สุดท้ายผ่านมาได้แล้ว 1 คืน ที่ไม่มีอะไรเกิดขึ้นมากนักอเสียงกระซิบจากโลกิญญาย่างที่ฉันกลัว ฉันและเพื่อนๆ ฉันตื่นมาอย่างงัวเงีย ฉันมองหาครูยุพิน แต่ไม่เจอ
“ครูยุพินไปไหน” ฉันถามเพื่อนๆ
“ครูคงลงไปแล้วละ น่าจะไปทำอาหารให้พวกเรานะ” มนเอ่ย
“พวกมึงก็รีบๆ เถอะเดี๋ยวครูจอมบ้าพลังเป่านกหวีดเรียก จะซวยเอา ยิ่งไกลห้องน้ำอยู่ด้วย” อุ้ยะโบอก ‘หึ! ทีนี้มาเร่งไม่ใช่เพราะเมื่อคืนหรือไงที่ทำให้ตื่นตอนดึก ทีนี้มีหน้ามาพูดอีกไอ่อุ้ย’ ฉันคิด ฉันมองเพื่อนๆ เก็บที่นอนที่จริงก็ไม่เก็บเท่าไหร่หรอกแค่วางไว้ให้มันดูดี กลัวครูมาเดินตรวจเท่านั้นแหละ
“น้อง เมื่อคืนเห็นอย่างที่เราบอกไหม? ” โฟว์ถาม ด้วยความที่ไม่อยากให้โฟว์กลัวและฉันก็ไม่มั่นใจจึงตอบโฟว์ไปว่า “ไม่มีอะไรนี่ คิดมากน่า”
“จริงรึเปล่าาาาาาา” เสียงยานคางมาข้างหู ‘พี่เอ หยุดเล่นแล้วเมื่อวานไปไหนไม่มาดูแลเลยนะ เห้อออออ เขาถึงเรียกว่าผีหลอกของจริง’ ฉันนึกในใจตอบพี่เอ ‘จะอยู่ทำไมมีคนปกป้องอยู่แล้ว แรงกว่าพี่เยอะ’ ฉันหยุดเก็บที่นอน แล้วมานึกตามลำดับในตอนกลางคืนว่าเกิดอะไรทำไมพี่เอถึงพูดแบบนั้น ฉันกำลังคิดอยู่เพลินๆ สกายเดินมาตบบ่าฉัน
“ป่ะน่้องมึงรออะไร มึงก็รู้ครูนิคจ้องเล่นงานพวกเราอยู่ แก๊งแสบประจำโรงเรียนอย่างพวกเรา” ฉันเลยเลิกคิดและเดินไปล้างหน้าล้างตา ไม่ทันจะทำอะไรมากเสียงนกหวีดก็ดังขึ้น
“แม่ง! กูว่าล่ะกะเล่นพวกเราแน่ๆ ไม่ทำไรล่ะไปแบบนี้แหละ” ไอ่อุ้ยบ่น แล้วพากันวิ่งไปเข้าแถวหน้าเสาธง ทำกิจกรรมลูกเสือตอนเช้า ดีที่มันยังไม่ค่อยร้อน คนมาไม่ทันก็วิ่งรอบสนามตามสไตล์ลูกเสือนั่นแหละ แต่เสียใจนะเพราะแก๊งพวกฉันรอดค่า เราต้องรู้เขารู้เราสิ! ที่เขาว่ารบ10ครั้ง ชนะ 10 ครั้ง 5555 ฉันนึกในใจอย่างผู้ชนะ ‘ขำอะไรน้องสาว’ พี่เอมายืนใกล้ฉันพร้อมคำถามกวนๆ แต่ฉันไม่ตอบเป็การแสดงออกว่าฉันงอนที่พี่เอไม่มาอยู่ด้วยเมื่อคืน แต่ผีอ่ะนะเหมือนอ่านใจออก ‘พี่บอกไปแล้วว่ามีคนมาปกป้องเก่งกว่าพี่อีก ถ้าเป็พี่คงไม่ไหว พี่ทหารแรงเกิ๊น’ ฉันงงกับคำพูดพี่เอ ‘เดี๋ยวเราต้องคุยกัน ขอมาสมาธิกับครูนิคก่อนี้เีวิ่งรอบสนาม’ ฉันบอกพี่เอ จากนั้นพี่เอก็หายไป ฉันฝึกจนครูนิคปล่อยไปทานข้าวเช้า ก็อย่างว่านะเดอะแก๊งรวมตัวกันต้องเป็เื่ที่ถกเถียงกันเสมอ คนเปิดประเด็นไม่ใช่ใคร เ้าเดิม ไอ่อุ้ย
