หลังจากซีอันอุ้มองค์หญิงอยู่ในอ้อมกอดโดยมีสตรีที่หน้ารำคาญตามไม่ห่าง
"เจ้าจะขี่ม้ามาใกล้ข้าทำไม?"
"ก็ข้าเป็นห่วงคุณหนูแล้วท่านจะดุข้าทำไม"
เสียงหัวเราะคิกคักของเหล่าองครักษ์และทหารด้านหลัง จนทำให้ซีอันถึงกับต้องหันไปมองด้วยสายตาเย็นชา
หลังจากเดินทางมาได้สักพัก มู่กวานางก็ถามว่าเหตุใดคุณหนูของนางถึงไม่ฟื้นเสียที แต่บุรุษตรงหน้านางกลับไม่ตอบอันใดเขายังคงทำหน้านิ่งเดินทางต่อไป
"ท่านหัวหน้าองครักษ์เป็นเช่นนี้เสมอนั่นแหละแม่นาง"
องครักษ์อีกนายกล่าวก่อนแม่ทัพหมิงจะเดินทางมาสมทบ การเดินทางในครั้งอย่างน้อยต้องใช้เวลาถึงสองวัน
หากจะเดินทางทั้งวันก็อาจจะเป็นปัญหาสำหรับองค์หญิง จึงต้องพักบริเวณใกล้กับแม่น้ำ
ดวงตากลมโตค่อยๆตื่นจากอาการโดนยาสลบใบหน้าแรกที่นางพบคือมู่กวานางนอนอยู่บนตักมู่กวาก่อนนางจะสะดุ้ง
"โป๊ก..โอ้ย"
มู่กวาไม่คิดว่าคุณหนูของนางจะลุกขึ้นกะทันหันถึงเพียงนี้ เค่อฉิงเอามือกุมหน้าผากด้วยความเจ็บก่อนเธอจะสะดุ้งสุดตัวเมื่อบุรุษผู้จับเธอมาเดินมาดู
"น้ำพ่ะย่ะคะองค์หญิง"
"ห๊ะ?"
เค่อฉิงที่หลบอยู่หลังมู่กวาเธอกลัวแต่หลังจากได้ยินทำให้เธอยิ่งไม่เข้าใจเหตุใดถึงเรียกเธอว่าองค์หญิง
"พวกท่านจับพวกเรามาทำไม?" เค่อฉิงถามแต่ยังไม่ออกมาจากด้านหลังของมู่กวา
ก่อนซีอันจะอธิบายว่าทำไมถึงได้จับตัวเธอมา ซีฉันหยิบกระดาษรูปหงส์ให้เธอดู
"มันเหมือนกับตรงเท้าของเธอเลย" เค่อฉิงคิดแต่ก็ยังไม่เชื่อบุรุษตรงหน้าก่อน แม่ทัพหมิงที่เดินแบกหมูป่าออกมาจากป่าก่อนจะตรงมาหาเธอ
"คารวะพ่ะย่ะคะองค์หญิง" แม่ทัพหมิงกล่าวหลังจากให้ลูกน้องของเขาจัดการหมูป่า
"แล้วท่านทั้งสองคือ?"
"กระหม่อมองครักษ์หลวงซีอันพ่ะย่ะคะ"
"กระหม่อมแม่ทัพลำดับที่สามหมิงพ่ะย่ะคะ"
แต่เค่อฉิงไม่ค่อยชอบใจบุรุษผู้เป็นแม่ทัพเสียเท่าไหร่ ด้วยเหตุที่เขาทำให้นางหลับไปโดยไม่ทันจะได้กล่าวอะไร
ก่อนแม่ทัพหมิงจะไปจัดการทางด้านอื่นซีอันก็ตามไปด้วยเช่นกัน ซึ่งมันทำให้เค่อฉิงต้องนึกย้อนไปว่าทำไมนางถึงได้ตกอยู่ในสถานะองค์หญิงแต่ยิ่งนึกเธอยิ่งปวดหัว ก่อนร่างกายจะค่อยๆอ่อนแรงอย่างไม่ทราบสาเหตุ
มู่กวาที่เห็นคุณหนูของนางกุมขมับ ก่อนนางจะรับร่างที่โซเซของคุณหนูของไว้ทัน
แม่ทัพหมิงวิ่งมาด้วยความเป็นห่วงองค์หญิง ก่อนจะเอามือตรวจชีพจรของนาง แม่ทัพหมิงเพียงรู้ว่าองค์หญิงร่างกายอ่อนเพลียมาก
"เนื้อหมูป่าย่างพ่ะย่ะคะอาจจะไม่ถูกปากเท่าใดนักแต่ว่ามันช่วยลองท้องได้"
เค่อฉิงรับมาด้วยความเต็มใจถึงรสชาติจะไม่มีแต่ก็พอกินได้ ขณะกินก็นึกไปด้วยว่าทำไมในความทรงจำของเธอไม่มีแม้แต่ความจำในวัยเด็กหรือเป็นเพราะเธอความจำไม่ดีแต่ไม่น่าจะใช่
ก่อนจะสลัดความคิดอันฟุ้งซ่านออกจากหัว ถ้านึกไม่ออกแล้วจะนึกทำไม หลังจากกินเสร็จจึงพร้อมเดินทางต่อ เค่อฉิงเธอไปขี่ม้ากับมู่กวาของเธอแทนโดยมีองค์รักซีอันขี่ม้าใกล้ๆเสมอ
.
