มวลพายุ พัดพาก้อนหินซัดสาดเข้าใส่กองทัพมหึมาของทัพฮาน ทำลายรถม้า เครื่องปีนป่าย บันไดเมฆ คนและสัตว์มากมาย ล้วนปลิวลอยละลิ่ว บางส่วนกระทบกับก้อนหิน จนร่างฉีกขาดเป็นชิ้น ยิ่งพอมวลพายุกระแทกเข้ากับหินผาอีกฝั่ง พอกระดอนออกมาก็เกิดลมพายุงวงช้างขนาดใหญ่หลายลูก มันยิ่งหมุนเร็วขึ้น
เหล่าทหารและสัตว์อสูรตอนนี้ถูกซัดเข้าไปใน วงของพายุงวงช้างขนาดใหญ่หลายลูก เลือดเนื้อฉีกขาด สาดกระเซ็นไปทั่ว ภาพของพายุงวงช้างกลายเป็นสีเลือด ไม่เว้นแม้แต่กองทัพอสูรที่บินได้ ภายใต้การนำของ เจ้านกอินทรียักษ์ก็ไม่รอดจากพลังแห่งพายุทมิฬพิฆาต ทหารในกองทัพฮานแตกกระสานซ่านเซ็น พยายามวิ่งหนีเอาตัวรอด แต่อนิจจา พลังของมนุษย์ทั่วๆไป หรือจะสู้พลังแห่งธรรมชาติที่ยิ่งใหญ่ได้
“ นี่มันเกิดบ้าอะไรขึ้นมาเนี่ย” องค์ชายมู่ฉิน ตอนนี้ถูก ราชครูทั้งสองรวมพลังปราณขั้นราชัน ช่วยปกป้องร่างขององค์ชายมู่ฉินเอาไว้ แล้วค่อยๆ พากันออกไปจากสมรภูมิรบ
“ ข้าเห็นเจ้าหยางเฟยหลง มันทำพิธีบ้าอะไรไม่รู้ หรือว่า มันจะทำพิธีเรียกลมพายุบ้านี้มากันแน่” องค์ชายมู่ฉิน เดินไปอย่างช้าๆ อย่างลำบาก โดยมีช้างยักษ์หลายเชือก คอยประกบอยู่ทั้งสองข้าง แต่ทว่าพวกมันไม่อาจต้านกระแสลม ร่างปลิวหายไปใน ลมพายุงวงช้างกันหมดไม่มีเหลือ
“ นักพรตทงที คงสอนวิชาเรียกลมทมิฬพิฆาต ให้กับมัน ข้าไม่อยากจะเชื่อเลย ว่ามันจะฝึกถึงขั้นนี้ได้” ราชครูฮั่วเหยียนแปลกใจ
“ ส่งสัญญาณถอยทัพเดี๋ยวนี้ ขืนอยู่ต่อพวกเราตายไม่เหลือแน่ๆ”
องค์ชายมู่ฉิน ออกคำสั่งให้ทหารคนสนิท ยิงพลุสัญญาณ แต่ทว่า พอจุดพลุ ไฟก็ดับ ร่างของทหารคนสนิท ก็ปลิวหายเข้าไปในพายุงวงช้าง ไม่รู้ชะตากรรม
“ รีบไปกันก่อนดีกว่า ที่นี่อันตรายแล้ว พวกเราไม่สามารถต้านทานพลังแห่งธรรมชาติเช่นนี้ได้” ราชครูเหลียงรีบเอ่ย แล้วสั่งให้ลูกศิษย์ที่เป็นลามะผมทองอีกสิบคน เข้ามารายล้อม องค์ชายมู่ฉินเพื่อคุ้มครองออกไปจากที่นี่
