"เหตุไยท่านแม่...ถึงม่ะขะยับอะ ท่านพี่..."
หลี่เซียนเซียนนั่งยอง ๆ อยู่ใต้เงาแสงอ่อนที่ลอดผ่านหน้าต่าง ดวงตากลมใสจ้องใบหน้าของมารดาที่นอนนิ่งไม่ไหวติง มือเล็กเอื้อมไปแตะปลายแขนของนางอย่างแ่เบา ราวกับกลัวว่าจะทำเจ็บ ริมฝีปากเล็กขมุบขมิบ ขณะเสียงสั่น ๆ เอ่ยออกมาอีกครั้ง
"ั้แ่นางเอาหัวโขกกำแพง...ตอนทะเลาะกะท่านพ่อ...ตอนเช้า...ท่านแม่ก็ม่ายลืมตาเลย..." นางเบะปากน้อย ๆ ก่อนจะเงยหน้ามองพี่ชายด้วยน้ำตาคลอเบ้า
"สตรีโหดร้ายแบบนี้น้องเล็กอย่าสนใจนางเลย ตายๆ ไปก็ดี จะได้ไม่ต้องมีใครตีพวกเราอีก"
เสียงของหลี่เซ่าหยางดังขึ้นข้างหู ไม่มีคำว่าห่วงใย มีเพียงความชาชินกับความโหดร้ายเกินวัยอย่างน่าขนลุก... ทั้งที่เด็กชายอายุเพียงห้าหนาวเท่านั้น
ทันใดนั้น...เสียงเล็ก ๆ ทั้งสองที่ดังอยู่ข้างหู ไหลเข้ามาในโลกที่ว่างเปล่า โลกไร้สี ไป๋เหยียนอวี่ไม่แน่ใจว่านั่นคือเสียงในความฝันหรือความจริง เปลือกตาของเธอกระตุกเล็กน้อยปลายนิ้วขยับช้า ๆ ก่อนที่หญิงสาวก็ค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมา
ภาพแรกที่นางเห็น...คือใบหน้าของเด็กหญิงตัวน้อยที่กำลังมองเธอด้วยดวงตาเบิกกว้าง น้ำตาคลออยู่เต็มขอบตาเหมือนยังไม่แน่ใจว่าสิ่งที่เห็นนั้นคือความจริงหรือความฝัน
ถัดไป เป็เด็กชายที่ยืนห่างออกไปเล็กน้อยแววตาแข็งกร้าวยามเมื่อปะทะกับสายตานางเพียงเสี้ยววินาที ก่อนรีบเบือนหน้าหนี
ทันใดนั้นเสียงเล็ก ๆ ของเด็กสาวดังขึ้น
“ท่านแม่ฟื้นแย้ว” เด็กหญิงพูดขึ้นพร้อมกับยื่นหน้ามาใกล้อย่างตื่นเต้นปนระแวง ดวงตากลมใสสั่นไหว ราวกับยังไม่แน่ใจว่าควรยิ้มออกมาหรือถอยหนีออกมา
แต่ยังไม่ทันที่ไป๋เหยียนอวี่จะเอ่ยคำใดออกมา ร่างเล็กๆ ของหลี่เซ่าหยางก็พุ่งเข้ามาขวางผู้เป็น้องสาวไว้ทันควันเขายืนกางแขน ขวางร่างเล็กเอาไว้ทั้งตัวแววตาแข็งกร้าวอย่างเด็กที่พร้อมจะปกป้องน้องสาว
"ท่านแม่..." เขาพูดเสียงเข้ม แต่สั่นเบาในลำคอ
"ข้า... เป็คนแอบเอาหมั่นโถวของท่านมากินเอง...ขอรับ" เด็กชายตัวน้อยกลืนน้ำลาย กำมือแน่น
"ท่านแม่อย่าตีน้องเล็กเลย... น้องเล็กไม่ได้รู้เื่อันใด"
