บทที่ 12 เป้าหมาย… ถูกกำหนดแล้ว
เดี๋ยวก่อน ท่านพ่อ! อย่าเพิ่งฆ่านาง”เสียงของจ้าวหลินดังขึ้นอย่างเร่งรีบ
“นางอาจยังมีประโยชน์ โปรดอย่าพึ่งลงมือ”
จ้าวเทียนหรงชะงักเล็กน้อย ก่อนจะหันไปมองบุตรชายดวงตาเต็มไปด้วยความสงสัยฃ
“ท่านพ่อจากนี้ท่านจะทำอย่างไรต่อ” เมื่อได้ยินคำถามจ้าวเทียนหรงก็ขมวดคิ้วครุ่นคิด
จ้าวหลินเห็นท่าทางคิดหนักของจ้าวเทียนหรง จึงเอ่ยขึ้น “ข้ามีแผนอยู่ท่านลองฟังดูก่อนดีหรือไม่?”
เมื่อได้ยินจ้าวเทียนหรงดวงตาเบิกโพรง“เ้าลองว่ามา”
จ้าวหลินค่อยๆเอ่ยอย่างช้าๆ “อันดับแรกเราต้องกำจัดคนของจ้าวซิวอิงให้หมดก่อน โดยเราถามรายชื่อเอาจากจ้าวหลิงหลานอันดับที่สองข้าคิดว่าคนที่จ้าวซิวอิงจ้างวานน่าจะต้องอยู่อย่างน้อยระดับปราณสร้างสรรค์ฉนั้นข้าคิดว่าท่านควรทะลวงเข้าสู่ปราณสร้างสรรค์อันดับสามเราต้องชิงลงมือก่อนข้าคิดว่าเราควรเล่นงานนางตอนกำลังกลับตระกูล แลสุดท้ายเราต้องกำจัดรดับสูงของตระกูลซ่งหรือไม่ก็อย่าให้เหลือสักคนตอนนี้เรามีเวลาประมาณดือนกว่าก่อนที่จ้าวซิวอิงจะกลับ”
สูดดด! ผู้าุโทั้งสามสูดหายใจเข้าลึก “เ้าเด็กคนนี้คิดการณ์ไกลขนาดนี้เลยหรือ”
ด้านจ้าวตี้ก็เหงื่อตกมือเย็นเฉียบแล้วคิดในใจ“ข้าโชคดีที่ย้ายข้างมาอยู่ด้านคุณชายหลิน ไม่งั้นข้าไม่สามารถรอดถึงพรุ่งนี้แน่”
ด้านจ้าวเทียนหรงฟังแล้วก็คิดตามแล้วเขาก็พูดขึ้น “ข้อแรกเราสามารถทำได้เลย” เขาหันไปหาผู้าุโทั้งสามแล้วพูดขึ้น “เื่กำจัดคนทรยศ รบกวนท่านอาทั้งสามแล้ว” ผู้าุโทั้งสามพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ
จ้าวเทียนหรงกล่าวต่อ “ส่วนเื่ที่สองข้าพยามทะลวงหลายครั้งแล้วแต่มันล้มเหลวทุกครั้ง”
จ้าวหลินได้ยินเช่นเขาทราบดีอยู่แล้วเนื่องจากเขาเคยผ่านจุดนี้มาก่อนเขาลอบกล่าวในใจ “ข้ารู้อยู่แล้ว เ้าขาดแค่การชี้นำเท่านั้นเอาละข้าจะช่วยเ้าสักหน่อย” เมื่อคิดได้เช่นนั้นเขาก็กล่าวขึ้น “ท่านพ่อข้าเคยได้อ่านบทตำราเล็กน้อยหวังว่าจะช่วยท่านได้”
จ้าวเทียนหลานขมวดคิ้วแต่ในขณะที่เขาจะตอบจ้าวหลินนั้น จ้าวหลิ่นกลับท่องอไรบางอยางออกมา “
“ในห้วงสมาธิร้อยเรียงปราณ จิตข้าสงบแน่วแน่มั่น ปราณที่ฝังอยู่ในกาย แปรเปลี่ยนพลังเป็สรรค์สร้าง.”
