ดวงตามัจจุราช

    ตอนที่ 48 ถูกท้าสู้

    ณ ห้องโถงใหญ่ของวิหารอนันดา

    “ธิดาเทพได้โปรดคำนึงถึงส่วนรวมกฏบรรพชนเรื่องดาบศักดิ์สิทธิ์มุเตานั้นเป็นเรื่องที่จะนำมาใช้ในสถานการณ์ปัจจุบันไม่ได้โดยเฉพาะยกเลิกงานอภิเษกสมรส จักรพรรดิกรีกทรงไม่พอพระทัยแน่สาขาใหญ่ของเราทั้งสี่ทวีป จะไม่ได้การสนับสนุนจาก จักรพรรดิกรีกจะไม่เป็นผลดีต่อวิหารอนันดาของเราได้”

    หัวหน้าสาขาทวีปเหนือกล่าวออกมา หัวหน้าสาขาอีกสามทวีปก็พยักหน้าเห็นด้วย

    “ กฏของบรรพชนเป็นสิ่งที่พวกท่านกลับปฏิเสธแล้วหรือไง”

    ธิดาเทพนั่งอยู่ตรงบัลลังก์นิ่งเงียบมานานแล้ว ครั้งนี้ถึงกับเหลืออด พูดออกมา

    พลังงานบางอย่างกระจายออกมาจากร่างของธิดาเทพ ทำให้ทุกๆ คน ถึงกับต้องรู้สึกหวาดหวั่นยิ่งนัก

    “ ธิดาเทพ ใจเย็นๆก่อน ท่านหัวหน้าทั้งสี่แค่ไม่อยากให้ ท่านถูกเล่ห์กลของชายชั่วช้าคนหนึ่งหลอกเท่านั้นเอง”  เจ้าชายซานเดอร์ก้าวเท้าออกมาอย่างสง่าผ่าเผย แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงเปี่ยมล้นด้วยความมั่นใจ

    “ เจ้าชายท่านหมายความว่าอย่างไร”

    “ดาบศักดิ์สิทธิ์มุเตา ถูกปักเอาไว้มานานหลายร้อยปี ไม่มีใครกล้าคิดจะถอนดาบออกมาเพราะว่ากลัวต้องกลายเป็นทาสของวิหารอนันดา แต่เหตุใด คนที่เป็นแค่หมอธรรมดาถึงได้กล้าเสี่ยงเช่นนี้ ข้อแรก เขาสามารถนำวิธีการสมัยใหม่นำมาใช้เพื่อหลอกพวกเรา เช่นใช้การกรด หรือ สารเคมีบางอย่าง หยดลงไปบนศิลาก็จะสามารถกัดกร่อนก้อนศิลา จนสามารถดึงดาบนั้นออกมาได้แล้วซึ่งการกระทำเช่นนี้พวกมายากลชั้นต่ำ ยังสามารถทำได้เลย”

    “ แต่ว่าพวกเราไม่เห็นว่าเขาใช้ น้ำยาอะไรหยดลงบนก้อนหินนั้นเลย”

    หนึ่งในสี่ผู้อาวุโสวิหารอนันดาเอ่ยแย้งออกมา

    “ นั่นเป็นเพราะมันเป็นนักหลอกลวงระดับมืออาชีพข้อแรก เรื่องดาบศักดิ์สิทธิ์มุเตานั้น จะล่วงรู้กันเฉพาะคนในวิหารอนันดาเท่านั้นขนาดผมเอง ก็เพิ่งจะรู้เรื่องนี้จากหัวหน้าทั้งสี่ไม่นานมานี้เองข้อสองเขาเป็นแค่หมอ ทำไมถึงได้กล้าเสี่ยงเพื่อมาดึงดาบศักดิ์สิทธิ์ที่สามร้อยปีแล้วไม่เคยมีใคร ดึงออกมาได้เลย

