ตอนที่ 7 ทำโทษ (2)
หลังจากครุ่นคิดอยู่เนิ่นนานสุดท้ายหลินเฉินก็ตัดสินใจว่าจะไม่บอกฉือม่อจะได้ไม่ต้องทำให้เ้าเด็กนั่นเป็ห่วงด้วย เขาลุกขึ้นนั่งตัวตรงเอ่ยพึมพำอะไรบางอย่าง ไม่นานบนมือซ้ายก็ปรากฏนกกระเรียนแสนฉลาดเฉลียวปราดเปรียวตัวหนึ่งที่น่าประหลาดใจก็คือ เ้านกกระเรียนตัวนี้กลับกระพือปีกบินขึ้นมา
หลินเฉินโยนมันออกไปกลางอากาศเ้านกกระเรียนตัวน้อยก็สยายปีกบินไป
หลังจัดการเื่นี้เสร็จเขาก็เอามือจับศีรษะแล้วล้มตัวลงนอนบนเตียงเช่นเดิม
จิ๊! ปวดหัวชะมัด
ยามเช้าตรู่ ดวงอาทิตย์สีแดงฉานค่อยๆคืบคลานโผล่ขึ้นมาทางฝั่งตะวันออกอาบย้อมบริเวณรอบข้างจนกลายเป็สีสันงดงามตระการตา เมฆหมอกเบาบางลอยอวลอยู่ในอากาศ
ฉือม่อลุกขึ้นจากที่นอน ใช้น้ำเย็นล้างหน้าเช็ดตัวง่ายๆ เสร็จแล้วก็รีบออกเดินทางอย่างมีความสุขไม่คาดว่าเพิ่งจะเปิดประตูก็เห็นนกกระเรียนตัวน้อยกำลังบินไปบินมา
นกกระเรียนตัวนั้นงดงามมาก ลำตัวใสบริสุทธิ์ส่องประกายเมื่อแสงแดดสาดส่องไปบนตัวมัน ร่างดุจอัญมณีแก้วนั้นก็สะท้อนเป็แสงสีรุ้ง
เ้ากระเรียนน้อยบินเข้ามาหาเขาฉือม่อจึงแบมือไปให้มันเกาะอย่างไม่รู้ตัว
เ้ากระเรียนน้อยเพิ่งจะเกาะฝ่ามือเขาได้เพียงชั่วครู่ทันใดนั้นตัวมันก็แตกสลายเป็ผุยผงในขณะเดียวกันก็มีเสียงของหลินเฉินดังขึ้นกลางอากาศ
เสียงนั้นเบาบางมาก แฝงไปด้วยความเยือกเย็นแต่ฉือม่อก็ฟังออกทันทีว่าเป็เสียงของอาจารย์
ฉือม่อใ รีบก้มศีรษะลง
ผ่านไปได้สักพักกลับยังไม่เห็นเรือนร่างสีขาวอันคุ้นเคยปรากฏขึ้นสักทีเขาจึงเงยหน้ามองไปรอบด้าน ทว่าก็ไม่เห็นเงาของอาจารย์
เสียงของหลินเฉินกลับดังอยู่ข้างหูเขา
ผ่านไปครู่หนึ่ง เขาก็เตะก้อนหินที่อยู่ข้างปลายเท้าที่แท้วันนี้อาจารย์ก็มีธุระนี่เอง แต่ต่อให้อาจารย์มีธุระเขาก็ยังต้องไปฝึกวิชาเพิ่มเองถึงจะใช้ได้ ห้ามปล่อยปละละเลยเื่นี้โดยเด็ดขาดเขาไม่อยากทำให้อาจารย์ต้องผิดหวัง
ทางด้านหลินเฉินที่ทรมานเพราะไข้หวัดฝั่งนี้นั้นเขานอนนิ่งอยู่บนเตียงไม่ขยับ คิ้วขมวดแน่นเป็ปม ราวกับว่าโดนอะไรบางอย่างกดทับอยู่
‘ชีวิตเอ๋ย...ทำไมเ้าไข้หวัดนี่ถึงได้รุนแรงแบบนี้’ หลินเฉินสะลึมสะลืออยู่บนเตียงทรมานกับอาการปวดศีรษะเหมือนโดนฉีกทึ้งออกเป็เสี่ยงๆ
เขารู้ว่านี่คือบทลงโทษที่ระบบมอบให้แต่บทลงโทษนี้ทรมานเกินไปหน่อยไหม มันทุกข์ทนและลำบากยิ่งกว่าไข้หวัดธรรมดาเป็ร้อยเท่าพันเท่าเชียวนะ
เขาะโเรียกระบบขึ้นในใจไม่หยุด ‘เ้าระบบ เ้าระบบ เ้าระบบ!’
หลังจากเรียกหาไปหลายที ระบบถึงค่อยส่งเสียงติ๊ดๆ ขึ้นมา
[ติ๊ดๆ! นายท่านสำนึกผิดหรือยังขอรับ]
หลินเฉินพยักหน้าในใจรัวๆ ‘ฉันรู้สึกผิดแล้ว ฉันผิดไปแล้ว! ครั้งหน้าฉันไม่กล้าทำอีกแล้ว’
[ครั้งนี้ทำโทษนายท่านสถานเบาเท่านั้นนะขอรับหากครั้งหน้านายท่านทำผิดกฎอีก ต้องรับโทษสถานหนักยิ่งกว่านี้]
หลินเฉิน ‘ได้ๆ ไม่มีครั้งหน้าแล้ว งั้นฉันจะหายดีเมื่อไร’
[ระยะเวลาทำโทษทั้งหมดหนึ่งวันขอรับ]
‘วันเดียวยังพอไหววันเดียวพอไหว! ตัวฉันยังพอทนได้ถ้ามากกว่านี้อีกหลายวันหน่อย เกรงว่าฉันคงต้องทรมานจนเป็บ้าแน่!’