คำพูดนั้นดังขึ้นใส่ใบหน้าของไป๋เหยียนอวี่เหมือนถูกค้อนเหล็กกระแทกกลางอกจนแทบหายใจไม่ออก ทำไมเด็กสองคนถึงได้น่าสงสารเช่นนี้
“แล้วที่นี่มัน...คือที่ไหนกันแน่? ฉันจมน้ำตายไปแล้วตายไม่ใช่หรือ”
เธอยังจำได้ชัดเจน...ในคืนที่จันทรุปราคาเคลื่อนปกคลุมฟากฟ้า แสงจันทร์มืดดับ ราวกับโลกถูกกลืนกินโดยเงามืด ตัวเธอ ได้ไล่ตามคนร้ายไปออกจากป่าไผ่ไปทางหลังหมู่บ้านกู่ซาน ทันใดนั้นชายคนนั้น เขาชูมือขึ้น ขว้างพวงกุญแจนกกระเรียนกระดาษสีเืก่อนจะปล่อยให้มันร่วงหล่นใส่ตัวเธอ หลังจากนั้นชายคนก็พูดขึ้นมา
“ท่านจอมมารจะต้องหวนกลับคืนมา...ข้าส่งเครื่องสังเวยิญญาดวงสุดท้ายไปให้ท่าน” ถ้อยคำนั้นมันหมายความว่าอย่างไร?
ในขณะที่เธอกำลังครุ่นคิดอยู่นั้น ทันใดนั้นความทรงจำมากมายก็ก็ไหลเข้ามาในสมอง และในวินาทีนั้น เธอก็เข้าใจได้อย่างทะลุปรุโปร่ง ที่แท้…เธอทะลุมิติมาอยู่อีกยุคหนึ่งเธอกลายเป็หญิงสาวที่ชื่อ ไป๋เหยียนอวี่ เช่นเดียวกัน แต่ไม่ใช่สารวัตรหญิงแห่งหน่วยสืบสวนยุคปัจจุบันอีกแล้ว
เธอคือหญิงสาวแห่งหมู่บ้านตงอวี้ ที่อยู่ในแคว้นไป๋เจี้ยน ไป๋เหยียนอวี่หลุบตามองฝ่ามือตัวเองอย่างเชื่องช้า ปลายนิ้วเย็นเฉียบลูบผ่านเส้นผมที่ปรกหน้าผาก
"ทำไมชื่อแคว้นนี้มันคุ้น ๆ จัง..." เสียงพึมพำของเธอเบาหวิว แต่กลับเหมือนทิ่มแทงเข้าไปในหัวใจ ทันใดนั้นเธอก็นึกขึ้นได้
แคว้นไป๋เจี้ยน…มันคือชื่อแคว้นของพระรองผู้เป็เ้าของหอการค้าเงาจันทร์ที่ร่ำรวยที่สุดในแคว้น ในนิยายเื่ “เสียงกระซิบรักจากวังหลัง” ผลงานดังของนักเขียนไป๋ลั่วเฟิง
'อย่าบอกนะว่า…ฉันทะลุเข้ามาในนิยายจริง ๆ'
ไป๋เหยียนอวี่เม้มริมฝีปากแน่น ความเย็นเฉียบไหลย้อนกลับเข้ากระดูกสันหลัง ร่างกายเธอแข็งทื่อ แต่สมองแล่นเร็วเกินควบคุม ประหนึ่งใครเปิดสวิตช์ความทรงจำที่ถูกล็อกไว้
ในโลกใบนี้ เป็โลกที่มีเพศมากกว่าชายหญิง ยังมี ‘เพศเกอ’ ซึ่งคือเพศพิเศษที่สามารถให้กำเนิดได้ในชาย และในโลกนี้ มีพลังลมปราณคือสิ่งแบ่งชนชั้น ฐานะ และชะตาชีวิต ระดับพลังลมปราณ จะแบ่งเป็ 5 ขอบเขตใหญ่ั้แ่ต่ำไปจนสูง ได้แก่ ปราณก่อราก ,ปราณหลอมกาย ,ปราณรวมจิต ,ปราณจุติ และปราณราชัน แต่ละขอบเขตจะแบ่งย่อยอีก 3 ่คือ ชั้นต้น ขั้นกลาง และขั้นสูง
