"เอ่อ คะคือบ่าวมีหน้าที่ดูแลฮูหยินใหญ่และเรือนฮูหยินใหญ่เท่านั้นเ้าค่ะ"เยว่ช่างม่านยังคงแย้งใครในจวนต่างรู้ดีว่าหยูฟางซินนั้นเป็สตรีที่ชื่นชอบความสวยงามการแต่งกายทุกอย่างมักจะเอาให้เหนือกว่ากู้ฮูหยินอยู่เสมอ
"ก็ได้ เช่นนั้น เ้าก็มาเป็คู่ซ้อมลูกข้าก็แล้วกัน ชิงเอ๋อร์!"ฮูหยินรองเหยียดยิ้มอย่างโเี้ แววตาชั่วร้ายจ้องมองเยว่ช่างม่านพลางเอ่ยเรียกกู้ชิงชิง บุตรสาวเพียงคนเดียวของนาง
คุณหนูรองกู้ชิงชิงเด็กน้อยรูปร่างอ้วนเดินมายังด้านหน้าของเยว่ช่างม่านนางซัดพลังปราณเข้าใส่ไม่ยั้งมือ จนเยว่ช่างม่านทรุดกายลงกับพื้นนิ่วหน้าด้วยความเ็ป
"คะคุณหนูรอง คุณหนูรองโปรดยั้งมือด้วยเ้าค่ะ คุณหนู"เยว่ช่างม่านขอร้องเสียงแ่ ด้วยยามนี้ นางจุกจนยากจะเอ่ยอะไรออกมาได้อีก
"ชิงเอ๋อร์ ต่อไปหากเ้าเบื่อๆ ก็มาฝึกกับนางแล้วกันนะลูก"ฮูหยินรองยังคงจีบปากจีบคอพูดอย่างไม่รู้สึกผิดแต่อย่างใด
ฉินเซียงบ่าวรับใช้สาว คนสนิทของหยูฟางซิน นางหันมองเยว่ช่างมองด้วยแววตาสมใจแย้มยิ้มอย่างอารมณ์ดี
เยว่ช่างม่านถูกซ้อมอยู่พักใหญ่จนสลบไปยังลานหลังบ้าน อาลี่ได้มาพบเข้าใน่สายอาลี่จึงได้รีบลากร่างสะบักสะบอมกลับเข้าห้องพัก
"ม่านเอ๋อร์ ม่านเอ๋อร์ ฟื้นแล้วหรือลูก” แม่นมเผิงซีประคองร่างของเยว่ช่างม่านพิงพนักเตียงไว้
ร่างแคระแกร็นฟกช้ำเยว่ช่างม่านหายใจเข้าออกเชื่องช้าแ่เบา คล้ายว่านางอ่อนแรงเต็มทีดวงตาเหี่ยวย่นพยายามปรือตาเปิด มองดูแม่นมเผิงซี
"ทะท่านแม่ ลูกไม่เป็อะไรเ้าค่ะ ลูกชินแล้ว"เยว่ช่างม่านกล่าวอย่างเข้มแข็ง
นางฝืนยกยิ้มเพื่อให้มารดาสบายใจพวกนางเป็แค่บ่าวในจวน ไม่อาจขัดใจผู้เป็นายได้ การถูกทุบตีเป็เื่ที่พบเห็นได้ตามปกติเป็เื่ที่คนสถานะเช่นพวกนาง จำต้องเรียนรู้ให้เคยชินเท่านั้นเอง
"ม่านเอ๋อร์ แม่ขอโทษเ้าด้วย แม่ผิดเอง"แม่นมเผิงซีร้องไห้อย่างรู้สึกผิด มือสั่นเทาเอื้อมไปลูบไล้ใบหน้าบุตรสาวแววตาเต็มไปด้วยหยาดน้ำใส
"ท่านแม่ ลูกไม่เป็อะไรเลยเ้าค่ะ ท่านแม่อย่าได้โทษตัวเองเช่นนั้น"เยว่ช่างม่านกอดมารดาแน่น เป็เช่นนี้มานาน ั้แ่นางจำความได้
มารดาถูกฮูหยินรองทุบตีบ่อยๆรวมทั้งอาลี่และตัวนางด้วย ไม่ต้องสงสัยว่าเพราะอะไร คงเป็เพราะรูปลักษณ์ของนางที่ทำให้ฮูหยินรองไม่พอใจ
