เสียงแจ้งเตือนจากเครื่องฟอกอากาศดังขึ้น หินเวทมนตร์ก้อนที่เก้ากำลังจะหมดพลัง
“หะ... เฮ้ย! นี่เรามัวแต่เก็บขยะจนผ่านไป สามชั่วโมง แล้วเหรอเนี่ย!? เอาล่ะ... ต้องรีบไปแล้วสิ เหลือหินเวทมนตร์อีกแค่สิบหกก้อน”
ภัทรพึมพำขณะหยิบหินเวทมนตร์สามก้อนหย่อนใส่ช่องพลังงานของเครื่องฟอกอากาศ เขาเงยหน้ามองขึ้นไปด้านบนเพื่อหาทางออกที่ใกล้ที่สุดท่ามกลางความมืดสลัว
“นั่นไง...”
เขามองเห็นปล่องทางเดินแคบๆ ทางขวามือที่ดูเหมือนจะเป็นทางลาดขึ้นไป ภัทรไม่รอช้า หยิบ ‘กระบอกยิงเชือก’ สิ่งประดิษฐ์แฮนด์เมดฉบับปรับปรุงออกมาจากกระเป๋า แล้วตั้งท่ายิง
ปัง!!
เสียงปืนอัดลมดังทึบๆ ฉมวกเหล็กพุ่งแหวกอากาศขึ้นไปปักแน่นเหนือปากปล่องทางทิ้งขยะนั้น เขาลองกระตุกเชือกแรงๆ หลายครั้งเพื่อทดสอบความแข็งแรง
“โอเค รับน้ำหนักไหว”
ภัทรสวมหมวกนิรภัย และรัด ‘ฮาร์เนสทำมือ’ (สายรัดนิรภัย) เข้ากับเอวและขา ก่อนจะเริ่มปีนขึ้นไปอย่างทุลักทุเล เนื่องจากเป็นครั้งแรกที่เขาต้องปีนป่ายจริงจังแบบนี้ เขาจึงใช้เวลากว่าสิบนาทีในการไต่ความสูงเพียงสามเมตร
เมื่อตะกายขึ้นมาถึงปากปล่องด้านบนได้สำเร็จ เขาก็ต้องแปลกใจเล็กน้อย
“ทำไมถึงมีซากมดตายอยู่ที่ปากทางออกล่ะ? หรือจะช็อกตายเพราะเสียงระเบิดเมื่อกี้?”
ภัทรมองดูซากมดแก่สองสามตัวที่นอนกองอยู่ พวกมันตัวใหญ่กว่ามดงานทั่วไป สีเปลือกดูซีดจาง หนวดขาดวิ่น บ้างก็ขาเป๋
“ซากพวกนี้... จะพอขายได้หรือเปล่านะ”
สัญชาตญาณหาเงินของเขาทำงานทันที ภัทรเดินย่องเข้าไปใกล้ๆ เพื่อหวังจะเก็บซากพวกมันมาแยกชิ้นส่วน แต่ในจังหวะที่มือของเขากำลังจะเอื้อมไปแตะ...
กิ๊ซๆๆ!
หนวดที่ดูเหมือนตายสนิทกลับกระดิกถี่รัว! ร่างของมดแก่กระโดดพุ่งเข้าใส่ภัทรอย่างรวดเร็วผิดสังขาร!
“เฮ้ย!”
ภัทรยกแขนซ้ายขึ้นกาง ‘โล่พับ’ ออกมากันกระแทกได้ทันท่วงที ตึง! แรงปะทะทำให้เขาเซถอยหลัง และไม่ใช่แค่ตัวเดียว ตัวอื่นๆ ที่แกล้งตายก็ลุกพรึ่บขึ้นมาพร้อมกัน!
“ตายโหงแล้ว!”
ภัทรคว้า ‘พลั่วยุทธวิธี’ ออกมาจากเอว ตอนแรกเขาคิดจะปรับโหมดเป็นอีเต้อเพื่อเจาะเกราะ แต่สมองสั่งการว่าการฟาดด้วยสันพลั่วน่าจะรุนแรงและแม่นยำกว่าสำหรับเป้าหมายขนาดเล็กแบบนี้
มดตัวที่สองพุ่งเข้ามาทางขวา ภัทรเหวี่ยงพลั่วสวนกลับไปเต็มแรง
ผลัวะ!
มันชะงักไปเล็กน้อย แต่ก็ลุกขึ้นมาได้อย่างรวดเร็ว เกราะของพวกมันหนากว่าที่คิด! ภัทรต้องรับมือพัลวัน ทั้งกันทั้งฟาดสลับกันไปมา จนเริ่มจับจังหวะได้
“มันต้องมีจุดอ่อนสิ...”
