บทที่ 17 สวีเถาเถาผู้เป็ความหวังของครอบครัว
ก่อนเปิดร้านใน่บ่าย สวีเถาเถาได้กินข้าวอีกมื้อ ครั้งนี้พี่ก่วงซุ่นเป็คนทำ มีข้าวสวย มันฝรั่งเส้นซอสเปรี้ยวและผัดผักกาดขาวหมูสไลด์ เห็นแล้วรู้สึกว่าน่ากินกว่าตอนกลางวันเสียอีก!
แต่เื่รสชาติอย่าไปคาดหวังอะไรมาก มีเนื้อให้กินแล้วยังจะบ่นอีก ยังมีความเป็คนอยู่หรือเปล่า?
สวีเถาเถาคือคนในความหมายนั้น ในใจเธอก็แอบวิจารณ์รสชาติอาหารจริง ๆ แม้ว่าเธอจะไม่ชอบฝีมือของพ่อครัวซุน แต่อย่างน้อยอาหารของเขาก็ยังพอกินได้
แต่ฝีมือการทำอาหารของพี่ก่วงซุ่นนั้นแย่มาก แม้แต่เนื้อก็ช่วยให้ฝีมือการทำอาหารของเขาดีขึ้นไม่ได้!
แต่อาหนิวและหนิวชิงเฉ่ากลับกินอย่างเอร็ดอร่อยเลยทีเดียว
หนิวชิงเฉ่ากินเนื้อคำโตพลางเร่งเธอ "สวีเถาเถา กินเร็ว ๆ สิ นาน ๆ ทีจะได้กินเนื้อนะ!"
แม้แต่ร้านอาหารของรัฐก็ไม่ได้มีเนื้อให้กินทุกมื้อ ถ้าไม่รีบกิน เนื้อหมูสไลด์ก็จะถูกพ่อครัวซุนกับอาของเธอแย่งไปหมด
พ่อครัวซุนถือชามพลางพูดประชดว่า "พ่อแม่เขาทำงานที่โรงงานแปรรูปเนื้อสัตว์ เธอคงมีโอกาสได้กินเนื้อมากกว่าพวกเรา จะไปห่วงอะไรเธอล่ะ!"
หนิวชิงเฉ่าจ้องมองสวีเถาเถาด้วยความตกตะลึง พี่ก่วงซุ่นก็ไม่อาจซ่อนความประหลาดใจบนใบหน้าได้ แม้แต่อาหนิวก็ยังอ้าปากค้าง
"พระเ้า สวีเถาเถา! บ้านของพวกคุณทำงานที่โรงงานแปรรูปเนื้อสัตว์เหรอ! นั่นมันโชคดีจริง ๆ ! ฉันว่าทำไมคุณไม่ไปหางานที่โรงงานเนื้อสัตว์ล่ะ มีคนอยากเข้าทำงานที่นั่นตั้งเยอะแต่ก็เข้าไม่ได้นะ!"
สวีเถาเถาไม่ได้สนใจที่พ่อครัวซุนเปิดเผยสถานการณ์ครอบครัวของเธอ เธอวางตะเกียบลงแล้วพูดพร้อมรอยยิ้ม "บ้านฉันทำงานที่โรงงานแปรรูปเนื้อสัตว์ก็จริง แต่ถึงจะเป็โรงงานแปรรูปเนื้อสัตว์ก็ไม่ได้หมายความว่าจะได้กินเนื้อง่าย ๆ หรอกนะ ก็เหมือนกับร้านอาหารของรัฐเรานี่แหละ ดูแลอาหารการกินของคนทั้งมณฑลตะวันตก ก็ต้องตั้งใจรับใช้ประชาชนอย่างซื่อสัตย์ ฉันคิดว่าทำงานที่ไหนก็เหมือนกัน ฉันชอบร้านอาหารของรัฐของเรา ที่นี่มีกลิ่นอายของชีวิตและบรรยากาศที่อบอุ่นเป็กันเอง!"