    ข้อสามในเวลาที่ดึงพวกท่านทั้งหลาย ก็เห็นว่ามีของเหลวบางอย่างไหลเปื้อนตัวดาบศักดิ์สิทธิ์มุเตานั่นต้องเป็นสารเคมีบางอย่างที่ทำให้ หินศิลากัดกร่อนทำให้ดึงดาบศักดิ์สิทธิ์ขึ้นมาได้ ข้อสุดท้าย หากเขาไม่ใช่มิจฉาชีพแฝงตัวเข้ามาเหตุใดถึงไม่กล้าประลองกับผม หลบหัวหลบหางอยู่ในเจดีย์เมตไตย ทำไม”

    “ ใช่แล้วหากต้องทำตามกฏบรรพชนจริงๆ เรื่องการประลองเพื่อแย่งชิงตำแหน่งของเทพบุตรศักดิ์สิทธิ์ ก็ต้องดำเนินไปตามกฏด้วย” หัวหน้าสาขาทวีปใต้ก็เอ่ยเสริมขึ้นมา

    “ตอนนี้เทพบุตรศักดิ์สิทธิ์กำลังฝึกตนอยู่ใน เจดีย์เมตไตย รอให้เขาออกมาก่อนค่อยว่ากัน”  ธิดาเทพเอ่ยอย่างไม่สบายใจเท่าไร

    “ ถ้าเช่นนั้นผมก็จะขออาศัยอยู่ที่นี่ เพื่อรอให้ เทพบุตรศักดิ์สิทธิ์ออกมา แล้วค่อยประลองกันก็ได้”

    เจ้าชายซานเดอร์ยิ้มหน้าระรื่นเพราะเขาก็อยากอยู่ใกล้ชิดกับ ธิดาเทพอยู่แล้วซึ่งเขาไม่เคยนึกกลัวอัสนีเลยแม้แต่น้อย

    ส่วนธิดาเทพก็เกรงว่าอัสนีออกมา คงถูกเจ้าชายซานเดอร์หักคอแน่ๆ เพราะว่า เจ้าชายซานเดอร์นั้นมีสายเลือดเทพเจ้า เขามีพลังจิตลึกล้ำ ธิดาเทพเคยประลองต่อสู้กับเขามาก่อนแม้นพลังของเขาจะสู้ธิดาเทพไม่ได้ แต่หากเจอกับคนธรรมดาอย่างหมออัสนีคงไม่ทันทำอะไร ก็ถูกพลังกดดันพ่ายแพ้ภายในพริบตาแน่ๆ

    “ ไม่เห็นต้องรอเลยผมมาแล้ว ใครอยากท้าประลอง ก็ดาหน้ากันเข้ามาได้เลย”

    อัสนีเดินเข้ามา พร้อมกับส่งยิ้มหวานให้กับธิดาเทพ ที่แตกตื่นตกใจ ไม่คิดว่าจู่ๆ อัสนีจะออกมาเร็วขนาดนี้ เพราะตามปกติแล้วคนที่เข้าไปฝึกฝนวิชาต่างๆ ใน เจดีย์เมตไตย นั้นจะต้องใช้เวลาเร็วสุดที่ทำได้คือเจ็ดวันเป็นอย่างน้อยแต่นี่เขาเข้าไปแค่ไม่ถึงชั่วโมงเลย

    หรือว่า เขายังไม่ได้ฝึกฝนวิชาดาบศักดิ์สิทธิ์ แม้แต่น้อย แล้วมันเกิดอะไรขึ้นกับอัสนีกันแน่

    “เทพบุตรศักดิ์สิทธิ์ ท่านทำไมรีบออกมาเร็วขนาดนี้ท่านไม่ได้ฝึกวิชาดาบเลยหรือเจ้าคะ” ไลลา รีบเข้ามาถามไถ่ทันที

