ทว่าความสงบสุขนั้นอยู่ได้ไม่นานนัก
เสียงหญิงสาวที่ฟังดูนุ่มนวลแต่ชวนขนลุกกลับดังแ่ลอดเข้ามาไม่ใกล้ไม่ไกลนัก
“ฮูหยินใหญ่ ไม่คิดเลยว่าจะได้พบท่านโดยบังเอิญที่นี่”
สวี่หว่านถิงชะงัก แล้วหันไปตามเสียงนั่น ก่อนจะเห็นหญิงสาวในชุดผ้าแพรสีฟ้าอ่อนใบหน้าหวานละมุน ดวงตาก้มต่ำราวกับนางฟ้าในจิตรกรรม
ลั่วเหลียนเอ๋อฮูหยินรองจอมเสแสร้งแห่งจวนแม่ทัพ แต่ทว่าเธอกลับเป็นางเอกของนิยายเื่นี้
เธอยกชายกระโปรงเดินเข้ามา พร้อมกับแสร้งยิ้มแย้มเหมือนหญิงใสซื่อแต่ในดวงตากลับซ่อนแววเยาะหยัน
“ได้ยินว่าฮูหยินใหญ่ไม่สบาย ข้าก็เป็ห่วงนัก ท่านแม่ทัพก็ช่างกระไรแทนที่อยู่คอยดูแลท่านกลับเอาแต่แวะเวียนอยู่ในเรือนของข้าฮูหยินใหญ่ท่านไม่ว่าอะไรเช่นนั้นใช่หรือไม่ที่ข้าเป็คนโปรดของท่านแม่ทัพก็อย่างว่าแม้ท่านจะเป็ฮูหยินใหญ่แต่ก็หาใช่สตรีที่ท่านแม่ทัพใฝ่ปองตายจริงนี่ข้าเผลอพูดอะไรออกไป ฮูหยินใหญ่อภัยให้ข้าด้วยข้าคงปากตรงกับใจจนเกินไปว่าแต่ร่างกายของท่านดีขึ้นมากแล้วเช่นนั้นหรือถึงได้ออกมาเที่ยวเล่นได้เช่นนี้”
สวี่หว่านถิงยิ้มมุมปากเล็กน้อย “นี่เ้าเป็ห่วงข้าเหรอ?ขอบใจนะ แต่เ้าไม่ต้องห่วงหรอก ตอนนี้ข้าแข็งแรงพอจะตบคนได้อยู่หรือเ้าอยากลองความแข็งแกร่งของข้าดูสักฉาดหรือไม่”
รอยยิ้มของลั่วเหลียนเอ๋อแข็งค้างไปชั่วขณะก่อนจะรีบพูดกลบเกลื่อน
“ฮูหยินใหญ่นี่ท่านพูดอะไรเช่นนั้นกันเ้าคะข้าเพียงหวังดี”
“หึหวังดี?” สวี่หว่านถิงหัวเราะในลำคอเสียงต่ำ
“ผู้หญิงปากดีเช่นเ้าอย่าแสร้งทำมาเป็หวังดีข้าเกลียดที่สุดคือหญิงตีสองหน้าคนพวกนี้ข้าฉีกปากมานักต่อนักแล้วหรือเ้าอยากลอง”
ลั่วเหลียนเอ๋อพยายามยิ้ม แต่แววตาเริ่มสั่น
“คำพูดของท่านยังคงต่ำช้าเช่นเคยข้าไม่แปลกใจเลยที่ท่านแม่ทัพจะเมินเฉยท่านข้าว่าความหวังดีของข้าคงจะไม่เหมาะกับท่านเช่นนั้นข้าขอตัวก่อน”เธอพูดพร้อมกับจะรีบเดินหนีไป
ทว่าสวี่หว่านถิงกับพูดขึ้นตามหลัง
“หากเ้าจะเอาเื่ที่ข้าพูดกับเ้าไปฟ้องแม่ทัพหม่าละก็เชิญได้เลยตามสบาย คนหน้าไหว้หลังหลอกอย่างเ้าแต่งเื่เก่งไม่แพ้กับแต่งหน้ายั่วยวนสามีชาวบ้านไม่ใช่หรือ”สวี่หว่านถิงพูดขึ้นอย่างไม่รู้สึกหวั่นกลัวแม้แต่น้อย
ลั่วเหยียนเอ๋อแอบแสยะยิ้มบางๆราวกับเธอเองก็คิดที่จะทำเช่นที่สวี่หว่านถิงพูดก่อนจะรีบเดินจากไปในทันที
สวี่หว่านถิงมองตามลั่วเหยียนเอ๋ที่เดินจากไปก่อนจะเบะปากอย่างหมั่นใส้