“เมื่อคืนมันคืออะไรว่ะ หนูตายหรือไง เหม็นฉิบหาย”
“กูก็ได้กลิ่นนะ แม่งหนูตายจะแรงขนาดนั้น” สกายพูด
“กูว่าไม่ใช่หนูตายว่ะ กลิ่นเหมือนซากศพ” อังเสริมทัพไปอีก
“แต่เราว่าเป็กลิ่นสีของห้องรึเปล่า ได้ข่าวมาว่าเขาทาสีห้องใหม่นะ” น้ำหวานพูด
“ไม่น่าใช่นะ ที่บ้านฉันทาสีใหม่้ไม่ใช่กลิ่นนี้นะ” นิคผู้มีเงินประจำกลุ่มพูด
พวกเราเงียบกันไปพักหนึ่ง เหมือนช่วยกันวิเคราะห์ แต่ยังไม่ทันได้ข้อสรุป เสียงอนกหวีดก็ดังขึ้นเป็เครื่องหมายรวมตัวหน้าเสาธงอีกครั้งพร้อมกับแสงแดดที่เริ่มแรงขึ้นเื่ๆ ฝึกพร้อมแสงแดดที่แรงแทบจะไหม้ ฉันแอบมองดูเห็นพี่เอ นั่งหัวเราะพวกเราบ้าง อมยิ้มให้บ้าง ส่งสายตาจ้าเล่ห์ใสบ้าง บ้างทีฉันก็รำคานและหมั่นไส้ผีตัวแสบนี้เหมือนกันนะ ทำไมฉันต้องเห็นคนเดียวแล้วต้องเก็บความรู้สึกนี้นะ น่าโมโหจริง แต่อย่างไรฉันก็ต้องอดทนเพราะครูประจำกลุ่มสุดโหดไร้ความปราณี ครูนิคนั้นเอง บางทีฉันก็สงสัยว่าครูนิค ไม่ร้อน ไม่เหนื่อยบ้างหรือไง ฝึกกลางแดด เสียงดังไม่มีแหบเลย
เห้ออออออออ ฉันร้อนนนนนนนนนนน ก็นะคิดได้ในใจเท่านั้น พอถึง่เวลาพักทานข้าวกลางวัน ก็ไม่พ้นการสนทนาเื่เดิม
“สรุปว่าไงว่ะ พวกแก” กรเริ่มคนแรก
“นั่นดิ แต่กูว่านะมันเหมือนกลิ่นซากศพเลย” มนแสดงความคิดเห็น
“มึงเคยได้กลิ่นซากศพเหรอ” เอ๋ถามมน ทำให้มนทำหน้าไม่พอใจเท่าไหร่
“ไม่เคย แต่คิดว่าเป็อย่างนั้น” มนเถียงกับเอ๋
“เอาล่ะ ไม่ต้องเถียงกัน กูว่านะ กลิ่นหนูตายนั้นแหละ เพราะโรงเรี่ยนปิดนานก็ต้องมีบ้างล่ะที่ต้องมี” กรพูด พวกเราหยุดคุยกันรื่องนี้ และสรุปว่าเห็นกลิ่นหนูตาย
“ว่าแต่ ไอ่โน้ต ไอ่โฟว์ ไม่มีไรพูดรึไง พวกเราแสดงความคิดเห็นแล้วนิ ไม่เห็นพวกแกแสดงความคิดเห็นเลย รึว่ามีอะไรมากกว่านั้นวะ” อุ้ยเริ่มรู้สึกตัวว่าฉันกับโฟว์ไม่ได้พูดอะไร ฉันมองหน้ากับโฟว์ แต่ก็ไม่ได้ตอนไอ่อุ้ย
