ตอนที่ 21 เกิดเรื่อง (1)
สวี่ซงซานรับปากว่าจะเก็บเด็กในท้องของโจวฮูหยินไว้ และได้ไปขออภัยถึงในห้องนายหญิงผู้เฒ่าเว่ยแล้ว แต่เขาก็ยังรู้สึกไม่สบายใจอยู่ดี
อันที่จริงเขาเข้าใจคำพูดที่สวี่เฉิงอวี๋แนะนำเขาอยู่แล้ว แต่ไม่สามารถข้ามผ่านความกังวลในใจตัวเองไปได้ เพียงในอนาคตที่ความเป็นไปได้ที่จะเกิดเหตุไม่คาดฝันเขาก็ไม่คิดจะไปเสี่ยงใดๆ ทั้งนั้น ทว่าบัดนี้ความจริงวางอยู่ตรงหน้า ทั้งครอบครัวล้วนตื่นเต้นยินดีแต่มีเพียงเขาคนเดียวที่สีหน้าอมทุกข์
ภายหลังสวี่เฉิงอวี๋ยังพูดว่าถ้าไม่ไหวจริงๆ ก็ยังมีโอกาสทำแท้งได้เสมอหากเด็กไม่โตถึงห้าหกเดือน และขอแค่ร่างกายโจวฮูหยินมีอาการไม่ดีเพียงนิดเดียวก็ยังสามารถเอาเด็กออกได้แน่นอน
พูดไปพูดมาสวี่ซงซานก็โล่งใจ
เพียงแต่สองวันนี้เขาก็ได้ผลักเรื่องราวภายนอกทั้งหมดแล้วโยนให้สวี่ไท่จือไปจัดการ ส่วนเขาอยู่เป็นเพื่อนข้างกายโจวฮูหยินตลอดทั้งวันด้วยกลัวว่านางจะมีความไม่สบายแม้แต่นิดเดียว ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการเชิญเสี่ยวหลิ่วเหนียงจื่อเข้ามาตรวจชีพจรในบ้านถึงสามครั้งต่อวัน หากไม่ใช่ว่าในโรงหมอเขาขาดคนไม่ได้สวี่ซงซานคงอยากกักตัวคนไว้ในบ้านและไม่ให้นางออกจากจวน
สวี่เฉิงอวี๋กลับรู้สึกสบายใจ ถึงอย่างไรทั้งสองฝ่ายต่างฟังคำแนะนำของนางเด็กคนนี้จึงได้อยู่ต่อ บิดานางกับมารดานางยังคงมีความรักความผูกพันเหมือนตอนแรกราวกับว่าไม่เคยทะเลาะกันอย่างไรอย่างนั้น ชีวิตจึงผ่านไปอย่างไม่มีอะไรน่ากังวล
นางตื่นแต่เช้าทุกวันไปที่เรือนหลักกินอาหารเช้าเป็นเพื่อนโจวฮูหยิน หลังจากนั้นก็กลับเรือนจ้านลู่และยังคงทำท่าทีเหมือนกำลังศึกษาบันทึกหมากที่สถานการณ์เข้าตาจน
บางครั้งเซียวหมิ่นหางก็เอาของมาหานางถึงที่บ้าน ในเวลาสั้นๆ นางก็มองเซียวหมิ่นหางสบายตาขึ้นมาก
งานเลี้ยงของตระกูลสวี่ได้กำหนดเรียบร้อยแล้ว นับว่าเป็นวันมงคลวันหนึ่งเหมาะแก่การก่อสร้างและจัดงานเลี้ยง
จากนั้นก็เทียบเชิญที่ส่งไปยังตระกูลต่างๆ ล้วนเป็นการแจ้งตรงๆ ว่าโจวฮูหยินตั้งครรภ์แล้ว ตระกูลสวี่มีสมาชิกใหม่เพิ่มขึ้นมา ถือเป็นเรื่องมงคล
ในช่วงสองวันนี้ข่าวลือภายนอกยังไม่แพร่กระจาย แต่คำเล่าลือในบ้านลอยมาเข้าหูสวี่เฉิงอวี๋ก่อนแล้ว
