เนื่องจากหินไม่ได้พกสัมภาระอะไรมาด้วย หลังจากที่ลงจากเครื่องเขาจึงไม่จำเป็นต้องไปรอโหลดสัมภาระแต่อย่างใด
เมื่อเดินมาถึงประตูทางออก ท่ามกลางผู้คนที่มารอรับญาติพี่น้องของตัวเองนั้น หินได้เห็นชายเอเชียในชุดสูทสามคนยืนอยู่โดยมีคนหนึ่งยืนถือป้ายที่เขียนด้วยลายมือห่วยๆ เป็นภาษาอังกฤษว่า Mr.Tripope
ใบหน้าที่ไม่ได้แสดงออกถึงความรู้สึกใดๆ พร้อมกับแว่นตาสีดำที่พวกเขาสวมอยู่นั้น มันทำให้พวกเขาดูเหมือนสายลับในหนังมากกว่าจะเป็นหน่วยรักษาความปลอดภัยให้เขา
“คนพวกนี้เหรอ เดวิด?” หินถามขึ้นด้วยความสงสัย
“ใช่ครับดอกเตอร์ คนที่ยืนถือป้ายตรงกลางคือ คุณเฉิน เขาจะเป็นคนดูแลเรื่องการเดินทางและความปลอดภัยทั้งหมดตลอดระยะเวลาที่ดอกเตอร์อยู่ในจีนครับ”
“ดูเขาไม่ค่อยมีอารมณ์ขันสักเท่าไหร่เลยนะ” หินเอ่ยขึ้นเบาๆ ก่อนที่จะเดินไปหากลุ่มชายเอเชียคนนั้น
“สวัสดีครับ ผมคือ ไตรภพ” หินเอ่ยขึ้นเป็นภาษาจีน
“สวัสดีครับ ผมพันเอกเฉิน เฉียวเอียน คุณเรียกผมว่า เฉินก็ได้ นับแต่นี้เป็นต้นไปผมจะทำหน้าที่คอยดูแลคุณตลอดระยะเวลาที่คุณอยู่ในประเทศจีน” เฉินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง
ถึงแม้น้ำเสียงของเขาจะเรียบนิ่งแต่แววตาภายใต้แว่นตาสีดำนั้นกลับพินิจหินด้วยความสนใจ ก่อนหน้านี้เขาได้รับข้อมูลรวมไปถึงรูปภาพของหินมาจากผู้ติดต่อแล้ว แต่พอได้มาเห็นตัวจริงของหินก็ทำให้เขาเกิดความสนใจอยู่บ้าง เขาไม่คิดว่าเป้าหมายที่เขาจะต้องดูแลจะเด็กขนาดนี้
‘พันเอกเฉินเหรอ? ’ หินคิดขึ้นด้วยความสงสัย เขาไม่คิดว่าคนที่จะมาดูแลความปลอดภัยให้เขาในวันนี้จะมีตำแหน่งเป็นถึงพันเอก
เหมือนเดวิดจะรู้ว่าหินจะต้องสงสัยเรื่องนี้จึงได้เอ่ยตอบออกมา
“ใช่ครับดอกเตอร์ ประเทศจีนยังปกครองโดยใช้ระบอบคอมมิวนิสต์ การมีผู้ช่วยเป็นทหารมันจะทำให้การเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆ สะดวกมากขึ้นครับ”
เมื่อได้รับคำอธิบายจากเดวิดหินก็เข้าใจในทันที การเดินทางในประเทศที่ทหารมีอำนาจปกครอง การมีทหารยศสูงร่วมเดินทางอยู่ด้วยมันจะช่วยอำนวยความสะดวกแก่เขามาก
“งั้นอย่าเสียเวลาเลย รีบไปกันเถอะ” หินเอ่ยขึ้น ตอนนี้เขาไม่อยากเสียเวลาอยู่ในสนามบินไปมากกว่านี้ เพราะนี่ก็เลยเวลาไปมากแล้ว
“ตามผมมาเลยครับ คุณไตรภพ” เฉินเอ่ยขึ้นก่อนเดินนำหินไปยังประตูทางออก