“โฟว์รู้สึกอะไรรึเปล่า เวลาแกรู้สึกอะไร แกมักเงียบแบบนี้ตลอด” เอ๋จอมจำมัยของกลุ่มที่สนิทมกับโฟว์มากที่สุดถาม เพื่อนๆ คงคิดว่าฉันกับโฟว์เหมือนกันทำไมถึงไม่สนิทกัน ความจริงเอ๋โตมากับโฟว์ั้แ่เด็ก บ้านก็ใกล้กันจึงสนิทกันมากกว่าฉัน แต่เวลามีความรู้อะไรที่แปลกๆ ก็น่ะ พึ่งพาฉันได้คนเดียวช่วยไม่ได้นิ ฉันมันคนพิเศษ ที่ไม่อยากพิเศษเท่าไหร่ เป็าคุณๆ อยากพิเศษแบบฉันไหม่ล่ะ
“………” โฟว์ไม่ตอบการเงียบคือคำตอบที่ดีที่สุด ที่ฉันกับโฟว์มักทำและคิดแบบนี้เสมอ
“อ้าววววเฮ้ย! ไอ่โน้ต ไอ่โฟว์มึงปิดบังอะไรพวกกู บอกมานะ” จริงเล้ยไอ่พวกนี้กัดไม่ปล่อยจริง
‘น้องแกเห็นครูยุพินไหม’ โฟว์กระซิบถามฉันเบาๆ เอ่อจริงสิั้แ่เช้าก็ไม่เห็น ครูยุพินเลย ถ้าโฟว์ไม่บอกฉันคงไม่ได้สนใจ โถ่! ใครจะสนใจอะไรฝึกกลางแดด ทำกิจกรรมเยอะแยะ ใครมันจะทันสังเกตุ อีกอย่าง ครูนิคก็แกล้งได้แกล้งดี แค่นี้ฉันเหนื่อยจะตายอยู่แล้ว ฉันมองหน้าโฟว์แล้วยิ้มให้ แต่ก็ไม่ได้ให้คำตอบอะไรไป แล้วเสียงนกหวีดก็ดังขึ้น ใช่เสียงนี้ช่วยชีวิตฉันจริงๆ แต่ภายในใจก็คิดอยู่ว่า ‘อย่างที่โฟว์บอกไม่เห็นครูยุพินเลย’ ที่จริงถ้าโฟว์ไม่บอกฉันคงลืมเื่เมื่อคืนที่ฉันเห็นไปแล้ว ทำกิจกรรมไป คิดเื่นี้ไป จนถูกทำโทษหลายต่อหลายครั้ง ‘พี่เอไปไหนเนี้ย นอนกลางวันหรือไง’ ยังไม่ทันได้ว่าอะไรพี่เอก็โผ่ลมา่ฉันพักพอดี ‘ไม่ได้นอนกลางวันอย่ามาดูถูกผีอย่างาพี่นะ พี่น่ะนอนตลอดไม่งั้นตื่นนานแล้ว’ ความหมายก็คงหมายถึงตามานาแล้วนั่นแหล่ะ ‘พี่เอ……’ ยังไม่ได้ถามต่อพี่เอยกมือบอกหยุด ‘เดี๋ยวก็รุ้ว่าคำตอบอย่ามาถามพี่’ อ้าวไหนบอกจะช่วยแล้วคำตอบนิ พี่เอหัวเราะแล้วหายไป ทำกิจกรรมอย่างไม่มีสมาธิ และแล้วก็มาถึงตอนเย็นจนได้ ใช่นี่คืนที่ 2 ถึงเวลาลุ้นอีกแล้วแต่วันนี้ฉันไม่เห็นผีทหารญี่ปุ่นออกมาเลย คงเพราะเดอะแก๊งฉันสนุกกับกิจกรรมวันนี้เลยไม่มีใครพูดอะไร ฉันก็โล่งอกในเื่นี้ แต่ไม่โล่งอกเื่ตอนเย็นนี้และค่ำคืนตอนนอน