ตอนแรกนางแค่เรียกลี่ว์จูกับอวิ๋นจูสองคนให้ไปตำหนิสาวใช้รุ่นเล็กหลายคนที่พูดจาไม่ดี ต่อมาพอเอ็ดตะโรกันรุนแรงกว่าเดิมนางจึงถือโอกาสนี้ไปเรียนนายหญิงผู้เฒ่า จับสาวใช้หลายคนที่ปกติวางอำนาจบาตรใหญ่แล้วไล่ไปหมู่บ้านชนบท ไม่อนุญาตให้กลับเข้ามาในเรือนในของตระกูลซูอีกจึงนับว่าเงียบสงบลงบ้าง
วันนี้ตื่นเช้าไปกินอาหารเป็นเพื่อนโจวฮูหยิน ทั้งยังไปเดินเล่นในสวนดอกไม้ตามที่เสี่ยวหลิ่วเหนียงจื่อบอก ครรภ์นี้ของโจวฮูหยินต้องใช้เวลาพักผ่อนอย่างสงบให้มาก แต่ก็ไม่สามารถอยู่นิ่งโดยไม่ขยับเขยื้อนได้เช่นกัน มิฉะนั้นรอถึงเวลาคลอดกลัวว่าโจวฮูหยินจะหายใจไม่ทัน อีกทั้งหากใกล้คลอดแล้วตำแหน่งทารกไม่ถูกต้องก็จะเป็นปัญหา ดีที่สุดคือทุกวันใช้เวลาครึ่งชั่วยามและให้คนข้างกายเดินเล่นเป็นเพื่อนไปรอบๆ ในลานก็พอแล้ว
ตอนที่หลานชุ่ยมาหาด้วยความรีบร้อนนั้นสวี่เฉิงอวี๋เพิ่งเดินเป็นเพื่อนโจวฮูหยินได้เพียงแค่หนึ่งเค่อเท่านั้น
สีหน้าบนใบหน้าสาวใช้เขียนคำว่าตื่นตระหนกไว้ โจวฮูหยินเห็นแล้วอดไม่ได้ที่จะรู้สึกกังวลขึ้นมา “ไม่ใช่ว่าบอกให้เจ้าเฝ้าอยู่ที่บ้าน รอให้หญิงรับใช้สูงวัยระดับล่างมาเปลี่ยนกุญแจตราประทับคู่หรืออย่างไรกัน ทำไมถึงรีบร้อนมาที่นี่เล่า”
สวี่เฉิงอวี๋เลิกคิ้ว คงจะเกิดเรื่องขึ้นแล้ว
เวลานี้นางปลีกตัวออกไปไม่ได้จริงๆ ถึงแม้ตั้งใจเฝ้าระวังบ้านสามก่อกวนแต่ก็ยุ่งเกินไปอยู่ดี
ทุกวันนางจะอยู่เป็นเพื่อนมารดาด้วยกลัวจะเกิดความผิดพลาดจึงได้สั่งให้ลี่ว์จูกับอวิ๋นจูไปหาข่าว แต่ถึงอย่างไรตอนนี้สาวใช้สองคนนั้นก็ยังอายุน้อยเกินไป ประสบการณ์ก็น้อย เกรงว่า…
ดังคาด นางยังคิดไม่ทันจบหลานชุ่ยก็ประสานมือทำความเคารพไปพลางพูดตอบไปพลาง “ที่ครัวด้านหลังเกิดเรื่องวุ่นวายขึ้น…”
เมื่อสาวใช้พูดคำนี้ในหัวใจก็รู้สึกหวาดกลัว
บัดนี้นายหญิงใหญ่ตั้งครรภ์ สองวันนี้จิตใจไม่ค่อยดีนัก ทุกครั้งที่เชิญเสี่ยวหลิ่วเหนียงจื่อมาตรวจชีพจรล้วนกำชับเป็นพิเศษว่าต้องสงบใจ ไม่ควรสิ้นเปลืองความคิดและจิตใจมากเกินไป ทั้งยังเขียนใบสั่งยาเสริมชี่สงบครรภ์ให้ กินยาเทียบแล้วเทียบเล่าลงไปแต่จิตใจนายหญิงก็ยังไม่ดีขึ้น ทำให้นายท่าน คุณชายใหญ่รวมถึงคุณหนูห้ารู้สึกหวั่นใจ พวกนางที่คอยดูแลใกล้ชิดก็ยิ่งไม่กล้าประมาทเลินเล่อ ด้วยกลัวว่าจะทำให้นายท่านไม่พอใจ
ใครจะรู้ว่าในช่วงเวลาแบบนี้พวกหญิงรับใช้สูงวัยในห้องครัวกลับรนหาที่ ก่อเรื่องขึ้นยามกลางวันแสกๆ ทำให้พวกนางต้องไปรายงานต่อหน้านายหญิงสวี่เฉิงอวี๋จำไม่ได้ว่ามีเรื่องเช่นนี้ด้วย