ใช้เวลาไม่นานนักพวกเขาก็เดินมาถึงลานจอดรับส่งหน้าสนามบิน ซึ่งมีรถ 4 ประตู สีดำสนิทสามคันจอดอยู่
ข้างๆ รถนั้นยังมีชายในชุดสูทอีกสองคนยืนเฝ้ารถเอาไว้ หินคิดว่าคงจะเป็นลูกน้องของพันเอกเฉินนั่นเอง
“เชิญคุณไตรภพขึ้นรถเลยครับ” เฉินพูดขึ้นขณะเดินไปเปิดประตูรถคันตรงกลางให้หิน
หินไม่รอช้ารีบเดินขึ้นรถทันที
หลังจากที่หินขึ้นรถไปแล้ว เฉินจึงปิดประตูรถและกลับขึ้นไปนั่งที่นั่งของตัวเองด้านหน้า
เมื่อทุกอย่างพร้อมแล้วรถสีดำสนิทสามคันนี้ก็ขับออกจากสนามบินในทันที
ตอนนี้หินอยู่ที่มณฑลเหลียวหนิง ซึ่งอยู่ทางตอนใต้ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือของจีน ซึ่งจุดหมายปลายทางที่หินกำลังเดินทางไปก็คือหยางเจียที่อยู่ติดกับอ่าวปั๋วไหหรือในสุดของทะเลเหลืองนั่นเอง
จากสนามบินไปจนถึงหยางเจียต้องใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงและในตอนนี้หินได้นั่งอยู่บนรถโดยไร้ซึ่งบทสนทนาใดๆ มาเป็นระยะเวลา 30 นาทีแล้ว
สำหรับหินแล้วเขาไม่ได้รู้สึกอึดอัดหรือรู้สึกแปลกแต่อย่างใด ปกติหินก็ชวนใครคุยไม่ค่อยเก่งอยู่แล้ว ดังนั้นบรรยากาศอันเงียบเหมือนป่าช้านี้แทบไม่ได้ส่งผลอะไรต่อหิน ในขณะที่รถกำลังขับไปยังจุดหมายของมัน หินก็มองดูวิวข้างทางพร้อมฟังข้อมูลที่เดวิดคอยรายงานเป็นระยะๆ
แต่มันไม่ใช่กับผู้พันเฉิน เอาจริงๆ เขารู้สึกอึดอัดตั้งแต่ 10 นาทีแรกแล้วด้วยซ้ำ ภายในรถที่พวกเขานั่งอยู่นี้มีลูกน้องผู้พันเฉิน 1 คนที่เป็นคนขับ ส่วนผู้พันเฉินนั่งหน้าข้างคนขับและมีหินเป็นผู้โดยสารที่เบาะหลังคนเดียว
คนขับเป็นทหารยศน้อยลูกน้องของผู้พันเฉินจึงไม่กล้าชวนคุยได้แต่ทำหน้าที่ของตนเองก็คือขับรถไปยังจุดหมาย
ส่วนผู้พันเฉินเองที่เขาต้องมาดูแลหินในวันนี้เพราะเขาได้ทำข้อตกลงกับบุคคลลึกลับคนหนึ่งซึ่งได้ช่วยคนรักของเขาเอาไว้
ย้อนกลับไปเมื่อประมาณ 4 อาทิตย์ก่อน เขาได้ยินเพื่อนของเขาพูดถึงเว็บไซต์ลึกลับมหัศจรรย์เว็บไซต์หนึ่งที่จะสุ่มแจกวัคซีนรักษาโรคที่ในปัจจุบันไม่มีทางรักษาได้ให้แก่ผู้คน นั่นก็คือเว็บไซต์ Black Box นั่นเอง
ถึงผู้พันเฉินจะไม่ค่อยเชื่อสิ่งที่ได้ยินมาเท่าไหร่นัก แต่เนื่องจากความหวังของเขานั้นเหลือน้อยเหลือเกินสุดท้ายเขาจึงได้เข้าไปเยือนเว็บไซต์นี้