อีกคืน เขาเคยบอกกันว่าในความสงบนิ่งมักจะมีคลื่นตามมา น่ากลัว แต่หากมันเงียบเกินไป เงียบจนน่ากลัว ขนแขนฉันสแตนอัพเลยแล้วกัน ฉันมองหาโฟว์ โฟว์หน้าซีดมากที่จริงควรเป็มดมากกว่าเพราะมดอ่อนแอกว่าโฟว์มากแต่ทำไมเป็โฟว์หน้าซีดเหมือนไม่มีเืหล่อเลี้ยงเลย ใช่อย่างที่พวกคุณคิดซีดเหมือนศพ ฉันเดินออกจากกลุ่มไปหาโฟว์ จับแขนโฟว์
“แกใช่โฟว์ไหม” ฉันกระซิบถาม คำตอบที่ได้ คือ เสียงหึ! อยู่ในลำคอโฟว์ ‘อย่านะอย่าเป็อย่างที่ฉันคิด’
“........มาเข้าแถวเดี๋ยวนี้” เสียงครูนิคเรียกชื่อฉัน ฉันกลับถามโฟว์พร้อมจับแขนโฟว์เขย่าเพื่อเรียกสติโฟว์กลับมา แต่คำตอบคือ ‘หึ!’ ในลำคอ อีกครั้ง ฉันมั่นใจเลยว่าไม่ใช่โฟว์แน่ๆ
“..........กลับมาเข้าแถวเดี๋ยวนี้” ครูนิคะโเรียกฉัน แต่ฉันรู็ว่ามันไม่ดีแล้วสำหรับโฟว์ ฉันกำลังหาวิธีที่จะเอาโฟว์ออกจากกิจกรรมลูกเสือเพราะกลัวคนอื่นจะรู้ แต่ยังไม่ทันได้ทำอะไร มีมือหนึ่งเข้ามาตบหลังฉันเบาๆ ฉันหันกลับไปดู
“ไม่ต้องห่วงโฟว์นะเดี๋ยวครูดูเอง” ครูยุพินมาจากไหนไม่รู้บอกกับฉัน ฉันมองหน้าครูยุพิน ครูมาตอนไหนทำไมฉันไม่รู้
“...........กลับมาเข้าแถวเดี๋ยวนี้” เสียงครูนิคเปลี่ยนจากะโเป็ตะคอกใส่ฉัน ฉันเห็นครูยุพินพยักหน้าให้และจับแขนโฟว์ออกจากแถวไป ฉันจึงกลับเข้าไปในกลุ่มซึ่งตามปกติโดนทำโทษอยู่แล้วเพราะไม่เคารพครูประจำกลุ่ม แน่นอนโดนทั้งกลุ่มด่าอย่างไร้ปราณี แต่ฉันไม่สนใจฉันเป็ห่วงโฟว์มากกว่า ถ้าครูยุพินเป็อย่าที่ฉันเห็นตอนกลางคืนแปลว่าโฟว์ก็อยู่ในขั้นอันตราย แต่ถ้าตาฉันฝาดเพราะความเหนื่อยก็แปลว่าฉันคิดมากไป การทำกิจกรรมครบทุกกลุ่มครูนิคให้ทุกคนพัก10นาทีก่อนรวมตัวอีกครั้ง ฉันเดินหาโฟว์ทันที เพราะในกลุ่มเพื่อนๆ กลุ่มของโฟว์ไม่เห็นโฟว์แม้แต่เงา แต่ทำไมโฟว์หายไปครูนิคถึงไม่สังเกต ครูประจำกลุ่มทำไมไม่หา ฉันเดินหาโฟว์จนทั่ว จึงตัดสินใจไปถามครูประจำกลุ่มโฟว์
“อ้าว…โฟว์ก็นั่งอยู่กับแก๊งพวกเธอไงติดกันอย่างกะฝาแฝดเธอมาถามทำไมล่ะ ตลกนะเธอเนี้ย” ครูประจำกลุ่มบอก
