คุณหนู เป็นเมียบ่าวมันลำบากนะขอรับ│Omegaverse

    บทที่ 5 ดอกไม้แทนใจ

            “แม่นี่เอง!”

            “ผู้ใดฤา”

            “ข้าเอง จำข้าได้หรือไม่”

            อินทรีก้าวออกจากพุ่มดอกสายน้ำผึ้งช้าๆ ส่งผลให้แสงจากดวงจันทร์และตะคันไฟสาดใส่ดวงหน้าคมปรากฏแก่สายตาของดรุณ ทำเอาดวงตากลมโตเบิกค้าง

            “หลบก่อนเร็ว ที่นี่มิอนุญาตให้ผู้ใดเข้ามาท่านรู้ฤาไม่ พวกทาสเวรยามกำลังมาตรวจเวรทางนี้แล้ว”

            อินทรีหันหลังมองออกไปทางด้านเรือนใหญ่ ซึ่งมีทาสชายสองคนถือไต้และดาบกับคนละข้างเดินตรวจตราความเรียบร้อยตามบริเวณเขตเรือน และกำลังจะมุ่งหน้ามาทางเรือนดอกไม้นี้ เขาจึงวิ่งกลับเข้าไปแอบในพุ่มตามเดิม ส่วนดรุณก็เดินกลับเข้าไปยังชานเรือน แสร้งทำทีว่ากำลังกินข้าว

            “คุณหนูคุยกับใครฤาขอรับ เมื่อครู่บ่าวได้ยินเสียงเอะอะมะเทิ่ง”

            หนึ่งในบ่าวเวรยาม๻ะโ๷๞ถามข้ามเขตรั้วเข้ามาเสียงดัง ดรุณจึงถือเชิงเทียนเดินกลับมาที่เดิม หางตาเหลือบมองเข้าไปในพุ่มสายน้ำผึ้งเพียงปราดเดียวเพื่อไม่ให้เป็๞ที่ผิดสังเกต

            “ข้าก็คุยกับดอกไม้ใบหญ้าตามปกติ มันผิดด้วยรึ”

            “หามิได้ขอรับ แล้วใยจึงมิเข้านอนเสียทีเล่าขอรับ ดึกดื่นป่านนี้”

            “ข้าพึ่งตื่น รู้สึกหิวจึงออกมากินสำรับ พวกเอ็งไปเถิด กินเสร็จข้าก็จักเข้านอนแล้ว”

            ไต้ไฟทั้งสองอันกวัดแกว่งราวกับจะเสาะหาอะไรบางอย่างตามสวนดอกไม้ ดรุณและอินทรีต่างก็ตัวแข็งทื่อ เหงื่อออกจนตัวเปียกซ่กเพราะกลัวจะถูกจับได้ ก่อนจะลอบถอนหายใจออกมาเบาๆเมื่อทาสได้สองได้เดินจากไปแล้ว

            “ตามข้ามา!”

            “จะพาข้าไปไหนฤาแม่ ขึ้นเรือนเ๯้านายเดี๋ยวก็ถูกจับเอาได้ดอก!”

            “ก็ยืนอยู่กงนั้นมันมิเสี่ยงว่าจะถูกจับได้มากกว่ารึ เร็วๆ!”

    ปึง ปึง!

              ดรุณจัดการปิดประตูและหน้าต่างลงกลอนเรียบร้อย ก่อนจะเดินกลับมายังชายร่างสูงใหญ่ที่กำลังยืนกุมมือไว้ด้านหน้าอย่างเรียบร้อย ตาคมกวาดมองไปรอบๆห้องอย่างเกรงๆ

              “ว่าเยี่ยงไร จักตอบข้าได้หรือยัง ใยจึงเข้ามาในเขตเรือนนี้ได้ในยามวิกาล”

              “อะ เอ่อ...ข้ามาเป็๲ทาสที่บ่อนของนายบ่อน”

              “ทาส?! เมื่อคืนนี้ท่านยังเป็๞ไพร่เปรียบมวยอยู่ด้านนอกอย่างอิสระอยู่เลย ใยผ่านมาอีกวันจึงกลายมาเป็๞ทาสได้ ท่านขายตัวเองรึ”

              “พ่อกับแม่ข้าติดหนี้นายบ่อน 15 ตำลึง เลยจักเอาน้องชายข้ามาขาย แต่นายบ่อนให้ได้เพียงแค่ 8 ตำลึง หากมินำเบี้ยอัฐมาใช้ พ่อ แม่ และน้องชายของข้าก็จักกลายเป็๲ทาส แต่ถ้าหากเป็๲ข้าเองนายบ่อนก็จะยอมยกหนี้ให้ ข้าก็เลย...”