แต่ยังไงก็ตามเว็บไซต์ที่ว่ามันก็แจกเพียงวัคซีนรักษาโรคเอดส์หรือมะเร็ง ซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องกับโรคที่ภรรยาของเขาเป็นอยู่เลย ในตอนนั้นเขาแทบหมดหวังไปแล้ว
ในระยะเวลาที่เขากำลังสิ้นหวังอยู่นั่นเอง ก็มีข้อความบางอย่างเด้งขึ้นมาบนหน้าจอเว็บไซต์ Black Box ซึ่งมันเป็นข้อความที่ส่งมาถึงเขาเพียงแค่คนเดียวเท่านั้น
“คุณต้องการความช่วยเหลือหรือไม่? ”
เมื่อผู้พันเฉินเห็นข้อความแบบนี้ก็ไม่ลังเลรีบตอบในทันทีว่า ใช่ เขาต้องการความช่วยเหลือ
“คุณยินดีจะให้ความช่วยเหลือเราเป็นสิ่งตอบแทนหรือไม่? ” ข้อความเด้งขึ้นมาอีกครั้ง
ผู้พันเฉินก็ตอบอย่างไม่ลังเลในทันทีว่า ยินดี ถ้าหากมีใครสักคนสามารถช่วยให้ภรรยาเขาหลุดพ้นจากโรคอันแสนทรมานนี่ได้ ต่อให้เขาต้องทำผิดต่อคนอื่น เขาก็ยินยอมที่จะทำมัน
“ส่งตัวอย่างเลือดภรรยาของคุณมาให้เราตามที่อยู่ xxxxxx และเราจะตอบกลับภายใน 1 อาทิตย์”
นี่เป็นข้อความสุดท้ายที่ผู้พันเฉินได้รับ หลังจากที่ผู้พันเฉินตัดสินใจได้แล้ว เขาจึงได้ส่งตัวอย่างเลือดของภรรยาของเขาไปตามที่อยู่ที่เขาได้รับในทันที
คนที่ทำการติดต่อผู้พันเฉินไปในครั้งนี้ก็คือเดวิดนั่นเอง เขาสามารถกรองข้อมูลจากประวัติการรักษาของคนไข้ทั่วโลกได้ เมื่อหินบอกว่าจะเดินทางมาจีน เดวิดจึงได้เตรียมการอำนวยความสะดวกไว้ให้หิน ซึ่งนี่ก็เป็นขอบเขตอำนาจที่เดวิดสามารถทำได้โดยที่ไม่จำเป็นต้องขออนุญาตหิน
หลังจากที่เดวิดได้รับตัวอย่างเลือดของภรรยาผู้พันเฉินมันก็ได้ทำการวิเคราะห์โรคในทันที ซึ่งมันสามารถวิเคราะห์ได้ว่านี่คือ โรคหายากที่เรียกว่า Cutaneous Porphyria หรือ โรคที่มีอาการผิดปกติทางผิวหนังเกิดอาการแพ้แสง นั่นเอง
โรคนี้ก็มีบันทึกเอาไว้ในคลังข้อมูลทางการแพทย์ที่เดวิดมีอยู่เช่นกัน ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องทำการทดลองอะไรใหม่ เดวิดเพียงแค่นำข้อมูลวัคซีนรักษาโรคที่มีอยู่แล้วผลิตวัคซีนออกมาเท่านั้น
ใช้เวลาไม่ถึง 2 ชม. หลังจากได้รับตัวอย่างเลือด การผลิตวัคซีนแก้โรคนี้ก็ประสบความสำเร็จ เดวิดจึงได้ส่งวัคซีนนี้กลับไปให้ผู้พันเฉิน รวมระยะเวลาทั้งหมดที่ดำเนินการแล้วไม่ถึง 1 อาทิตย์ตามที่เดวิดได้ระบุเอาไว้