"ม่านเอ๋อร์ พี่เอาเนื้อทอดวางไว้บนโต๊ะ เ้ากินหน่อยนะ" อาหยางหลานชายพ่อบ้านฟูคอยดูแลเยว่ช่างม่าน เขาเอ่ยอย่างใจดีแม้เขาจะรู้สึกแค้นเคืองฮูหยินรองเพียงใด แต่ด้วยสถานะของเขา จึงทำอะไรมากไม่ได้เขาทำได้เพียงข่มใจเท่านั้น
ชายหนุ่มร่างอ้วนแม้ไม่ได้เก่งกาจด้านวรยุทธ์แต่เื่ทำอาหารนั้นนับว่าไม่ด้อยกว่าผู้ใด อาหยางจัดโต๊ะกินข้าวเพิ่มกับข้าวอีกสองอย่าง ก่อนจะเรียกทุกคนมารับประทานอาหารร่วมกัน
พ่อบ้านฟูมองไปยังหลานชายอย่างอ่อนใจก่อนจะเอ่ยออกมา
"อาหยาง ปีนี้เ้าอายุยี่สิบเอ็ดปีแล้วเ้ายังอยู่ระดับรวมปราณขั้นกลางอยู่ ไม่ละอายใจบ้างหรืออย่างไร"
"ท่านลุง ท่านก็ทราบนี่ขอรับ ข้าโง่เขลาทั้งยังไม่เอาไหนอยู่ขั้นนี้ได้ก็พอแล้วขอรับ ข้าไม่ได้หมายประลองกับผู้ใดเพื่อชิงรางวัลเสียหน่อยเอาเถอะขอรับท่านลุง" อาหยางกล่าวอย่างขอไปทีด้วยเื่ที่ถูกพ่อบ้านฟูดุนั้น เขาโดนเป็ประจำจนชินไปเสียแล้ว อาหยางจึงเอาตะเกียบพุ้ยข้าวเข้าปากไม่สนใจพ่อบ้านฟูอีก
อาลี่แม่นมเผิงซีและเยว่ช่างม่านต่างอมยิ้ม เอ็นดูอาหยางนักเขาช่างเป็บุรุษที่มั่นคงในการกินมาอย่างสม่ำเสมอ เป็คนใจดีและยังมีน้ำใจนับว่าเขาเป็คนดีคนหนึ่ง
"เ้ามันไม่เอาไหนจริงๆ คุณหนูใหญ่อายุแค่สิบห้า ยามนี้ก็ถึงขั้นก่อเกิดขั้นต้นแล้วคุณหนูรองอายุเพียงสิบสองขวบ ยามนี้ก็อยู่รวมปราณขั้นต้นแล้ว เ้านี่มันเฮ้อ!" พ่อบ้านฟูกล่าวอย่างอ่อนใจ ก่อนจะส่ายหัว พุ้ยข้าวเข้าปากกินต่อ
"ม่านเอ๋อร์ พี่ได้ยินมาว่าพรุ่งนี้เ้าจะได้ไปช่วยพี่เสี่ยวซีดูแลบัญชีร้านในเมืองแล้ว ยินดีด้วยนะ" อาหยางไม่สนใจพ่อบ้านฟูเขาเปลี่ยนเื่คุยกับเยว่ช่างม่านแทน
"เ้าค่ะ ขอบคุณพี่หยาง" เยว่ช่างม่านยิ้มตาหยี หากได้เงินมากขึ้นจะได้ซื้อยารักษาท่านแม่ได้
"ดีๆ เ้าฉลาดทั้งยังละเอียดรอบคอบ งานนี้เหมาะกับเ้าสำคัญคือเ้าจะได้เบี้ยเพิ่มตั้งห้าสิบอีแปะ พี่ล่ะอิจฉาเ้าจริงๆ"อาหยางเอ่ย ยินดีจากใจจริง
“ม่านเอ๋อร์ลุงว่าเ้าพักบ้างเถอะ อาการของแม่เ้า หมอทั่วแคว้นต่างส่ายหัวแล้วเ้าทำงานตัวเป็เกลียวเช่นนี้ ป่วยไปอีกคนจะแย่เอานะ” พ่อบ้านฟูเอ่ยก่อนจะชะงักงันไป เขาลืมไปว่าแม่นมเผิงซียังนั่งอยู่ด้วย
“อะเอ่อแม่นมเผิงซี..." พ่อบ้านฟูเอ่ยยังไม่ทันจบ ก็ถูกขัดเสียก่อน
"ท่านพ่อบ้านกล่าวถูกแล้ว โรคของข้าประหลาดนัก ช้าเร็วก็ต้องตายอยู่ดีม่านเอ๋อร์ เ้าเก็บเงินไว้ใช้ยามแก่นะลูก ไม่ต้องหาหมอมารักษาแม่แล้ว"แม่นมเผิงซีกล่าวกับเยว่ช่างม่าน