ฉันมองไปหากลุ่มฉันที่กำลังนั่งบ่นพึมพำกัน และใช้ใบไม้พัดเพราะอากาศร้อนและฉันเห็นโฟว์นั่งหันหลังให้ เดี๋ยวนะเมื่อกี้ฉันก็มาจากแก๊งฉันตอนนั้นไม่มีโฟว์แต่ทำไมตอนนี้โฟว์ถึงอยู่ที่นั้น ฉันงงกับสิ่งที่เกิดขึ้น ฉันกำลังเดินไปที่แก๊ง เสียงนกหวีดก็ดังขึ้น แหม่ๆๆๆๆๆ ดังได้จังหวะทุกทีเหมือนมีคนแกล้ง ให้ตายเถอะ ฉันทำหน้าเซ็งๆ ก่อนเข้ากลุ่ม ครูนิคประกาศให้ไปอาบน้ำหรือไม่อาบก็ได้แต่ละกลุ่มต้องมีการแสดง เพราะคืนนี้มีการแสดงรอบกองไฟ ให้กลับไปคุยกันในกลุ่ม น้องเอ่ยน้องความรู้สึกนี้หนักหนาสาหัญจังเหมือนอยู่ในสนามรบไหนจะผีทหาร ไหนจะเื่ครูยุพิน ไหนจะโฟว์ เหอออออ ผู้ช่วยอย่างพี่เอก็กวนทีนหายไปไหนไม่รู้อีก เห้อออออ ตอน นั้นฉันไม่มีอารมณ์ทำอะไรเลย ฉันจึงเดินไปนั่งที่ต้นจามจุรีใกล้กับตึกนอนของฉัน เอนตัวไปยังลำต้นของมัน แล้วหลับตา เหมือนเหนื่อยมาเต็มที
“น้อง….น้อง” * ขอล่ะเหนื่อยอย่ามายุ่งกับฉัน จะทำอะไรก็ไปทำ ตามนั้น ขอพักแปบบ* ฉันหลับตาตอบโดยไม่รู้ว่าใครเรียก
“เหนื่อยมากเลยเหรอ อะไรทำให้เหนื่อย”
“บอกว่าขอพักไม่ได้ยินหรือไง” ความรู้สึกตอนนั้นไม่ว่าใครฉันพร้อมจะวีนได้เสมอ เพราะเหนื่อยเหมือนแบกหินก้อนใหญ่ๆ ไว้ กับตัว ฉันไม่สนว่าเป็ใครอะไรยังไง แต่ตอนนี้ฉันอยากพักสุดๆ อยากะโออกมาว่า กูเหนื่อยโว้ยยยยยยยยยย ‘ยอั์ล้านตัว’
“แล้วมานอนตรงนี้จะหายเหนื่อยเหรอไง” นั้นไงกูว่ากูขอพัก ดังมาต่ออีกแล้วกูจะได้พักไหมเนี้ย ลำคานสุดๆ ฉันหรี่ตาดูว่าเป็ไงกะจะด่าสักหน่อยกับไม่เจออะไรเลยไม่เห็นอะไรเลย แล้วใครมาพูดกับฉัน หรือว่าพี่เอแกล้ง คงไม่ใช่มั้ง เพราะพี่เอรู้ว่าถ้าฉันบอกขอพักก็ไม่ค่อยจะมากวนใจฉันเท่าไหร่ แล้วนี่ใคร เอาอีกแล้วไง มัดปมเข้าไปอีก แล้วฉันก็ได้ยินเสียงหัวเราะคิกๆ คักๆ ฉันเงยหน้าขึ้นดูบนต้นจามจุรี เห็นผู้หญิงใส่ชุดสมัยใหม่ กางเกงสามส่วนเสื้อยืด รองเท้าผ้าใบ โดดลงาจากต้นไม้มาหาฉัน เห้อออออ….ฉันถอนหายใจ เอาแล้วไงตัวป่วนฉันเพิ่มมาอีกคน ไม่ใช่สิเพิ่มมาอีกหนึ่งตน