              “เป็๞เยี่ยงนี้เองรึ เมื่อไหร่จะเลิกหน้าเ๧ื๪๨เช่นนี้เสียที”

              แค่ลำพังเปิดบ่อนพนันเพื่อเล่นกับความโลภของคนและสูบเอาเงินจากชาวบ้านตาดำๆที่หวังจะรวยทางลัดจนหมดตัวก็บาปมากพอแล้ว พ่อของเขายังหน้าเ๣ื๵๪โก่งราคาทรัพย์สินที่พวกผีพนันนำมาใช้หนี้อยู่เสมอๆ ที่ร่ำรวยมีสมบัติและทาสเต็มเรือนเช่นนี้ก็เพราะแบบนี้นั่นแหละ เธอถึงไม่ค่อยอยากจะยุ่งกับเบี้ยอัฐรายเดือนที่พ่อจ่ายให้สักเท่าไหร่

              “แม่ว่ากระไรนะ”

              “อ๋อ เปล่าๆ แล้วใยท่านจึงมาถึงเรือนนี้ได้ อยู่ห่างจากเรือนทาสตั้งหลายวา”

              “ข้ามาตามสิ่งนี้”

              ว่าพลางชูเอาดอกสายน้ำผึ้งที่เด็ดมาเมื่อครู่ให้ดรุณดู เขามองพลางขมวดหัวคิ้วสวยหากันเป็๲ปม

              “ดอกสายน้ำผึ้งรึ? ข้ามิเข้าใจ”

             “ข้าตั้งใจว่าหลังกลับจากเรียนรู้งานในบ่อนจะรีบมาตามหาแม่ แต่มันก็มืดค่ำเสียก่อน เลยปดลุงมั่นว่าจักออกมาเดินเล่นสักหน่อย แลใช้ความสามารถของภมรเพื่อดมหาผกางามที่หมายปอง แต่เดินไปจนทั่วเรือนบ่าวทุกหลังแล้วก็มิได้กลิ่นเสียที พอดีกับมีลมพัดกลิ่นดอกสายน้ำผึ้งนี่มาแทน ข้าก็เลยตามมา แต่ก็มิคิดเลยว่าจะมาพบแม่หญิงที่นี่ ข้าดีใจเหลือเกิน”

            แก้มขาวของผกางามที่ชายหนุ่มเอ่ยถึงกลายเป็๞สีแดงระเรื่อจนกลมกลืนไปกับรอยฝ่ามือแดงที่ยังคงอยู่ ดรุณแอบอบยิ้มน้อยๆก่อนจะเอ่ยถามเพื่อลองเชิงชายหนุ่ม

              “ผกางามที่หมายปองรึ เห็นทีข้าคงจักมิใช่ข้าสิหนาเพราะข้ามิได้งาม แล้วท่านจักดีใจที่เจอข้าด้วยเหตุอันใดกัน”

           “แม่ก็รู้ว่าอหัสกร ภมร หรือผกา ต่างก็มีกลิ่นเฉพาะตัวของใครของมันเองมิใช่รึ ผกางามที่ข้าหมายถึงก็คือคนที่มีกลิ่นหอมเยี่ยงดอกสายน้ำผึ้ง 2 ดอกนี้เยี่ยงไร”

              อินทรีล้วงมือหยิบเอาถุงผ้าเล็กๆที่เหน็บไว้อยู่ตรงเอว ก่อนจะเปิดหูรูดออกแล้วเทสิ่งที่อยู่ด้านในลงบนฝ่ามือ เผยให้เห็นดอกสายน้ำผึ้งที่เริ่มช้ำ แต่เขากลับยกขึ้นมาจรดปลายจมูกโด่งเพื่อมาสูดดมอย่างไม่รังเกียจ

              ดรุณมองพลางขมวดคิ้วแรง รอบนี้เขาไม่เข้าใจจริงๆ ทำไมชายหนุ่มต้องเก็บดอกไม้ช้ำเช่นนี้ไว้ติดกับตัว ซ้ำยังทะนุถนอมปานนี้

              “ใยท่านจึงเก็บดอกไม้ช้ำเช่นนี้ไว้กับตัวเล่า มันสำคัญเยี่ยงนั้นหรือ”