ระบบได้ยินแล้วแทบจะอาเจียนออกมา [โฮสต์ฉันไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าคุณมีความสามารถในการโกหกหน้าตายขนาดนี้]
สวีเถาเถายิ้มโดยไม่พูดอะไร
คำพูดของเธอเห็นได้ชัดว่าได้ผล แม้แต่พ่อครัวซุนที่มีอคติกับเธอ ตอนนี้กลับมีสีหน้าดูดีขึ้น อาหนิวและหนิวชิงเฉ่ายิ่งแสดงความซาบซึ้งออกมาทางสีหน้ามากขึ้น
ตอนเปิดร้าน่บ่ายสวีเถาเถาสังเกตเห็นได้ชัดว่าอาหนิวมีท่าทีเป็มิตรกับเธอมากขึ้น
หรือว่าคนที่นี่ชอบฟังคำเยินยอกันนะ?
แน่นอนว่าคงไม่ใช่
่บ่ายเปิดร้านเหมือนตอนเที่ยง มีลูกค้าแห่เข้ามาจนแน่นอีกครั้ง
หลังเลิกงานตรงเวลาตอนหกโมงเย็น อาหนิวแอบดึงตัวเธอไว้ด้วยท่าทางเกรงใจ
"สวีเถาเถาต่อไปนี้เราก็เป็เพื่อนร่วมงานกันแล้วนะ คือว่าลูกชายคนรองของอาพี่ชายของชิงเฉ่าน่ะ จะแต่งงานเดือนหน้า อาอยากขอความช่วยเหลือจากเธอหน่อยได้ไหมเธอช่วยขอเนื้อจากพ่อของเธอหน่อยสิ? อามีเงินให้นะ แต่แค่คูปองเนื้อมันมีไม่พอ"
ที่แท้ก็รอจังหวะนี้อยู่นี่เอง
แต่อาหนิวกับหนิวชิงเฉ่าก็ดีกับเธอมาตลอด แค่ขอเนื้อจากโรงงานเป็เื่เล็กน้อย สวีเถาเถาจึงไม่ปฏิเสธ
เธอตอบตกลงทันที "อาหนิวพูดอะไรอย่างนั้นคะ เราเป็เพื่อนร่วมงานกันแล้ว อาเป็รุ่นพี่ แถมยังดูแลฉันดีขนาดนี้ ถ้ามีอะไรที่ฉันช่วยได้ก็ต้องช่วยอยู่แล้ว พี่ชายของชิงเฉ่าจะจัดงานแต่งวันไหนถ้าใกล้ถึงแล้วอาบอกฉันอีกทีนะ ฉันจะให้พ่อเตรียมไว้ให้ แค่มีเงินก็พอ ส่วนคูปองเนื้อ ถ้ามีไม่พอฉันสำรองจ่ายให้ก่อนก็ได้!"
แน่นอนว่าเธอไม่ต้องสำรองจ่ายอะไรหรอก เพราะการเอาเนื้อจากในโรงงานไม่ต้องใช้คูปองอยู่แล้ว
แต่คำพูดไพเราะของสวีเถาเถาทำให้อาหนิวรู้สึกสบายใจมาก
จับมือสวีเถาเถาพลางชมเชยเธออย่างต่อเนื่อง "อาต้องขอบคุณเธอจริง ๆ นะ! สวีเถาเถา เธอเป็เด็กดีจริง ๆ ! ไม่แปลกเลยที่หนิวชิงเฉ่าจะชอบเธอมาก! อาก็ชอบเธอเหมือนกัน!"