“ว่าไงอีก” ฉันถามผู้หญิงคนนั้น จากท่าทางดูไม่แก่กว่าฉันไปเท่าไหร่ และทุกคนคงสงสัยว่าทำไมฉันถึงไม่กลัวผีเหมือนตอนแรกๆ ก็บอกไปแล้วว่าฉันเหนื่อยไม่สนใจใครทั้งนั้นและพร้อมวีนได้ทุกเมื่อ
คำตอบที่ได้มาคือเสียงหัวเราะ ‘กวนทีนอีกคนยิ่งเหนื่อยๆ อยู่ เห้ออออ’
“ถ้าไม่มีอะไรขออนุญาตพี่คนสวยนอนตรงนี้สักแปบนะคะ” แล้วก็ทำท่าเอนนอนพัก
“สงสัยจะเหนื่อยจริง คงไม่ได้คุยกันแล้วล่ะ ว่าจะเตือนอะไรสักหน่อย” ผีสาวต้นจามจุรีบอก แต่ฉันไม่สนใจจ้า เหนื่อยสุดๆ ใครจะไปสนใจอะไรล่ะ แล้วรู้สึกเคลิ้มๆ จะหลับสิ่งที่ฉันเห็นคือ ‘ครูยุพิณในชุดลูกเสือกำลังขี่จักรยานยนต์ัฉันเดาว่ามาโรงเรียน แต่เมื่อจะเลี้ยว ทางสี่แยกแถวบ้านครู มีรถบรรทุกเลี้ยวมาด้านข้างรถครูและเฉี่ยวชนครูยุพินได้ลากเอาครูยุพินติดไปในใต้ท้องรถ สภาพน่ากลัวมากและครูยุพินตายคาที่ ฉันใมาก แต่มีควันอะไรไม่รู้บังภาพด้านหน้าฉันเปลี่ยนเป็ ผีทหารญี่ปุ่นพยายามเข้ามาในห้องที่ฉันนอนกับเพื่อนๆ ครูยุพินออกไปบังไม่ให้เข้าไป มีการพูดคุยและต่อสู้กันโดยครูยุพินกัดที่แขนและคอผีทหารญี่ปุ่นส่วนผีทหารญี่ปุ่นใช้มือขวาบีปคอครูยุพินพร้อมจะใช้มีดดาบแทงครูยุพิณแต่พี่เอมาดึงมือของทหารญี่ปุ่นด้านที่ถือมีดดาบพร้อมโยนตัวผีทหารญี่ปุ่นไป พี่เอหันมาดูครูยุพิน ที่ดูเหมือนร่างเลือนลางแทบจะไม่เห็น
“ครูครับเดี๋ยวผมจัดการเอง ครูไปพักเถอะ เดี๋ยวต้องดูแลพวกตัวแสบอีก ผมไม่อยากให้พวกมันรู้ พวกนั้นถึงจะแสบ ถึงจะดื้อแต่มันก็รักครูนะครับ โดยเฉพาะน้องสาวผม โน้ตมีััพิเศษถ้ามันรู้ คงเสียใจน่าดู ไปพักก่อนเถอะครับ” พี่เอพูดเสร็จก็กระโจนไปหาผีทหารคนนั้น แล้วาควันก็เกิดขึ้นอีกครั้ง ตอนนี้ฉันมาอยู่ที่สนามฟุตบอลของโรงเรียน ฉันเห็นพี่เออยู่ในวงล้อมของผีทหารที่มีอาวุธครบมือ และแล้วผีทหารทุกตัวก็วิ่งเข้าหาพี่เอพร้อมกัน
“พี่เอ!” ฉันสะดุ้งตื่น หันไปดูผีสาวต้นจามจุรี ฉันเข้าใจว่าภาพที่เห็นคือสิ่งที่ผีสาวจะบอก ผีสาวจามจุรียิ้มให้ฉันแล้วหายไป ปล่อยให้ฉันงง อยู่อย่างนั้น
“ไอ่น้องมึงหลบอยู่นี่เอง กูหาซะทั่วเลย” ไอ่อุ้ยเดินมาหาฉัน ฉันมองหน้าอุ้ยอย่างงง
