“อร่อย และเข้ากับชาเหยือกนี้เป็อย่างดีพ่ะย่ะค่ะ ว่าแต่ขนมนี้มีชื่อว่าอะไรนะ”
เ้าชายตอบกลับเ้าอินทร์ แล้วหักไปถามท่านหญิงที่นั้งเก้าอี้ตรงข้ามของตนทั้งๆ ที่เ้าชายก็ทราบดีอยู่แล้วว่าขนมมีชื่อว่าอะไร
ท่านหญิงตอบแล้วหลบสายตาเ้าชายทันที ทว่าด้วยรอยยิ้มของเ้าชายยังคงตราตรึงอยู่ในใจของท่านหญิงอยู่นั้นเอง
“นางดำ! ทำไมท่านหญิงของเราถึงมาพร้อมกับท่านชายได้หึ?”
พี่ปิ่นที่รอรับใช้ท่านหญิงอยู่ศาลาไม้ในสวนที่หน้าคุ้ม ถามพี่ดำด้วยความแปลกใจว่าทำไมท่านหญิงกับเ้าถึงได้อยู่ด้วยกันได้แถมยังมาพร้อมกัน
“ท่านหญิงเจอท่านชายที่หน้าครัวเลยเชิญเสด็จมาที่นี่พร้อมกันจ้ะ”
พี่ดำตอบพี่ปิ่นด้วยความซื่อตรง ว่าเจอท่านชายอยู่หน้าครัว
“ข้าว่าอยู่ๆ ท่านชายจะไปที่ครัวทำไม ต้องมีอะไรแปลกๆ อยู่แน่ๆ ข้าได้กลิ่นตุๆ ทะแม่งๆเข้าแล้วแหละ!”
พี่ปิ่นด้วยความระแวงท่านชายอยู่แล้ว เพราะเจอท่านชายอยู่กับท่านหญิงทีไรมีต้องเื่เข้ามาอยู่ตลอดจึงบอกให้พี่ดำคอยระวัง
“อ้ายเหิ้น เอ็งว่าเหมือนที่ข้าพูดไหม”
พี่ปิ่นหันไปถามอ้ายเหิ้นที่ก็รอรับใช้เ้าอินทร์นายของตนอยู่แล้วที่ศาลาเหมือนกัน
“ข้าไม่รู้ ! ข้าไม่รู้อะไรทั้งนั้น! เป็เื่ของเ้านาย แต่ทำไมเอ็งมากับไอนั้นหะ!นางดำ”
อ้ายเหิ้นพูดด้วยน้ำเสียงที่แข็งกล้าเหมือนคนกำลังโกรธใครอยู่ และมีสีหน้าที่บึ้งตึงคิ้วขมวด ั้แ่เห็นพี่ดำกับพี่จ้อยเดินมาด้วยกัน
“ข้าก็แค่ถาม ทำไมต้องโมโหข้าด้วย อ้ออออออออออออข้ารู้ว่าโมโหอะไร อิอิ ^^”
พี่ปิ่นเข้าใจแล้วว่าทำไมอ้ายเหิ้นโมโหอะไร เพราะพี่ปิ่นทราบมาก่อนหน้านี้แล้วว่าอ้ายเหิ้นแอบชอบพี่ดำอยู่ จึงเดาได้ว่ากำลังโมโหอะไรอยู่
“อ้ายเหิ้นโมโหอะไรอยู่รึ”
พี่ดำถามพี่ปิ่น แล้วค่อยหันไปถามอ้ายเหิ้น ด้วยสีหน้าที่แปลกใจเพราะปกติอ้ายเหิ้นจะไม่โมโหใครง่ายๆ และมักพูดเพราะทุกครั้งที่อยู่กับพี่ดำเสมอ พออ้ายเหิ้นเมื่อเห็นว่าพี่ดำหันหน้ามาหาตน ก็แกล้งทำหันหน้าไปทางอื่นและยังทำสีหน้าที่บึ้งตึงคิ้วขมวดอยู่แบบนั้น
“ข้าก็ต้องรับใช้ท่านหญิง อ้ายจ้อยก็ต้องรับใช้ท่านชาย ก็เท่านั้น เมื่อทั้งท่านคู่มาด้วยกัน ข้ากับอ้ายจ้อยก็ต้องมาพร้อมกันก็เท่านั้นเ้า”
พี่ดำขยับเข้าไปใกล้ๆ อ้ายเหิ้นแล้วบอกด้วยน้ำเสียงที่จริงใจเรียบๆ แต่เข้าใจง่าย
อ้ายเหิ้นหันกลับมาถามพี่ดำด้วยน้ำเสียงที่ดีใจและสีหน้าก็เปลี่ยนไปกลับมายิ้มได้อย่างสบายใจ
“เอ้า อ้ายเหิ้นนนนน เอ็งก็ใจง่ายเหมือนกันนะเรา”
พี่ปิ่นที่นั้งดูสถานการณ์เบื้องหน้าทั้งหมด จึงพูดไปแบบนั้นออกจะดูเริ่มลำคานทั้งคู่เข้าแล้ว55555
“พี่เหิ้นๆ สบายใจได้ ข้าไม่สนใจนางดำของพี่หรอก”
พี่จ้อยที่นั้งฝั่งตรงข้ามของศาลา ค่อยๆ ย้ายมาข้างๆ กลุ่มบ่าวของคุ้มเ้าอินทร์ แล้วได้กระซิบไปที่อ้ายเหิ้น เพื่อให้เกิดความสบายใจ
“อ่าๆ ข้าสบายใจมากขึ้นแล้วแหละ ...... เห้ยยยยยยว่าแต่พวกเอ็งรู้เื่ข้ากันหมดแล้วหรอ!!!!”
