หยางจื่อราชันดาบพิชิตสวรรค์

    นิกายฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์

            ขอเปลี่ยนจากเส้นชีพจรมังกรสวรรค์เป็นเส้นลมปราณมังกรสวรรค์ นะครับ

            -------------------------------------------------------------------------------

            ​หญิงสาวชุดขาวที่อยู่ในดาบยิ้มที่มุมปากในทันทีที่ได้ยินหยางจื่อกล่าวว่าอยากได้พลัง

            "เจ้าแน่ใจแล้วงั้นรึว่าต้องการพลังของข้า" หญิงสาวชุดขาวกล่าว

            "ข้าต้องการพลังที่จะช่วยคนที่ข้ารัก" หยางจื่อกล่าว

            "ย่อมได้แต่คราวนี้ข้าจะไม่ควบคุมร่างของเจ้าแต่จะให้เจ้าเป็นคนควบคุมเองเพียงแต่ข้าจะส่งพลังให้เจ้าใช้แต่ว่าเจ้าในตอนนี้ใช้พลังนั่นได้ไม่ถึงนาทีเมื่อเวลาหมดพลังปราณของเจ้าก็จะเหือดแห้งและจิตวิญญาณของเจ้าก็จะได้รับบาดเจ็บ"

            หยางจื่อกัดฟันและพยักหน้ารับอย่างไม่ลังเลในทางโม่หงเย่ในตอนนี้กำลังถูกฉินหยานไล่ต้อนจนได้รับบาดเจ็บหลายแห่ง

            "เจ้ายอมแพ้ซะ หงเย่เจ้าไม่มีทางเอาชนะข้าได้หรอก" ฉินหยานกล่าว

            "พลังของเจ้าที่ได้มามันก็แค่ชั่วคราวเท่านั้นถ้าพลังของเจ้าหมดเมื่อไหร่ก็จะเป็นเวลาตายของเจ้า"โม่หงเย่กล่าว

            "อย่างงั้นรึแต่เวลาไม่นานนี้ก็เพียงพอที่ข้าจะเอาชนะเจ้าแล้วนำเจ้ากลับไปยังสำนักปฐพีคลั่ง"ฉินหยานกล่าว

            "ไม่มีใครอยากจะไปกับตัวน่าขยะแขยงแบบเจ้าหรอก" โม่หงเย่กล่าว

            "ปากดีนักนะงั้นข้าจะฆ่าลูกศิษย์ของเจ้าก่อนเลย"

            ฉินหยานพุ่งไปทางหยางจื่อที่กำลังยืนนิ่งอยู่โม่หงเย่ตื่นตระหนกและรีบตามฉินหยานไปแต่ความเร็วของนางก็ไม่สามารถตามฉินหยานได้ทันฉินหยานเงื้อกระบี่และฟันไปทางหยางจื่อ

            "ม่ายยยย!!!!!" โม่หงเย่กรีดร้อง

            "ฉับ!!!!!"

            เสียงของการตัดดังขึ้นมาเมื่อโม่หงเย่มองไปก็เห็นแขนของฉินหยานที่เป็นฝ่ายขาดกลับคนหยางจื่อในตอนนี้กลับเป็นคนฟันแขนของฉินหยานขาดซะเอง

            "นี่มันเกิดอะไรขึ้น!!!!!!" ฉินหยานกล่าวออกมาด้วยความตื่นตระหนก

            รูปร่างของหยางจื่อในตอนนี้เปลี่ยนไปอีกครั้งดวงตากลายเป็นสีฟ้าและเส้นผมกลายเป็นสีขาวแต่แตกต่างจากครั้งที่เเล้วก็คือในตอนนี้เขาเป็นคนควมคุมร่างกายด้วยตนเอง

            "ได้เวลาตายของเจ้าเเล้ว" หยางจื่อกล่าวอย่างเย็นชา

            "หยางจื่อ" โม่หงเย่กล่าวอย่างแผ่วเบา

            "เจ้าหลบไปก่อนเดี๋ยวข้าจะจัดการกับมันเอง" หยางจื่อกล่าวและมองไปที่ฉินหยานจิตสังงหารจำนวนมหาศาลระเบิดออกมา

            "เป็นไปได้อย่างไรแค่เจ้าสวะปราณปฐพีจะมาทำร้ายข้าที่อยู่ปราณจักรพรรดิได้อย่างไร"ฉินหยานกล่าวด้วยความไม่อยากเชื่อ

            "ตูม!!!!"

            ฉินหยานระเบิดพลังและหันหลังหนีไปในทันทีหยางจื่อก็ใช้ความเร็วสูงสุดไล่ตามแต่เวลาของหยางจื่อมีจำกัดและน้อยกว่าฉินหยาน

            "คงต้องใช้ท่านั้นสินะ" หยางจื่อกล่าวอย่างแผ่วเบา

            หยางจื่อที่ได้ทำความเข้าใจพลังของมิติมาหลายวันเเล้วถึงจะไม่มากแต่ก็สามารถใช้พลังของมิติร่วมกับการโจมตีของตนได้

            "ทักษะดาบวายุอัสนี!!!!"

            คลื่นวายุอัสนีพุ่งไปข้างหน้าด้วยความเร็ว

            "มิติ!!!!"

            "วูบ!!!!"

