บทที่ 8 พลังพิเศษย่อมมีข้อบกพร่อง (รีไรต์)
คนกลุ่มหนึ่งขนอาหารไปด้วยท่าทางมึนงงเล็กน้อย
เจียงอี้อิ่นกระแอมไอ “แคก ๆๆ...”
จะมาโทษกันไม่ได้หรอกนะ ระบบคือความลับที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเธอ เธอไม่มีทางบอกเื่นี้กับใครเป็อันขาด ดังนั้นจึงได้แต่โกหกพวกเขาไปว่าพลังพิเศษของเธอคือพื้นที่ปลอดภัย เลยสามารถหลอกเ้าเสือโคร่งกลายพันธุ์ตัวนั้นได้
โชคดีที่พลังพิเศษในโลกนี้มีมากมายหลากหลาย แม้ว่าพื้นที่ปลอดภัยจะฟังดูไร้สาระ แต่สุดท้ายพวกเขาก็เชื่อคำอธิบายนี้ แม้จะยังรู้สึกสงสัยอยู่บ้างก็เถอะ
แต่...ช่างเถอะ
ระบบกับฉันเป็หนึ่งเดียวกัน ไม่ถือว่าเธอหลอกลวงนะ
┑( ̄▽ ̄)┍
ตามเวลาของสองวันมานี้เดาได้ว่าเด็กคนนั้นคงใกล้จะมาถึงแล้ว ครั้งนี้เธอเตรียมอาหารไว้รอเขาแล้ว แต่รอกระทั่งเที่ยงคืนก็ยังไม่มีการเคลื่อนไหวใด ในป่ายังคงเงียบสงัด ทำให้เจียงอี้อิ่นอดเป็ห่วงไม่ได้ ภาวนาในใจขออย่าให้เขาเป็อะไรไป
หลังจากรออยู่ครู่หนึ่งก็ยังไม่เห็นวี่แวว เธอจึงได้แต่แขวนอาหารไว้บนต้นไม้ที่เด็กคนนั้นมักจะชอบแอบอยู่ แล้วกลับไปที่ห้องพักพนักงาน
จากนั้นจึงเปิดระบบดูยอดขาย พบว่าตอนนี้มียอดขายเจียนปิ่งสะสมสามร้อยชิ้น และน้ำเต้าหู้หนึ่งร้อยแก้ว ร้านเจียนปิ่งของเธอสามารถอัปเกรดได้อีกแล้ว
การอัปเกรดเป็เลเวลสี่ต้องใช้ 200 คริสตัล เธอกดยืนยันด้วยใบหน้าเศร้าสร้อยแล้วพึมพำว่า
“ระบบ เธอต้องทำให้ฉันรู้สึกว่าการอัปเกรดครั้งนี้มันคุ้มค่า”
ระบบไม่ตอบสนอง…
การอัปเกรดใช้เวลา 90 นาที ระหว่างรอระบบอัปเกรด เธอก็ชะเง้อมองเข้าไปในป่าเป็ระยะ แต่จนกระทั่งร้านขายเจียนปิ่งอัปเกรดเป็เลเวลสี่ เธอก็ยังไม่เห็นวี่แววของเด็กคนนั้น
เมื่อระบบแจ้งว่าการอัปเกรดเสร็จสิ้น ร้านก็เปลี่ยนไปอีกครั้ง
ตอนนี้ร้านเจียนปิ่งของเธอมีเตาทำเจียนปิ่งทั้งหมดสี่เตา เครื่องทำน้ำเต้าหู้กลายเป็เครื่องเตรียมอาหารใหม่เอี่ยมสามเครื่อง และมีหม้อใบใหญ่วางอยู่ข้าง ๆ หม้อตุ๋นทางด้านซ้าย