"ท่านแม่ ลูกไม่เหนื่อยเลยเ้าค่ะ ทำงานแค่นี้สบายมาก"เยว่ช่างม่านไม่พูดอะไรต่อ นางช่วยอาลี่เก็บจานล้าง
ห้าวันต่อมา
"ม่านเอ๋อร์ คุณหนูใหญ่เรียกหาเ้า รีบไปเร็ว" เสี่ยวซี
สาวใช้คนสนิทของกู้ฮูหยินนางมาเคาะห้องพักของเยว่ช่างม่าน ก่อนจะเปิดประตูบอกเยว่ช่างม่าน
"ได้ๆ พี่เสี่ยวซีรอข้าสักประเดี๋ยว" เยว่ช่างม่านเอายาที่ต้มยกไปวางไว้บนโต๊ะเตี้ยให้มารดา ก่อนนางจะรีบออกไปกับเสี่ยวซี
"คุณหนู เรียกหาบ่าวหรือเ้าคะ" เยว่ช่างม่านเอ่ยทักคุณหนูใหญ่
"อาม่าน พรุ่งนี้ข้าต้องไปแล้ว ข้าเลยจะเอาสิ่งนี้ให้เ้าไว้ก่อน"กู้เหลียนหลินเอ่ยอย่างใจดี นางเอาโอสถบำรุงโลหิตส่งให้แก่เยว่ช่างม่าน
"คุณหนู สิ่งนี้คือ" เยว่ช่างม่านถามด้วยความสนใจ
"เป็โอสถบำรุงโลหิต เ้าลองให้แม่นมเผิงซีกินดู เผื่อว่าจะดีขึ้นบ้างอีกเื่หนึ่งคือ อาม่าน จากนี้ข้าต้องไปยังสำนักบุปผาไร้เงา มิรู้ว่าอีกนานเพียงใดจึงจะได้กลับมาที่นี่อีกเ้าดูแลตัวเองให้ดีนะ" กู้เหลียนหลินเอ่ยด้วยความเป็ห่วงน้ำเสียงนับว่าอ่อนโยนยิ่ง
"เ้าค่ะ คุณหนู บ่าวจะรอคุณหนูกลับมาเ้าค่ะ"เยว่ช่างม่านเอ่ยเสียงสั่นเครือ
นางรู้สึกใจหายมิน้อยเพราะกู้เหลียนหลินไม่เคยรังแกนางเลยสักครั้งคอยดูแลนางยามถูกคุณหนูคนอื่นรังแกอยู่บ่อยครั้งนางจึงรู้สึกผูกพันกับคุณหนูใหญ่มากกว่าคุณหนูนางอื่น
"อาม่าน สักวันข้าจะกลับมาแน่ เ้าอย่าได้อ่อนแออย่าได้ยอมพ่ายแพ้ต่อโชคชะตาเชียวนะ" กู้เหลียนหลินเอ่ยปลอบโยนนางดึงร่างแคระแกร็นของเยว่ช่างม่านมากอดไว้
"คุณหนู ฮือออ" เยว่ช่างม่านที่พยายามควบคุมตนเองไม่ให้ร้องไห้นางมิอาจกลั้นน้ำตาไว้ได้ ปล่อยโฮออกมาในที่สุด
"เด็กดี ไม่ร้องนะ ไว้ข้าจะรีบกลับมา" กู้เหลียนหลินเอ่ยเพียงเท่านั้นนางก็เดินจากไปพร้อมกับสตรีชุดขาวกลุ่มหนึ่ง
เยว่ช่างม่านมองตามกู้เหลียนหลินจนลับสายตานางยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นสักพักหนึ่ง ก่อนจะตั้งสติเดินกลับไปยังห้องพักเยว่ช่างม่านเอายาที่กู้เหลียนหลินมอบให้ รีบเอาให้มารดากินก่อนจะไปทำกิจวัตรของตนเองต่อ
กิจการร้านค้าต่างๆของสกุลกู้นั้นมีมากมาย บัญชีที่ต้องตรวจสอบในแต่ละวันก็มากไปด้วย เยว่ช่างม่านช่วยเสี่ยวซีทำงานทุกวันทั้งงานเรือนก็ไม่เคยขาด แม้จะเหนื่อยจนแทบขาดใจ แต่เพื่อมารดาแล้ว นางอดทนได้