เมื่อผู้พันเฉินได้รับวัคซีนแล้วจึงนำไปฉีดให้กับภรรยาของตนเองในทันที หลังจากนั้นภรรยาของเขาที่ป่วยด้วยโรคนี้มาหลายสิบปีก็หายเป็นปลิดทิ้งภายในไม่กี่วัน
เหตุการณ์นี้มันทำให้ผู้พันเฉินรู้สึกเป็นหนี้บุคคลลึกลับที่ยื่นมือเข้าช่วยเหลือเขาเป็นอย่างมาก เขาได้สัญญากับตัวเองแล้วว่า ถ้ามีโอกาสเขาจะต้องตอบแทนบุญคุณบุคคลลึกลับคนนี้อย่างแน่นอน แม้การตอบแทนนั้นจะต้องใช้ชีวิตของเขาตอบแทนก็ตาม
หลังจากนั้นผู้พันเฉินก็ได้พยายามทำความรู้จักBlack Box มากขึ้นจนไปรู้จักกับองค์กร DrawkCab และได้รู้ว่าทั้งสองอย่างนี้ก็เกี่ยวข้องโดยตรงกับบริษัท Enterprise
และยิ่งได้รู้ว่า Enterprise ได้ทำอะไรเอาไว้บ้าง ได้ช่วยเหลือผู้คนไปมากมายขนาดไหน เขาก็ยิ่งรู้สึกนับถือและเทิดทูนผู้ที่เป็นประธานสูงสุดของบริษัท Enterprise
3 อาทิตย์ต่อมาผู้พันเฉินก็ได้รับการติดต่อกลับมาอีกครั้ง โดยการติดต่อในครั้งนี้ติดต่อมาในนามของ Enterprise เพื่อมอบภารกิจให้ผู้พันเฉินตามที่ได้ตกลงกันเอาไว้เมื่อครั้งนั้น
ภารกิจที่ผู้พันเฉินได้รับก็คือ ดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกให้กับชายผู้หนึ่งตลอดระยะเวลาที่เขาอาศัยอยู่ในจีนนั่นเอง
ด้วยความที่เขามีเส้นสายอยู่มากมาย ทั้งทางฝั่งของรัฐบาลและเอกชน รวมไปถึงทั้งทหารและตำรวจ การอำนวยความสะดวกให้ใครสักคนเป็นเรื่องที่เล็กน้อยมาก
แต่พอได้ยินว่าภารกิจที่เขาต้องทำเพื่อตอบแทนนั้นก็แค่ อำนวยความสะดวกให้ชายหนุ่มคนหนึ่ง มันทำให้ผู้พันเฉินรู้สึกไม่ค่อยสบอารมณ์อยู่บ้าง ภารกิจที่ดูเล็กน้อยแบบนี้ไม่คู่ควรกับฝีมือของเขาเลยด้วยซ้ำ
ให้ดูแลความปลอดภัยผู้ชายคนหนึ่ง ใช้ตำรวจแค่สามสี่คนก็พอแล้ว ไม่จำเป็นต้องถึงมือผู้พันอย่างเขา ดังนั้นภารกิจในครั้งนี้เขาจึงใช้การคุ้มกันระดับ 2 เท่านั้น ซึ่งเป็นระดับรักษาความปลอดภัยของผู้มีชื่อเสียงทั่วไป..“ถ้าไม่เป็นการเสียมารยาท ผมขอถามได้ไหมว่าคุณเป็นใครและมาเยือนจีนด้วยจุดประสงค์อะไร” ในที่สุดผู้พันเฉินก็เอ่ยขึ้นมาทำลายบรรยากาศความเงียบภายในรถ
แม้คำถามมันจะดูไร้มารยาทอยู่บ้าง แต่นี่ก็เป็นลักษณะนิสัยอย่างหนึ่งของผู้พันเฉิน ทหารอย่างเขาไม่ชอบพูดจาอ้อมค้อม สงสัยอะไร อยากรู้อะไรก็พูดออกมาตรงๆ
“ผมคือประธานบริษัท Enterprise และมาที่จีนเพื่อสร้างโรงงานผลิตชิ้นส่วนให้แก่บริษัทของผม”
