“หงิงงงง...อาวู้?”
เสียงร้องแหลมเล็ก รูปร่างที่เหมือนลูกสุนัขคางทู่ ๆ ที่ยังไม่โตเต็มที่ แม้แต่หางก็ส่ายดุ๊กดิ๊กไปมาขณะเงยหน้ามองเอียน
“ลูกหมาป่าหรือ...”
ใช่ นั่นคือลูกหมาป่าเหมือนที่ใครบางคนโพล่งขึ้น
ถ้าพูดให้ถูก มันคือ ‘จิติญญาลูกหมาป่า’
ไม่ว่าใครเห็นก็คงคิดว่าเป็ลูกหมามันดูเหมือนลูกหมาที่มีแววตาดุร้ายนิดหน่อย
ชาติก่อนต้องเป็เ้าตัวโตน่าเกรงขามออกมาไม่ใช่หรือไง
ด้วยมานาอันน้อยนิดในตอนนี้ผลลัพธ์ที่ได้มีขนาดเท่านี้ก็ถูกแล้ว
อาจเป็เพราะเขามีมานาไม่มากพอที่จะทำให้มันตัวใหญ่กว่านี้
นั่นคือเหตุผลที่เวทอัญเชิญไม่เป็ที่นิยม
เพราะร้อยละเก้าสิบของจอมเวทจะหยุดอยู่ที่ระดับหนึ่งหรือระดับสองไปตลอดชีวิต
กล่าวอีกนัยหนึ่งจอมเวทส่วนใหญ่จะใช้เวทอัญเชิญก็ต่อเมื่ออยากชมิญญาน่ารัก ๆเป็ครั้งคราวเท่านั้น
“ว้าว...ข้าเพิ่งเคยเห็นเวทมนตร์เป็ครั้งแรก”
“เ้าเคยเห็นหรือเปล่า เ้ามาจากเมืองหลวงนี่”
“แน่นอน! ข้าต้องเคยเห็นอยู่แล้วคิดว่าข้าเป็ใครกัน”
“โอ้”
พวกเขาต่างผลัดกันพูดไปมาคงจะทึ่งในเวทมนตร์นี้มากทีเดียว
“มานี่เร็ว”
เอียนเรียกจิติญญาหมาป่าให้ไปยังสถานที่ที่เต็มไปด้วยเืสีแดงเข้ม
มันวิ่งเข้ามาเหมือนกับลูกสุนัขที่ได้ยินเสียงเ้าของ
“เ้าหาว่ากลิ่นพวกนี้หายไปไหนได้ใช่ไหม”
จิติญญาหมาป่าสูดจมูกฟุดฟิด ๆ พลางเดินไปรอบ ๆดูเหมือนว่ามันกำลังพยายามลองตามหาด้วยกลิ่น
“ท่านจอมเวท”
“ว่ามา”
“ขออภัยที่ต้องยํ้าเช่นนี้ แต่ว่าพวกเราได้ปล่อยหมาล่าเนื้อในการสำรวจรอบแรกแล้วค้นหาไปได้ไม่ไกลก็หลงทาง ดูเหมือนว่าพวกมันจะตั้งใจกระจายร่องรอยขอรับ”
ดังนั้นคงติดตามด้วยกลิ่นไม่ได้
อัศวินาุโพูดออกมาอ้อม ๆนั่นถือว่าสมเหตุสมผล แต่ว่า...
“สุนัขมีประสาทการดมกลิ่นที่ดีมากใช่ไหมดีกว่ามนุษย์หลายร้อยเท่า”
แทนที่จะตอบ เอียนกลับย้อนถามอีกฝ่าย
“ข้าเคยได้ยินมาเช่นนั้น”
“แต่ประสาทการดมกลิ่นของจิติญญาหมาป่าดีกว่าสุนัขหลายร้อยเท่า”
“ระ...เื่นั้นจริงหรือขอรับ”
“ข้าเคยอ่านเจอในหนังสือ”
“...อะไรนะขอรับ”
“มีหนังสือโด่งดังเล่มหนึ่งที่เขียนทุกอย่างเกี่ยวกับเวทมนตร์ไว้นี่หนังสือที่ลุค จอมเวทผู้ยิ่งใหญ่เป็คนเขียน”
“ระ...เื่นั้นข้ารู้ แต่ว่า...”
