"ท่านพ่อ ลูกอยากกินถังหูลู่เ้าค่ะ" เสี่ยวหลินกระตุกแขนเสื้อของบิดาขณะที่เดินออกจากร้านขายผ้า
"อย่างนั้นก็ไปดูที่ตลาดเถิด เผื่อจะได้ไปซื้อผักกับเนื้อหมูกลับไปให้มารดาของลูกทำอาหาร ดีหรือไม่"
"ดีเ้าค่ะท่านพ่อ" ทั้งสามคนจึงออกเดินไปยังตลาดที่อยู่ตรอกข้างๆ
เสี่ยวหลินเดินสลับกับะโไปมาอย่างตื่นเต้นดีใจจนไปชนเข้ากับบุรุษตัวโตเข้า นางล้มลงดีที่ไม่หงายหลังแต่เจ็บก้นไม่น้อยเลย นางเงยหน้ามองบุรุษตัวโตที่นางเดินไปชนเข้าก็พบกับดวงตาสีฟ้าใสที่มองกลับมา
"เสี่ยวหลิน! เป็อะไรหรือไม่" เทียนหรงรีบเข้ามาอุ้มบุตรสาวโดยมีเทียนเฉินคอยปัดเสื้อผ้าให้นาง
"เจ็บก้นนิดหน่อยเ้าค่ะท่านพ่อ แหะๆ"
"คราวหลังต้องเดินระวังหน่อยนะลูก ข้าขอโทษแทนบุตรสาวด้วยนะขอระ...เอ่อ" เทียนหรงหันไปโค้งตัวขอโทษแต่กลับพบเข้ากับบุรุษตัวใหญ่ผมทองที่ยืนกันอยู่สองคน
"เด็กน้อย เ้าเป็อะไรหรือไม่"
บุรุษที่นางเดินชนเอ่ยถามขึ้นมาแต่เขาไม่ได้พูดภาษาของแคว้นต้าชิงอีกทั้งสีผมที่โดดเด่นและตัวโตกว่าปกตินั่นทำให้หลายๆ คนเริ่มขยับเข้ามารอดูความสนุก
"เ้าพูดอย่างกับนางจะฟังเรารู้เื่" ชายหนุ่มที่อยู่ด้านข้างเอ่ยขึ้นมา เขามองเด็กน้อยตาแป๋วอย่างสนใจ
ชาวบ้านที่เห็นครอบครัวถังยืนงงก็ต่างกระซิบกระซาบกันอย่างขบขัน เสี่ยวหลินขมวดคิ้วมุ่นอย่างไม่พอใจ นางหันมองบิดากับท่านอาทั้งสองที่ยืนหน้าเจื่อนแล้วก็กำหมัดแน่น
ชาวบ้านพวกนี้น่าตายนัก!