หินตอบออกมาตรงๆ โดยที่สายตาของเขาก็ยังคงจับจ้องไปยังทิวทัศน์นอกตัวรถ
ในเมื่อผู้พันเฉินกล้าถามเขาตรงๆ เขาก็ไม่มีความจำเป็นใดๆ ต้องปกปิดเช่นกัน เขาต้องใช้เวลาอยู่จีนระยะหนึ่งยังไงไม่ช้าก็เร็วผู้พันเฉินก็ต้องรู้ว่าเขามาทำอะไร สู้บอกไปตั้งแต่ตอนนี้เพื่อแสดงออกถึงความจริงใจของเขาจะดีซะกว่า
“......” ผู้พันเฉิน
“......” คนขับรถ
‘ชิบหายละ!!!’ ผู้พันเฉินอุทานขึ้นมาในใจ
ในตอนนี้เขารู้แล้วว่าทำไม Enterprise ถึงได้ติดต่อมาที่เขาโดยตรงและมอบหมายภารกิจนี้ให้แก่เขา
นี่มันไม่ใช่ภารกิจเล็กน้อยอย่างที่เขาคิดเอาไว้ ในตอนนี้ใครๆ ก็รู้ว่า Enterprise คือบริษัทการเงินอันดับหนึ่งของโลก ประธานบริษัท Enterprise จึงเปรียบเสมือนผู้นำประเทศมหาอำนาจประเทศหนึ่งเลยทีเดียว
และในตอนนี้เขากลับใช้การคุ้มกันแค่ระดับ 2 เพื่อรองรับประธานบริษัทคนนี้
นี่เขาทำอะไรลงไป!!
โดยไม่รอช้า ผู้พันเฉินรีบหยิบโทรศัพท์ของตัวเองขึ้นมาและโทรออกไปในทันที
“เปลี่ยนการคุ้มกันเป็นระดับ 5 เดี๋ยวนี้” ผู้พันเฉินเอ่ยสั่งขึ้นในทันที
การคุ้มกันทางทหารนั้นมีอยู่ 5 ระดับ ได้แก่การคุ้มกันระดับ 1 การคุ้มกันทั่วไปการคุ้มกันระดับ 2 การคุ้มกันผู้มีชื่อเสียงทั่วไปการคุ้มกนระดับ 3 การคุ้มกันบุคคลสำคัญทั่วไปการคุ้มกันระดับ 4 การคุ้มกันบุคคลสำคัญ ชั้นสูงการคุ้มกันระดับ 5 การคุ้มกันผู้นำสูงสุด
เมื่อผู้พันเฉินได้รู้ว่าคนที่เขากำลังทำการคุ้มกันอยู่คือใคร เขาก็ไม่ลังเลที่จะเปลี่ยนการคุ้มกันเป็นระดับ 5 ในทันที
แต่ในขณะนั้นเองเสียงของหินก็ดังขึ้นมา
“ไม่ต้องเปลี่ยนหรอก แบบนี้ดีแล้ว ผมไม่ค่อยชอบความวุ่นวายน่ะ”
“ผู้พันเฉิน โปรดยืนยันคำสั่งด้วย” เสียงจากปลายสายดังขึ้น
ผู้พันเฉินถือสายค้างเอาไว้ไม่แน่ใจว่าตัวเองควรตอบอะไรออกไป ใจหนึ่งก็บอกเขาว่า นี่เป็นถึงบุคคลสำคัญของโลกในตอนนี้ต้องรักษาความปลอดภัยให้ดีที่สุด แต่อีกใจหนึ่งก็บอกให้เขาทำตามความต้องการของหิน
ท้ายที่สุดเมื่อตัดสินใจได้ผู้พันเฉินก็ถอนหายใจออกมาครั้งหนึ่ง
“ปฏิเสธคำสั่ง” ผู้พันเฉินตอบออกไป ในเมื่อมันเป็นความต้องการของผู้ที่เขากำลังดูแล เขาก็ไม่มีความจำเป็นใดๆ ต้องปฏิเสธความต้องการของหิน
“ขอบคุณ” หินหันมาเอ่ยขอบคุณผู้พันเฉินครั้งหนึ่งที่เคารพการตัดสินใจของเขา ก่อนจะกลับไปสนใจทิวทัศน์ข้างทางอีกครั้ง