            พลังของมิติเปิดขึ้นละดูดพลังของทักษะดาบของหยางจื่อเข้าไปและไปปรากฏอยู่ที่ตรงหน้าของฉินหยาน

            "อ๊ากกกกกกก"

            ฉินหยานกรีดร้องอย่างโหยหวนออกมาและร่วงลงสู่พื้นแต่ทางด้านของหยางจื่อเองก็ไม่ต่างกันร่างของเขามีเลือดใหลออกมาจากทวานทั้ง 5 และร่วงลงสู่พื้นแต่โม่หงเย่พุ่งมารับร่างของหยางจื่อไว้ได้ทัน

            "นี่แหละคือผลเสียของการใช้พลังของคนอื่นยิ่งเจ้าพึ่งพลังของข้ามากเท่าไหร่เจ้าก็จะยิ่งตายเร็วขึ้นเท่านั้นครั้งนี้ถือเป็นบทเรียนให้เจ้าได้รู้ว่าการใช้พลังของตนนั้นดีที่สุด"หญิงสาวในชุดสาวกล่าวด้วยรอยยิ้ม

            โม่หงเย่รีบป้อนยาให้กับหยางจื่อในทันทีเมื่อหยางจื่อกินยาเเล้วเลือดก็หยุดใหลแต่เขาก็หมดสติไปในทันทีเพราะด้วยบาดเเผลและพลังปราณที่เหือดแห้งจึงทำให้หยางจื่อไม่อาจจะทนได้ใหวและหมดสติลงไป

            "ดูเหมือนจะเป็นหย่างที่น้องเล็กทำนายไว้" องค์รัชทายาทกล่าว

            "เฮ้อทั้ง ๆที่ข้าไม่อยากให้เรื่องแบบนี้มันเกิดขึ้นแท้ๆ"จักรพรรดิฉินกล่าว

            "แต่ว่าศัตรูที่แข็งแกร่งที่สุดยังไม่ตายไปพวกเราก็ไม่สามารถนิ่งนอนใจได้"เฉินฝ่านกล่าว

            "ทุกคนจงใช้เม็ดยานั่นซะ" เจ้าสำนักปฐพีคลั่งกล่าว

            "นี่พวกมันยังมีเม็ดยาต้องห้ามนั่นอีกรึ “ เจ้าสำนักกระบี่นภากล่าว

            "ตูม!!!!"เหล่าผู้อาวุโสที่มีเม็ดยาโลหิตต่างระเบิดพลังออกมาทำให้พวกจักรพรรดิฉินใบหน้าซีดเผือดและจิตใจเริ่มท้อแท้ขึ้นมาในทันที

            เพราะพลังของพวกผู้อาวุโสของสำนักปฐพีคลั่งอย่างต่ำก็อยู่ปราณจักรพรรดิขั้นที่6 ซึ่งเหนือกว่าทางด้านจักรพรรดิอย่างชัดเจน

            "ฆ่ามันให้หมด" เจ้าสำนักปฐพีคลั่งกล่าวด้วยน้ำเสียงโหดเหี้ยม

            แต่ในขณะนั้นเองก็มีเสียงสัตว์อสูรและบอลไฟขนาดมหึมาพุ่งตรงไปทางผู้อาวุโสของสำนักปฐพีคลั่งทำให้พวกนั้นถูกไฟเผาจนกลายเป็นเถ้าถ่าน

            "นี่มันเกิดอะไรขึ้น เป็นฝีมือของใครกันที่ทำกับคนของข้า"เจ้าสำนักปฐพีคลั่งกล่าวด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราด

            "กี๊ๆๆๆ"

            ในตอนนั้นเองก็มีร่างเงาของวิหคขนาดใหญ่บินอยู่บนท้องฟ้าวิหคตนนั้นมีขนเป็นสีแดงฉานและมีรูปร่างคล้ายกับหงศ์เพลิงอย่างมากและข้างบนหลังของวิหคตนนั้นมีหญิงสาวในชุดแดงงที่มีผ้าปิดบังใบหน้าอยู่และข้างๆหญิงสาวมีหญิงชราคนหนึ่งยืนอยู่ข้างหลัง

            "พวกเจ้าเป็นใครทำไมถึงมาโจมตีพวกข้า" เจ้าสำนักปฐพีคลั่งกล่าว

            "พวกเรามาจากนิกายฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์พวกเรามาเพื่อทำลายกลุ่มคนนอกรีตที่บ่มเพาะทักษะปีศาจ"หญิงชรากล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา

            "บัดซบงั้นพวกเจ้าก็ตายไปให้หมด" เจ้าสำนักปฐพีคลั่งกล่าว

            "ท่านผู้อาวุโสฝากจัดการที่เหลือด้วย " หญิงสาวชุดแดงกล่าว

            น้ำเสียงของนางทำให้ผู้คนได้ยินรู้สึกหลงใหลอย่างมากหญิงชราพุ่งตรงไปต่อสู้กับเจ้าสำนักปฐพีคลั่งในทันทีเจ้าสำนักปฐพีคลั่งที่ได้ใช้เม็ดยาทำให้พลังของเขาเพิ่มขึ้นจนอยู่ปราณนักบุญขั้นที่4 แต่หญิงชราเองก็ไม่ได้หวาดกลัวและเข้าปะทะกับเจ้าสำนักปฐพีคลั่งตรงๆเปลวเพลิงและหมอกโลหิตปะทะกันอย่างรุนแรง

            ส่วนทางด้านหญิงสาวกลับหะนไปมองทางหยางจื่อที่นอนหมดติอยู่บนตักของโม่หงเย่อย่างสนใจ

            "ทำไมเมื่อมองไปที่เด็กคนนั้นเส้นลมปราณหงส์เพลิงของข้าถึงได้มีปฏิกิริยาที่รุนอรงเช่นนี้"หญิงสาวชุดแดงกล่าวในใจ

            -----------------------------------------------------------------------------------------------

     

    คล้ายกับเรื่องหยางจื่อราชันดาบพิชิตสวรรค์ ที่คุณอ่าน