"ข้าขอโทษเ้าค่ะ"
"ไปกันเ้าค่ะท่านพ่อ ร้านอยู่ตรงนั้นเ้าค่ะ" เสี่ยวหลินกล่าวกับบุรุษตัวโตเบาๆ ก่อนจะจูงมือบิดาเดินออกไปอย่างร่าเริง
ชายหนุ่มสองคนที่ถูกทิ้งไว้ด้านหลังยืนมองหน้ากันก่อนจะหันไปมองเด็กน้อยกับบุรุษทั้งสามที่เดินไกลออกไป
หลังจากซื้อของที่้าทั้งหมดแล้ว ทุกคนก็กลับมาที่เกวียนพร้อมกับข้าวของเต็มมือก่อนจะขึ้นไปนั่งบนเกวียน ส่วนรถเข็นถูกผูกเอาไว้ที่ท้ายเกวียนหลังจากที่ออกมาถึงหน้าประตูเมือง
เพราะเกวียนใช้เวลาเร็วกว่ามาก เพียงสองเค่อก็มาถึงหมู่บ้านแล้ว เกวียนวัวแวะจอดที่บ้านหลิวก่อน บุรุษทั้งสี่ช่วยกันแบกกระสอบข้าวสองกระสอบและของอีกเล็กน้อยเข้าไปเก็บไว้ในบ้านก่อนที่จะพากันเดินทางไปยังบ้านถังที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกล
เมื่อขนของและจ่ายค่าจ้างเสร็จเรียบร้อยท่านลุงเ้าของเกวียนก็ร่ำลาแล้วกลับเข้าเมืองไป เดิมทีค่าจ้างขนของราคาเพียงยี่สิบอีแปะ แต่เขาได้รับเงินมาถึงหนึ่งพวงด้วยเทียนหรงเห็นว่าต้องบรรทุกของหนักจึงให้มากหน่อยโดยหลิวห้าวขอออกร่วมด้วยคนละครึ่ง ทำให้ชายชราบังคับเกวียนกลับเข้าเมืองอย่างอารมณ์ดี
"ซื้ออะไรกันมาเยอะแยะเ้าคะท่านพี่" ฮุ่ยหนิงที่กลับจากไปซักผ้าริมลำธารเอ่ยถามขึ้นมา พร้อมกับเสี่ยวจงที่วิ่งส่ายหางดุ๊กดิ๊กเข้ามาหาเ้านายตัวน้อย
"พี่ซื้อข้าวสารมาตุนเอาไว้น่ะ หากซื้อตอนหน้าหนาวคงราคาสูงมาก ยังมีเครื่องปรุงรส เครื่องเทศ พวกธัญพืชแล้วก็ผ้าพับมาให้เ้าตัดเย็บชุดให้ทุกคนด้วย"
"ซื้อของมามากขนาดนี้คงจะขายสมุนไพรได้ราคาดีใช่ไหมเ้าคะ" นางถามยิ้มๆ เพราะแต่เดิมสามีของนางเป็คนประหยัดไม่ใช้จ่ายฟุ่มเฟือย
"ได้มามากเชียวล่ะ หากใช้อย่างประหยัดคงอยู่ได้เป็สิบปี"
"ขนาดนั้นเลยหรือเ้าคะ" ฮุ่ยหนิงตาโต ไม่ต่างจากเทียนเฉินที่ยืนอ้าปากค้างไปแล้ว ถึงว่าพี่ใหญ่ของเขาถึงซื้อของมากมายขนาดนี้
"ใช่แล้ว หากอะไรหลายๆ อย่างเข้าที่เข้าทางแล้ว เราจะสร้างบ้านใหม่กัน หน้าหนาวนี้จะได้ไม่ลำบาก" เทียนหรงยิ้มกว้าง บ้านหลังหนึ่งคงหมดไม่ถึงสิบตำลึงทอง เพียงสร้างให้แข็งแรงไม่ต้องใหญ่โตหรูหรา
"เย้! ถ้าสร้างบ้านใหม่เสี่ยวหลินจะมีน้องไหมเ้าคะ"
"แค่ก!"