ราเชนมองอยู่บนกำแพงด้วยสีหน้านิ่งเฉย แต่สายตายกลับเพ่งมองหาคนที่เขาจะต้องการแก้แค้นที่สุด ที่ปรึกษาแม่ทัพเยว่ไค รองแม่ทัพเตี้ยนถง รองแม่ทัพลู่งตง และทหารคนอื่นๆ ต่างก็ เกาะกำแพงเมืองแน่น กลัวว่าพลังลมทมิฬพิฆาตจะพัดผ่านมาทางกำแพงเมือง
“ นึกไม่ถึงเลย ว่าท่านรองผู้บัญชาการหยาง จะสามารถเรียกลมทมิฬพิฆาตมาจัดการกับกองทัพฮานได้จริงๆ” แม่ทัพเยว่ไควเอ่ยอย่างตื่นเต้น แต่ก็อดดีใจไม่ได้ที่เห็นราเชนทำอย่างที่พูดได้ ทุกๆ คนต่างพยักหน้าเห็นด้วย แล้วมองไปที่ชายหนุ่มที่อ่อนวัย แถมยังอ้วนพุงพลุ้ย ไม่มีลักษณะของนักพรตผู้ทรงอิทธิฤทธิ์เลยแม้แต่น้อย
ซึ่งบนท้องฟ้าตอนนี้ กลับมีนกอินทรียักษ์ บินเข้ามาบนกำแพง พร้อมกับบุรุษและสตรีสองคน กำลังลอยตัวพุ่งเข้ามาหาราเชนอย่างรวดเร็ว
“ รองผู้บัญชาการหยางระวัง” แม่ทัพเตี้ยนถงประสาทไวกว่าใคร รีบร้องเตือน
แต่ทว่าหยางเฟยหลงกลับนิ่งเฉย
“ หยางเฟยหลงเจ้าต้องตาย” ปรมาจารย์ขลุ่ยหยูซวง กระโดดลงจากนกอินทรีพุ่งตัวแทงขลุ่ยเข้าใส่ราเชนด้วยความรวดเร็ว แต่ราเชนกลับไม่ถอยแต่ยกมือซ้ายจับเข้าที่ขลุ่ยเหมือนกับคราวก่อน แล้วปลายขลุ่ยก็มีมีดพุ่งออกมาจากปลายขลุ่ยเช่นเดิม แต่คราวนี้ คมมีดไม่อาจทะลุร่างของราเชนได้ ส่วนราเชนก็ใช้มือทั้งสองจับที่ใบมีดเอาไว้ได้
“ เจ้า เจ้า...” ปรมาจารย์หยูซวงไม่รู้ทำไมร่างของราเชนถึงได้แข็งแกร่งขนาดนี้
“ เรื่องของเรา วันนี้ต้องจบเสียที ลาก่อน”
มีดบินนิรนาม ถูกราเชนปล่อยออกไป ก่อนหน้านี้แล้วมันพุ่งออกมาจากด้านข้างพุ่งทะลุลำคอของ ปรมาจารย์หยูซวงจนเลือดซาดกระเซ็น เปรอะเปื้อนเต็มหน้าของราเชน
“ น้องเล็ก” ปรมาจารย์พัดจูชง ร้องออกมาสุดเสียง มันสั่งให้อินทรียักษ์ที่มีปีกสีเงินข้าง และสีดำข้าง กางกรงเล็บเข้าใส่ราเชน แต่ทว่าถูกเจ้าโมโม่ พุ่งออกไปอ้าปากงับเข้าไปที่ลำคอของมัน แล้วเผาใส่ร่างของมันจนมอดไหม้ ปรมาจารย์พัดจูชงลอยตัวออกมาไม่สนใจ ซากศพเจ้านกอินทรียักษ์ สะบัดพัดเหล็กเข้าใส่ราเชน
มีมีดเล่มเล็กๆ พุ่งออกมานับสิบเล่ม
ฉึก ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ !!