“แล้วแกร้องไห้ทำไม เื่ถูกทำโทษแล้วเพื่อนในกลุ่มด่าแกเหรอ” ฉันก็ยังไม่ตอบไอ่อุ้ยที่พยายามถาม ใครจะไปทันตอบถ้าคุณเจอแบบฉันคุณจะทำอย่างไร ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันคืออะไร หัวมันไม่มีอะไรไปกระตุ้นเลย มันว่างเปล่าไปหมด
“อุ้ย…..น้อง…มาประชุมกลุ่มจะได้สรุปว่าเราจะแสดงอะไรรอบกองไฟ” เพื่อนคนหนึ่งในกลุ่มเรียก อุ้ยดึงตัวฉันยืนและเดินไปยังกลุ่มที่เพื่อนเรียก ฉันเดินผ่านกลุ่มโฟว์ที่กำลังประชุมกันอยู่ ฉันเห็นโฟว์ก้มหน้า ฉันเดินโดยมีไอ่อุ้ยเดินอยู่ด้านหน้าแล้วอยู่ดีๆ โฟว์เงยหน้ามองฉัน แต่ะสิ่งที่ฉันเห็นเป็ใบหน้าของผีทหารญี่ปุ่นที่แสยะยิ้มให้โดยตาเป็สีแดงที่มีเืไหลหน้าเปรอะไปด้วยดินแห้งแขรอะปากมีน้ำลายยืดไหล ฉันใจนสะดุดอะไรบางอย่างล้ม
“อ้าว…เพื่อนเดินยังไงล้มได้ หญ้าก็ออกเรียบขนาดนี้” ไอ่อุ้ยแซวฉัน ฉันลุกขึ้นยืน
“อุ้ยแกไปก่อนนะ เดี๋ยวฉันตามไป” อุ้ยมองหน้าฉัน
“่นี้แกดูไม่ปกติเลย เป็อะไรหรือเปล่า เราเป็เพื่อนกันบอกมาเถอะเผื่อกูช่วยได้”
“ไอ่โฟว์ถูกผีเข้า กูต้องไปเอาออกกูกลัวว่าจะเป็เื่ใหญ่” ฉันบอก
“เฮ้ย! ไอ่อุ้ยใ เป็เพราะกูเหรอ กูปากไม่ด้ใช่ไหม ไอ่โฟว์เลย…..” อุ้ยพูดเหมือนรู้ตัวว่าผิด ‘ก็มึงนั้นแหละ มึงตลอดเลยไม่ใช่เพราะมึงจะเป็ใคร’ ฉันก็ได้แต่คิดไม่พูดออกไปเพราะอุ้ยก็รู้สึกผิดแล้วไม่จำเป็ต้องไปย้ำอีก
“ไม่หรอก…งั้นแกกลับไปบอกเพื่อนๆ ในกลุ่มนะ ว่ากูท้องเสียเดี๋ยวกูไป” ฉันฝากบอกอุ้ย
“ให้เื่แค่เนี้ย ไม่ให้กูช่วยไล่ผีเหรอ ว่าแต่กูเห็นมึงกลัวผี แล้วมึงจะไล่ผียังไง” ‘ไอ่อุ้ย ถามมึงไปด้วยกูกลัวจะเข้าไม่ใช่แค่โฟว์อ่ะดิ ปากมึงนี่ไวกว่าจรวดมิดไซค์อีก’ ฉันคิด
“ช่วยแค่นี้พอ ไล่ได้ไม่ได้ ค่อยว่าอย่างน้อยกูก็มีพระ น่าช่วยได้อยู่ เอาน่าอุ้ยแกช่วยไปบอกเพื่อนก็พอกูไม่อยากโดนด่าอีก ขอบใจนะเพื่อนรัก” ฉันพูดจบก็ผลักอุ้ยไปทันที แล้วเดินไปหากลุ่มโฟว์
“จะมาล้วงความลับของกลุ่มฉันล่ะดิ” เพื่อนในกลุ่มโฟว์แซว