ในความทรงจำเดิม ร่างที่นางมาอาศัยอยู่นี้เป็ภรรยาของบุรุษผู้หนึ่งชื่อ มีนามว่าหลี่อวี้เสวียน บุรุษผู้ที่ไม่มีที่มาที่ไป ไม่ปรากฏชื่อในทะเบียนตระกูลใดทั้งสิ้น
น่าแปลกที่เ้าของร่างนี้หน้าตาเหมือนกับเธอมากราวกับเป็คนๆเดียวกัน... แตกต่างแต่เพียงเ้าของร่างนี้อายุยี่สิบต้น ๆ ไม่มีชื่อเสียง ไม่มีฐานะ ไม่มีคุณงามความดีอะไรให้คนจดจำ หากจะมีชื่อเรียก ก็คงเป็ฉายาที่ชาวบ้านตั้งให้ด้วยความดูแคลน
เด็ก ๆ ในหมู่บ้านเรียกนางว่า “แม่นางหาว” ผู้ใหญ่ทั้งหมู่บ้านเรียกนางว่า “ตัวโชคร้ายของตระกูล” ไม่มีใครอยากเข้าใกล้ ไม่มีใครอยากเอาไปเป็สะใภ้ แม้จะมีรูปลักษณ์ที่งดงามน่าเสียดายก็ไม่อาจลบล้างความี้เีและเคราะห์ร้ายที่ผู้คนเชื่อว่าเกาะติดตัวนางมา
จนกระทั่งวันหนึ่ง...เสบียงที่เคยสะสมไว้หมดลงอย่างสิ้นเชิง ไร้เงาแม้แต่ถุงข้าวสารใบสุดท้าย หยาดน้ำซุปหยดสุดท้ายก็ถูกลิ้นแมวยื้อยุดไป เ้าของร่างนี้จึงไม่มีทางเลือก นางต้องเดินฝ่าลมหนาวกัดกระดูกไปยังบ้านของลุงใหญ่...ครอบครัวเดียวที่ยังเหลืออยู่ในนามสายเื
เมื่อไปถึง เ้าของร่างนี้ไม่ได้รับแม้แต่ความเมตตา ลุงใหญ่ทอดสายตามองด้วยความรังเกียจ น้ำเสียงเฉียบคมเย้ยหยัน ก่อนจะตะเพิดนางกลับไปเหมือนหมูเหมือนหมา ราวกับวันคืนที่พ่อแม่ของนางเคยช่วยเหลือพวกเขา ไม่เคยมีอยู่จริง
สุดท้าย สิ่งที่เ้าของร่างนี้ได้รับกลับมาคือประตูบานใหญ่ที่ปิดใส่หน้าอย่างไร้เยื่อใย และคำพูดสุดท้ายที่ฝังลงในใจยิ่งกว่าความหนาว
"ต่อไปนี้ เ้าอย่ามาเหยียบบ้านของข้าอีก" ความสัมพันธ์เพียงเส้นเดียวที่ยังเหลืออยู่ในโลกนี้ ถูกตัดขาดลงอย่างเืเย็น
เ้าของร่างนี้จึงได้แต่ฝืนร่างกายอ่อนล้า ออกไปยังป่าลึก หวังหาผักรากไม้พอประทังชีวิต ลมหนาวพัดผ่านเหมือนใบมีดซัดใส่ผิวเนื้อ ทุกย่างก้าวบนพื้นดินชื้นเย็นคือการฝืนใจไม่ล้มลงนอนตายเสียตรงนั้น
และแล้ว... โชคชะตาก็เล่นตลกกับนาง ที่ใต้ต้นไม้ใหญ่กลางป่าลึก ท่ามกลางความหนาวเหน็บและเสียงลมหายใจของสัตว์ป่า เ้าของร่างนี้พบร่างชายแปลกหน้า นอนแน่นิ่งจมกองเื เสื้อผ้าขาดวิ่น าแเต็มตัว ราวกับเพิ่งหนีจากความตาย ใบหน้าเขาหล่อเหลาราวเทพในตำนาน แม้เปื้อนเืก็ยังดูน่าหลงใหล