มีดปักเข้าที่ร่างของราเชน จนต้องเซ ถลาร่างร่วงหล่นจากกำแพงเมือง ท่ามกลางความตกตะลึงของทุกๆ คน ต่างร้องเรียกหารองผู้บัญชาการหยางเฟยหลง แต่ว่าหามีใครมองเห็นเขาไม่
เพราะบรรยากาศตอนนี้มันถูกปกคลุมไปด้วยเถ้าถ่านที่เกิดจากเผาไหม้ พร้อมกับลมพายุหมุนลูกใหญ่หลายลูก จนมองไม่เห็นสิ่งใดๆ ทั้งนั้น
“ หยางเฟยหลง ข้าจะถลกหนังหัวของเจ้า” ปรมาจารย์จูชง พุ่งตัวตามราเชนไป เพราะเขาดันดึงศพของปรมาจารย์หยูซวงร่วงหล่นไปด้วย
ปรมาจารย์จูชงพุ่งฝ่าหมอกควันที่มืดมิด พอเห็นเงาคนลางๆ ก็มั่นใจว่าเป็นราเชน จึงสะบัดพัดออกมีคมมีดออกมาจากพัดเหล็ก แล้วปาดเข้าใส่คอของราเชนจากทางด้านหลัง แต่ทว่าราเชนกลับหันหลังมา ปรมาจารย์จูชงถึงกับ อ้าปากค้าง
ถอยไม่ทันแล้ว เพราะ คนที่ยืนอยู่ต่อหน้าเขาตอนนี้กลายเป็นมารโลหิตราเชนที่รูปร่างใหญ่โต ยื่นมือแทงสวบเข้าที่กลางอกของเขา กลางอากาศ เลือดไหลออกจากร่าง เข้าสู่ผิวกายของมารโลหิตอย่างรวดเร็ว ใบหน้าของปรมาจารย์จูชง ถึงกับแห้งเหี่ยวแววตาไร้แวว ยิ่งเห็นร่างซากศพที่เหี่ยวแห้งของหยูซวงด้วยแล้ว ยิ่งทำให้มันปราศจากความคิดจะมีชีวิตอยู่ต่อไป ร่างซากศพของมันถูกมารโลหิตเหวี่ยงออกไปอยู่เคียงคู่กับหยูซวง
“ อาจารย์ วันนี้ข้าจะแก้แค้นให้กับท่าน” มารโลหิตราเชน กระโดดขึ้นไปบนเจ้าโมโม่ แล้วพุ่งตรงเข้าไปหา องค์ชายมู่ฉิน และ ราชครูทั้งสอง ที่กำลังถอยหนีจากสถานที่แห่งนี้ ท่ามกลางพายุ เลือดเนื้อ และหมอกควัน ที่มืดทึบ ไม่มีผู้ใดมองเห็นว่าภายใต้ลมทมิฬพิฆาตนั้น เกิดอะไรขึ้นกันแน่
หากมีใครสามารถมองเห็นภาพในพายุที่โหมกระหน่ำเหล่านี้ จะเห็นพายุโลหิตมากมาย จากทหารฮานนับล้าน กำลังไหลเข้ามาที่ร่างกำลังเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว ซึ่งมันเข้าหลอมรวมเข้ากับร่างของมารโลหิตราเชน ซึ่งตอนนี้เขาเห็นองค์ชายมู่ฉินอยู่ตรงหน้าแล้ว แต่เขากลับกระโดดลงมายืนที่พื้น เจ้าโมโม่ เลยได้แต่หันมามองอย่างมึนงง ราเชนกลับหยุดนึ่งไม่เคลื่อนไหว และยืนอยู่ตรงกลางพายุใหญ่
“ อะไรวะ นี่มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมข้าควบคุมร่างไม่ได้” ราเชนพยายามจะขยับตัว เพื่อไปจัดการกับองค์ชายมู่ฉิน แต่ว่า ร่างกายคล้ายกำลังเพลิดเพลินกับ เลือดสดๆ ของทหารฮานที่กำลังไหลเข้าสู่ร่างของเขา
“ บัดซบ ข้าไม่อยากดูดเลือดอีกแล้ว ข้าจะไปแก้แค้น” ราเชนพยายามจะขยับตัวแต่ว่า ร่างกายของเขากลับไม่ทำตามที่สมองของเขาสั่งการ