“เชอะแม่นางเอกตัวดีสามีหล่อนฉันไม่ได้อยากได้นักหรอกคอยดูนะหากอีตาแม่ทัพหม่ากล้าพูดหักหาญหรือทำร้ายจิตใจฉันแม้แต่นิดเดียวแม่จะฟาดหน้าด้วยใบหย่าเลยคอยดู“นางพูดขึ้นอย่างหัวเสียก่อนจะเดินชอปปิ้งในตลาดเพื่อระบายความเครียด
“ฮูหยินตรงโน้นมีร้านเครื่องประดับด้วยเ้าค่ะ”
สวี่หว่านถิงมองไปยังร้านเครื่องประดับอย่างพอใจก่อนจะเดินนำหน้าสาวใช้ไปยังร้านนั่นในทันที
“ฮูหยินเ้าคะปิ่นหยกชิ้นนี้งดงามเหมาะกับท่านเลยเ้าค่ะ”
สวี่หว่านถิงหยิบปิ่นที่สาวใช้เลือกขึ้นมาดูก่อนจะพยักหน้าอย่างเห็นด้วย
“งั้นข้าเอาปิ่นหยกนี่ เท่าไหร่กัน”
“ห้าหยวนขอรับแต่เป็เพราะปิ่นหยกงดงามสู้ท่านไม่ได้ข้าจึงคิดเพียงครึ่งหนึ่งของราค”พ่อค้ารีบตอบพร้อมกับยิ้มกระหยิ่มชื่นชมในความงามของเธอ
สวี่หว่าถิงแสยะยิ้มอย่างพอใจ
นี่สินะที่เขาว่าเมื่อเราสวยโลกมักจะใจดีกับเราเสมอเธอคิดในใจพลางจะหยิบเงินในถุงเงินให้กับพ่อค้าแต่แล้วจู่ๆกลับมีเสียงทุ้มต่ำของใครคนหนึ่งดังขึ้นใกล้ๆ
“ข้าขอจ่ายค่าปิ่นนี้แทนท่านเอง”เธอเหลือบตามองชายหนุ่มผู้นั้นก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าชายผู้นี้คือทหารองครักษ์ของฮ่องเต้แม่ทัพซ่งจูเมิ่ง
รอยยิ้มของชายหนุ่มช่างดูอ่อนโยนจนนางรู้สึกไหววูบไปชั่วขณะ
“แม่ทัพซ่งอย่าเลยเพียงค่าปิ่นปักผมข้าซื้อเองได้”
“ข้ารู้ว่าเ้าสามารถซื้อได้เองอย่างไม่ลำบากแต่ปิ่นนี้ข้าอยากซื้อให้เ้า”
เธอถึงกับยิ้มเหยเกเมื่อเห็นสายตาหวานเยิ้มของชายหนุ่ม
ทว่าสายตาแบบนี้เมื่อครั้งอยู่ในโลกเก่าเธอพบเจอจนเคยชินจึงไม่ได้รู้สึกเคอะเขินแต่อย่างใด
เธอก้มหัวลงให้เขาเล็กน้อย
“ขอบคุณท่านมากสำหรับปิ่นหยกนี่ถ้าเช่นนั้นข้าขอตัวก่อน”เธอพูดพร้อมกับจะหันหลังเดินจากไป
“เดี๋ยวแม่นางไป๋”
เธอหันกลับมาหาเขาด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความสงสัย”
แล้วเมื่อไหร่ข้าจะได้พบเ้าอีก”
นางชายตามองชายหนุ่มก่อนจะยิ้มให้เขาอีกครั้ง
“ข้ามีสามีแล้วใยท่านจึงอยากพบข้า”
“ข้ารู้ แต่ช่วยไม่ได้ใจของข้ามันโกหกไม่เป็”
เธอมองหน้าเขาอย่างเรียบนิ่งราวกับไม่เข้าใจคนเขียนบท
หึ เอาแล้วไงแม่นางไป๋ คนสวยๆอย่างเธอมีชายหนุ่มมาเกี้ยวพาทั้งที่มีสามีแต่ทำไมคนเขียนบทจะต้องให้ตัวละครตัวนี้อดทนเป็ภรรยาอุ่นเตียงให้แม่ทัพโลเลคนนั้นด้วยนางคิดในใจก่อนจะยิ้มบางๆให้แม่ทัพซ่ง
“หากมีวาสนาก็คงจะได้มีโอกาสพบกันข้าขอตัวก่อน”เธอบอกกับเขาพร้อมกับเดินจากไปเพราะเอาจริงๆผู้ชายในนิยายเื่นี้คนที่เห็นจะเข้าตาคนอย่างสวี่หว่านถิงไม่ใช่พระเอกของเื่และก็ไม่ใช่ชายผู้นี้แต่เป็อีกคน