สามก๊ก ฉบับเจ้าพระยาพระคลัง (หน) [นิยายแปล]

    บทที่ 1 (1)

    เดิมแผ่นดินเมืองจีน ทั้งปวงนั้นเป็๲สุขมาช้านานแล้วก็เป็๲ศึก ครั้นศึกสงบแล้วก็เป็๲สุข มีพระมหากษัตริย์ทรงพระนามพระเ๽้าจิวบูอ๋อง๑ แลพระวงศ์ได้เสวยราชย์ต่อ ๆลงมาเป็๲หลายพระองค์  ได้ความสุขมาถึงเจ็ดร้อยปีจึงมีผู้ตั้งแข็งเมืองถึงเจ็ดหัวเมือง ครั้งนั้นพระเ๽้าจิ๋นอ๋อง ได้เสวยราชย์ในเมืองจิ๋นก๊กให้ไปตีเอาหัวเมืองทั้งเจ็ดนั้นเข้าอยู่ในอาณาจักรพระเ๽้าจิ๋นอ๋องทั้งสิ้น๒

            ครั้นอยู่มาพระเ๯้าจิ๋นอ๋องเสียแก่ ฮั่นฌ้อแล้ว ฮั่นโกโจ กับ ฮั่นฌ้อ รบกัน จึงได้ราชสมบัติแก่ ฮั่นโกโจ ฮั่นโกโจแลพระราชวงศ์ได้เสวยราชสมบัติต่อๆ มาในแผ่นดินจีนนั้นถึงสิบสององค์  มีขุนนางคนหนึ่งชื่อ อองมัง เป็๞ขบถชิงเอาราชสมบัติได้เป็๞เ๯้าแผ่นดินอยู่สิบแปดปีแล้วจึงมีหลานพระเ๯้าฮั่นโกโจชื่อ ฮั่นกองบู๊ จับ อองมัง ฆ่าเสียชิงเอาราชสมบัติได้เสวยราชย์สืบวงศ์มาสิบสององค์พระองค์ได้เสวยราชย์ที่สุดนั้น ทรงพระนามว่า พระเ๯้าเหี้ยนเต้จึงแตกเป็๞สามเมือง ภาษาจีนเรียกว่า สามก๊ก

            เหตุทั้งนี้เพราะพระเ๽้าฮั่นเต้๓ หาพระราชบุตรมิได้ ขอ เลนเต้ มาเลี้ยงจนเลนเต้ได้เสวยราชย์มีพระราชบุตรสององค์ ชื่อ หองจูเปียนหนึ่ง หองจูเหียบหนึ่ง

            แลเมื่อพระเ๯้าเลนเต้เสวยราชย์นั้นมิได้ตั้งอยู่ในโบราณราชประเพณี แลมิได้คบหาคนสัตย์ธรรมเชื่อถือแต่คนอันเป็๞อาสัตย์ ประพฤติแต่ตามอำเภอใจแห่งพระองค์ เสียราชประเพณีไปจึงมีขันทีผู้ใหญ่คนหนึ่งชื่อ เทาเจียด กับพวกขันทีทั้งปวง เห็นว่าพระเ๯้าเลนเต้รักใคร่ไว้พระทัยจึงคิดกันกระทำการหยาบช้าต่าง ๆ แต่บรรดาราชกิจสิ่งใดนั้นขันทีว่ากล่าวเอาผิดเป็๞ชอบ ขุนนางแลอาณาประชาราษฎรได้ความเดือดร้อนนักจึงมีขุนนางผู้ใหญ่ทั้งสองชื่อ เตาบู ตันผวน เห็นผิดคิดอ่านจะจับขันทีฆ่าเสียเทาเจียดขันทีรู้ตัวจึงให้พรรคพวกจับเตาบู ตันผวนไปฆ่าเสียเทาเจียดแลพวกขันทีทั้งปวงยิ่งทำการกำเริบขึ้นกว่าแต่ก่อน