คล้ายกับว่าจิตใจส่วนหนึ่งของเขามันกำลังต้องการดื่มโลหิตที่มากมายเช่นนี้ ทำให้จิตใจที่คิดจะแก้แค้นไม่อาจควบคุมจิตส่วนนั้นได้
“ หรือว่ามันจะเป็นดั่งตาเฒ่าจากแดนศักดิ์ศิษย์บอก หากดื่มโลหิตมากเกินไป จะทำให้จิตมารกล้าแข็งขึ้น แย่แล้ว”
ราเชนเริ่มทำสมาธิ รวบรวมจิตไปที่ห้วงจิต เพ่งมองไปที่หยดน้ำตาดาว ที่สั่นระริกๆ เขาเห็นว่าหยดน้ำตาดาวที่กักขังจิตมารกำลังจะระเบิดแตกออกมา
ราเชนไม่รู้ทำอย่างไร ในขณะที่กำลังใช้ความคิดอยู่นั่นเอง ราชครูเหลียง กับ ลูกศิษย์ลามะผมทอง อีกสิบคน ก็พุ่งตัวแหวกอากาศมา พร้อมกับปล่อยฉาบ พุ่งเข้าใส่ร่างมารโลหิตราเชน
โครม
ร่างของเราเชนไม่มีร่องรอยบาดแผลใดๆ จนกระทั่งไม้เท้าเก้าระฆังทองของราชครูเหลียงพุ่งเข้ามาที่กลางอกของเขา ทำให้ร่างของมันเองถึงกับต้องถอยหลังไปหลายก้าว
ราเชนกลับมาเคลื่อนไหวได้อีกครั้ง ต้องขอบคุณไม้เท้าเก้าระฆังของ ลาะมะผมขาวผู้นี้
“ ตั้งค่ายกล ระฆังทองปราบมาร” ราชครูเหลียงตะโกนก้องออกไป แล้วดึงไม้เท้าเก้าระฆังปักเอาไว้ตรงหน้า ส่วนลูกศิษย์อีกสิบคน ต่างเคลื่อนไหวล้อมรอบปีศาจราเชนเอาไว้ พร้อมกับควักระฆังสีทอง ขนาดเท่าฝ่ามือ แล้วเริ่มสั่นระฆังทันที
ลามะผมสีทอง เคลื่อนไหวไปรอบๆ เสียงระฆังดังลั่น ทำเอาราเชนถึงกับสงสัย มันทำเพื่ออะไร ทันใดนั้นเอง ก็มีพลังปราณแปลก พุ่งออกมาจากระฆังทั้งสิบ พร้อมกับเสียงสวดมนตร์ประหลาด แล้วระฆังทั้งหมดก็รวมตัวกัน กลายเป็นระฆังใบใหญ่ครอบร่างของมารโลหิตราเชนเอาไว้ จากนั้นพวกลามาะผมทองทั้งสิบ ก็ใช้ฝ่ามือกระแทกใส่ระฆังยักษ์ เสียงดังสนั่นหวั่นไหว แต่ไม่ทันไร ระฆังยักษ์ก็ระเบิดออกมา
ตูม !!
มารโลหิตราเชน ร้องคำรามลั่นฟ้า ดวงตาของมันในตอนนี้กลายเป็นสีเลือด เลือดของละมะทั้งสิบ ถูกดูดเข้ามาในร่างของมารโลหิตราเชนจนหมด ร่างของลามะผมทองกลายเป็นซากศพ ราชครูเหลียงกระโดดตัวลอย ฟาดไม้เท้าเก้าระฆังใส่ร่างของราเชน แต่ทว่าไม่อาจทำอะไรได้ ถูกจับด้วยแขนอันทรงพลัง แล้วตวัดกรงเล็บออกไป ร่างของราชครูเหลียง ถึงกับขาดเป็นสองท่อน เลือดไหลนองไปทั่ว
ตอนนี้สายตาของมารโลหิตไม่ใช่สายตาของราเชนอีกแล้ว หยดน้ำตาดาวกลับอับแสงลง จิตมารได้ถูกปลดปล่อยออกมาแล้ว ส่วนจิตของราเชนได้แต่ร้องตะโกนออกมาอย่างหัวเสีย ที่ไม่สามารถควบคุมร่างของตนเองได้
ร่างของมารโลหิตตอนนี้มันดูดซึมเลือดที่กระจัดกระจายอยู่ทั้งบนพื้นดินและอากาศอย่างหิวกระหาย ราเชนพยายามควบคุมร่างของตนเองแต่ไม่อาจทำได้ ส่วนองค์ชายมู่ฉินกับ ราชครูฮั่วเหยียนก็ได้ใช้ดวงแก้วออกมาครอบร่างของทั้งสองคนเอาไว้ แล้วบินหายออกไปจากสนามรบแห่งนี้ทันที โดยที่ราเชนไม่อาจทำอะไรได้เลย