อ้ายเหิ้นเมื่อสบายใจมากขึ้นก็ต้องใแล้วต้องหั้นไปถามพวกบ่าวของคุ้มเ้าอินทร์
“เอ่ออออ พวกข้ารู้กันหมดแล้วแหละ นางดำก็รู้แล้วใช่ไหม ตอบไปสิๆ”
พี่ปิ่นเป็ตัวแทนหมู่บ้านอีกครั้งตอบให้อ้ายเหิ้นได้กระจ่างใจ ด้วยน้ำเสียงที่เฉยชาไม่มีความรู้สึกอะไร แต่คนที่มีความรู้สึกตอนนี้น่าจะเป็อ้ายเหิ้นและพี่ดำ ที่กำลังหน้าก้มตาเขินบิดตัวไปบิดตัวมา ต้นหญ้าที่อยู่ข้างหน้าพี่ดำคงถูกถอดด้วยความเขินอายของพี่ดำจนหมดเกลี้ยงแล้ว
“ข้าก็รู้แล้ว”
พี่ดำค่อยๆ ตอบแล้วก้มหน้าก้มตาเขินเหมือนเดิม
อ้ายเหิ้นพูดเบาๆ ด้วยอาการที่กำลังอึ้ง ว่าทุกคนรู้ความลับที่ไม่เคยบอกใคร เพียงแต่แค่เคยบอกพี่ปิ่นเพียงแค่คนเดียว แต่ตอนนี้รู้กันไปทั่วคุ้ม และสงสัยตอนนี้ทั่วตลาดก็ต้องรู้แล้วเป็แน่
“ไอ้เหิ้นเอ้ยยยยยยยย”
เ้าอินทร์ทรงเรียกอ้ายเหิ้นเพื่อ้าใช้อะไรบางอย่าง
“พี่เหิ้นๆ ตื่นๆ สติอย่าพึ่งลอยไปไหน เ้าอินทร์ทรงเรียกพี่เข้าไป”
พี่จ้อยที่ยังนั้งอยู่ข้างๆ อ้ายเหิ้น เขย่าตัวอ้ายเหิ้นเบาๆ เพื่อเรียกสติที่หลุดลอยออกไปไหนแล้วไม่รู้ให้กลับมาโดยเร็ว
“พ่ะย่ะค่ะ!!”