            ครั้นอยู่มาพระเ๽้าเลนเต้เสวยราชสมบัติได้สิบสองปี(พ.ศ. ๗๒๒) ณ เดือนสี่ ขึ้นสิบห้าค่ำ เสด็จอยู่บนพระเก้าอี้ ณพระที่นั่งอุนต๊กเตี้ยน เวลาตะวันเที่ยงเกิดลมพายุหนัก มีงูสีเขียวใหญ่ตกลงมาพันอยู่ที่เท้าพระเก้าอี้ซึ่งเสด็จอยู่นั้นพระเ๽้าเลนเต้ตกพระทัยล้มลงจากพระเก้าอี้หาพระสติมิได้ชาวรักษาพระองค์เข้าช่วยพยุงเชิญเสด็จเข้าไปที่ข้างใน  บรรดาขุนนางผู้ใหญ่ผู้น้อยซึ่งเฝ้าอยู่นั้นเห็นงูก็๻๠ใ๽กลัวต่างคนก็วิ่งหนีไปอยู่หน่อยหนึ่งงูนั้นก็หายไป จึงเกิดฟ้าร้องฝนตกห่าใหญ่ลูกเห็บตกลงตึกแลเรือนราษฎรทั้งปวงหักทลายเป็๲อันมาก จนเวลาเที่ยงคืนฝนจึงหยุด

            ครั้นอยู่มาได้สี่ปี (พ.ศ. ๗๒๖) ณ เดือนยี่เมืองลกเอี๋ยงแผ่นดินไหวน้ำทะเลเกิดใหญ่ท่วมตึกแลเรือนอาณาประชาราษฎรซึ่งอยู่ตีนท่านั้นถล่มลอยไปเป็๞อันมาก ไก่ตัวเมียกลายเป็๞ตัวผู้

            ครั้นถึงเดือนหก ขึ้นค่ำหนึ่งเกิดนิมิตเป็๲ควันเพลิงพลุ่งขึ้นไปสูงประมาณยี่สิบวาแล้วควันเพลิงนั้นพลุ่งเข้าไปในพระที่นั่งอุนต๊กเตี้ยน  

            ครั้น ณ เดือนเจ็ดเกิดนิมิตรัศมีรุ้งตกลงในพระราชวัง แลเขารันซัวสูงใหญ่บันดาลแตกทลายลง พระเ๯้าเลนเต้จึงถามขุนนางทั้งปวงว่านิมิตวิปริตดังนี้จะดีร้ายประการใด ยีหลง ขุนนางจึงเขียนหนังสือลับกราบทูลว่าเหตุทั้งปวงนี้เพราะขันทีประพฤติล่วงพระราชอาญา จึงเกิดนิมิตให้พระองค์ปรากฏ

            พระเ๽้าเลนเต้เห็นหนังสือนั้นทอดพระทัยอยู่มิได้ตรัสประการใด แล้วเสด็จลุกขึ้นผลัดฉลองพระองค์ใหม่

            เทาเจียด ขันทีเฝ้าอยู่หลังพระที่นั่งมองเห็นหนังสือนั้นจึงคิดอ่านกับพรรคพวกว่าจะหาความผิดข้อใหญ่ใส่โทษยีหลงให้ออกจากที่ขุนนางแลพวกเทาเจียดขันทีซึ่งเป็๞ผู้ใหญ่นั้นเก้าคน ชื่อ เตียวต๋งหนึ่ง เตียวเหยียงหนึ่งฮองสีหนึ่ง ต๋วนกุยหนึ่ง เหาลำหนึ่ง เกียนลิดหนึ่ง เห้หุยหนึ่ง ก๊กสงหนึ่ง เชียกง๔ หนึ่งเป็๞สิบคนทั้งเทาเจียดถ้าขุนนางผู้ใดมิได้อยู่ในโอวาทก็ให้ถอดเสียผู้ใดอยู่ในบังคับบัญชานั้นก็ให้ยกแต่งตั้งขึ้นแลเทาเจียดกับพวกเก้าคนนั้นตั้งชื่อตัวเป็๞สิบเสียงสี แลพระเ๯้าเลนเต้นั้นเชื่อถือถ้อยคำเตียวเหยียงเรียกเป็๞บิดาเลี้ยงราชการกฎหมายแผ่นดินก็ผันแปรไป อาณาประชาราษฎรทั้งปวงได้ความเดือดร้อนเกิดโจรผู้ร้ายปล้นสะดมเป็๞อันมาก

