จ้าวเจียนมองมือตนเอง นึกตั้งคำถาม นี่ไม่ใช่ความฝัน ใช่หรือไม่ ความรู้สึกและประสาทัั ได้คืนกลับมาแล้ว ใช้หรือไม่ จ้าวเจียนน้ำตาไหลพราก โห่ร้องด้วยความยินดี
" ข้าขยับได้แล้ว ขยับได้แล้ว ฮ่าๆๆๆๆๆๆ"
มันะโลงจากเตียง ใช้เท้าถีบประตูอย่างแรง จนบานประตูหลุดกระเด็นออกนอกห้อง
" ฮ่าๆๆๆๆ กำลังข้ากลับคืนมาแล้ว ฮ่าๆๆๆๆ"
มันไม่อาจหยุดโห่ร้องทั้งน้ำตา ะโโลดเต้นไปทั่ว ผ่านไปสักพักจึงกลืนน้ำลายตัวเองตั้งสติ แล้วไปอาบน้ำล้างเนื้อล้างต้ว
มันถอดเสื้อผ้าที่ชุ่มเื ะโลงอ่างไม้ แหวกวายในน้ำอย่างมีความสุข ริมฝีปากบางของมัน ประดับด้วยรอยยิ้ม ไม่มีครั้งไหนเลยที่จะมีความสุขมากมายถึงเพียงนี้
มันอาบน้ำเสร็จ ค่อยก้าวออกจากอ่างไม้ นำผ้าเช็ดตัวถูทุกซอกทุกมุม ระหว่างที่จ้าวเจียนเช็ดตัวอยู่นั้นเอง ต้นหญ้าสีดำต้นเล็ก ที่ก่อนหน้านี้อยู่ใต้พื้นกระดาน ใกลจะตายเต็มที แต่เมื่อมันดูดกลืนเืของจ้าวเจียน กลับมีสภาพที่ดูดีขึ้น มันถอนรากตนเองจากพื้นดินที่แห้งกราก แล้วมุดออกจากใต้ถุน คืบคานสู่ห้องอาบน้ำราวกับสัตว์ประหลาดตัวจิ้ว เห็นจ้าวเจียนยืนเช็ดตัวอยู่ มันใช้ใบสีดำเรียว รัดที่ข้อเท้าจ้าวเจียน โดยที่อีกฝ่ายไม่รู้ตัว ลำต้นและใบของหญ้าดำยืดหยุ่นมาก มันยืดใบเรียวยาวรัดกับต้นแขนของจ้าวเจียน ดึงลำต้นขึ้นไปเกราะบนนั้น ก่อนจะใช้ลำตน ราก และใบ รัดรอบต้นแขนของจ้าวเจียน ราวกับกำไลวงหนึ่งที่รัดอยู่บริเวณต้นแขน จ้าวเจียนทิ้งผ้าเช็ดตัวเดินเข้าห้องนอน ควานหาชุดใส่
แสงอาทิตย์ยามเช้าส่องผ่านหน้าต่างเข้าภายในห้อง จ้าวเจียนหยิบชุดขึ้นมา กำลังจะสวมใส่ แต่แล้วเห็นกำไลที่คล้ายกับทำจากผ้านุ่มรัดที่ต้นแขน รูปร่างของมันคล้ายกับต้นหญ้าที่พบทั่วไป แต่เป็สีดำสนิด
จ้าวเจียนขมวดคิ้ว สิ่งนี้มาจากไหน มันวางผ้าลง ใช้มือซ้ายัั รู้สึกนุ่มมากแต่ไม่ยืดหยุ่น มันพยายามถอดออกจากแขน แต่ทำอย่างไรก็เอาไม่ออก ลองใช้มีด แต่ปาดไม่เข้า ใช้ไฟเผาก็ไม่ได้ผล
คิ้วมันขมวดเป็ปมแน่น กำลังคิดหาวิธีเอาออก มันสวมชุดทับไปก่อน แล้วออกจากห้องไปหาท่านอาจารย์ อาจารย์มันไม่อยู่ห้อง จึงไปหาที่ผาหิน เห็นท่านอาจารย์นอนหลับอยู่ข้างเก้าอี้ พร้อมกับจอกเหล้าและถุงเหล้าเกลื่อนกลาด คาดว่าอาจารย์มันคงดื่มมากจนเมาหลับไป สภาพไม่ต่างจากขี้เมาคนนึง
เห็นท่านอาจารย์เป็เช่นนั้น จ้าวเจียนจึงรีบต้นน้ำแกงและหาผ้าชุบน้ำมาเช็ดหน้าให้ท่านอาจารย์ มันจัดท่านอนให้ท่านอาจารย์ เช็ดใบหน้าท่านอาจารย์ เพียงไม่นานอาจารย์มันก็ตื่นขึ้น สลึมสลือเล็กน้อย แต่เมื่อเห็นเด็กชายวัยห้าขวบ มันก็ชะงักงัน ตบหน้าตนเองทีนึง ขมวดคิ้วเป็ปมแน่น