อ้ายเหิ้นเมื่อรู้สึกตัวแล้วจึงรีบตอบรับทันทีแล้วค่อยๆ คลานเข้าหาเ้าอินทร์ทางด้านหลังเก้าอี้ของเ้าอินทร์
“เอ็งไปแจ้งเ้าบัวคำให้มาเข้าเฝ้าที่สวนนี้ให้ข้าที”
เ้าอินทร์ให้ไปแจ้งเ้าอ้ายบัวคำ พี่คนที่สองของท่านหญิงจันทร์นวลให้มาเข้าเฝ้าตนกับเ้าชาย จากนั้นอ้ายเหิ้นจึงรีบไปแจ้งเ้าอ้ายบัวคำที่เรือนทันที
__________________________________________________________
“ลูกขอเข้าเฝ้าพ่ะย่ะค่ะ”
เ้าอ้ายบัวคำเมื่อมาถึงที่ศาลาแล้วจึงได้ขอเข้าเฝ้า โดยเ้าอินทร์ได้เรียกให้เข้ามาได้
“ถวายบังคมเสด็จพ่อ ถวายบังคมเ้าชายวรเมธ พ่ะย่ะค่ะ”
เมื่อเ้าอ้ายบัวคำเข้ามาในศาลาแล้วจึงได้ทำความเคารพ ทั้งสององค์
“นั้งลงเถอะ! นี้เ้าบัวคำลูกคนชายคนที่2ของเรา ท่านชายคงเคยพอเจอมาแล้วที่งานเลี้ยง เ้าบัวคำเป็รองแม่ทัพผู้ช่วยเราในเื่นี้เกี่ยวกับชายแดนโดยตรง มีอะไรสามารถสอบถามบัวคำได้”
เ้าอินทร์ในตำแหน่งแม่ทัพคนหนึ่งของเมืองเจียงแก้ว ได้แนะนำรองแม่ทัพของตนที่จะเข้ามาช่วยงานนี้ร่วมกับท่านชาย
“เราเคยเจอท่านที่งานเลี้ยง ยังไงแล้วเราคงได้มีเื่ที่ต้องสนทนาปรึกษางานราชการชายแดนกันอีกมาก เราต้องฝากเนื้อฝากตัวกับเ้าอินทร์และเ้าบัวคำด้วยนะขอครับ”
เ้าชายผู้ที่มีความอ่อนน้อมถ่อมตน ได้ให้ความสำคัญกับแม่ทัพและรองแม่ทัพเพื่อให้ตนได้เข้าไปทำงานนี้ร่วมกันได้สะดวกทั้งสองฝ่าย
“หญิงขอตัวกลับขึ้นเรือนก่อนนะเ้าคะ เสด็จพ่อจะได้คุยงานราชการได้สะดวก”
ท่านหญิงเกรงว่าทั้งสามหนุ่มจะพูดคุยไม่สะดวกจึงได้ขอตัวกลับขึ้นเรือน แต่ความจริงแล้วท่านหญิงก็พอจะทราบเื่เกี่ยวกับชายแดนอยู่บ้าง เพราะมีพี่ปิ่นคอยมารายงานตลอดๆ ครั้งนี้ก็เช่นกัน พอท่านหญิงลุกขึ้นได้มองหน้าพี่ปิ่นแล้วส่งยิ้มให้หนึ่งที จึงรู้กันว่าท่านหญิงอยากรู้เื่ที่เสด็จพ่อคุยราชการในครั้งนี้ให้พี่ปิ่นสืบมาให้หน่อย เพราะด้วยความสามารถของพี่ปิ่นแล้ว เื่แค่นี้ พี่ปิ่นสามารถทำได้สบายมากกกกกกก
แต่ด้วยวันนี้เ้าอินทร์ได้รายงานสถานการณ์ให้เ้าชายไปเรียบร้อยแล้ว จึงแค่พูดคุยกันคร่าวๆ เกี่ยวกับปัญหาที่เกิดกับชายแดน เพื่อจะได้มองหาทางออกที่ดีที่สุดร่วมกัน พี่ปิ่นได้แจ้งกับท่านหญิงเป็การพูดคุยเื่ทั่วไป
“ท่านหญิงขนมของท่านชาย ยังไม่ได้เอาให้เลยนะเ้าค่ะ”
พี่ดำที่ยังถือขนมที่ต้องนำไปให้เ้าชายยังอยู่ที่ตนจึงไปบอกท่านหญิง ท่านหญิงเองก็ไม่มองเพราะมัวแต่สนใจว่าเสด็จพ่อคุยเื่สำคัญอะไรกัน
“แล้วทำไมพี่ดำไม่ฝากไว้กับบ่าวของท่านชายเล้า!”