เสี่ยวหลินเอ่ยถามขึ้นอย่างตื่นเต้นจนเทียนหรงถึงกับสำลักน้ำลาย เด็กน้อยยกมือปิดปากหัวเราะคิกคัก ใบหน้าของบิดานางแดงก่ำลามไปถึงหู มารดาเองก็ไม่ต่างกันมากนัก
ฮุ่ยหนิงเห็นสายตาวิบวับของบุตรสาวก็รีบคว้าห่อผ้าแล้วเดินเข้าบ้านไปอย่างรวดเร็ว เหตุใดนางถึงรู้สึกว่าบุตรสาวตัวน้อยไม่ได้เป็เพียงเด็กหญิงวัยห้าขวบกันนะ
เทียนหรงยืนกระแอมไออยู่หลายครั้ง เมื่อรู้สึกว่าหน้าเย็นลงแล้วก็หันกลับมากะว่าจะยกข้าวของไปเก็บให้เรียบร้อย แต่ก็พบเข้ากับสายตาวิบวับของบุตรสาวที่มองมา
"อ่ะแฮ่ม! อาเฉินมาช่วยพี่ขนของเถิด เสี่ยวหลินลูกก็เล่นกับเสี่ยวจงไปก่อนนะ" เทียนหรงยกกระสอบข้าวเดินตัวปลิวเข้าบ้านไป
"ท่านอารีบยกของเร็วเข้าเ้าค่ะ จะได้ไปขุดพลิกหน้าดินกัน" เสี่ยวหลินสะกิดท่านอาหนุ่มน้อยที่ยืนยิ้มนึกถึงบ้านหลังใหม่
"ได้เลยเสี่ยวหลิน วันนี้อาจะตั้งใจทำงานอย่างดี"
"ดีมากเ้าค่ะ" นางยิ้มตาหยีอย่างน่ารัก
ตกบ่าย หลังจากกินมื้อเที่ยงและนั่งย่อยกันเรียบร้อยแล้วเสี่ยวหลินก็มายืนควบคุมบุรุษทั้งสามทำงาน นางถือใบบัวขนาดใหญ่ทำเป็ร่มกันแดด
ใบบัวนี้เป็ท่านยายหลิวที่ฝากท่านอาหลิวห้าวมาให้นางเอาไว้เล่นหลายใบด้วยกัน นางจึงหยิบมากางแทนร่มเสียเลย โดยมีเสี่ยวจงเดินตามไม่ห่าง
"ท่านพ่อ เราซื้อที่อีกสักหน่อยดีไหมเ้าคะ จะได้ปลูกมันเทศเยอะๆ ข้าได้ยินท่านพ่อบอกว่าปีนี้น่าจะขาดแคลนข้าว เราปลูกมันเทศขายดีไหมเ้าคะ"
"เป็ความคิดที่ดีนะขอรับพี่หรง ระหว่างนี้ท่านก็ไม่ได้ออกเรือหารายได้ ข้าเองก็ไม่มีงานทำ" หลิวห้าวพยักหน้าอย่างเห็นด้วย
"เครือมันเทศเราไม่ได้มีมากขนาดนั้นน่ะสิ"
เสี่ยวหลินเองก็คิดตาม หากจะปลูกมันเทศเพื่อเอาเครือมาทำต้นพันธ์ก็คงไม่ทันหน้าหนาวเป็แน่ นางจับคางอย่างครุ่นคิด เทียนเฉินที่เห็นท่าทางนั้นก็หลุดขำ
"ระหว่างที่ตากดินเราเข้าป่ากันอีกดีไหมเ้าคะ หรือว่าจะให้ลูกกับท่านแม่เข้าไปหาดี"
"เดี๋ยวพ่อไปหากับอาเฉิน อาห้าวก็ได้ ลูกอยู่ที่บ้านเถิด วันนี้ที่ดินของเราน่าจะเสร็จเรียบร้อย ส่วนที่ดินของอาห้าวมีแค่หนึ่งหมู่ วันเดียวก็เสร็จแล้ว"
"แต่ลูกอยากไปด้วยนี่นา" นางทำหน้าเศร้า เสี่ยวจงเห็นเ้านายตัวน้อยเหงาหงอยก็รีบเข้ามาคลอเคลีย
"มีแค่เสี่ยวจงที่เข้าใจข้า" นางกอดซบเ้าวัวตัวน้อย เทียนหรงเห็นอย่างนั้นก็ถอนหายใจ ต่างกับเทียนเฉินที่หัวเราะเสียงดัง
"พี่ใหญ่ เสี่ยวหลินเป็ตัวนำโชคของเรานะขอรับ ถ้าไม่พานางไปด้วยเราจะพบของดีได้อย่างไร"
"ท่านอาดีที่สุด!" เสี่ยวหลินจิ้มตาหยี นางะโดึ๋งๆ ท่าทางตื่นเต้นดีใจ
"เอาเถอะ อยากไปก็ไป"
"เย้!"