    “ ฝึกเสร็จแล้วก็ถูกดีดออกมาเนี่ย” อัสนีเอ่ยเหมือนเป็นเรื่องปกติ

    “ อะไรนะฝึกสำเร็จแล้ว?” คราวนี้ทุกๆ คนต่างร้องออกมาอย่างตกใจ

    “ พ่อหนุ่ม พูดแบบนี้แล้วจะทำให้ ผู้เฒ่าอย่างเราที่ผ่านโลกมานาน เชื่อได้อย่างนั้นเหรอ?”  หัวหน้าสาขาทวีปตะวันตก เอ่ยพร้อมกับส่ายหัว

    “ฉันเคยเข้าไปฝึกวิชาต่อสู้ด้วยมือเปล่า ต้องใช้เวลา 7 วัน ถึงจะออกมาได้และยังไม่สามารถฝึกสำเร็จ ต้องใช้เวลาฝึก ถึง 10 ปี แต่นายกลับบอกว่าสามารถฝึกฝนวิชาดาบศักดิ์สิทธิ์มุเตา ที่ยากที่สุดในการฝึกฝน ของวิหารอนันดาของเราแค่ไม่ถึงชั่วโมงอย่างนั้นเร๊อะ”หัวหน้าสาขาทวีปเหนือไม่เชื่อที่อัสนีพูด

    “เทพบุตรศักดิ์สิทธิ์ เรื่องนี้ไม่ควรนำมาพูดเล่นๆ นะ ตอนนี้ท่านออกมาแล้วต้องประลองกับเจ้าชายซานเดอร์ ตามที่ถูกท้า หากท่านแพ้ ท่านจะต้องถูกขับออกจากวิหารอนันดา ดาบศักดิ์สิทธิ์มุเตาตำแหน่ง เทพบุตรศักดิ์สิทธิ์ ก็จะเป็นของผู้ชนะทั้งหมด”  ผู้อาวุโสที่สี่ เอ่ยเตือนเขา

    “แล้วหากผมเอาชนะเขาได้ แล้วจะได้อะไร”

    ทุกๆ คนมองหน้าอัสนีกลั้นขำออกมาอย่างเต็มที่ ไม่มีใครกล้าพูดออกมา มีเพียงไลลาที่ส่ายหัวแล้วตอบแทนว่า

    “ เจ้าชายซานเดอร์ก็จะกลายเป็นทาสของท่านไปตลอดชีวิต”

    “ เป็นทาสเลยเหรอ อืมก็ยุติธรรมดี มา มาสู้กันเลย”

    อัสนีก้าวเท้าออกมายืนเผชิญหน้ากับ เจ้าชายซานเดอร์ทันที

    “ ไม่ได้”  ธิดาเทพอยู่ๆ ก็ตะโกนออกไปดังลั่น ทุกๆคนถึงกับหันหน้าไปมองนางอย่างสงสัย

    “ คือ...ว่าเขาเพิ่งจะสำเร็จวิชาดาบ ให้เวลาเขาทบทวนวิชาสัก 1 คืน พรุ่งนี้เช้าค่อยประลองกัน”

    “ ธิดาเทพท่านดูเป็นห่วงชายคนนี้เหลือเกิน ตัวมันเองยังไม่ห่วงตัวเองเลยท่านจะเป็นห่วงมันทำไม” เจ้าชายซานเดอร์ รู้สึกได้ทันทีว่าธิดาเทพนั้นมีใจเป็นห่วงอัสนีอย่างแน่นอน

    “ธิดาเทพไม่ต้องกังวล ใช้เวลาไม่นานหรอก ให้ไลลาไปทำอาหารรอเลี้ยงฉลองทาสคนใหม่ได้เลย” อัสนีเอ่ยอย่างมั่นใจ แต่ทว่าธิดาเทพกับสีหน้าเคร่งเครียดยิ่งกว่าเดิม