“ บัดซบ เอ้ย ปล่อยให้มันหนีรอดไปได้” ดวงจิตมารตอนนี้เริ่มกล้าแข็งขึ้นมันยังดื่มโลหิตของทหารนับล้านๆ คนไปแล้ว ตอนนี้มันมีพลังกล้าแข็งขึ้น จนราเชนไม่อาจควบคุมร่างของตนเองได้แล้ว ดวงจิตของเขาก็เริ่มอ่อนแอลงไปเรื่อยๆ
“ นี่เรา..กำลังจะตายแล้วหรือนี่ ไม่ ไม่จริง”
เจ้าโมโม่ตอนนี้หันมาเห่าร่างมารโลหิต เพราะมันรู้สึกว่า ตอนนี้ไม่ใช่จิตของราเชนแล้ว มารโลหิตถึงกับยกมือขึ้นมา ร่างของเจ้าโมโม่ ก็ถูกดูดเข้ามาใกล้ๆ แล้วมันก็จับร่างของเจ้าโมโม่ แล้วกัดเข้าที่คอทันที เจ้าโมโม่ไม่อาจต้านทานได้ ทำให้มันถึงกับอ่อนระทวย
ทันใดนั้นเอง ร่างของมารโลหิต พอสัมผัสกับเลือดของเจ้าโมโม่ มันก็ถึงกับสะดุ้งเฮือก รีบคายออก มันลงไปนอนดิ้นอย่างทุรนทุราย ทันใดนั้นเอง หยดน้ำตาดาวก็มีประกายสีฟ้าส่องสวาบว่างขึ้นอีกครั้ง สามารถกักขังจิตมารได้อีกครั้ง ร่างมารโลหิตก็กลับมาเป็นชายหนุ่มร่างอ้วนท้วนสมบูรณ์ได้อีกครั้ง ส่วนเจ้าโมโม่ ก็ค่อยๆ ลุกขึ้นมาหาราเชน เพราะมันรู้ว่า ราเชนกลับมาแล้ว
“ อ่า เลือดของเจ้าสามารถกำราบเจ้า มารโลหิตในร่างของข้าได้ สงสัยต่อไปข้าต้องขอเลือดเจ้ามาเก็บไว้มากๆ หน่อยแล้ว” ราเชนเอ่ยแล้วลูบหัวเจ้าโมโม่ ที่ยังคงอ่อนเพลีย ส่วนสายตาของราเชนมองไปที่ลูกแก้วที่พาองค์ชายมู่ฉิน ลอยหายลับไปจากสายตาของเขา แล้วท้องฟ้าก็สว่างไสว พื้นที่รอบๆ เตียนโล่ง มีซากศพ โครงกระดูกเกลื่อนกลาดไปหมด ราเชนมอบไปรอบๆ หาได้พบกับสิ่งมีชีวิตไม่ ราเชนถึงกับอดสะพรึงขึ้นมา แม้นว่าเขาจะเป็นนักฆ่า สังหารผู้คนมากมาย แต่การสังหารผู้คนนับล้านตายไปชั่วพริบตาเช่นนี้ เขาเพิ่งประสบพบเจอเป็นครั้งแรก ความหดหู่เข้ามาเกาะกินหัวใจของเขาโดยไม่รู้สึกตัวทันที
“ ท่านรองผู้บัญชาการหยาง”
“ เฟยหลง”
เสียงของรองแม่ทัพเตี้ยนถง รองแม่ทัพลู่ตง ต้าเฉิง และ ที่ปรึกษาแม่ทัพเยว่ไคว ดังมาจากด้านหลัง พร้อมกันกองทหารหลายพันคน ควบม้าเข้ามาหาเขา ทั้งหมดกระโดดลงจากม้า แล้วเข้ามาหาราเชน ที่ปรึกษาแม่ทัพเยว่ไคว เข้ามาใกล้เขาแล้วทำท่าโค้งคำนับต่อหน้าเขา และกล่าวว่า
“ ข้าเยว่ไคว ที่ปรึกษากองทัพอาณาจักรปัจจิม ขอเป็นตัวแทนของพี่น้องทหาร ขอกล่าวขอบคุณรองผู้บัญชาการหยาง ที่ได้ช่วยชีวิตเหล่าทหารและชาวเมืองเอาไว้”
รองแม่ทัพลู่ตง รองแม่ทัพเตี้ยนถง ต้าเฉิง และ เหล่าทหารทุกๆ คน ต่างก็รีบโค้งคำนับแล้วกล่าวออกมาพร้อมๆ กัน
“ ขอบคุณรองผู้บัญชาการหยาง”........