เขาพูดด้วยความมั่นใจเสียขนาดนั้นแต่กลับบอกว่าเห็นมาจากหนังสือเนี่ยนะ
อัศวินาุโเหลือบมองจิติญญาหมาป่าท่าทางการดมฟุดฟิด ๆ ช่วยลดบรรยากาศตึงเครียดในการค้นหาได้อยู่บ้างแต่มันจะทำอะไรได้นอกจากเดินดุ๊กดิ๊กน่ารัก ๆ ไปทั่ว
เ้านั่นจะทำได้จริงหรือ
ถึงอย่างนั้นเอียนก็ยืนยันว่าเคยอ่านเจอในหนังสือ
ใช่แล้วอัศวินาุโเองก็รู้ว่านั่นเป็หนังสือที่โด่งดังขนาดที่ว่าอัศวินอย่างเขายังรู้จัก
เป็หนังสือที่มีคำอธิบายเกี่ยวกับเวทมนตร์มากมาย
หนังสือที่เขียนโดยจอมเวทในตำนาน
ถึงอย่างนั้นก็...ให้ตายเถอะจะเชื่อถือแล้วทำตามได้จริงหรือ
ชั่วขณะที่ความสงสัยเกิดขึ้นนั้น
“อะวู้! อะวู้ว!”
จิติญญาหมาป่าหยุดชะงักและส่งเสียงร้องเหมือนบอกว่าให้ตามมา
เพราะมันทำแบบนั้นจริง ๆ
“ไปกันเถอะ”
เอียนรวมทั้งหน่วยค้นหาเริ่มเคลื่อนไหว จิติญญาลูกหมาป่ารับหน้าที่นำทางให้กับพวกเขามันวิ่งไปทางนั้นทีทางโน้นทีเพื่อตามกลิ่น
บางทีชาติก่อนก็อาจจะเกิดเหตุการณ์คล้าย ๆ กันจอมเวทประจำอาณาเขตอย่างมาร์โกก็คงเลือกใช้เวทอัญเชิญเหมือนกัน
สวบ สวบ
มันวิ่งผ่านป่าและต้นไม้ไปโดยปราศจากความลังเล สัตว์บนูเาต่างตัวสั่นเทิ้มเมื่อเผชิญหน้ากับจิติญญาหมาป่าไม่ว่าจะเป็สัตว์ดุร้ายแค่ไหนก็เป็เหมือนกันหมด
ไม่ว่าอย่างไรมันก็ถือเป็จิติญญาสัตว์ร้ายแม้ว่าจะตัวเล็กจนโดนเขมือบได้ในคำเดียวก็เถอะ
“แฮก แฮก แฮก!”
ลมหายใจของเหล่าทหารหนักหน่วงขึ้นเรื่อย ๆ
ลึกเข้าไปในูเาจนไม่รู้ว่าเข้าไปลึกแค่ไหนและในขณะที่เริ่มกังวลถึงตอนออกจากูเานั้นเอง
ครืดดดดดดด...
เ้าลูกหมาป่าที่วิ่งไปอย่างลื่นไหลหยุดชะงักกะทันหันไม่ใช่แค่นั้น มันยังดูตื่นตูมอีกด้วย
“หยุด”
เอียนกระซิบ
“หยุดเดี๋ยวนี้!”
อัศวินาุโรีบสั่งให้ทุกคนหยุดการกระทำทั้งยังไม่ลืมที่จะย่อตัวลง
สวบ สวบ
เอียนก้าวไปข้างหน้าอย่างระมัดระวังมีเพียงเสียงเหยียบหญ้าที่ดังขึ้นเบา ๆ
หน้าผาอย่างนั้นหรือ
สิ่งที่ปรากฏตรงหน้าคือผาขนาดใหญ่ลึกถึงขั้นที่ถ้าเผลอตกลงไปคงมองไม่เห็นแม้แต่กระดูกทั้งสองด้านของหน้าผามีถํ้าที่ถูกเจาะลึกเข้าไปดูเหมือนว่าจะใช้มันเป็ที่หลบภัยได้สบายหายห่วง
“คือ...ว่าดูทางนั้นสิขอรับ!”
ทหารที่มองลงไปด้านล่างหุบเขาพลันอุทานออกมาทันทีทันใดนั้น ใบหน้าของทุกคนล้วนกลายเป็ซีดเผือด
“มะ...มันเป็ไปได้ด้วยหรือ”
“นั่นมันก็อบลินอะไรกัน...”
บริเวณจุดที่ลึกที่สุดของหุบเขาภาพน่าเหลือเชื่อได้ปรากฏขึ้น
“มันมีกี่ตัวกันแน่...”
มองผ่าน ๆ ก็เห็นว่ามีพวกก็อบลินรวมตัวกันอยู่ทว่าสิ่งที่น่าเป็ห่วงคือจำนวนที่เยอะเกินไป แค่นับคร่าว ๆยังมีเกินกว่าห้าร้อยตัว
ในตอนนั้นเอง
ตึ่ง! ตึ่ง! ตึ่ง! ตึ่ง! ตึ่ง!