.
.
ทางด้านรองแม่ทัพฉินหลงที่เดินทางกลับมายังแคว้นหยางหมิงก่อนจะได้รู้เรื่องทั้งหมดว่าสตรีที่ท่านแม่ทัพอยู่ด้วยเสมอคือองค์หญิงสี่
ฉินหลงถึงกับวิญญาณลอยออกจากร่าง แคว้นจะล้มสลายเพราะท่านแม่ทัพทำกับองค์หญิงสี่ไว้มากนี่แหละ
"เอาละข้าจะเดินทางกลับเมืองหลวง"
"ท่านแม่ทัพจะกลับไปทำไมหรือขอรับ"
ข้าก็จะกลับไปแจ้งข่าวด้วยตนเอง"
ก่อนเฟิงฉินจะเดินออกไปปล่อยให้ฉินหลงมองตามหลัง "เหตุใดท่านแม่ทัพถึงต้องไปแจ้งข่าวให้ฮ่องเต้ด้วยตนเอง?" ฉินหลงเพียงคิดแต่มิได้ถามออกไป
.
.
.
ค่ำคืนเริ่มเข้ามาเวลายามเย็นมาถึง เค่อฉิงเธอปวดก้นอย่างมากกับการขี่ม้า มู่กวานางเห็นใจคุณหนูของนาง แต่ก็ทำอะไรไม่ได้นางได้แค่มองไปยังคุณหนูที่ไม่คิดเลยว่าจะเป็นองค์หญิงผู้สูงศักดิ์ไปเสียแล้ว
"ตุ๊บ!"
มู่กวานางตกใจที่บุรุษด้านหลังเดินชนบ่าของนางจนทำเอาเกือบล้มลง ซีอันที่เดินมามองนางด้วยแววตาเย็นชา
ทำให้นางคิดว่าบุรุษผู้นี้ไม่มีความเกรงใจคนยืนอยู่เลยหรือเหตุใดตาถึงได้บอดไม่แม้แต่จะขอโทษนางเลยสักนิด
"บุรุษใจหยาบ" มู่กวาบ่นอุบ ก่อนนางจะเดินตามไปหาคุณหนูของนาง
ค่ำคืนจันทราส่องส่องแสงสว่างความมืดเข้าปกคลุมบริเวณรอบๆป่าเหล่าองครักษ์และทหารต่างพลัดเปลี่ยนยามกัน เค่อฉิงนางนอนหลับอยู่บนตักของมู่กวาที่เอนกายพิงต้นไม้อยู่มีเพียงกองไฟที่ให้ความอบอุ่นแก่พวกนาง
ก่อนซีอันจะนำเสื้อทั้งสองตัวมาห่มให้สตรีทั้งสอง
ในความฝันอันยาวนานเค่อฉิงเธอตื่นมาในสถานที่แห่งหนึ่งจนสายตาสำรวจไปรอบๆมันคือรถม้าที่กำลังวิ่งไปที่ใดสักแห่งก่อนรถม้าจะหยุดลง
"ดันลงไปดันให้มันตกหน้าผาเร็วเข้าสิว่ะ"
เค่อฉิงเธอสะดุ้งตื่นจากฝัน แต่ก็ไม่ทำให้มู่กวาตื่น เธอตัดสินในลุกออกจากตักของมูกวาเดินไปหาท่านแม่ทัพหมิงที่ยืนเฝ้ายามอยู่ตลอด
"ท่านแม่ทัพไม่นอนหรือ?"
"กระหม่อมนอนไม่หลับพ่ะย่ะคะ"
เค่อฉิงพยักหน้าก่อนเธอจะถามถึงเรื่องท่านพี่ของตนจนได้รู้ว่าพี่ของเธอคือบุคคลที่อยู่บนจุดสูงสุดทางทิศใต้ แต่เธอก็ไม่เข้าใจเหตุใดถึงจำอะไรไม่ได้เลยแม้แต่หรือมันเป็นเพียงแค่ฝันอันยาวนาน..
จบตอน..