เขาวิงเวียนศีรษะจนหนักอึ้ง เนื้อตัวไร้เรี่ยวแรงได้แต่นอนแผ่หลาอยู่บนเตียงแบบนี้ ทรมานและรู้สึกแย่มากเหลือเกิน
แต่หลินเฉินก็ยังบังคับตัวเองให้เข้าสู่ห้วงภวังค์แห่งความฝันไม่แน่พอหลับไปแล้ว ความเ็ปนี้อาจลดลงก็เป็ได้
และก็ไม่รู้ว่า์ได้ยินคำปรารถนาของหลินเฉินหรือไม่ไม่นานเขาก็ค่อยๆ ดำดิ่งลงสู่ห้วงภวังค์แห่งความฝัน
แม้เขาจะอยู่ในความฝัน หลินเฉินกลับยังนอนหลับไม่สบายสักเท่าไรคิ้วเขาขมวดแน่นเป็ปมจนคลายไม่ออก ราวกับว่ากำลังฝันร้าย
เขาอยากจะดูว่าสถานการณ์ในตอนนี้เป็อย่างไรทว่าแค่ขยับเบาๆ นิดเดียว อาการปวดร้าวก็ลามไปทั้งตัว เขาเจ็บจนกัดฟันกรอดไม่เพียงแค่บางส่วนในกายเท่านั้น แต่เ็ปไปทั่วเรือนร่าง
เวลานี้เขาไม่มีกะจิตกะใจจะมาสนเื่ความเ็ปบนร่างกายตัวเองหรอกเพราะเขาค้นพบว่าสองมือของตนได้ถูกโซ่เหล็กล่ามตรึงเอาไว้
และไม่ใช่แค่สองมือเท่านั้นขาสองข้างของเขาก็ยังโดนตีตรวนเอาไว้ด้วย
นี่มันอะไรกัน!
นี่เขาเป็อะไรไป ‘ระบบระบบ นายออกมานะ!’
แต่ไม่ว่าเขาจะกู่ร้องะโก้องกับอากาศจนนับครั้งไม่ถ้วนก็ไม่ได้ยินเสียงตอบกลับจากอีกฝ่ายแต่อย่างใด
เสียงโซ่เหล็กขยับครืดคราดไปตามการเคลื่อนไหวของหลินเฉินเขาดิ้นรน พยายามจะใช้พลังจิตทำลายโซ่ตรวนนี่ทิ้งแต่ก็พบว่าในปราณจินตานไม่หลงเหลือพลังจิตอยู่เลย นี่มันเื่อะไรกันเนี่ย! พลังจิตของเขาหายไปไหน ใครมันเป็คนขังเขาไว้ที่นี่กันแน่!
ระหว่างที่เขากำลังสงสัยอยู่นั้น ก็มีเสียงดังปัง! ขึ้นมาทางประตูด้านหน้าตามด้วยแสงสว่างจ้าจนหลินเฉินไม่อาจลืมตามองได้ ภายใต้ลำแสงนั้นเรือนร่างของคนผู้หนึ่งค่อยๆ ปรากฏขึ้น ก่อนจะเดินเข้ามาหาเขา
คนผู้นั้นรูปร่างสง่าผ่าเผย ท่วงท่างดงามน่ามองแสงอาทิตย์ด้านหลังส่องกระทบเจิดจ้าอยู่บนกายอีกฝ่ายเดิมทีภาพเหตุการณ์นี้ควรจะให้ความรู้สึกอบอุ่นแท้ๆ ทว่าหลินเฉินกลับเย็นะเืไปถึงกระดูก
แม้จะเห็นเพียงโครงหน้าเลือนราง แต่หลินเฉินก็สามารถแยกออกได้ทันทีว่าอีกฝ่ายคือใครคนผู้นั้นคือฉือม่ออย่างไม่ต้องสงสัย! หรือพูดให้ถูกต้องก็คือฉือม่อที่เติบโตแล้ว! หรือจะพูดอีกอย่างก็คือฉือม่อที่ฆ่าคนตายโดยไม่กะพริบตาในนิยายคนนั้นนั่นเอง!
หลินเฉินหยุดหายใจในทันใด เหงื่อเย็นบนหน้าผากผุดซึมออกมาไม่หยุดความกลัวเข้าครอบงำสมองและความรู้สึกของเขาอย่างรวดเร็ว
ถึงเขาจะไม่รู้ว่าเข้ามาในสถานที่แห่งนี้ได้อย่างไรและฉือม่อแปรสภาพมาอยู่ในรูปร่างที่เติบโตแบบนี้ในทันทีได้อย่างไรก็ตามแต่เขาก็รู้ว่าสถานการณ์ของตนในครั้งนี้คงไม่น่ายินดีอีกต่อไป
**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/270f92ed871ddcac593159d4b48f26a8