หัวใจของไป๋เหยียนอวี่เต้นแรง นางไม่เข้าใจว่าทำไม ทั้งที่ไม่รู้จักเขาเลยสักนิด มือของนางเอื้อมออกไปอย่างไม่รู้ตัว ััปลายคางที่เย็นเฉียบ
และทันใดนั้น...มือหนาคู่นั้นคว้ามือบางไว้แน่น ดวงตาคมดุพลันลืมขึ้น สบกับเ้าของร่างนี้อย่างจ้องลึกถึงกระดูก เสียงแหบพร่าดังขึ้นเบาๆ ...ทำให้ชีวิตเ้าของร่างนี้เปลี่ยนไปตลอดกาล
“ช่วยข้าด้วย...อย่าให้พวกมันเจอข้า…”
เพียงเสี้ยววินาทีนั้น ไป๋เหยียนอวี่ไม่รู้เลยว่า… คำคำนั้นจะกลายเป็พันธะที่ลากเ้าของลากนี้เข้าสู่วังวนแห่งความรัก…และความแค้น
เ้าของร่างนี้ลากร่างของบุรุษแปลกหน้าผู้นั้นกลับมากระท่อมที่อยู่ท้ายหมู่บ้าน ทั้งที่แผลลึกจนแทบไม่แน่ใจว่าเขาจะรอดหรือไม่ นางใช้สมุนไพรที่ท่านพ่อ ท่านแม่เคยสอน ค่อย ๆ บด ต้ม ตำ ผสมน้ำอุ่นล้างาแ เช็ดเนื้อตัว ป้อนยา เปลี่ยนผ้าพันแผลอย่างอ่อนโยน
ทุกคืน...นางเฝ้าดูแลบุรุษแปลกหน้าราวกับเขาคือโชคชะตาเดียวที่เหลืออยู่ในชีวิต แม้ในใจลึก ๆ จะรู้ว่าชายผู้นี้อาจไม่มีวันมองเห็นตนเองเลยก็ตาม
จนกระทั่ง... ชายผู้นั้นฟื้นขึ้นมา เขามองเ้าของร่างนี้ด้วยสายตานิ่งเฉย ใจเย็นราวกับทะเลน้ำแข็ง
"เ้าคือผู้ช่วยข้าเช่นนั้นหรือ" คำพูดสั้น ๆ และเ็านั้น กลับฝังลึกยิ่งกว่าคำใด ๆ
เ้าของร่างนี้แม้พยายามจะยิ้ม... พยายามจะเข้าไปใกล้... พยายามจะให้บุรุษผู้นั้นเห็นว่านางรักเขามากเพียงใดแต่ยิ่งเข้าใกล้ ชายแปลกหน้ากลับยิ่งถอยหนี
สุดท้ายเมื่อความรักบังตาไป๋เหยียนอวี่ นี้จึงเลือกใช้ "เล่ห์กล" ในคืนหนึ่ง... ใต้เปลวเทียนราง ๆ ให้เขาดื่มน้ำชาที่นางชงให้ น้ำชาที่มีกลิ่นหอมลึกแต่ซ่อนพิษร้อนแรงของยาปลุกกำหนัด สมุนไพรต้องห้ามที่แม้แต่พ่อแม่นางยังเคยเตือนนักหนาว่า "อย่าได้ใช้กับใครเด็ดขาด" แต่เ้าของร่างนี้.. ก็ยังใช้มัน
ราตรีนั้นยาวนานกว่าทุกคืนที่ผ่านมาแต่สำหรับไป๋เหยียนอวี่ มันจบลงั้แ่ยังไม่เริ่ม รุ่งเช้าหลี่อวี้เสวียนลืมตาขึ้น มองเ้าของร่างนี้ด้วยแววตาที่เ็ากว่าครั้งใด
“เ้าหลอกข้า...”