“แค่มาหาโฟว์จะชวนไปห้องน้ำน่ะ” แล้วฉันก็ดึงตัวโฟว์ลุกขึ้น แต่ดึงเท่าไหร่ก็ดึงไม่ขึ้น เอ๋เดินมาข้างๆ ฉันและช่วยฉันดึงตัวโฟว์ขึ้น สองแรงยังดึงไม่ขึ้นเลยหนักมาก
“ไอ่โน้ตมีอะไรเกิดขึ้นกับโฟว์ใช่ไหม ฉันเห็นมันเงียบๆ ถามก็ไม่พูด แล้วนี่ตัวหนักฉิบหายเลย” เอ๋กระซิบถามฉัน ฉันได้แต่พยักหน้า
“โฟว์ไม่อยากไปมั้ง ข้ออ้างชัดๆ เห็นม่ะไม่ยอมลุกไปด้วย” เพื่อนในกลุ่มโฟว์เอ่ยขึ้น
“แม่ง…..ปากดีเดี๋ยวบอกไอ่สกายจัดการเลย ไม่รู้อะไรแล้วมาพูด” เอ๋บ่นพร้อมกับใช้ แรงยกโฟว์ขึ้น แต่ทำอย่างไรก็ไม่ขึ้น ส่วนฉันทั้งดึงทั้งกลัวเพราะสิ่งที่ฉันเห็นเป็ตัวโฟว์แต่หน้าไม่ใช่ทั้งเืที่ไหลออกจากตา ทั้งน้ำลายที่ไหลออกจาปากทั้งกลิ่นซากศพตลบอบอวนไปหมด แล้วนี่ก็เพื่อนฉัน ฉันก็ต้องอดทน
“ไม่ไหวมั้งน้อง ไม่ขยับเลย มันแรงมากเหรอ” เอ๋ถาม ฉันพยักหน้าแทนคำตอบ
“ผีทหารญี่ปุ่น” พอเอ๋พูดจบมันหันหน้าและแสยะยิ้มให้เอ๋ ‘ไอ่ผีเอ่ย เอ๋มันเห็นสะที่ไหน กูต่างหากที่เห็น มึงโง่รึเปล่า’ ฉันคิดยังไม่ทันไร โฟว์ก็ลุกขึ้นทำเอาฉันกับเอ๋ล้มเลยทีเดียว
“ป่ะ…………ไป…………..กัน………….” เอ๋กับฉันงงมาก เสียงที่พูดออกมาเป็เสียงโฟว์ ไม่ใช่เสียงผีทหารแต่ค่อนข้างจะเนิบๆ ยานๆ ฉันลุกยืนปัดโน้นปัดนี่ เอ๋ก็เหมือนกัน
“เอาไงอีกน้อง” เอ๋มายืนเกาะแขนฉัน
“โฟว์ไปห้องน้ำกันป่ะ เนี้ยมัวเล่นอยู่ได้ ปวดท้องจะแย่แล้ว” ฉันพูดเสียงดังพอให้เพื่อนๆ แถวนั้นได้ยิน
“ไม่เป็ไรเอ๋ เดี๋ยวขอคิดก่อนไม่รู้ทำไงเหมือนกันเพราะมันเข้าโฟว์ได้แปลว่าใครขวัญอ่อนมันก็เข้าได้หมด มีเป็กองทัพ” เอ๋ทำหน้าหวอ
“ขอลองก่อนนะไม่รู้ว่าจะได้ไหม” ฉันกระซิบบอกเอ๋
“แกไม่ใช่หมอผีซักหน่อยถึงแม้ว่า ปู่แกจะเป็พ่อครูก็ตาม” เอ๋ถามด้วยความเป็ห่วง
“ก็นี้หลานพ่อครูไง จะไม่มีดีได้ไง ใจเย็นๆ ” ฉันบอกเอ๋เพื่อให้เอ๋สบายใจ ที่จริงฉันก็ไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไรหรอก ั้แ่คดีน้าทิพย์มาก็ไม่เคยไปไหนมาไหนกับปู่เพราะปู่ไม่ให้ไปและ พี่จุกก็บังตาทุกทีตอนปู่ไป แต่นี้เจอกับตัว สั่น และความรู้สึกเย็นะเืจนถึงกระดูกทุกที