สามวันผ่านไป
หลังจากเตรียมดินและใส่ปุ๋ยไว้เรียบร้อยทั้งสองบ้านแล้ว สามหนุ่มกับอีกหนึ่งเด็กน้อยก็พากันสะพายตะกร้าเดินเข้าป่าอย่างแข็งขัน นำโดยเด็กหญิงตัวน้อยเพียงคนเดียวที่เสนอให้เดินไปทางเดิมที่เคยพบมันเทศ ทุกคนเองก็เห็นด้วยเพราะที่ป่าแถบนั้นพวกเขาพบของดีถึงสองครั้ง
ทั้งสี่คนเดินทางมาถึงยังบริเวณที่ขุดมันเทศไปก่อนหน้านี้ เสี่ยวหลินเดินนำทุกคนเข้าไปด้านในท่าทางขึงขัง เทียนเฉินที่เห็นอย่างนั้นก็ลอบขำเล็กน้อย ดูเอาเถิด หลานสาวตัวน้อยของเขาช่างน่ารักเสียจริง
เดินลัดเลาะกันอยู่ครู่หนึ่งก็มาถึงบริเวณที่พื้นดินเป็แอ่งน้ำเก่าตื้นๆ คาดว่าในหน้าฝนคงจะเป็แอ่งน้ำขนาดใหญ่แน่นอน ที่โชคดีไปกว่านั้นก็คือ แอ่งน้ำตื้นนี้มีเครือมันเทศขึ้นอยู่เต็มไปหมด หากขุดจนหมดคงได้มากกว่าสิบกระสอบเป็แน่
ทุกคนหยุดยืนดูอย่างตะลึงงัน มันเทศมากมายขนาดนี้คงขุดและขนกันหลายวันอย่างแน่นอน เทียนหรงหัวเราะออกมาดังลั่นป่าไปหมด บทจะโชคดีก็โชคดีได้แทบทุกวัน บทจะลำบากก็แทบจะอดตาย ์ช่างล้อเล่นกับชีวิตของพวกเขานัก!
"ตัวนำโชคน้อยของข้า" เทียนเฉินเข้ามาอุ้มหลานสาวตัวน้อยแล้วกอดหอมไม่หยุด
"อย่านะเ้าคะ คิกคิก ท่านอา เสี่ยวหลินจั๊กจี้ ฮิฮิ" มือน้อยดันหน้าของเด็กหนุ่มออกไปแต่เขาก็ยังขยับหน้าเข้ามาเพื่อหอมแก้มนางไม่หยุด
"เราจะเอาอย่างไรดีขอรับพี่หรง" หลิวห้าวเอ่ยถามขึ้นอย่างโง่งม เขาหันมองเด็กหญิงตัวน้อยที่ยังคงถูกเทียนเฉินหยอกล้อไม่หยุด ดูเหมือนเด็กน้อยจะเป็ตัวนำโชคอย่างที่เทียนเฉินว่าจริงๆ
"วันนี้เราก็ได้เจอเครือมันเทศอย่างที่ตั้งใจไว้แล้ว เอาเป็ว่าข้าจะกลับไปซื้อที่ดินสักหลายหมู่แล้วจ้างชาวบ้านมาช่วยปรับหน้าดินใส่ปุ๋ยให้เรียบร้อย คงใช้เวลาสักสองสามวัน หลังจากนั้นเราค่อยมาขุดมันเทศแล้วก็เก็บเครือกลับไปด้วย ดีหรือไม่"
"ดีขอรับ ข้าเองก็จะซื้อที่ปลูกมันเทศเช่นกัน" หลิวห้าวเองก็อยากจะปลูกมันเทศไว้เยอะๆ เช่นกัน
"ดีเลย อย่างนั้นวันนี้เราก็ขุดมันเทศกลับไปคนละตะกร้าเถิด"