ทันใดนั้น มดทั้งสามตัวก็ประสานงานพุ่งเข้ามาพร้อมกัน!
ภัทรตั้งโล่รับการโจมตีของตัวแรกไว้ แล้วอาศัยจังหวะที่ตัวที่สองเปิดช่องว่าง
“เสร็จล่ะ!”
เขาหวดสันพลั่วเสยเข้าที่ ‘ใต้ท้อง’ ซึ่งเป็นส่วนที่คิดว่านิ่มที่สุด
พลั่ก!
มดตัวนั้นกระเด็นหงายท้อง ขาชี้ฟ้า ดิ้นพราดๆ ก่อนจะแน่นิ่งไป
“อย่างที่คิด ใต้ท้องสินะ!”
ภัทรดีใจกับชัยชนะจนลืมสังเกตมดอีกตัวที่เกาะหนึบอยู่บนโล่ของเขา
เมื่อเขาหันกลับมาเห็น... มันก็งอก้นเตรียมโจมตีแล้ว! รอบเหล็กในของมันจู่ๆ ก็ปรากฏ วงเวทสีขาวจางๆ หมุนวนในอากาศก่อนจะโจมตี
“แย่ละ—”
ปัง!!!
เสียงดังสนั่นลั่นถ้ำราวกับเสียงปืนไฟ! เหล็กในสีดำทมิฬเจาะทะลุโล่ทองแดงเวทมนตร์ (ที่เคลือบสารป้องกันเวทมนตร์ไว้เล็กน้อย) เข้ามาได้ราวกับเจาะกระดาษ ปักฉึกเข้าที่ท่อนแขนซ้ายของภัทรอย่างจัง!
“อ๊ากกกกกกก!!!”
ความเจ็บปวดระดับนรกแตกแล่นพล่านจากบาดแผลพุ่งตรงเข้าสู่หัวใจ เลือดสีแดงสดทะลักออกมาอาบแขนเสื้อ
ภัทรทรุดฮวบลงนั่งกับพื้น หอบหายใจตัวโยน มดตัวนั้นสิ้นใจตายทันทีหลังจากปล่อยเหล็กในเหมือนกับผึ้ง หรืออาจจะเพราะมันแก่เกินไป แต่เขาไม่มีเวลาคิดเรื่องนี้
มดตัวสุดท้ายที่เหลืออยู่พยายามจะพุ่งเข้ามาซ้ำ ภัทรกัดฟันข่มความเจ็บปวด เหวี่ยงพลั่วสับลงกลางหัวของมันสุดแรง
ฉัวะ!
หัวของมันขาดกระเด็น แต่ก่อนที่ร่างจะร่วงลงพื้น ก้นของมันกลับฉีดพ่น ‘ละอองสีเขียวใส’ ใส่ตัวภัทรจนเปียกชุ่ม
ภัทรตกใจรีบกระโดดถอยหนี “กรดเหรอ!?”
เขารีบสำรวจชุด แต่พบว่าไม่มีควันขึ้น ไม่มีการกัดกร่อน และไม่แสบร้อนผิวหนัง
“ไม่กัด... ไม่ใช่กรด? มันคืออะไรเนี่ย?” แม้จะงุนงง แต่ความเจ็บปวดที่แขนสำคัญกว่า
ภัทรนั่งพิงกำแพงโพรงอย่างหมดสภาพ เขาถอดชุดเกราะส่วนแขนออก เห็นเหล็กในสีดำยาวสองนิ้วฝังคาเนื้อ
“บ้าเอ๊ย... ลึกชะมัด”
เขารีบเอาผ้ามามัดเหนือแผลแล้วใช้แท่งไม้ ‘ขันชะเนาะ’ เพื่อห้ามเลือดชั่วคราว จากนั้นราดน้ำยาแก้ปวดลงไป
มือขวาหยิบไม้กายสิทธิ์สีขาวออกมา จ่อไปที่เหล็กใน ภัทรรู้ดีว่าถ้าดึงสดๆ เขาอาจจะเจ็บจนช็อกตายได้ ต้องใช้ตัวช่วย
“เอาล่ะนะ... อดทนไว้ไอ้ภัทร...”
“แอคซิโอ!! (Accio)”
เหล็กในขยับกึก! เลือดค่อยๆ ไหลซึมออกมาตามแรงดูด
“อึก... อือออ!” ภัทรกัดผ้าก๊อซในปากแน่น เหงื่อท่วมตัว
“แอคซิโอ!!”