คำพูดนั้นเหมือนคมดาบเฉือนกลางใจ แรงยิ่งกว่าคำด่าทอใด นางได้กายชายผู้นั้น...แต่จิตใจของเขา กลับห่างไกลราวกับอยู่คนละฟากฟ้า
ั้แ่วันนั้นเป็ต้นมา บุรุษผู้นั้นก็ไม่เคยแตะต้องเ้าของร่างนี้อีก แต่ชายหนุ่มผู้นั้นก็มิได้จากไป เพราะมีเหตุจำเป็บางอย่าง ไม่นานนักเสียงนินทาของชาวบ้านที่เริ่มหนาหู และเพราะนาง... ตั้งครรภ์ บุรุษผู้นั้นจึงจำต้องแต่งอย่างเลี่ยงไม่ได้
เ้าของร่างเดิมเคยเชื่อว่า หากยึดกายเขาไว้ได้ สักวันหนึ่งใจเขาก็จะหันกลับมา แต่ความจริง... คือคำตอบที่โหดร้าย ยิ่งดึง ยิ่งไกล ยิ่งยึด ยิ่งเจ็บ
ในความทรงจำที่พรั่งพรูเข้ามาราวกระแสน้ำหลาก ไป๋เหยียนอวี่ได้เห็นทุกสิ่ง เห็นความรักที่แปรเปลี่ยนเป็ความเกลียด เห็นน้ำตาของเด็กน้อยที่ถูกตีด้วยเหตุผลที่พวกเขาไม่อาจเข้าใจ
หัวใจของไป๋เหยียนอวี่ปวดร้าวยิ่งกว่าครั้งใดเด็กสองคนนั้น... ไม่ควรถูกเกลียด เพียงเพราะได้รับความรักจากบิดา เด็กสองคนนั้น... ไม่ควรถูกตีเพียงเพราะนางไม่ได้เป็ที่รักของบุรุษผู้นั้น
'สามีไม่รักก็ไม่เป็ไร... เพราะความรักที่ฝืน มันไม่ได้มีค่าอะไรเลย และในเมื่อเขาอยากหย่ากับเ้าของร่างนี้เต็มที ข้าก็จะหย่าให้'
'แต่สิ่งหนึ่งที่ข้าจะไม่มีวันยอมให้พรากไปจาก...คือเด็กน้อยที่แสนจะน่ารักทั้งสองคนนี้'
'ต่อไปนี้ข้าจะกลายเป็มารดาของเด็กน้อยทั้งสองเอง'

คือแบบ... ยัยสารวัตรไป๋ที่เคยดุดันข่มฆาตกรระดับท็อปของปักกิ่ง
วันนี้ทะลุมิติกลายเป็ “ท่านแม่หัวร้อน” ที่เด็กในหมู่บ้านกลัวจนขี้แทบร่วงแล้วค่ะทุกคน
เื่มันเริ่มจากอะไรไม่รู้ แต่ตื่นมาอยู่ในยุคจีนโบราณ พร้อมแพ็กเกจ
“สามีไม่รัก ลูกหวาดกลัว ข้าวสารหมดบ้าน” ปั๊วะปังจัด
นี่ยังไม่พอ ลูกชายยังพูดอีกว่า “ตายๆ ไปก็ดี จะได้ไม่ต้องมีใครตีพวกเราอีก”
ยัยน้องช่างดวงซวยเช่นนี้ได้เกิดมาในร่างที่ทุกคนรังเกียจ ทุกคนมาเอาใจช่วยยัยน้องด้วยนะ
ยัยแม่จะ “หย่า” แล้วสวยสง่าในแดนเกอ หรือจะโดนตบด้วยพล็อตรักพระเอกสายแข็ง มาลุ้นกันนะค่ะ