สองหนุ่มเดินนำลงไปก่อน ตามด้วยเทียนเฉินที่อุ้มหลานสาวตัวน้อยลงไปด้วย เพราะทางค่อนข้างชันอยู่สักหน่อย เขากลัวว่านางจะกลิ้งลงไปแทนหากให้เดินเอง
เทียนเฉินวางหลานสาวลงใต้ร่มไม้ เขาหยิบผ้าเก่าๆ ที่พกมาด้วยปูลงที่พื้นหญ้า ยังมีกล่องเล็กๆ ที่ใส่ขนมอบวางลงบนผ้าด้วย เสี่ยวหลินยืนมองตาปริบๆ นี่ท่านอาของนางเตรียมของมาให้นางนั่งปิกนิกหรืออย่างไรกัน
"เสี่ยวหลินนั่งเล่นรออยู่ตรงนี้นะ" เทียนเฉินลูบหัวหลานสาว เสี่ยวหลินพยักหน้าหงึกหงัก เขาจึงได้เดินจากไป
นางทิ้งตัวลงบนผ้าที่ปูไว้นั่งมองสามหนุ่มที่กำลังขุดมันเทศอย่างขยันขันแข็ง พอก้มมองมือป้อมของจนเองก็ให้ถอนหายใจ เมื่อไหร่นางจะโตเสียที ยังมีอีกหลายอย่างที่นางอยากจะทำ นางถอนหายใจแล้วทิ้งตัวลงนอนอย่างเหนื่อยใจ
พลันสายตาก็หันไปเห็นขอนไม้ผุๆ ที่อยู่ไม่ไกลนัก บนนั้นมีเห็ดสีน้ำตาลเกิดขึ้นอยู่เต็มไปหมด ร่างน้อยเด้งตัวขึ้นแล้ววิ่งไปดูใกล้ๆ
"เห็ดหอมนี่นา มีมากขนาดนี้เก็บไปตากแห้งไว้กินได้ทั้งปีเลย" นางยิ้มกว้างจนตาหยี ร่างน้อยวิ่งดุ๊กดิ๊กกลับไปหยิบตะกร้าใบน้อยของนางแล้วกลับมาเก็บเห็ดหอมอย่างอารมณ์ดี
เก็บจนหมดก็ได้เกือบเต็มตะกร้าเลยทีเดียว นางปล่อยขอนไม้เก่าๆ นั้นเอาไว้ที่เดิม ใจจริงก็อยากเอากลับไปด้วยแต่หากเปลี่ยนที่แล้วสภาพอากาศและความชื้นไม่เหมาะสมมันอาจจะไม่มีเห็ดงอกขึ้นมาอีก
เสี่ยวหลินกลับมายังที่นอนปิกนิกของนาง ไม่ลืมเด็ดใบไม้มาปิดบนตะกร้าไว้กว่าจะได้กลับบ้านเดี๋ยวเห็ดจะเหี่ยวเสียก่อน เมื่อจัดการกับตะกร้าเห็ดเรียบร้อยแล้วนางก็เดินเล่นไปเรื่อยๆ เผื่อจะเจอของดีอย่างอื่นอีก
"ข้าว่ามันเทศตรงนี้สีเข้มกว่ามันเทศที่เราขุดคราวก่อนนะขอรับ" หลิวห้าวเอ่ยขึ้นมา เสี่ยวหลินที่เดินเข้ามาได้ยินพอดีจึงได้เข้าไปดูด้วย
"ข้าก็คิดอย่างนั้นเหมือนกันขอรับ" เทียนเฉินกล่าวขึ้นมาบ้าง
"เสี่ยวหลินขอดูหัวเล็กๆ ได้ไหมเ้าคะ" ร่างน้อยเดินเข้ามา เทียนเฉินก็หยิบหัวเล็กมาส่งให้นาง