สวีเถาเถาคิดในใจ ถ้าเป็ฉัน ฉันก็ชอบคนที่เอาเนื้อมาให้ฉันเหมือนกันแหละ
เมื่อสวีเถาเถากลับถึงบ้าน ทุกคนในครอบครัวกำลังรอเธอกินข้าว แม้แต่พี่รองที่มักจะเข้างานกะกลางคืนก็อยู่ด้วย ทุกคนต่างจ้องมองสวีเถาเถาตาปริบ ๆ
สวีต้ากวงผู้เป็หัวหน้าครอบครัวกระแอมเบา ๆ แล้วเอ่ยขึ้นเป็คนแรก "นั่งลงกินข้าวกันก่อนเถอะ"
แม้สวีเถาเถาจะนั่งลงแล้ว แต่เธอก็ส่ายหน้า "หนูไม่กินแล้ว หนูกินที่ร้านมาแล้ว ตอนนี้อิ่มจนจุกคอ กินไม่ลงแล้ว"
สวีกั๋วหัวได้ยินแล้วทำหน้าอิจฉา "ฉันเคยได้ยินคนอื่นพูดว่าอาหารที่ร้านอาหารของรัฐอร่อยมาก แต่ก่อนก็ไม่เชื่อ ตอนนี้คงต้องเริ่มเชื่อแล้ว เพราะน้องเล็กกินจนอิ่มแปล้เลย!"
สวีกั๋วเฉียงพยักหน้าเห็นด้วย แล้วพูดว่า "ร้านอาหารของรัฐนี่นะ กินได้ไม่อั้นเลยสิ น้องเล็กเธอผอมเกินไปแล้ว ไปกินที่ร้านอาหารของรัฐบ่อย ๆ จะได้อ้วนขึ้นหน่อยนะ!"
สวีต้ากวงถามสวีเถาเถา"รู้สึกยังไงบ้าง เข้ากับเพื่อนร่วมงานได้ดีไหม?"
สวีเถาเถาเลือกพูดแต่เื่ดี ๆ เช่น เพื่อนร่วมงานทุกคนเป็กันเอง และคอยดูแลเธอเป็อย่างดี
สวีต้ากวงจึงวางใจลงได้ "ลูกยังเด็กอยู่ เพิ่งเข้าไปทำงานใหม่ ๆ ต้องรักษาความสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงานให้ดี อย่าไปทำให้หัวหน้าพ่อครัวโกรธเป็อันขาด"
สวีเถาเถาคิดในใจ หนูคงต้องทำให้พ่อผิดหวังแล้วละ เพราะวันแรกหนูก็ทำให้หัวหน้าพ่อครัวโกรธเข้าแล้ว
จ้าวซิ่วหลานเป็ห่วงเื่ค่าตอบแทนและอาหารการกินของลูกสาว สวีเถาเถาจึงเล่าให้ฟังอย่างละเอียดถึงอาหารที่ได้กินตอนเที่ยงและตอนบ่าย
พอได้ยินว่ามีทั้งปลาและเนื้อหมูทุกคนในบ้านตระกูลสวีต่างน้ำลายสอ พอกินบะหมี่เสร็จแล้ว ยังกินข้าวสวยต่อได้อีก
สวีลี่ลี่ที่ั้แ่ตอนเช้ายังงอนสวีเถาเถาเื่เงินห้าหยวนอยู่พอได้ยินแบบนี้ก็หลงเหลือแต่อยากรู้อยากเห็น จึงถามอย่างตื่นเต้น "น้องเล็กร้านอาหารของรัฐที่เธอทำยังรับคนอยู่มั้ย? พี่ไปทำได้มั้ย?"
เธอพูดจบก็โดนจ้าวซิ่วหลานฟาดด้วยตะเกียบจนต้องนั่งหลังตรง
"เพ้อเจ้ออะไรอยู่! ร้านอาหารของรัฐเป็ที่ที่อยากไปก็ไปได้ง่าย ๆ งั้นเหรอ! งานของน้องแกนี่ได้มาเพราะขายสูตรพะโล้เลยนะ! แม่ได้ยินมาว่าแม้แต่ลูกของข้าราชผู้ใหญ่หลายคนก็ยังไม่มั่นใจว่าจะเข้าทำงานในร้านอาหารของรัฐได้เลย!"