    “ ดี ถ้าเช่นนั้นการประลองชิงตำแหน่ง ของเทพบุตรศักดิ์สิทธิ์ของวิหารอนันดา

    ก็เริ่มขึ้นได้เลย”  หัวหน้าสาขาทวีปเหนือ ประกาศออกมาทันที

    เจ้าชายซานเดอร์แสยะยิ้มค่อยยกมือขึ้นมา แต่ทว่าจู่ๆ อัสนีก็พุ่งตัวเข้ามาด้วยความเร็วที่แม้แต่คนทั่วๆไปแทบจะมองไม่เห็น หมัดขวาของเขาต่อยเข้าที่ท้องของ เจ้าชายซานเดอร์จนตัวงอแล้วยังล็อคคอของเจ้าชายซานเดอร์ แล้วแทงเข้าอัดเข้าไปที่ลิ้นปี่ หน้าท้อง บนล่างสลับกันไปมาจนซี่โครงของเจ้าซานเดอร์หักดังเป๊าะ

    ลงไปกอดขาของอัสนีตาลอย อัสนีใช้นิ้วชี้จิ้มไปที่หน้าผากของ เจ้าชายซานเดอร์จนหงายหลังลงไปนอนนิ่งตาลอยทุกๆ คนได้แต่อ้าปากตาค้าง ไม่มีใครพูดอะไรออกมาแม้แต่คำเดียว

    จนกระทั่งองครักษ์ที่ตามมาด้วยสี่คนพร้อมกับชายชุดขาวกลางคน ผมสีดอกเลา พุ่งตัวเข้ามาแล้วทำการพยุงร่างของเจ้าชายซานเดอร์เพื่อทำการรักษา

    “ ต่อไปนี้นายคือทาสของฉันแล้ว เจ้า เจ้าชายซานอะไรนะ เรียกยากจริงๆ เอาละ ต่อไปฉันจะตั้งชื่อให้ใหม่ชื่อว่า แสนดีก็แล้วกัน”

    “บังอาจกล้าลบหลู่เจ้าชาย สมควรตาย”  ชายผมสีเทาตวาดออกมา พร้อมกับปล่อยพลังของตนออกมา ไลลา และ คนของวิหารอนันดาสี่ห้าคนกระเด็นปลิวออกไปไกล ส่วนอัสนีไม่ได้ทันได้ทำอะไร ก็สัมผัสได้ว่า มีพลังงานมหาศาลพุ่งเข้ามาจากด้านหลังของเขา กระแทกพลังปราณมหาศาลของชายผมสีเทาจนหายไป ชายผมสีเทาถึงกับกระอักเลือด ถอยหลังไปหลายก้าว

    เป็นธิดาเทพที่ซัดพลังปราณใส่ชายผมสีเทาจนได้รับบาดเจ็บ

    “ ที่นี่คือวิหารอนันดา ท่านราชครูเวน์ กล้าใช้พลังปราณต่อหน้าข้าอย่างนั้นรึ?”

    “ ธิดาเทพโปรดอภัยข้าน้อยแค่ ไม่อยากให้ใครมาลบหลู่เจ้าชายซานเดอร์ของเรา”

    “ เฮอะพาเจ้าชายของท่านกลับไปซะ” ธิดาเทพสะบัดมือออกไปอย่างไม่สนใจ

    “ แต่ว่า เขาแพ้ข้าต้องเป็นทาสของข้า จะปล่อยไปแบบนี้เหรอ?” อัสนีเอ่ยเบาๆ กับ ธิดาเทพที่หันมาทำตาเขียวใส่เขาแล้วกัดฟันพูดเบาๆ ได้ยินกันสองคนว่า

    “ เอาชนะเหรอนี่มันเรียกว่า สุนัขลอบกัดชัดๆ ยังมีหน้ามาพูดอีก”

    “ เปล่าสักหน่อยนี่เรียกว่า โจมตีก่อนได้เปรียบนะครับ”