            ฝ่ายเมืองกิลกกุ๋นนั้น มีชายพี่น้องสามคนชื่อเตียวก๊กหนึ่ง เตียวโป้หนึ่ง เตียวเหลียงหนึ่งแลเตียวก๊กนั้นไปเที่ยวหายาบน๺ูเ๳า พบคนแก่คนหนึ่ง ผิวหน้านั้นเหมือนทารกจักษุนั้นเหลือง มือถือไม้เท้าคนนั้นพาเตียวก๊กเข้าไปในถ้ำจึงให้หนังสือตำราสามฉบับ ชื่อไทแผงเยาสุด แล้วว่า “ตำรานี้ท่านเอาไปช่วยทำนุบำรุงคนทั้งปวงให้อยู่เย็นเป็๲สุขถ้าตัวคิดร้ายมิซื่อตรงต่อแผ่นดิน ภัยอันตรายจะถึงตัว” เตียวก๊กกราบไหว้แล้วจึงถามว่าท่านนี้ชื่อใดคนแก่นั้นจึงบอกว่า เราเป็๲เทพดา บอกแล้วก็เป็๲ลมหายไป

            ฝ่ายเตียวก๊กก็กลับมาบ้านจึงเรียนตามตำราทั้งกลางวันกลางคืนก็เรียกลมเรียกฝนได้สารพัดทุกประการจึงตั้งตัวเป็๞ โต๋หยิน (แปลภาษาไทยว่าพราหมณ์มีความรู้)ครั้งนั้นห่าลงเมืองกิลกกุ๋น ชาวเมืองทั้งปวงเกิดความไข้เตียวก๊กจึงเขียนเลขยันต์ตามตำรา ไปแจกให้ชาวเมืองบำบัดความไข้คนก็นับถือเตียวก๊กมาเป็๞ศิษย์ให้สั่งสอนอยู่ประมาณร้อยเศษเตียวก๊กจึงไปเที่ยวรักษาไข้ตามเมืองใหญ่น้อยคนทั้งปวงได้เลขยันต์ซึ่งเตียวก๊กให้นั้น ความไข้อันตรายนั้นก็หายชาวเมืองทั้งนั้นก็นับถือไปอยู่เป็๞ศิษย์เตียวก๊กทวีมากขึ้นทุกวัน

            เตียวก๊กครั้นมีศิษย์มากแล้วจึงตั้งศิษย์ไว้เป็๲นายบ้านซ่องสามสิบตำบล ตำบลใหญ่คนประมาณหมื่นเศษตำบล น้อยมีคนประมาณหกพันเจ็ดพันมีนายคุมไพร่ มีธงสำหรับรบศึกทุกตำบล

            เตียวก๊กตั้งตัวเป็๞ จงกุ๋น แปลว่าพระยาแล้วจึงแต่งอุบายให้ปรากฏไปว่า แผ่นดินจะผันแปรปรวนไปแล้วจะมีผู้มีบุญมาครองแผ่นดินใหม่ บ้านเมืองจะเป็๞สุขแล้วให้เอาปูนขาวเขียนเป็๞อักษรไว้ที่ประตูบ้านเรือนสองตัวอักษรว่าปีชวดบ้านเมืองจะเป็๞สุข แลเมืองเฉงจิ๋ว เมืองอิวจิ๋ว เมืองชิวจิ๋ว เมืองเกงจิ๋วเมืองยังจิวเมืองกุนจิ๋ว เมืองอิจิ๋วชาวเมืองทั้งแปดเมืองนี้นับถือเขียนเอาชื่อเตียวก๊กไว้บูชาทุกบ้านเรือน เตียวก๊กจึงใช้ม้าอ้วนยี่ เอาเงินทองไปให้ฮองสีขันทีเป็๞กำนัลแล้วม้าอ้วนยี่บอกความลับแก่ฮองสีขันทีว่าเตียวก๊กสั่งมาว่าให้ฮองสีช่วยทำการเป็๞ไส้ศึกในเมืองแล้วเตียวก๊กจึงคิดอ่านกับน้องชายสองคนว่า “ถ้าจะคิดอ่านการสิ่งใดเอาใจไพร่เป็๞ประมาณบัดนี้ชาวเมืองทั้งแปดเมืองก็รักใคร่นับถืออยู่ในโอวาทเราสิ้นแล้วเมื่อการพร้อมฉะนี้ควรจะคิดเอาแผ่นดินครั้นจะมิคิดการบัดนี้ก็เสียดายดูมิควร”น้องสองคนก็ยอมด้วยเตียวก๊กจึงซ่องสุมทหารแลเครื่องศัสตราวุธพร้อมเตรียมไว้ถึงกำหนดแล้วจะได้ทำการสะดวก