เยว่ช่างม่านทำงานแข็งขันจนเป็ที่รักของทุกคนในร้านค้า แม้แรกๆ เกิดเื่วุ่นวายอย่างมากก็ตามแต่ทุกอย่างก็ผ่านไปด้วยดี
ฤดูกาลผันเปลี่ยนจนผ่านพ้นไปกว่าสองปียามนี้นางมีอายุสิบเจ็ดปีแล้ว ขณะที่นางเติบโตขึ้นทางด้านอายุทว่าร่างกายกลับยังแคระแกร็นเช่นเดิม แม่นมเผิงซีที่เจ็บป่วยมานานเริ่มออกอาการแย่ลงมากขึ้นทุกที
ในวันนี้เยว่ช่างม่านจึงขอกู้ฮูหยินอยู่ดูแลมารดา มิได้ออกไปทำงานดังเช่นปกติเมื่อความรู้ถึงฮูหยินรอง หยูฟางซินนั้นไม่เคยพอใจในสองแม่ลูกเป็ทุนเดิมอยู่แล้วฮูหยินรองเริ่มคิดแผนการชั่วร้าย รอยยิ้มเย็นประดับใบหน้าครั้นนึกถึงเยว่ช่างม่านก็ให้โมโหอยู่เรื่อย
ั้แ่เยว่ช่างม่านมาช่วยทำบัญชีที่ร้านก็ทำให้นางขัดสนมากขึ้น เพราะคนของนาง ยากที่จะนำเงินมาส่งให้ดังเช่นทุกครั้งทั้งหมดนี้เป็เพราะเยว่ช่างม่านนั้นทำงานละเอียดรอบคอบมากคนของฮูหยินรองจึงยักยอกเงินได้ยาก
นางหันไปสั่งฉินเซียงให้เปิดประตูห้องพักของแม่นมเผิงซีออกก้าวเข้าไปในห้องด้วยท่าทางมาดร้าย
"นางอัปลักษณ์! เ้ากินข้าวบ้านข้าอยู่ทุกวัน แต่เหตุใดจึงเกียจคร้านตัวเป็ขนนัก"ฮูหยินรองต่อว่าเยว่ช่างม่าน
เยว่ช่างม่านที่กำลังประคองมารดาป้อนยาอยู่นางใจนทำยาหกเลอะเปรอะเปื้อนเต็มกายแม่นมเผิงซี
“ท่านแม่ขอโทษนะเ้าคะท่านแม่” เยว่ช่างม่านลนลานขอโทษมารดาเป็การใหญ่
ฮูหยินรองหยูฟางซินที่ไม่สบอารมณ์กับภาพตรงหน้าเท่าใดนางสืบเท้าเข้าไปกระชากผมจากทางด้านหลัง ลากเยว่ช่างม่านออกมาทันที
แม้จะไม่เก่งกาจเท่ากับฮูหยินใหญ่แต่ฮูหยินรองก็เป็ผู้มีวรยุทธ์ ยามนี้หยูฟางซินอยู่ระดับก่อเกิดขั้นสูงแล้วด้วยความรังเกียจที่มีต่อสองแม่ลูกมาช้านาน ฮูหยินรองปล่อยพลังสายหนึ่งใส่เยว่ช่างม่านทันทีสาวน้อยไร้ซึ่งพลังยุทธ์ ไฉนเลยจะต่อกรได้
ร่างของเด็กสาวแคระแกร็นอัปลักษณ์ลอยปลิวขึ้นในอากาศ ก่อนจะตกลงพื้นอย่างรวดเร็วแรงกระแทกทำให้เยว่ช่างม่านกระอักเืออกมา ฟันหน้าหลุดออกกว่าสามซี่ร่างแบบบางเจ็บแปลบไปทั่วร่าง ยากจะขยับเขยื้อนได้อีก ยามนี้นางรู้สึกมึนงงสะลืมสะลือจนยากประคองสติ แต่แล้วแรงฮึดก็กลับมาเมื่อได้ยินฮูหยินรองเอ่ยเสียงเย็น
"ฉินเซียง! เ้าลากแม่นางปีศาจนี่ออกมาด้วย!"ฮูหยินรองสั่งฉินเซียงอย่างเืเย็น แววตาเต็มไปด้วยความอำมหิต