เจียนปิ่งมีให้เลือกหลากหลายขึ้น เช่น ไข่ไก่แฮม ไข่ไก่กับไก่ทอด ทั้งหมดขายในราคา 3 คริสตัลเลเวลหนึ่ง นอกจากนี้ยังมีถั่วเขียวต้มน้ำตาลราคา 1 คริสตัล
เมื่อเห็นถั่วเขียวต้มน้ำตาล ดวงตาของเธอก็เป็ประกาย ตอนนี้เป็่ที่อากาศร้อนจัด ถั่วเขียวต้มน้ำตาลเย็น ๆ น่าดื่มกว่าน้ำเต้าหู้ร้อน ๆ เสียอีก
เจียงอี้อิ่นรีบเปิดร้านค้าระบบเพื่อซื้อถั่วเขียวห้ากิโลกรัม นำไปล้างและแช่น้ำ จากนั้นแบ่งเป็สองส่วน ส่วนละหนึ่งกิโลกรัม แล้วนำไปแช่แข็งในตู้เย็น หลังจากนั้นเธอก็เตรียมตัวเข้านอน
ก่อนนอนเธอชะเง้อมองออกไปอีกครั้ง ถุงอาหารยังคงแขวนอยู่ที่เดิม ซึ่งทำให้เธอผิดหวังมาก แต่ถึงยังไงตอนนี้ก็ต้องพักผ่อนก่อน
อาจจะเป็เพราะความเป็ห่วง เช้าวันรุ่งขึ้นเจียงอี้อิ่นตื่นขึ้นมา สิ่งแรกที่เธอทำคือวิ่งออกไปดูต้นไม้นั้น
ถุงอาหารหายไป แต่เธอไม่รู้ว่าใช่เด็กคนนั้นเอาไปหรือเปล่า
เธอกลับมาที่ร้านขายเจียนปิ่งด้วยความกังวลใจ และเริ่มเตรียมของสำหรับขายวันนี้
ผสมแป้งครึ่งถัง หมักเนื้อ แล้วนำเนื้อชิ้นอีกส่วนมาล้างน้ำให้สะอาด จากนั้นนำเนื้อใส่หม้อลงตุ๋น ไม่ถึงครึ่งชั่วโมง กลิ่นหอมของเนื้อตุ๋นก็ลอยอบอวลไปทั่วบริเวณ
เจียงอี้อิ่นนำถั่วเขียวแช่แข็งออกมา ใส่ลงในหม้อน้ำเดือดที่ตั้งไฟไว้ ต้มประมาณ 20 นาทีถั่วเขียวก็บานเต็มที่
เครื่องทำน้ำเต้าหู้สามเครื่องทำงานเต็มกำลัง ปั่นถั่วเขียวสองในสามส่วนให้เป็เนื้อเนียนละเอียด แล้วใส่ถั่วเขียวอีกเล็กน้อย ตักใส่แก้วแล้วนำไปแช่ตู้เย็น
หลังจากทำทั้งหมดเสร็จ ก็กลับมาตุ๋นเนื้ออีกครั้ง วัตถุดิบเกือบจะพร้อมขายแล้ว
หลังจากออกจากภวังค์และเริ่มทำงานอย่างเต็มที่ เธอก็พบว่าพระอาทิตย์ใกล้จะขึ้นถึงกลางฟ้าแล้ว แต่กลับยังไม่มีลูกค้าสักคนเดียว
ไม่น่าเป็ไปได้ สองวันนี้กู้ไฮว่ถิงกับพวกเขาดูอยากอาหารมาก วันนี้ทำไมไม่มา ‘เหมา’ ร้านเธอนะ
วันนี้เธอเตรียมของไว้เยอะแยะ ถ้าขายไม่ออกก็ขาดทุนย่อยยับ
โชคดีที่ไม่นานนักบนถนนเล็ก ๆ ในป่าก็ปรากฏร่างของเจิ้งฮุ่ยเจวียนและเด็กสาวอายุราวสิบสี่สิบห้าปีอีกหนึ่งคน
ทันทีที่ทั้งสองฝ่ายเห็นกันและกัน ต่างก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก
เจียงอี้อิ่นโล่งใจที่วันนี้มีลูกค้าแล้ว ส่วนเจิ้งฮุ่ยเจวียนกลับรู้สึกว่าทุกสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อวานเหมือนความฝัน ครั้นได้เห็นร้านขายเจียนปิ่งตั้งอยู่ตรงหน้า เธอจึงรู้สึกว่าความฝันได้กลายเป็ความจริงแล้ว
“เถ้าแก่คะ ฉันมาทำธุรกิจร่วมกับคุณอีกครั้งค่ะ”
เจียงอี้อิ่นยิ้มแย้ม “ยินดีต้อนรับกลับมาค่ะ วันนี้รับอะไรดีคะ ร้านเราเพิ่งมีสินค้าใหม่มา ลองดูก่อนได้นะคะ”
เจิ้งฮุ่ยเจวียนมองป้ายราคา ดวงตาเป็ประกายเมื่อเห็นถั่วเขียวต้มน้ำตาล เธอครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเริ่มสั่งอาหาร
“เจียนปิ่งไข่สามสิบชิ้น ส่วนเจียนปิ่งอีกสี่ไส้อย่างละห้าชิ้น ถั่วเขียวต้มน้ำตาล น้ำเต้าหู้อย่างละยี่สิบแก้ว แล้วก็น้ำเต้าหู้พุทราถั่วลิสงอีกสิบแก้วค่ะ”
เธอจดจำนวนของแต่ละรายการ ขณะที่กำลังวุ่นอยู่ก็ถามขึ้นอย่างไม่ได้ตั้งใจ “ของเยอะขนาดนี้ คุณทั้งสองขนกลับไหวเหรอคะ”
“ไม่ต้องห่วง พวกเรามีวิธี” เจิ้งฮุ่ยเจวียนไม่ได้อธิบายอะไรมาก
เธอเองก็ไม่ได้ซักไซ้ต่อ ใจจดจ่ออยู่กับการทำงานจนกระทั่งได้ยินประโยคหนึ่ง...
“เถ้าแก่ ร้านเจียนปิ่งของคุณดูดีนะ แต่ขาดโต๊ะเก้าอี้ไปหน่อย”
เธอเงยหน้ามองเห็นเจิ้งฮุ่ยเจวียนกำลังใช้มือซับเหงื่อและพัดคลายร้อน เห็นได้ชัดว่าเธอร้อนมาก
ลองคิดดูแล้วกัน หน้าร้านขายเจียนปิ่งเป็พื้นที่โล่ง ไม่มีอะไรใช้บังแดดได้เลย ตอนเที่ยง ๆ แบบนี้คงจะร้อนน่าดู อีกอย่างลูกค้าซื้อของเสร็จก็ได้แค่ยืนกิน ถ้าเป็เจียนปิ่งกับน้ำเต้าหู้ก็ยังพอไหว แต่ถ้าขายพวกบะหมี่ด้วย คงจะไม่สะดวกแน่ ๆ
เธอนึกขึ้นได้ว่าในร้านค้าระบบมีโต๊ะเก้าอี้ขายอยู่ แต่ก่อนหน้านี้เธอมีคริสตัลไม่มากเลยไม่ได้ซื้อ
ตอนนี้ลูกค้าพูดถึงความ้าแล้ว เธอก็ต้องบริการให้ดีสิ คิดได้ดังนั้นจึงยิ้มแล้วพูดว่า “ข้างหลังมีโต๊ะเก้าอี้อยู่นะคะ แต่ยังไม่ได้ยกออกมา รบกวนรอสักครู่นะคะ”