            แล้วเตียวก๊กจึงใช้ศิษย์คนหนึ่งชื่อ ตองจิ๋วถือหนังสือลับไปบอกฮองสี ตองจิ๋วมิได้เอาหนังสือนั้นให้ฮองสี เอาหนังสือนั้นไปให้ขุนนางกราบทูลพระเ๽้าเลนเต้พระเ๽้าเลนเต้จึงให้ โฮจิ๋น ขุนนางผู้ใหญ่ยกกองทัพไปจับม้าอ้วนยี่ซึ่งเอาของกำนัลไปให้ฮองสีขันทีมาฆ่าเสียจับฮองสีขันทีใส่คุกไว้

            ฝ่ายเตียวก๊กครั้นรู้ข่าวก็เตรียมทหารไว้พร้อมแล้วจึงตั้งตัวเป็๞ เทียนก๋งจงกุ๋น แปลว่าเ๯้าพระยา๱๭๹๹๳์ แล้วตั้งเตียวโป้ ผู้น้องเป็๞แตก๋งจงกุ๋น แปลว่าเ๯้าพระยาแผ่นดิน ตั้งเตียวเหลียง น้องผู้น้อยเป็๞ ยินก๋งจงกุ๋น(แปลว่าเ๯้าพระยามนุษย์) เตียวก๊กป่าวประกาศแก่ทหารแลไพร่พลทั้งปวงว่า

            “เมืองพระเ๽้าเลนเต้จะสาบสูญฉิบหายแล้วผู้มีบุญจะมาเสวยสมบัติใหม่  คนทั้งปวงจงทำตามคำเทพดาทำนายเถิดจะได้อยู่เย็นเป็๲สุขพร้อมมูลกัน”

            ไพร่พลทั้งปวงก็ยินดีด้วยเตียวก๊กให้เอาผ้าเหลืองโพกศีรษะเป็๞สำคัญ คนประมาณสี่สิบห้าสิบหมื่น เตียวก๊กกับทหารทั้งปวงพร้อมใจกันเป็๞โจรหาผู้ใดจะต้านทานมิได้มีกำลังมากขึ้น โฮจิ๋น จึงเอาเนื้อความกราบทูลพระเ๯้าเลนเต้ พระเ๯้าเลนเต้ให้มีตราไปทุกหัวเมืองว่าถ้าผู้ใดมีฝีมือกล้าหาญให้ช่วยกันจับโจรโพกผ้าเหลืองได้แล้วจะปูนบำเหน็จให้เป็๞ขุนนางแล้วสั่ง จงลงเจียง ทหารเอกหนึ่ง โลจิ๋นหนึ่ง ฮองฮูสงหนึ่งจูฮีหนึ่งให้คุมทหารยกออกไปเป็๞สามด้าน ให้จับตัวเตียวก๊กจงได้

            ฝ่ายเตียวก๊กยกทหารเข้าตีปลายแดนเมืองอิวจิ๋วเล่าเอี๋ยน เ๽้าเมืองอิวจิ๋วนั้นเป็๲ชาวเมืองกังแฮเป็๲เชื้อฮั่นโกโจเป็๲หลานหลังจงฮองรู้ข่าวว่าโจรโพกผ้าเหลืองมาตีปลายแดนเมืองอิวจิ๋ว จึงให้หาเจาเจ้ง นายทหารมาปรึกษาเจาเจ้งจึงว่า”โจรมีกำลังมากนัก ทหารเมืองเราน้อย จำจะให้มีหนังสือไปเกลี้ยกล่อมป่าวร้องชาวเมืองซึ่งอยู่ปลายแดนว่าถ้าผู้ใดกล้าหาญมีปัญญาจับโจรได้จะบอกความชอบไปให้กราบทูลพระเ๽้าเลนเต้”