เสี่ยวหลินรับมาแล้วหักครึ่ง มันเทศสีม่วงสวยทำให้สามหนุ่มขยับเข้ามามุงดูอย่างสนใจ เสี่ยวหลินยิ้มกว้างอย่างตื่นเต้นเช่นกัน มันเทศคราวที่แล้วเป็สีส้มหรือไม่บางหัวก็มีสีเหลือง มันเทศหลายสีเอาไปทำขนมได้หลายอย่างเลย
"มันมีมันเทศสีเข้มแบบนี้ด้วยหรือ เกิดมาข้าก็เพิ่งเคยเจอ" เทียนหรงกล่าวขึ้นมา อีกสองหนุ่มก็พยักหน้ารับอย่างเห็นด้วย
"มันเทศมีหลายชนิดเ้าค่ะท่านพ่อ"
"อย่างนั้นหรือ เสี่ยวหลินของพ่อช่างเก่งกาจยิ่ง" เทียนหรงหอมแก้มบุตรสาวฟอดใหญ่ นางหัวเราะคิกคักแล้วปล่อยให้หนุ่มๆ ทำงานต่อไป ส่วนนางก็ออกเดินสำรวจต่อ
ร่างน้อยเดินไปรอบๆ แอ่งตื้นมองหาสิ่งที่พอจะเก็บได้ แต่ส่วนใหญ่ก็มีแต่หญ้ากับต้นไม้เล็กๆ ที่นางไม่รู้จัก นางจึงเดินกลับมานั่งแหมะที่เดิม นางค้นย่ามใบโปรดของท่านอาหยิบเอามันเผาออกมาปอกเปลือกกินอย่างเอร็ดอร่อย
"เสี่ยวหลินหิวแล้วหรือ" เป็เทียนเฉินที่เอ่ยถามขึ้นมา
เสี่ยวหลินเงยหน้ามองสามหนุ่มที่เดินเข้ามานั่งใกล้ๆ นางหยิบกระบอกน้ำยื่นให้ทั้งสามอย่างรู้งาน สามหนุ่มเองก็รับไปดื่มอย่างกระหาย
"เต็มตะกร้าแล้วหรือเ้าคะ"
"ใช่แล้วล่ะ พรุ่งนี้เราค่อยเอารถเข็นมาด้วย จะได้ขุดกลับไปเยอะหน่อย" เทียนหรงทิ้งตัวลงนอนข้างๆ บุตรสาวตัวน้อย ลมที่พัดมาเอื่อยๆ ทำให้รู้สึกเย็นสบายยิ่ง
"เยอะขนาดนี้คงขนกันหลายวันเลย หรือเราจะต่อรถเข็นอีกสักคันดีขอรับพี่หรง" หลิวห้าวเอ่ยถามขึ้นมา เทียนหรงเองก็เห็นด้วยจึงพยักหน้ารับ
"ดีเลย อย่างนั้นเราไปจ้างท่านลุงคงทำให้ดีกว่า เราทำเองเกรงว่ามันจะใช้ได้ไม่นาน ดูเอาเถิดรถเข็นคันน้อยของข้าอายุมากกว่าเสี่ยวหลินอีก มันยังแข็งแรงดีอยู่เลย"
"อย่างนั้นก็ได้ขอรับ ข้าจะสั่งทำไปไว้ใช้ที่บ้านสักคัน"
"วานเ้าไปสั่งทำให้ด้วยนะ ของบ้านข้าเอาหนึ่งคัน จะได้ช่วยกันขุดมันเทศได้เร็วหน่อย ขนออกไปทีเดียวเลย"
เสี่ยวหลินนั่งมองสองหนุ่มคุยกันตาปริบๆ ส่วนเทียนเฉินนั้นนอนรอให้นางป้อนมันเผา เขานอนอ้าปากรอคล้ายกับลูกนกที่รอแม่นกมาป้อนหนอนอย่างนั้นแหละ
####################################