เหล่าก็อบลินเริ่มเคลื่อนไหวพร้อมกับเสียงกลองอันหนักหน่วงชั่วพริบตาเดียว พวกมันก็ตีวงเข้ามาโดยเว้นพื้นที่ตรงกลางไว้
ไม่เพียงเท่านั้นพวกมันยังสร้างเส้นทางที่นำไปสู่ใจกลางนั้นด้วย
เหล่าก็อบลินจัดแถวอย่างเป็ระเบียบราวกับทหารที่ถูกฝึกมาเป็อย่างดี
“ละ...แล้วเ้านั่นมันคืออะไร”
สิ่งที่ดึงดูดความสนใจของหน่วยค้นหาคือมอนสเตอร์ไม่ทราบชื่อตัวหนึ่งที่เดินอยู่บนเส้นทางตรงกลางที่ก็อบลินสร้างขึ้น
ฮ็อบก็อบลินอย่างนั้นหรือ
คราวนี้เป็เอียนที่เบิกตากว้าง
รูปร่างใหญ่ราวกับชายฉกรรจ์ ผิวอมชมพูระเรื่อมันคือฮ็อบก็อบลินอย่างที่คิดไว้แน่นอน
ได้อย่างไรกัน
ฮ็อบก็อบลินอาศัยอยู่ในทุ่งหญ้าทางตอนใต้เท่านั้นตามที่เอียนรู้มามันเป็แบบนั้น
แม้ว่าในตอนนี้เขาจะได้รู้แล้วว่าข้อมูลนั้นไม่ถูกต้อง
เ้าตัวนั้นทำตัวเป็จ่าฝูงหรือเปล่านะ
เอียนมั่นใจได้อย่างหนึ่งว่ามันกำลังทำตัวเหมือนเป็จักรพรรดิแต่งตั้งตนเองเป็กษัตริย์ของก็อบลินทุกตัวบนูเาม็อคเลียนแห่งนี้
ตึ่ง! ตึ่ง! ตึ่ง!
เสียงกลองดังอึกทึกอีกครั้งยังมีก็อบลินอีกหลายตัวออกมาจากถํ้าที่หน้าผา ดูเหมือนจะลากอะไรบางอย่างออกมาด้วย
“ท่านเ้าเมืองหรือ...”
อัศวินาุโพูดพร้อมลุกขึ้นพรวดอะไรบางอย่างที่ก็อบลินลากออกมาก็คือเ้าเมือง
“ท่านเ้าเมืองยังมีชีวิตอยู่!”
“นั่นหัวหน้านี่...!”
ไม่ใช่แค่นั้น
ราวี ม็อคเลียน ทายาทของตระกูลม็อคเลียน
อาร์โนลด์ หัวหน้ากองอัศวินม็อคเลียน
รวมถึงอัศวินและทหารที่เหลือรอดคนอื่น ๆทุกคนต่างถูกลากออกมาโดยที่ร่างกายถูกพันธนาการไว้
“เคี้ยก! เคี้ยก! เคี้ยก! เคี้ยก!”
เสียงกรีดร้องของก็อบลินแหลมบาดหูจนทำให้ริมหน้าผาสั่นะเืพวกมันโยนสิ่งปฏิกูลใส่พวกมนุษย์ที่นั่งคุกเข่าเรียงกันเป็แถว
เหวลึกเต็มไปด้วยความชิงชังและความคลุ้มคลั่ง
พิธีปะามนุษย์กำลังจะเริ่มต้นขึ้น
ชิ้ง!
ทันทีที่เห็นภาพนั้นอัศวินาุโก็ชักดาบออกมาอย่างไร้ความปรานี อัศวินคนอื่น ๆ ก็เช่นกัน
“พวกเราต้องช่วยท่านเ้าเมือง!”
แล้วทำท่าเหมือนจะลงไปในหุบเขาทันใด
“ถ้าทำแบบนั้นก็ถูกฆ่ากันหมดพอดี”
เอียนพูดกับพวกเขา จำนวนของก็อบลินน่าจะหลายร้อยเป็การต่อสู้ที่หน่วยค้นหาที่สองไม่มีทางชนะ
“เราจะยืนดูอยู่เฉย ๆ ไม่ได้นะขอรับ!”
แน่นอนว่าคุยกันไม่รู้เื่ทุกคนต่างอารมณ์พลุ่งพล่านกับสภาพของเ้าเมืองซึ่งเป็สิ่งที่เอียนคาดการณ์ไว้อยู่แล้ว
“แค่ดูอยู่เฉย ๆ เถอะ”
“ว่าไงนะ...!”
เอียนขอร้องไว้แค่นั้นก่อนจะะโลงไปยังหน้าผาโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย
“ทะ...ท่านจอมเวท!”
“ร่วงหล่นดุจขนนก”
อัศวินาุโก็ร้องด้วยความใทันทีที่เห็นอย่างนั้นเพราะเอียนไม่ได้ไต่ลงไปตามหน้าผา แต่ะโลงไปเต็มกำลังอย่างที่บอกจริง ๆ
“...เอ๋?”