มันขยับออกมาอีกครึ่งหนึ่ง ความเจ็บปวดแล่นจี๊ดจนน้ำตาเล็ด
“อีกที... แอคซิโอ!!!”
ปุ!
ในที่สุดเหล็กในก็หลุดกระเด็นออกจากปากแผล เลือดไหลทะลักตามออกมา
ภัทรรีบคว้าสมุนไพรบดละเอียดโปะลงไปที่ปากแผลสดๆ แล้วราดน้ำยาสมานแผลตามลงไป ควันสีขาวลอยขึ้นพร้อมเสียง ฟู่... เนื้อเยื่อเริ่มสมานตัวกันอย่างรวดเร็ว
ภัทรปิดท้ายด้วยการพัน ‘เทปผ้าล็อกกล้ามเนื้อ’ ทับไว้อีกชั้นจนแน่นหนา
“แฮ่ก... รอด... รอดตายแล้ว...”
ไม่นานนัก ภัทรก็จัดการยัดอาหารแห้งเข้าปากเพื่อเติมพลังงานจนพอมีแรง เขาหยิบ ‘สเปรย์ดับกลิ่นสูตรเข้มข้น’ ของริน ออกมาฉีดพ่นทั่วตัวซ้ำอีกครั้งด้วยความไม่เข้าใจ
“แปลกชะมัด... มดพวกนั้นมันรู้ได้ยังไงว่าฉันอยู่ตรงไหน ทั้งที่ฉีดไปตั้งขนาดนี้แล้ว”
เขาบ่นพึมพำ ก่อนจะค่อยๆ ย่องออกมาจากปากทางทิ้งขยะ แต่เดินออกมาได้ไม่ทันไร เขาก็ต้องชะงัก
มดงานตัวหนึ่งที่เดินสวนมาหยุดกึกทันทีที่เดินผ่านเขา หนวดของมันกระดิกถี่ยิบ
ภัทรพยายามจะเดินเลี่ยงไปโซนต่อไป แต่มดทหารยามสามสี่ตัวที่เฝ้าอยู่แถวนั้นก็หันขวับมาทางเขาพร้อมกัน ส่งเสียงขู่ต่ำๆ ในลำคอ
“กิ๊ซๆๆ!”
“เอ๋? ทำไมมันรู้ว่าเราอยู่นี่ล่ะ?” ภัทรหน้าซีดเผือด
เมื่อเห็นว่าศัตรูยังไม่ยอมถอย พวกมันก็ส่งเสียงคำรามลั่น
“กิ๊ซซซซซ ชาาาาา!”
สิ้นเสียงสัญญาณ มดทหารนับสิบตัวก็พุ่งกระโจนเข้าใส่เขาพร้อมกัน!
“ให้ตายเถอะ!”
ภัทรออกตัววิ่งหนีอย่างไม่คิดชีวิต เขาเลี้ยวซ้ายทีขวาทีมั่วไปหมดในเขาวงกตใต้ดิน จนกระทั่งไปเจอห้องโถงขนาดใหญ่ที่มี ‘ดงเห็ดยักษ์เรืองแสง’ ขึ้นอยู่อย่างหนาแน่น เขาพุ่งตัวเข้าไปซ่อนในพุ่มเห็ดทันที
โชคดีที่แสงสลัวและกลิ่นฉุนของเห็ดช่วยกลบเกลื่อนร่องรอยได้บ้าง พวกมดทหารจึงเลิกตามและเดินกลับไปประจำจุด
“แฮ่ก... แฮ่ก... เกิด... อะไรขึ้น...”
ภัทรนั่งหอบตัวโยนอยู่โคนเห็ดส่องแสง เหงื่อไหลไคลย้อย
“น้ำยาของริน... ไม่ได้ผล... หรือว่าไอ้สารสีเขียวๆ นั่น...” เขายกแขนเสื้อขึ้นดม
“แหวะ!”
กลิ่นมันเหม็นเปรี้ยวรุนแรงผสมกับกลิ่นซากสัตว์เน่าๆ จนแสบจมูก
“หรือว่ามันไม่ใช่แค่กลิ่น... แต่มันคือป้ายบอกทาง (ฟีโรโมนเตือนภัย) เลยเหรอเนี่ย? ฉีดยาดับกลิ่นทับไปก็ไม่ช่วยอะไรสินะ ทำยังไงดี...”
ตึก... ตึก... ตึก...