ท่านหญิงให้พี่ดำนำขนมที่ทำเอาไปฝากกับพี่จ้อยให้กลับคุ้มรับรองของเ้าชาย
“ท่านหญิงเอาให้ท่านชายเองนะเ้าค่ะ”
พี่ดำอยากให้ท่านหญิงนำไปให้เ้าชายเอง เพราะอ้ายเหิ้นพึ่งเข้าใจผิดตนกับพี่จ้อยมา เกรงจะเข้าใจผิดอีกครั้ง 55555 เมื่อถึงเวลาเ้าชายจะเสด็จกลับคุ้มรับรองแล้ว ท่านหญิงจึงได้รอเอาขนมให้เ้าชายตามที่เ้าแม่ได้สั่งเอาไว้
“ท่านหญิงมาส่งเราถึงหน้าคุ้มเชียวหรอ”
เ้าชายพูดด้วยน้ำเสียงและสีหน้าที่ดีใจเมื่อเห็นท่านหญิงยืนรออยู่ที่หน้าคุ้ม แล้วมอบรอบยิ้มให้ท่านหญิงที่ยืมรออยู่ ด้วยอาการของท่านหญิงที่ยังคงเขินในรอยยิ้มของเ้าชายทุกครั้งที่ส่งยิ้มมาก แก้มจึงแดงขึ้นมาทันที
“ท่านหญิงไม่สบายหรือเปล่า ทำไมหน้าแดงแบบนั้น”
เ้าชายเมื่อเห็นใบหน้าของท่านหญิงที่แดงก่ำ จึงเกรงว่าจะยืนรอนานแล้วอาจทำให้ไม่สบายเพราะมายืนรอตน จึงสอบถามด้วยอาการเป็ห่วงแบบออกหน้าออกตา ทำให้พี่ดำและพี่จ้อยที่อยู่ด้วยนั้น เขินอายกันเป็แถว
“ข้าเ้าไม่เป็ไร สบายดีเ้าค่ะ ข้าเ้าเพียงนำขนมยิ้มเสน่ห์ที่ทำมาให้ท่านชายนำกลับไปเสวยที่คุ้ม ตามที่เ้าแม่ข้าเ้าสั่งมาเ้าค่ะ”
ท่านหญิงที่ยังหน้าแดงเพราะเขินในรอยยิ้มของเ้าชายอยู่นั้น เมื่อพูดชื่อขนมไป ยิ่งทำให้ตนนั้นเขินและหน้าแดงมากยิ่งขึ้น จึงรีบส่งมอบขนมที่มือให้กับเ้าชาย
“ขนมนี้อร่อยมาก เราขอบใจท่านหญิงมาก
เ้าชายรับขนมจากท่านหญิงแล้วได้ชมขนมที่ท่านหญิงทำ ก่อนกลับจึงบอกท่านหญิงว่าพรุ่งนี่จะมาหาใหม่ ยิ่งทำให้ตัวท่านหญิงนั้นหน้าแดง แดง และแดงมากขึ้นไปอีก
หลังจากวันนั้น เ้าชายก็มาที่คุ้มเ้าอินทร์แทบทุกวัน ไม่มา่เช้าก็มา่บ่าย ไม่มา่บ่ายก็มา่เย็น เพื่อมาคุยงานราชการกับเ้าอินทร์และเ้าอ้ายบัวคำอยู่เป็ประจำแล้ว แต่ที่สำคัญมากกว่าไปนั้น เ้าชายมีใจที่้ามาพบหน้าท่านหญิงจันทร์นวล ทั้งๆ ที่ในบางวันเ้าอินทร์และเ้าบัวคำไม่อยู่คุ้ม แต่เ้าชายก็แวะเวียนมาฝากท้องทานข้าวที่คุ้มทั้งๆ ที่ทราบอยู่แล้วอยู่บ่อยครั้ง ท่านหญิงจึงต้องต้อนรับเ้าชายแทนเ้าพ่อและเ้าอ้าย ทำให้ทั้งคู่เริ่มสนิดกันมากขึ้น แต่ก็ยังมีพี่ปิ่นบ้างพี่ดำบ้าง ที่คอยอยู่กับท่านหญิงตลอดเวลา เมื่อเ้าชายมาที่คุ้ม
พอเริ่มเข้าเดือนยี่ ก็จะมีประเพณีประจำในทุกๆปี คือประเพณียี่เป็ง ซึ่งในทางเหนือคำว่า ยี่ แปลว่า สอง เป็ง แปลว่า เพ็ญ หรือ คืนพระจันทร์เต็มดวง ซึ่งหมายถึงประเพณีในวันเพ็ญเดือนสองของชาวล้านนา ผู้คนในทุกคุ้มทุกบ้านเรือน ในเวียงเจียงแก้วนั้นต่างให้ความสำคัญในประเพณียี่เป็งนี้เป็อย่างมาก โดยคุ้มของเ้าอินทร์ก็ให้ในประเพณีเป็อย่างมากความสำคัญหนึ่ง