สวีเถาเถาเห็นด้วย "แม่พูดถูก แค่หัวหน้าพ่อครัวของร้านเราเองยังพยายามจะยัดหลายชายของเขาเข้ามา แต่ก็ยังไม่มีโอกาสเลย"
"แม้แต่หลานชายของหัวหน้าพ่อครัวยังไม่มีโอกาส แล้วเธอที่เป็แค่ผู้ช่วยในครัวจะมีโอกาสอะไร?"
สวีลี่ลี่รู้สึกผิดหวังอย่างสิ้นเชิง แต่ก็ยังไม่ยอมแพ้ พลางพูดต่อว่า "น้องเล็กเธอต้องพยายามให้มาก ๆ นะ ทำให้ได้เลื่อนตำแหน่งเป็หัวหน้าพ่อครัวไปเลยแล้วต่อไปได้เป็ผู้นำพี่สาวคนนี้จะมีชีวิตที่ดีได้หรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับเธอคนเดียวแล้วละ!"
สวีเถาเถาตอบว่า "พี่ การที่พี่จะมีชีวิตที่ดีหรือไม่ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับฉันหรอก แต่ขึ้นอยู่กับตัวพี่เองต่างหาก"
เธอยังกินข้าวฟรีไม่ได้เลย แต่กลับมีคนอยากจะมากินข้าวฟรีจากเธอซะแล้ว!
สวีลี่ลี่พูดอย่างจริงจังว่า "ฉันไม่พึ่งตัวเองหรอก! เพราะฉันรู้ว่าฉันทำไม่ได้! แม่บอกว่าเธอเป็คนที่มีอนาคตที่สดใสที่สุดในครอบครัวเรา และต่อไปก็จะต้องประสบความสำเร็จมากที่สุด พวกเราทั้งครอบครัวต้องหวังพึ่งเธอคนเดียว!"
จ้าวซิ่วหลานพยักหน้าเห็นด้วย มองสวีเถาเถาด้วยสายตาอ่อนโยนจนแทบจะมีน้ำตา
คนอื่น ๆ ในครอบครัวก็มีสีหน้าแบบเดียวกัน เชื่อมั่นอย่างยิ่ง ราวกับว่าสวีเถาเถาถูกกำหนดให้มีอนาคตที่ยิ่งใหญ่!
สวีเถาเถา "..."
"ทุกคนคาดหวังกับหนูสูงเกินไปจริง ๆ นะ!"
หลังจากทำงานติดต่อกันหลายวัน สวีเถาเถาก็คุ้นเคยกับขั้นตอนการทำงานแล้ว โดยปกติก็ไม่ได้ยุ่งมากนัก แค่เตรียมผักและเนื้อที่พ่อครัวซุนต้องใช้ทำอาหาร ล้างและหั่นให้เรียบร้อย
ส่วนการทำอาหารนั้น เธอกับพี่ก่วงซุ่นแทบไม่ได้มีส่วนร่วมเลย พ่อครัวซุนยังคอยจับตาดูอย่างใกล้ชิด เพราะกลัวว่าทั้งสองจะแอบเรียนรู้วิชาจากเขาไป
ทุกครั้งที่พ่อครัวซุนไล่พวกเขาทั้งสองคนออกไป แล้วอยู่ทำอาหารในครัวคนเดียว สวีเถาเถามักจะสังเกตเห็นแววตาที่แสดงความไม่พอใจที่ซ่อนอยู่ของพี่ก่วงซุ่นเสมอ
ในฐานะคนนอก สวีเถาเถารู้สึกว่าหัวหน้าพ่อครัวทำแบบนี้ก็ไม่ถูกต้อง รับเขาเป็ศิษย์แล้วไม่ยอมสอน แบบนี้มันเป็การทำให้คนอื่นเสียเวลาชัด ๆ !