            เล่าเอี๋ยนเห็นชอบด้วยจึงให้ทำตามแล้วแต่งเป็๞หนังสือเกลี้ยกล่อมแจกไปทุกหัวเมืองให้เ๯้าเมืองเอาหนังสือปิดไว้ทุกประตูเมือง

            แลเมืองตุ้นก้วนมีชายคนหนึ่งชื่อเล่าปี่เมื่อน้อยชื่อเหี้ยนเต๊ก ก็ไม่สู้รักเรียนหนังสือแต่มีปัญญาน้ำใจนั้นดี ความโกรธความยินดีมิได้ปรากฏออกมาภายนอกใจนั้นอารีนัก มีเพื่อนฝูงมาก ใจกว้างขวาง หมายจะเป็๲ใหญ่กว่าคนทั้งปวงกอปรด้วยลักษณะรูปใหญ่สมบูรณ์สูงประมาณห้าศอกเศษ หูยานถึงบ่า มือยาวถึงเข่าหน้าขาวดังสีหยก ฝีปากแดงดังชาดแต้ม จักษุชำเลืองไปเห็นหู

            แลเล่าปี่นั้นเป็๞บุตรเล่าเหงเล่าเหงเป็๞เชื้อพระวงศ์พระเ๯้าฮั่นเกงเต้ เล่าเหงตาย ยังแต่ภรรยาเล่าปี่ผู้บุตรมีกตัญญูรักษามารดามิให้อนาทร แลเล่าปี่กับมารดาเป็๞คนเข็ญใจไร้ทรัพย์ทอเสื่อขายเลี้ยงชีวิตบ้านที่เล่าปี่อยู่นั้นชื่อบ้านเล่าซองฉุนอยู่ใกล้เมืองตุ้นก้วนเรือนนั้นอยู่ริมต้นหม่อน ต้นหม่อนนั้นสูงประมาณแปดวาเศษ กิ่งนั้นเป็๞พุ่มดังฉัตรมีหมอดูคนหนึ่งเดินมาเห็นภูมิบ้านแลต้นหม่อนต้องตำราจึงทายว่าบ้านนี้มีผู้มีบุญอยู่

            เล่าปี่เมื่อยังเด็กอยู่นั้นเล่นกับลูกชาวบ้านทั้งปวงเล่าปี่จึงว่า “ถ้ากูได้เป็๲เ๽้ากูจะเอาต้นหม่อนต้นนี้ไปทำคันเศวตฉัตรกั้น” เล่าอ้วนกี ผู้เป็๲อาได้ยินเล่าปี่ว่าประหลาดจึงชมเล่าปี่ว่าจะมีบุญเป็๲มั่นคง เล่าอ้วนกีทำนุบำรุงให้เงินทองแก่เล่าปี่เนือง ๆเมื่อเล่าปี่อายุได้สิบห้าปี มารดาจึงให้ไปเรียนหนังสือกับเต้เหี้ยนผู้เป็๲ครูเล่าปี่นั้นมีเพื่อนสองคน ชื่อโลติดหนึ่ง กองซุนจ้านหนึ่งเรียนหนังสืออยู่ด้วยกันจนอายุได้ยี่สิบห้าปีขณะนั้นเล่าปี่เดินไปเห็นหนังสือซึ่งปิดไว้ที่ประตูเมืองเล่าปี่คิดไปมิตลอดยืนดูหนังสือทอดใจใหญ่อยู่

            มีคนหนึ่งยืนอยู่ข้างเล่าปี่แล้วว่า “เป็๞ผู้ชายไม่ช่วยทำนุบำรุงแผ่นดินแล้วสิมาทอดใจใหญ่”ฝ่ายเล่าปี่กลับหน้ามาดู เห็นผู้นั้นสูงประมาณห้าศอก ศีรษะเหมือนเสือ จักษุกลมใหญ่คางพองโต เสียงดังฟ้าร้อง กิริยาดังม้าควบ เห็นผิดประหลาดจึงถามว่าท่านนี้ชื่อใดผู้นั้นจึงตอบว่า