จ้าวเจียนยกถ้วยน้ำแกง ยื่นให้อาจารย์ กล่าวว่า "ท่านอาจารย์ดื่มสักหน่อยขอรับ"
ผู้เฒ่าต้านต้าน เห็นเช่นนั้นจึงรับมา ดื่มคำนึง ตบหน้าผากตนเองพลางกล่าวอย่างตื่นตระลึง "เ้าๆๆๆ...เ้า! ทำไมมาอยู่นี่ได้"
จ้าวเจียนยิ้ม คิดแล้วว่า ท่านอาจารย์ต้องถามเช่นนี้ มันตอบว่า "ศิษย์ไม่เป็อะไรมาก แค่ขยับตัวไม่ได้ชั่วคราวเท่านั้น ท่านอาจารย์กังวลไปแล้ว"
"ชั่วคราวกับผี!น่ะสิ เ้าอ่านหนังสือฝึกพลังจินตภาพ ไม่ตายก็บุญแล้ว แต่นี่เ้าไม่เป็อะไรเลย ข้าไม่เชื่อ!" อาจารย์มันกล่าวเสียงโกรดเกรี้ยว
จ้าวเจียนกระเถิบเข้าหาอาจารย์ของมัน แล้วเริ่มนวดไหล่ให้ท่านผู้เฒ่า ปากกล่าวว่า " ท่านอาจารย์เป็ห่วงศิษย์ ศิษย์ซาบซึ่งยิ่งนัก "
ท่านผู้เฒ่าถอนหายใจแรง กล่าวว่า "เสี่ยวเจียนเอ๋ย รู้รึเปล่าเ้าทำให้ข้าเกือบหัวใจวายตาย เ้ารอดมาได้ ข้าก็ดีใจด้วย แต่ให้ข้าตรวจสอบเ้าก่อน " มันลูบหัวจ้าวเจียน ก่อนจะดึงมือมันมา แล้วปล่อยพลังจิตบางส่วนตรวจสอบร่างกายจ้าวเจียน ผ่านไปสักพัก ผู้เฒ่าต้านต้านลืมตาขึ้นอย่างตื่นตะลึง มันกล่าวว่า "เ้าแตกฉานขั้น[เจตจำนงแรกเริ่ม]แล้ว เท่ากับว่า เ้าเป็ผู้ฝึกตนขั้นหนึ่งเต็มตัวแล้ว" สำหรับผู้ฝึกพลังจินตภาพ ขั้นหนึ่งคือ [เจตจำนงแรกเริ่ม] ขั้นสองคือ [เสมือน] ขั้นสามคือ [ผสาน] ขั้นสี่คือ [รวมเป็หนึ่ง]
ส่วน สำหรับผู้ฝึกวิชาเวทนั้น ขั้นหนึ่งคือ [ธรรมชาติัั] ขั้นสองคือ [เลียนแบบธรรมชาติ] ขั้นสามคือ [ผสานธรรมชาติ] ขั้นสี่คือ [เสมือนจริง]
ทั้งสองรูปแบบต่างก็มีขั้นที่สูงขึ้นไปกว่าขั้นสี่ แต่คนที่อยู่ในระดับนั้นหาได้อยากยิ่ง
ได้ยินเช่นนั้น จ้าวเจียนดีใจยิ่ง ในที่สุดมันก็ได้เป็ผู้ฝึกตนโดยไม่ต้องรอถึงห้าปี
มันรีบถามท่านผู้เฒ่า "ท่านอาจารย์ ถ้าจะเป็ผู้ฝึกตนขั้นสอง ศิษย์ต้องทำอย่างไรบ้าง"
ท่านผู้เฒ่ายิ้มแหย กล่าวว่า " ถึงข้าจะฝึกวิชาเวทแต่ก็รู้จักวิชาจินตภาพอยู่บ้าง แต่ข้าต้องถามความสมัคใจของเ้าก่อน" มันเงียบไปชั่วครู่ ก่อนจะกล่าวว่า "แน่นอน ข้าไม่สามารถสอนเ้าได้ เพียงแนะแนวทางให้เ้าเท่านั้น "
จ้าวเจียนพยักหน้า กล่าวอย่างจริงจัง "ศิษย์สมัคใจขอรับ"
ท่านผู้เฒ่า กล่าวเสียงเข้มว่า "ที่จริงแล้ว ศิษย์คนแรกของข้า ก็ฝึกพลังจินตภาพเหมือนกับเ้า สิ่งที่จะมอบให้เ้า ศิษย์พี่ใหญ่เ้าทิ่งไว้ให้ " มันสะบัดมือกลางอากาศ คล้ายกับลากเส้นสายบางอย่าง โลงที่คล้ายกับโลงศพปรากฏขึ้นจากที่ไหนมิทราบ มันลอยมาถึงเบื่องหน้าจ้าวเจียนอย่างรวดเร็ว ทำเอาจ้าวเจียนตื่นใ