“ด้วยลมเย็นและเสียงน้ำตก, พลังธรรมชาติร่วมเรียงร้อย,ใจข้านิ่งดั่งภูผา, กล่อมเกลาใจในความเงียบ.แสงอรุณเริ่มทอแสง,ข้ารับรู้พลังปราณภายใน, ก้าวข้ามขีดจำกัดทั้งมวล,ทะลวงเข้าสู่ปราณสรรค์สร้าง”
“ปราณในกายหมุนเวียน, หลอมรวมเข้ากับจิตมั่น,พลังแห่งธาตุทุกสิ่ง, ก่อกำเนิดความแข็งแกร่งอันไม่มีที่สิ้นสุดยามนี้ข้าเจริญในพลัง, ไม่หวั่นไหวแม้พายุลม, ข้ามีเป้าหมายสูงส่ง, บรรลุปราณสรรค์สร้างด้วยใจกล้า”
(ตูม!)
พลังงานอันมหาศาลพุ่งทะยานขึ้นสู่ฟากฟ้าแรงกดดันพุ่งสูงจนแม้แต่ท้องฟ้ายังสั่นะเื คลื่นพลังซัดออกไปไกลจนูเาะเืหินรอบตัวแตกกระจาย ลมปราณก่อตัวเป็พายุหมุนวนอยู่เหนือร่างของจ้าวเทียนหรง
ภายในจิตของเขา โลกะเิเป็เสี่ยงๆ ก่อนก่อร่างขึ้นใหม่ สรรค์สร้างขึ้นใหม่ด้วยพลังปราณระดับสูงกว่าเดิม
เส้นลมปราณทั่วร่างขยายออก ร่างกายของเขาสั่นสะท้านก่อนที่ทุกอย่างจะสงบลงในชั่วพริบตา
จ้าวเทียนหรงลืมตาขึ้น ดวงตาของเขาเปล่งประกายราวกับดวงดาว!
พลังใหม่ที่แผ่กระจายออกมา แข็งแกร่งกว่าเดิมหลายเท่า เขาได้ก้าวเข้าสู่ระดับปราณสรรค์สร้างแล้ว!
ทันทีที่พลังอันมหาศาลแผ่กระจายออกไป ผู้คนที่เฝ้าดูอยู่รอบๆต่างรู้สึกได้ถึงแรงกดดันที่เปลี่ยนไป พลังของจ้าวเทียนหรงมิใช่เพียงปราณหลอมรวมอีกต่อไป!
"สำเร็จแล้ว!"
ผู้าุโจ้าวซูเหยียนที่ยืนเฝ้าอยู่ด้านข้างเผยรอยยิ้มบางดวงตาทอประกายยินดี “น่ายินดีนัก! เ้าเมืองของพวกเรา…บัดนี้ก้าวเข้าสู่ปราณสรรค์สร้างแล้ว!”
จ้าวหยุนซิงกำหมัดแน่น ก่อนหัวเราะออกมา “ฮ่าๆๆ!ข้ารู้ว่าท่านต้องทำได้! เมืองหลัวเฟิงของเราจะแข็งแกร่งขึ้นอีกขั้น!”