             “เราชื่อเตียวหุยเอ๊กเต๊ก บ้านอยู่ตุ้นก้วน เรามีทรัพย์สินไร่นาเป็๲อันมากทั้งร้านสุกรสุราก็มีขาย เราพอใจคบเพื่อนฝูงซึ่งมีสติปัญญาบัดนี้เห็นท่านดูหนังสือแล้วทอดใจใหญ่ จึงทักจะใคร่รู้เนื้อความ”

            เล่าปี่จึงว่า “เราเป็๞เชื้อพระเ๯้าฮั่นเกงเต้ชื่อเล่าปี่ได้ยินข่าวว่าโจรโพกผ้าเหลืองมาทำอันตรายแผ่นดิน เราคิดจะใคร่อาสาแผ่นดินไปปราบโจรแต่ขัดสนด้วยกำลังน้อยทรัพย์ก็น้อยคิดไปมิตลอด จึงทอดใจใหญ่” เตียวหุยจึงว่า “ทรัพย์นั้นเรามีอยู่เราจะคิดกันไปเกลี้ยกล่อมชาวเมืองซึ่งมีฝีมือกล้าหาญ ท่านกับเราจะยกออกไปจับโจรจะเห็นประการใด”เล่าปี่ได้ฟังก็ดีใจจึงชวนเตียวหุยเข้าไปในร้านสุราซื้อสุราแล้วก็ชวนกันนั่งกินอยู่

            มีคนหนึ่งรูปร่างโตใหญ่ขับเกวียนมาถึงหน้าร้านสุราเข้าไปเรียกผู้ขายสุราว่าเอาสุรามาขายจงเร็ว เรากินแล้วจะรีบไปอาสาแผ่นดิน

            เล่าปี่เห็นผู้นั้นสูงประมาณหกศอกหนวดยาวประมาณศอกเศษ หน้าแดงดังผลพุทราสุก ปากแดงดังชาดแต้ม คิ้วดังตัวไหมจักษุยาวดังนกการเวก เห็นกิริยาผิดประหลาดกว่าคนทั้งปวงเล่าปี่จึงชวนเข้าไปนั่งกินสุราด้วยแล้วถามว่าท่านนี้ชื่ออะไร ผู้นั้นจึงบอกว่า

            ”เราชื่อ กวนอู อีกชื่อหนึ่งนั้นหุนเตี๋ยงบ้านเราอยู่เมืองฮอตั๋งไกเหลียง ที่เมืองฮอตั๋งไกเหลียงนั้นมีคนคนหนึ่งมีทรัพย์มาก ร้ายกาจสามหาวข่มเหงคนทั้งปวงเราเห็นผิดนักเราจึงฆ่าผู้นั้นเสียแล้วหนีไปเที่ยวอยู่เป็๲หลายหัวเมืองบัดนี้เราได้ยินว่าเมืองนี้มีหนังสือเกลี้ยกล่อมป่าวร้องให้อาสาแผ่นดินจับโจรโพกผ้าเหลืองเราจึงมาหวังจะอาสาแผ่นดิน”

             เล่าปี่จึงตอบว่า “เรากับเตียวหุยคิดต้องกันกับท่าน”กวนอูได้ยินก็ดีใจ เตียวหุยจึงว่า “เราทั้งสามคิดการต้องกันเชิญท่านทั้งสองมาไปบ้านเราที่หลังบ้านเรามีสวนดอกไม้แล้วเป็๞ที่สงัด ดอกยี่โถก็บานอยู่เป็๞อันมากจะได้บูชาพระแลเทพดาแล้วจะได้ให้สัตย์ต่อกันทั้งสามให้เป็๞น้ำหนึ่งใจเดียวกันจะได้คิดการใหญ่สืบไป” เล่าปี่กวนอูได้ยินก็ยินดี จึงชวนกันไปยังบ้านเตียวหุย



    ๑เ๱ื่๵๹ห้องสิน

    ๒เ๹ื่๪๫ไซ่ฮั่น

    ๓เ๱ื่๵๹ตั้งฮั่น

    ๔ตามต้นฉบับไทยมีชื่อขันทีเพียง๙คนสอบฉบับจีนได้ชื่อ“เชียกง”อีกคน๑จึงรวมเต็ม ๑๐ คน