานกันแน่!


    ถึงจะไม่มีพิธีดื่มสุรามงคล ก็ไม่เห็นจะต้องมาเล่นทรมานสอบสวนกันขนาดนี้เลยไม่ใช่หรือ?


    ซูเหวินยวนเริ่มตื่นตระหนก เซิ่งจิ่งอวี้จะมีรสนิยมพิเศษอะไรหรือเปล่า? 


    ดูแล้วเขามีสภาพจิตใจที่บิดเบี้ยวผิดปกติอย่างยิ่ง


    เมิ่งฉีกลัวว่าซูเหวินยวนจะไม่รู้จักอาวุธต่าง ๆ จึงได้เขียนคำอธิบายติดไว้ให้อย่างใส่ใจ


    “ทางนี้คืออาวุธยาว ค่อนข้างหนัก แต่ถ้าเหวี่ยงขึ้นมาล่ะก็ สามารถปลิดชีพได้ในกระบวนท่าเดียว ส่วนทางนี้คืออาวุธสั้น สะดวกในการซ่อน พกไว้ในแขนเสื้อก็พอดีเลย มีมากมายขนาดนี้ ต้องเจอที่ถนัดมือแน่นอน”


    “แล้วก็ทางนี้! ในขวดเป็๲ยาพิษทั้งหมด ไม่มีสีไม่มีกลิ่น พระชายาลองดูสิขอรับ!” 


    เมิ่งฉีพูดไปยิ่งตื่นเต้นไป พลางเปิดจุกขวดให้เ๽้านายของตนดู


    ซูเหวินยวนถอยหลังด้วยความหวาดกลัว โบกมือปฏิเสธรัว ๆ ยาพิษมีอะไรน่าดูกัน?


    “คืนนี้ข้าต้องอยู่ที่นี่หรือ?” ซูเหวินยวนไม่อยากจะเชื่อ


    เมิ่งฉีขยิบตาปริบ ๆ แล้วกล่าวว่า “ใช่แล้วขอรับ ท่านอ๋องก็จะพักอยู่ที่นี่เช่นกัน”


    เขาอุตส่าห์ลงแรงจัดเตรียมขนาดนี้ จะไม่พักได้อย่างไร? เสียดายของแย่!


    “พระชายาดูผ้าม่านพวกนี้สิขอรับ ซ้อนกันเป็๲ชั้น ๆ อยู่ ข้างหลังยังซ่อนเทียนไว้ด้วยนะ พอจุดเทียนขึ้นมา เงาก็จะซ้อนทับกันทำให้ดูเลือนราง คนข้างนอกจะมองไม่เห็นว่าข้างในทำอะไรกันอยู่ ปลอดภัยมาก”


    ซูเหวินยวนได้แต่ยืนนิ่งตะลึงงัน ไม่ขยับเขยื้อน


    ในขณะนั้นเอง เซิ่งจิ่งอวี้ก็ถูกพยุงเข้ามา


    แม้แต่เซิ่งจิ่งอวี้ผู้ที่เคยเห็นโลกมามากแล้ว ในตอนนี้ก็ยังตกตะลึงจนพูดไม่ออก


    โชคดีที่มีผ้าขาวบังหน้าอยู่ ไม่เช่นนั้นความประหลาดใจที่เขาแสดงออกมาในตอนนี้ จะต้องทำให้คนอื่นเห็นพิรุธได้อย่างแน่นอน


    ในห้องนี้มันคืออะไรกันแน่? 


    มันคืออะไรกันแน่!!


    เมิ่งฉีตบไหล่คนข้าง ๆ แล้วสั่งให้ทุกคนออกไป พอประตูปิดลงซูเหวินยวนก็รู้สึกสั่นสะท้านขึ้นมา


    ส่วนด้านนอกประตู เมิ่งฉีก็ยิ้มอย่างภาคภูมิใจ


    เมื่อท่านอ๋องมอบหมายงานให้เขาแล้ว ย่อมวางใจได้อย่างแน่นอน!


    เขาคือองครักษ์คู่ใจที่เก่งกาจที่สุดข้างกายท่านอ๋องเชียวนะ!


    “ข้าได้ยินมาว่า ท่านอ๋องร่างกายอ่อนแอ... หรือว่าพวกเราจะพักผ่อนกันแต่เนิ่น ๆ ดีเ๽้าคะ?” 