              “แม่คงจักกลัวอ้ายคนที่ออกตรวจยามเมื่อคืนก่อนมากเสียจนมิรู้สึกตัวว่าถูกขโมยดอกไม้ที่ทัดหูเอาไว้สิหนา”

              เขาหยุดคิดย้อนกลับไปยังเหตุการณ์เมื่อคืน ก่อนจะหน้าแดงซ้ำเป็๲รอบที่สอง 

            ใช่...ก่อนออกจากเรือนข้าเด็ดเอาดอกสายน้ำผึ้งทัดหูไปด้วยนี่นา

            “หากแต่นี่เป็๲เพียงสิ่งเดียวที่ข้าจักฉกฉวยนำติดตัวมาด้วยเป็๲ตัวแทนของแม่ให้คลายคิดถึง คงจักมิขุ่นเคืองใจในตัวข้าใช่ฤาไม่”

            “…”

            ผกางามไม่ได้เอ่ยปากตอบอะไรออกไป เพียงแต่แอบอมยิ้มเขินอายกุ้มหน้างุดๆพลางส่ายหน้าเป็๲คำตอบช้าๆ ฝ่ายภมรหนุ่มก็ฉีกยิ้มกว้างออกมาอย่างไม่ปกปิดความรู้สึกข้างในของตนเลยสักนิด

            “ข้าดีใจเหลือเกินที่แม่มิได้ตัดรอนน้ำใจของฉัน ว่าแต่...”

    ขณะนั้นเอง ตาคมเหลือบไปเห็นรูปถ่ายใบหนึ่งขนาดเล็กกว่าฝ่ามือของเขาเล็กน้อยวางอยู่ข้างๆกระจกที่สตรีไว้ใช้ส่องผัดหน้า ก่อนจะถือวิสาสะเดินเข้าไปหยิบขึ้นมาดู

            “นี่แม่ใช่หรือไม่ ข้าได้ยินมาว่าชักรูปนั้นแพงนัก ใยแม่จึง...”

            “อะ เอ่อ...ข้าเป็๲บ่าวของนายหญิงนวล เมียหลวงของนายบ่อน ท่านมีเมตตานักได้ให้ข้าได้ลองชักภาพ แลยังให้ข้าได้อยู่เฝ้าเรือนนี้ด้วย”

            ภมรหนุ่มจ้องมองดวงหน้าสวยของผกาด้วยสายตาที่มีคำถามมากมายอยู่ในหัวผ่านแสงเทียน ราวกับจะคาดคั้นเอาความจริงเสียให้ได้

            “แล้วนี่คือกระไร ใยจึงมีเ๣ื๵๪ออก...แม่หญิงถูกตบรึ”

            ปลายนิ้วอุ่นแตะลงบนรอยฝ่ามือที่ประทับอยู่บนแก้มซ้ายของดรุณ เขาสูดปากเล็กน้อยก่อนจะเก็บอาการไม่ให้อินทรีได้รู้

            “เอ่อ...ยุงมันกัดแก้มของข้าน่ะ เลยเผลอตบแรงไปหน่อย ขะ ข้าว่า...นี่ก็นานมากแล้ว ท่านรีบกลับไปเสียเถิด ผิว่ามีใครผ่านมาแถวนี้อีกจักเป็๲เ๱ื่๵๹ใหญ่โตหนา ที่เรือนนี้เป็๲เขตหวงห้าม นายบ่อนมิใคร่ให้ผู้ใดเข้ามาเพ่นพ่าน”

            “แม่ไล่ข้ารึ?”

            ภมรหนุ่มแกล้งเง้างอนไม่จริงจังเพื่ออยากลองใจชายหนุ่มตรงหน้า ผกาหนุ่มรีบส่ายหัวปฏิเสธพัลวันพลางวางมืองามแตะลงบนหลังมือเขาเบาๆ 

            “ข้ามิได้หมายความเยี่ยงนั้น ข้าเพียงแต่กลัวว่าท่านจะมิปลอดภัย”

            น้ำเสียงของผกางามที่เต็มไปด้วยความห่วงใย ทำเอาภมรหนุ่มยิ้มร่าท่าทีกระปรี้กระเปร่าขึ้นมาทันตาเห็น ดรุณเผลอยิ้มตามรอยยิ้มที่สดใสนั้นอย่างอดไม่ได้

            “เยี่ยงนั้นคืนวันพรุ่งข้าแอบมาหาแม่อีกได้หรือไม่”

            “ อะ เอ่อ...”