เสียงฝีเท้าดังขึ้นอีกครั้ง ภัทรรีบแหวกกอหญ้าแอบดูด้วยใจระทึกปรากฏว่าเป็นกลุ่มมดงานนับสิบตัว สภาพแต่ละตัวดูสะบักสะบอม เปลือกแตก และเปรอะเปื้อนไปด้วยโคลนและคราบเลือดจากการหาอาหารเดินเข้ามา
พวกมันส่งเสียงคุยกันในภาษามด จิ๊ดๆ จี๊ดๆ ก่อนจะเดินเรียงแถวกันเข้าไปในส่วนลึกของห้องเห็ด
ภัทรมองตามไปจนทะลุดงเห็ดยักษ์ ก็พบกับสิ่งมหัศจรรย์... ‘บ่อของเหลวสีขาวขุ่น’ ขนาดใหญ่ คล้ายบ่อน้ำนมหรือน้ำเต้าหู้ ส่งไอร้อนจางๆ ออกมา
พวกมดที่บาดเจ็บค่อยๆ เดินลงไปแช่ตัวในบ่อนั้น สักพักพวกมันก็เดินขึ้นมาในสภาพ ‘สะอาดเอี่ยม’ บาดแผลภายนอกสมานตัว และดูสดชื่นกระปรี้กระเปร่าราวกับได้เกิดใหม่ ก่อนจะเดินออกจากห้องไปทำงานต่อ
“หรือว่า...”
ภัทรรอจนมดตัวสุดท้ายเดินออกไป จึงค่อยๆ ย่องเข้าไปดูใกล้ๆ สิ่งที่อยู่ในบ่อมีลักษณะคล้ายเจลหนืดๆ หรือขี้ผึ้งเหลวสีขาวนวล กลิ่นของมันหอมอ่อนๆ เหมือนสมุนไพรผสมนมสด
“หอมแฮะ...” เขาใช้นิ้วป้ายขึ้นมาดม
“ลองดูไหม...”
ภัทรชั่งใจอยู่แค่แวบเดียว ก่อนจะตัดสินใจ ‘โดด’ ลงไปทั้งตัว
จ๋อม!
ความรู้สึกแรกคือความนุ่มหยุ่นเหมือนลงไปแช่ในเต้าหู้เหลวๆ อุ่นสบายไปทั้งตัว
“อูยยยย... สวรรค์...”
เขารู้สึกสะอาดอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน คราบเลือด น้ำเหลือง และกลิ่นเหม็นเน่าที่ติดตัวมาละลายหายไปในพริบตา
ที่มหัศจรรย์กว่านั้นคือ ‘แขนซ้าย’ ที่ปวดตุบๆ จากพิษเหล็กใน ความเจ็บปวดหายไปเป็นปลิดทิ้ง! บาดแผลสมานตัวกันอย่างรวดเร็วจนเหลือแค่รอยแผลเป็นจางๆ
นอกจากนี้ เขายังรู้สึกถึง ‘พลังเวทมนตร์บริสุทธิ์’ อ่อนๆ ที่ซึมผ่านรูขุมขนเข้ามาฟื้นฟูมานาในร่างกายของเขา
ภัทรแช่อยู่อย่างนั้นเกือบหนึ่งชั่วโมง จนกระทั่งรู้สึกว่าร่างกายดูดซับพลังจนอิ่มตัวแล้ว จึงลุกขึ้นจากบ่อ ผิวพรรณของเขาดูดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ขาวเนียนนุ่มชุ่มชื้น คราบสกปรกหายเกลี้ยง
“วิเศษสุดๆ ไปเลย!” ดวงตาของภัทรวาวโรจน์ เขาหันไปมองบ่อเล็กๆ อีกสองบ่อข้างๆ
“ของดีขนาดนี้... ทิ้งไว้ก็เสียดายแย่!” วิญญาณพ่อค้าเข้าสิง ภัทรควักขวดเปล่าทุกใบที่มีในกระเป๋าออกมา
จ้วง! ตัก! กรอก!
เขาตักเจลวิเศษใส่ขวดอย่างบ้าคลั่งด้วยความเร็วแสง ไม่นานนักบ่อเล็กบ่อหนึ่งก็ ‘แห้งขอด’ หมดเกลี้ยง!
“ขวดหมดแล้ว คงต้องพอเท่านี้ล่ะนะ” ภัทรเขย่าขวดโหลถนอมอาหารใบสุดท้ายด้วยความเสียดาย ถ้ามีถังน้ำมันมาด้วยเขาคงขนกลับไปหมดแล้ว เมื่อเตรียมตัวเสร็จสรรพ ภัทรก็เดินออกมาจากห้องเห็ดด้วยความต้องการทดสอบผลลัพธ์