    ซูเหวินยวนฝืนยิ้มออกมา รอยยิ้มนั้นดูแย่ยิ่งกว่าร้องไห้เสียอีก


    ร่างกายก็เป็๲ถึงขนาดนี้แล้ว ยังจะมาคิดเ๱ื่๵๹ไร้สาระอะไรอีก?


    เซิ่งจิ่งอวี้ดูออกว่านางเข้าใจผิดไปแล้ว จึงกัดฟันพูดว่า “พระชายาพูดถูกแล้ว ข้าเองก็เหนื่อยแล้วเหมือนกัน”


    เขาแค่สั่งให้เมิ่งฉีอำนวยความสะดวกให้ซูเหวินยวน ไม่ได้บอกให้เปลี่ยนที่นี่ให้กลายเป็๲ค่ายอาวุธเสียหน่อย!


    เซิ่งจิ่งอวี้ไม่อยากจะอยู่ในห้องที่เต็มไปด้วยอาวุธนี้อีกแม้แต่วันเดียว


    “พยุงข้านั่งลง แล้วรินชามาถ้วยหนึ่ง” เซิ่งจิ่งอวี้เหลือบไปเห็นยาพิษบนชั้นวาง


    “เ๽้าค่ะ”


    ซูเหวินยวนถอนหายใจอย่างโล่งอก พลางหันไปมองหากาน้ำชา


    เมิ่งฉีเ๽้าคนไร้ประโยชน์นี่! เตรียมยาพิษไว้มากมาย แต่กลับไม่ทิ้งกาน้ำชาไว้เลย? แม้แต่ถ้วยชาสักใบก็ไม่มี!


    ซูเหวินยวนคิดจะให้คนส่งชาเข้ามา แต่หน้าประตูกลับไม่มีใครอยู่


    นี่ก็เป็๲การจัดการของเมิ่งฉีเช่นกัน เขากลัวว่าคนที่ไม่เกี่ยวข้องจะเข้ามาเกะกะ ทำให้พระชายาแสดงฝีมือได้ไม่เต็มที่


    “ท่านอ๋อง ในห้องไม่มีชา ให้ข้าออกไปเอามาให้ดีหรือไม่เ๽้าคะ?”


    เซิ่งจิ่งอวี้โกรธจนพูดไม่ออก


    ซูเหวินยวนถือว่าเขาอนุญาตโดยปริยาย แล้วรีบวิ่งออกไปตามหาคน แต่ด้วยความรีบร้อน ชายกระโปรงของนางดันไปเกี่ยวเข้ากับม่านโปร่งผืนนั้น 


    ผ้าม่านพาดไปโดนเชิงเทียน ทำให้ไฟค่อย ๆ ลุกไหม้ขึ้น


    ซูเหวินยวนยังไม่ทันสังเกตเห็น ก็วิ่งออกไปอย่างรวดเร็ว เซิ่งจิ่งอวี้มองดูเปลวไฟที่ค่อย ๆ ลุกโชนขึ้นด้วยสีหน้าซับซ้อน


    เมิ่งฉีก็โง่ ซูเหวินยวนก็ไม่ฉลาด เตรียมของไว้มากมายขนาดนั้น แต่วิธีสุดท้ายที่นางใช้ กลับเป็๲การแสร้งวางเพลิง?


    ไฟลุกลามอย่างรวดเร็ว ต้องขอบคุณชั้นไม้และม่านผ้าโปร่งในห้องนี้ หากขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่งไป ไฟก็คงไม่ลุกติดขึ้นมาได้


    ซูเหวินยวนยังไม่ทันจะหาคนเจอ ก็เห็นแสงไฟวาบขึ้นมาก่อน เมื่อนึกขึ้นได้ว่าเซิ่งจิ่งอวี้เป็๲คนตาบอด นางก็รีบวิ่งกลับไปโดยไม่คิดชีวิต


    จวนอ๋องจะเกิดไฟไหม้ได้อย่างไร แล้วคนหายไปไหนกันหมด?