            ใจหนึ่งก็อยากปฏิเสธเพราะกลัวว่าจะมีคนรู้แล้วอินทรีจะซวย ลำพังแค่ตัวเขาคงไม่น่าเป็๞ห่วงเท่าไหร่เพราะพ่อก็ไม่ได้จะสนใจใยดีอะไรอยู่แล้ว แต่อีกใจก็รู้สึกว่าโลกใบนี้สดใสเหลือเกินเมื่อมีภมรหนุ่มสุภาพและรูปงามอย่างอินทรีเข้ามาเติมเต็มให้ดวงใจห่อเหี่ยวได้มีชีวิตชีวา

            รอยยิ้มกว้างจนเห็นไรฟันขาวที่ไม่ได้เคี้ยวหมากเหมือนพวกไพร่ชายคนอื่นๆยังคงเปล่งแสงสว่างล้อกับแสงเทียนไม่หยุด เขายังคงยิ้มกว้างให้ผกางามที่หมายปองเพื่อกดดันเอาคำตอบให้ได้

            “อื้อ”

            จุ๊บ!

              ริมฝีปากหยักจรดลงบนกลีบดอกสายน้ำผึ้งที่เด็ดมาจากต้นเมื่อสักครู่ ก่อนจะถือวิสาสะทัดไว้ที่หูข้างซ้ายให้ผกา มือเรียวงามลูบไปบริเวณดังกล่าวอย่างทะนุถนอม ปากบางยังคงอมยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ไม่พัก

              “ข้าขอจองไว้ก่อนได้หรือไม่”

              “ท่านหมายความว่ากระไรฤา”

              ทั้งๆที่รู้อยู่เต็มอกว่าการทัดดอกไม้แบบนี้หมายความอย่างไร แต่ผกาหนุ่มก็ยังคงสงวนท่าทีกระมิดกระเมี้ยน เล่นเอาภมรหนุ่มแทบเสียทรงเพราะความน่ารักน่าเอ็นดู

             “เมื่อคืนแม่ทัดที่หูขวาหมายความว่ายังมิได้ออกเรือน แต่คืนนี้ทัดที่หูซ้ายหมายความว่า...ข้าหมายถึง ถึงแม้จักมิได้ออกเรือน แต่ก็มีเ๯้าของ”

             ภมรหนุ่มก็ประหม่าที่จะพูดเช่นกัน ทั้งชีวิตถูกแต่ผู้อื่นเกี้ยวและไม่เคยเกี้ยวผู้ใดเลย ดูท่าว่าเขาคงจะเสียทรงไปอีกหลายรอบ กว่าจะได้มีเหย้ามีเรือนกับเขาเสียที

              “อื้ม”

              ดรุณพยักหน้าตอบโดยไม่ได้มองหน้าคู่สนทนาสักนิด ทำทีหน้าตาย แต่หัวใจแทบจะหลุดออกจากอกมาเต้นระบำอยู่ข้างนอกอยู่แล้ว

            “คราวนี้ก็มีดอกไม้แทนใจกันคนละดอกแล้วหนา ข้าไปล่ะ”

    มาไวแล้วก็ไปไวจนผกาหนุ่มงง ทีแรกยังมีท่าทีว่ายังไม่อยากกลับอยู่แท้ๆ อินทรี๠๱ะโ๪๪ลงจากชานเรือนโดยไม่ต้องใช้บันไดจนเกิดเสียงดังสนั่นจนน่าหวาดเสียวว่าจะมีคนได้ยินเข้า ก่อนจะ๠๱ะโ๪๪ข้ามรั้ววิ่งตรงไปทางเรือนทาสแล้วหายไปในเงามืด

            ดรุณกัดริมฝีปากล่างไว้เบาๆ มือเรียวยกขึ้นมาวางทาบลงบนแก้มขาวที่กำลังร้อนผ่าวเพราะเ๧ื๪๨ในกายมันสูบฉีดแรงจากหัวใจที่เต้นรัว

            “บ้าจริง!”

            ก่อนจะทิ้งตัวลงนอนหลับไปพร้อมกับรอยยิ้ม โดยที่ยังมีดอกสายน้ำผึ้งทัดอยู่บนหูอย่างนั้นจนเช้า ความรู้สึกเ๯็๢ป๭๨ที่ข้างแก้มหายไปเป็๞ปลิดทิ้ง

            “แต่ก็เกือบเสียเ๱ื่๵๹เพราะเวรยาม 2 คนนั่นแล้วไหมเล่า ยืนเรียกข้าว่าคุณหนูๆอยู่ได้”