จ้าวหลินที่ยืนอยู่ใกล้ๆ ยิ้มบางก่อนประสานมือคารวะ “ขอแสดงความยินดีกับท่านพ่อด้วยขอรับ”
จ้าวเทียนหรงปรับลมปราณเสร็จ เขาก็กล่าวขึ้น“ขอบคุณทุกคนแล้ว” จากนั้นเขาก็เดินไปหาจ้าวหลินแล้วเอามือวางบ่นบ่าของจ้าวหลินแล้วกล่าวว่า“หลินเอ๋อขอบใจเ้ามาก ถึงข้าจะไม่รู้ว่าเ้าได้บทยุทธจากไหนและข้าก็จะไม่ถามหากเ้าไม่เอ่ยออกมา”
จ้าวหลินที่ได้ยินเช่นนั้นเขาก็ยิ้มออกมาด้วยความโล่งใจแล้วกล่าวว่า“ขอบคุณท่านพ่อที่เข้าใจ” แล้วเอ่ยต่อ “ตอนนี้แผนที่สองท่านทะลวงข้าระดับปราณสรรสร้างก็สำเร็จแล้วต่อไปคือแผนที่สาม คือดักเล่นงานจ้าวซิวอิงตอนกลับตระกูล ข้าคิดว่าจะให้ท่านกับข้าปลอมเป็คนของสำนักมือโลหิตที่ไล่ล่าศิษย์ของสำนักพรายฟ้า โดยให้หลานซูเหยียนและเซี่ยเหม่ยช่วยแสดงทั้งหมดนี้เพื่อให้ผู้าุโสำนักมือโลหิตที่มากับจ้าวซิวอิงลดการระมัดระวังตัวลงแล้วให้ท่านชิงจังหวะโจมตีก่อน ท่านคิดว่าอย่างไรท่านพ่อ”
จ้าวเทียนหรงได้ยินเช่นนั้นเขาครุ่นคิดอยู่ครู่นึ่งแล้วพยักหน้าตกลงแล้วกล่าวขึ้น “เอาตามนั้น อีกสามวันเราจะออกเดินทาง เดี๋ยวข้าจะให้คนเอาแผนที่ให้เ้าแล้วก็พรุ่งนี้ข้าจะจัดที่อยู่ให้เ้าใหม่” หลังจากนั้นจ้าวเทียนหรงก็หันไปหาหลานซูเหยียนและเซี่ยเหม่ยแล้วกล่าวอย่างสุภาพ “ขอบคุณเ้าสองคนมากเื่แผนครั้งนี้ต้องรบกวนเ้าสองคนแล้ว”หลานซูเหยียนรีบกล่าวทันควัน “ไม่เป็ไรเ้าค่ะท่านเ้าตระกูล ที่เราทำแค่เื่เล็กน้อยหากเทียบกับจ้าวหลินที่ช่วยชีวิตราไว้เราแค่นี้ไม่สามารถเทียบกันได้เ้าค่ะ”
ภายใต้ม่านรัตติกาล หญิงงามผู้ทรงอำนาจในตระกูลจ้าว นามว่าจ้าวซิ่วอิงเดินออกจากคฤหาสน์ในเมืองอวิ๋นเหอ ที่เป็เมืองชั้นสอง อย่างเงียบงันนางสวมอาภรณ์สีดำสนิทที่โอบรัดเรือนร่างงามสง่า ปิดบังตัวตนราวเงามืดที่ซ่อนเร้นจากสายตาผู้คน
จ้าวซิ่วอิงก้าวขึ้นบนหลังอาชา์เพลิงอสูรม้าสายพันธุ์พิเศษที่เร็วดั่งสายลม พลังปราณของนางแผ่ซ่านบางเบาทว่าแฝงไปด้วยความเย็นเยียบ นางบังคับม้าให้พุ่งทะยานไปข้างหน้า ปราณมืดจาง ๆไหลเวียนรอบกาย ทะลวงผ่านป่าเขาและลำน้ำ ก้าวข้ามดินแดนเมืองหลัวเฟิงมุ่งสู่เส้นทางที่ทอดยาวสู่ "สำนักมือโลหิต" สำนักนักฆ่า
เส้นทางนั้นเต็มไปด้วยขุนเขาสูงตระหง่านและหุบเหวลึกบางจุดมีหมอกหนาปกคลุมราวกับเป็ป่าต้องห้าม แต่จ้าวซิ่วอิงไม่หวั่นไหวดวงตาของนางเต็มไปด้วยความแน่วแน่ ผ่านราตรีแรกไป นางเร่งเดินทางอย่างไม่หยุดพักอาศัยเพียงเม็ดยาชูกำลังเพื่อรักษาพละกำลังของตน