ขนาดของมันไม่เท่ากับโลงศพ เพียงมีขนาดครึ่งส่วนของโลงศพเท่านั้น โลงใบนี้ฝุ่นจับหนาเตอะ ผิวไม้เป็สีเทาเกือบดำ ท่านอาจารย์แนบฝ่ามือบนฝาโลง แล้วยกมือขึ้นฝาโลงก็ติดมือขึ้นมา เมื่อวางฝาโลงไว้ ท่านอาจารย์กล่าวว่า "หยิบขึ้นมาสิ"
สิ่งที่อยู่ในโลงนั้นคือ กระบี่เล่มหนึ่ง กับ หนังสือเล่มหนึ่ง จ้าวเจียนหยิบหนังสือขึ้นมา หน้าปกสีดำสนิด มีอักษรสีเงินเขียนว่า [วิชากระบี่กรีดฟ้า] มันหันมองอาจารย์รอคำอธิบาย
ท่านผู้เฒ่ากล่าวว่า " วิชากระบี่กรีดฟ้า คือหนึ่งในวิชาสายพลังจินตภาพ วิชานี้ตกทอดมาจากบรรพบุรุษซื่อหยาง ข้าเคยบอกเ้าแล้ว เื่ของบรรพบุรุษซื่อหยาง คงรู้คุณค่าของมันใช้หรือไม่"
จ้าวเจียนกลืนน้ำลายอึก! ทวนชื่อบรรพบุรุษซื่อหยางในใจ สำหรับคนในโลกนี้ บรรพบุรุษซื่อหยางเปรียบเสมือนเทพผู้ปกป้องคุ้มครองมนุษย์ สำนักิให้ความเคารพบูชาและปฏิบัติตามกฏที่บรรพบุรุษซื่อหยางตั้งขึ้น
วิชาที่ตกทอดมาจากบรรพบุรุษซื่อหยางย่อมไม่ธรรมดา ต้องโชคดีขนาดไหนถึงจะได้ฝึกวิชานี้ จ้าวเจียนอดดีใจมิได้
ท่านอาจารย์กล่าวต่อว่า " กระบี่เล่มนั้น คือกระบี่ที่ศิษย์พี่ใหญ่ของเ้าตีขึ้น ชื่อกระบี่หงส์ เ้าลองดู"
จ้าวเจียนยกกระบี่เล่มนั้นขึ้น แล้วถอดมันออกจากฝัก ใบกระบี่บางมาก บางเท่ากับกระดาษสามแผ่นวางทับกัน และมีลวดลายคล้ายกับลายขนนกสลักเกือบทั่วใบกระบี่ มองด้วยตาเปล่าก็รู้ว่าทำขึ้นอย่างประณีต
แต่ชื่อว่ากระบี่หงส์ทำให้จ้าวเจียนต้องขมวดคิว มองหน้าอาจารย์
"อย่ามองข้าด้วยสายตาอย่างนั้น " มันยิ้มแหย กล่าวต่อว่า " ศิษย์พี่ใหญ่ของเ้าตีกระบี่เล่มนี้ขึ้นเพื่อมอบให้คนรักของมัน"
ได้ยินเช่นนั้นจ้าวเจียนจำต้องถามกลับ "เช่นนั้นท่านมอบให้ข้า .." ไม่ทันกล่าวจบ อาจารย์ของมันกล่าวขัดขึ้น " ก่อนที่ศิษย์พี่ใหญ่ของเ้าจะทันได้มอบ คนรักของมันก็ตายก่อนแล้ว"
จ้าวเจียนอึ่งไป
ท่ายผู้เฒ่ากล่าวว่า " ไม่ต้องพูดถึงแล้ว กระบี่เล่มนี้ข้าอยากมอบให้เ้า ศิษย์พี่ใหญ่เ้าถึงอย่างไรก็ขัดใจข้ามิได้"
จ้าวเจียนยิ้มฝืด กล่าวขอบคุณท่านอาจารย์
ท่านผู้เฒ่ากล่าวว่า "สำหรับผู้ฝึกพลังจินตภาพ จะเข้าสู่ขั้นสองของผู้ฝึกตนได้นั้น ถ้าเ้าฝึกวิชากระบี่ เ้าต้องสร้างกระบี่ไร้ร่อง"
จ้าวเจียนตั้งใจฟังและจดจำทุกคำพูดของท่านอาจารย์
"กระบี่ไร้ร่อง คือการเค้นพลังจินตภาพออกมานอกร่างกาย แล้วคงรูปร่างให้คล้ายกับกระบี่ แน่นอนว่ากระบี่ไร้ร่องที่ดีต้องมีเจตจำนงกระบี่ที่แรงกล้า ข้าถึงได้มอบกระบี่เล่มนี้ให้กับเ้า เมื่อไหร่ก็ตามที่เ้าสามารถประทับกระบี่ไร้ร่องลงในกระบี่เล่มนี้ เมื่อนั้นเ้าก็ก้าวเข้าสู่ขั้น[เสมือน]ของผู้ฝึกพลังจิตภาพ หรือก้าวเข้าสู่ผู้ฝึกตนขั้นที่สอง"
จ้าวเจียนตาเป็ประกาย ตั้งใจเลยว่า ต้องทำให้ได้