    “ พอเถอะเตรียมตัวเอาไว้ อีกไม่นาน พวกเขาต้องกลับมาอีกแน่ๆ”  ธิดาเทพส่ายหัว ผู้อาวุโสทั้งสี่ก็ได้แต่ยกนิ้วให้อัสนี พวกเขามั่นใจว่า อัสนีคือผู้สืบทอด ไม่ว่าจะลงมือแบบไหนยังไงก็ต้องชนะอยู่ดี

    “คืนนี้คุณต้องกลับเข้าไปฝึกในเจดีย์เมตไตยอีก ช่วงนี้ห้ามไปไหน ต้องฝึกฝนให้หนักไม่อย่างนั้นคุณไม่รอดแน่ๆ”

    ธิดาเทพตอนนี้พาเขากลับมาที่เรือนกล้วยไม้ด้วยสีหน้าจริงจัง

    “ ผมบอกแล้วไงว่าผมฝึกเสร็จแล้ว จะให้เข้าไปฝึกอะไรอีก”

    “ อัสนีฉันขอเตือนคุณ พลังจิตของ เจ้าชายซานเดอร์นั้นไม่ได้ด้อยกว่าฉันเลยหากต้องสู้กันอีก คราวหน้าเขาไม่ยอมให้คุณเล่นทีเผลอแบบนี้อย่างแน่นอน”

    อัสนีได้แต่ถอนหายใจไม่รู้จะอธิบายอะไร

    “ เอาเถอะคืนนี้พักผ่อนก่อนก็ได้ พรุ่งนี้ค่อยเข้าไปฝึกฝนใหม่”

    ธิดาเทพสั่งให้ไลลาจัดห้องให้อัสนีพักที่ห้องรับรอง

    ไลลาพาอัสนีมาด้านนอกก็รีบเอ่ยทันทีว่า

    “ คนของจักรพรรดิกรีกต้องไม่ปล่อยคุณแน่ ที่ธิดาเทพให้คุณหมอเข้าไปฝึกฝนที่เจดีย์เมตไตยก็เพราะเป็นห่วงคุณมากนะ”

    “ ผมรู้แต่ผมก็บอกแล้ว ว่าผมฝึกฝนสำเร็จแล้ว แม่ทัพมิงคยี ก็เลยส่งผมออกมาแล้วจะให้ผมเข้าไปทำไมอีก”

    “ ฉันเข้าใจว่าการฝึกดาบศักดิ์สิทธิ์มันยาก แต่ธิดาเทพเป็นห่วงคุณหมอมาก เพราะหากว่าคุณอยู่ในวิหารธิดาเทพยังสามารถคุ้มครองคุณหมอได้ แต่หากออกไปด้านนอก ใครจะคุ้มครองคุณหมอ”

    “ อย่างผมยังต้องมีคนคุ้มครองด้วยเหรอ” อัสนีเอ่ยเบาๆ กับตัวเอง

    จนสองคนมาถึงที่ห้องพักรับรองผู้อาวุโสวิหารทั้งสี่ มารออยู่ก่อนแล้ว พร้อมกับเรียก ไลลาเข้าไปพบเป็นการส่วนตัวไม่นาน พวกเขาก็กลับไป ส่วนไลลาก็เข้ามาหาเขาพร้อมกับรอยยิ้มแปลกๆ

    “ คืนนี้สี่ผู้อาวุโส จะจัดเลี้ยงฉลองที่คุณเอาชนะ เจ้าชายซานเดอร์ได้”

    “ เห็นไหมแม้แต่ท่านสี่ผู้อาวุโส ยังมองเห็นถึงความเก่งกาจของผมเลย แต่น่าเสียดายธิดาเทพกลับมองข้ามผมไป”

    “ ถึงเวลาแล้วฉันจะมารับคุณหมอนะคะ”ไลลาเดินจากไปพร้อมกับรอยยิ้มมุมปาก....

    คล้ายกับเรื่องดวงตามัจจุราช ที่คุณอ่าน