เมื่อเข้าสู่เขตอิทธิพลของสำนักมือโลหิตกลิ่นอายสังหารแผ่กระจายอยู่ทุกอณู นางััได้ถึงสายตาที่จับจ้องมาจากเงามืดภายในป่าเงียบสงัดราวกับไร้ชีวิต แต่นางรู้ดีว่าภายใต้ความเงียบนั้นแฝงไปด้วยนักฆ่าจำนวนมาก
“ผู้ใดกล้าเหยียบย่างเข้ามาในเขตต้องห้ามของสำนักมือโลหิต”เสียงเย็นะเืดังขึ้น ก่อนที่ร่างในชุดดำจะปรากฏขึ้นตรงหน้า
จ้าวซิ่วอิงแย้มรอยยิ้มบาง “ข้ามีเื่้าว่าจ้าง”
ร่างในชุดดำกวาดตามองนาง พลางพยักหน้าเบา ๆ “ตามข้ามา”
นางก้าวผ่านม่านหมอกเข้าสู่ดินแดนแห่งนักฆ่าที่ซึ่งโลหิตและความตายเป็เพียงเื่สามัญ
จ้าวซิ่วอิงเดินเข้าสู่ห้องลับของสำนักมือโลหิตภายในห้องเต็มไปด้วยกลิ่นอายสังหารและความเงียบงันที่กดดันแสงสลัวจากโคมไฟทำให้เงาของบุรุษชุดดำที่นั่งอยู่ปลายโต๊ะดูน่าสะพรึงกลัว
ชายชุดดำเหลือบมองนางก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบ "เป้าหมาย?"
จ้าวซิ่วอิงกล่าวโดยไม่ลังเล "จ้าวเทียนหรง"
เมื่อได้ยินชื่อ บุรุษชุดดำขมวดคิ้วเล็กน้อย "เ้าตระกูลจ้าวงั้นรึ? เขาอยู่ในระดับปราณหลอมรวมขั้นสูง…"
นางพยักหน้า "ถูกต้องข้า้าให้เขาตาย โดยที่ไม่มีใครสาวมาถึงข้าได้"
ชายชุดดำหัวเราะเบา ๆ "หึ…เ้าคิดว่าเราจะรับงานเช่นนี้ง่าย ๆ รึ? จ้าวเทียนหรงไม่ใช่ขยะไร้ค่าที่จะล้มได้ด้วยปลายดาบของมือสังหารธรรมดา"
จ้าวซิ่วอิงผลักกล่องไม้ลงบนโต๊ะ เมื่อนักฆ่าเปิดมันออกก็พบว่าภายในเต็มไปด้วย ผลึกิญญาชั้นสูง และ โอสถเสริมพลัง ที่หาได้ยากก่อนจะเอ่ยช้าๆ "มากพอจะทำให้ภารกิจนี้มีความหมาย…แต่ข้าต้องรู้รายละเอียดเพิ่มเติม"
"เขากำลังเก็บตัวฝึกฝนทีู่เาหลังตระกูล หากจะลงมือเวลานี้เป็่ที่เหมาะสมที่สุด"
ชายชุดดำยิ้มเย็น ก่อนจะดีดนิ้ว เงาร่างนักฆ่าผู้หนึ่งพลันก้าวออกจากมุมมืด
นักฆ่าผู้นั้นสวมหน้ากากสีดำ มือขวาวางบนดาบข้างเอว "ภารกิจนี้ ข้าจะเป็ผู้ลงมือเอง"
"ชื่อของเ้าคือ?" จ้าวซิ่วอิงเอ่ยถาม
ชายชุดดำตอบแทนด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "เขาคือ 'ไป่หลง' นักฆ่าผู้าุโระดับปราณสรรค์สร้าง"
ไป่หลงก้าวเข้ามาใกล้ ดวงตาของเขาไร้อารมณ์ดุจดั่งความตายที่ไม่มีความเมตตา
"เป้าหมาย… ถูกกำหนดแล้ว"