พูดจบก็เดินเข้าไปในห้องพักด้านหลัง ซึ่งความจริงแล้วไม่มีโต๊ะเก้าอี้หรอก เธอแค่หาข้ออ้างปลีกตัวไปซื้อโต๊ะปิกนิกแบบพับได้สองชุดจากร้านค้าระบบ จากนั้นก็แกล้งทำเป็ยกออกมา แล้วนำมาตั้งตรงพื้นที่ว่างหน้าร้านขายเจียนปิ่ง ก่อนจะทำแบบเดียวกันอีกครั้งด้วยการลากร่มกันแดดสำหรับร้านค้าออกมาสองคัน
ร่มแบบนี้ทั้งใหญ่ทั้งหนัก เธอยกคนเดียวค่อนข้างลำบาก เจิ้งฮุ่ยเจวียนเห็นเข้าก็ทนดูไม่ได้
“ให้ฉันทำเถอะค่ะ”
แต่ว่าเจียงอี้อิ่นจะให้ลูกค้ามาทำงานหนัก ๆ แบบนี้ได้ยังไง ตอนกำลังจะเอ่ยปากปฏิเสธ เจิ้งฮุ่ยเจวียนก็ยกร่มขึ้นง่าย ๆ ด้วยมือข้างเดียว เดินไปหยุดข้างโต๊ะปิกนิกแล้วหันมาถามว่า
“วางตรงนี้ได้ไหมคะ”
“ได้... ได้ค่ะ…” เธอใจนพูดตะกุกตะกัก
เจียงอี้อิ่นเห็นเจิ้งฮุ่ยเจวียนกางร่มออกแล้วก็ออกแรงปักลงดิน ด้ามร่มปักลงไปในดินอย่างมั่นคงเหนือโต๊ะปิกนิก
“น่าจะมีอีกคันใช่ไหม” เจิ้งฮุ่ยเจวียนทำทั้งหมดนี้เสร็จโดยไม่มีท่าทีว่าจะเหนื่อยเลย
ไม่นานร่มอีกคันก็กางจนเสร็จ เจิ้งฮุ่ยเจวียนกับเพื่อนร่วมทีมนั่งลงใต้ร่มกันแดด บอกว่าแบบนี้สบายขึ้นเยอะเลย
เจียงอี้อิ่นรีบยกถั่วเขียวต้มน้ำตาลใส่น้ำแข็งสองแก้วไปให้ “ขอบคุณที่ช่วยนะคะ สองแก้วนี้ให้พวกคุณฟรีค่ะ”
พวกเธอไม่ปฏิเสธ ท่าทางที่ไม่ถือตัวแบบนี้ทำให้ความรู้สึกของเจียงอี้อิ่นดีขึ้นมาก และเอ่ยอย่างจริงจัง
“คุณแรงเยอะจังเลย น่าอิจฉาจริง ๆ”
เจิ้งฮุ่ยเจวียนมองแขนขาเล็ก ๆ ของเจียงอี้อิ่นด้วยสายตาที่ดูถูกเล็กน้อย “คุณนั่นแหละผอมเกินไป ปกติหลังจากที่พลังพิเศษถูกปลุกขึ้น ประสาทััทั้งห้า สมรรถภาพร่างกาย ความรวดเร็ว สิ่งเหล่านี้ก็จะเพิ่มขึ้นด้วย ทำไมร่างกายของคุณถึงดูเหมือนไม่แข็งแกร่งขึ้นเลย”
ที่แท้พลังพิเศษยังมีข้อดีแบบนี้อีกเหรอ น่าเสียดายที่สิ่งที่เธอเรียกว่าพลังพิเศษมันเป็ของปลอม ตอนนี้ได้แต่ยิ้มแห้ง ๆ “ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงเป็แบบนี้”
เจิ้งฮุ่ยเจวียนกลับหาเหตุผลให้ได้ “แต่บางทีพลังพิเศษของคุณอาจจะพิเศษเกินไปก็ได้ เท่าที่ฉันรู้ พลังพิเศษที่ค่อนข้างพิเศษ มักจะมีข้อบกพร่องบางอย่าง”
พูดจบเธอก็มองไปยังเพื่อนร่วมทีมที่อยู่ข้าง ๆ แววตาฉายความกังวลออกมาอย่างเห็นได้ชัด