    เมิ่งฉีก็เห็นไฟเช่นกัน แต่เขากลับไม่รีบร้อนที่จะดับไฟ 


    เซิ่งจิ่งอวี้นั้นไม่ใช่แค่มองเห็นเป็๲ปกติ แต่วรยุทธ์ก็สูงส่งเช่นกัน สามารถหลบหนีออกมาได้ในพริบตา 


    ส่วนเมิ่งฉีนั้นกลัวว่าหากเข้าไปเร็วเกินไป ไฟจะยังไม่ลุกลามมากพอ และจะทำให้ความผิดของพระชายาพิสูจน์ได้ยาก


    เซิ่งจิ่งอวี้ก็คิดเช่นเดียวกัน เขารอให้ไฟโหมแรงกว่านี้อีกหน่อยแล้วค่อยออกไป


    แต่เขายังไม่ทันได้ออกไป ซูเหวินยวนก็วิ่งกลับเข้ามาอย่างตื่นตระหนกเสียก่อน


    “ท่านอ๋อง ท่านไม่รู้สึกหรือว่าไฟไหม้หรือ ยังไม่รีบหนีอีก!” ซูเหวินยวนรีบคว้าข้อมือของเขาแล้วลากออกไปข้างนอก


    เซิ่งจิ่งอวี้กล่าวอย่างใจเย็น “รอบกายไม่มีผู้ใด ข้าเองก็มีปัญหาทางสายตา จะหนีได้อย่างไร”


    ขณะนั้นไฟในห้องเริ่มจะควบคุมไม่อยู่แล้ว ชั้นวางของล้มลงมา พร้อมกับอาวุธที่อยู่บนชั้น ต่างก็ร่วงกระแทกพื้นทีละชิ้น 


    ซูเหวินยวนที่มองเห็นยังต้องหลบหลีกอย่างยากลำบาก ไม่ต้องพูดถึงเซิ่งจิ่งอวี้ที่ตาบอดเลย


    เขาอยากจะเตือนซูเหวินยวนว่า ตอนนี้เป็๲โอกาสอันดีที่จะลงมือ


    วางเพลิงฆ่าคน หากเขาตายไปจริง ๆ ก็ยากที่จะหาช่องโหว่เจอ


    แต่ซูเหวินยวนกลับคิดแต่จะหนีออกไป ไม่ได้คิดลึกซึ้งถึงความหมายในคำพูดของเขาเลยแม้แต่น้อย


    ในที่สุดเมิ่งฉีก็มาถึง เขาสั่งให้คนดับไฟ แล้วก็ช่วยคนทั้งสองออกมา


    ทั้งสองอยู่ในสภาพทุลักทุเล ไอไม่หยุด หน้าแดงก่ำ เนื้อตัวเต็มไปด้วยเถ้าถ่านสีดำ


    ผมของเซิ่งจิ่งอวี้ถูกไฟไหม้ไปส่วนหนึ่ง บางส่วนก็ม้วนงอจากการถูกความร้อน ดูแล้วน่าขบขันอยู่บ้าง


    แต่แผนการที่เขาจินตนาการไว้เดิมที ไม่ใช่เช่นนี้!!! 


    แล้วก็ไม่ได้ทุลักทุเลเช่นนี้ด้วย!


    หลังจากที่ซูเหวินยวนเข้าไปช่วยเขา เขาก็ทำได้เพียงวิ่งตามออกมา จึงมีสภาพเช่นนี้


    เมิ่งฉีตวาดเสียงดังด้วยความโกรธ “ซูเหวินยวน เ๽้ากล้าที่จะลอบ... ลอบสังหารท่านอ๋องหรือ?”


    พูดไปได้ครึ่งทาง เขาก็ลังเลอีกครั้ง ไม่เคยเห็นการลอบสังหารด้วยการวางเพลิงมาก่อน พระชายาผู้นี้ออกจะโง่ไปหน่อยกระมัง


    ในห้องมีอาวุธตั้งมากมาย จะใช้อันไหนก็ย่อมได้ไม่ใช่หรือ?


    “จับตัวไว้!” ในที่สุดเมิ่งฉีก็สั่งให้คนจับนางไว้


    “แค่กๆๆ...แค่กๆๆ...”


    ซูเหวินยวนยังไม่ทันได้หายใจหายคอ นางไอจนพูดไม่ออก อยากจะอธิบายก็อธิบายไม่ได้


    ลอบสังหารท่านอ๋องอะไรกัน ไฟนี่นางเป็๲คนจุดที่ไหนกัน?