บทที่ 22
เอ่ยชวนหญิงสาวในที่สาธารณะ
“นักศึกษาที่บริจาคเงินโดยไม่ประสงค์ออกนาม อยู่ที่นี่ด้วยหรือเปล่า?”
อาจารย์ที่อยู่บนเวทีเอ่ยถามขึ้นเสียงดังอีกครั้ง แต่ก็ต้องผิดหวังเมื่อท้ายสุดมันก็ไม่มีใครยืนขึ้นมา
ไม่เพียงแต่อาจารย์ที่ผิดหวัง ทุกคนต่างผิดหวัง ดูเหมือนว่าเศรษฐีคนนี้พยายามจะทำตัวให้ลึกลับสุดๆไปเลย
เมื่อเห็นว่าภาพตรงหน้านั้นกลับมาอยู่ในการควบคุมแล้ว ตัวอาจารย์เองจึงรีบดึงเข้าสู่ขั้นตอนต่อไปเลย
“ดูเหมือนว่าสหายของพวกเราคนนี้จะไม่อยากเป็ที่สนใจนัก โอเค แต่ถึงยังไงเราก็ปล่อยให้ความรักของเขาเสียเปล่าไม่ได้ ขั้นต่อไป นี่คือส่วนที่สำคัญที่สุดของงานในครั้งนี้เลย ขอเชิญเหล่านักศึกษาผู้ยากไร้ทั้ง 21 คนขึ้นมาบนเวทีและกล่าวขอบคุณกับทุกๆท่านผ่านตัวแทนของพวกเขาด้วย”
่สุดท้ายมาถึงแล้ว นั่นคือเวลาแห่งการมอบเงินบริจาคให้แก่นักศึกษาผู้ยากไร้เสียที
อู๋ตี้ที่นั่งอยู่หลังสุดนั้นโล่งอกขึ้นมา เขากลัวว่าถ้าการค้นหายังคงดำเนินต่อล่ะก็ ทุกๆคนอาจจะสืบหาจนรู้ว่าเขาเป็คนบริจาคก็เป็ได้
ในตอนนั้น จากด้านหลังแท่นพูด นักศึกษายากจนทั้ง 21 คนก็เดินขึ้นมาบนเวทีทีละคนๆ และมันทำให้ทุกสายตากลับไปมองยังเวทีอีกครั้ง
เมื่ออู่ตี้เห็นนักศึกษาคนสุดท้ายออกมา เขาก็ต้องชะงักไปครู่หนึ่ง
นั่นเธอ?!
“เอาล่ะ ตอนนี้นักศึกษาทั้ง 21 คนได้ขึ้นมาจนครบแล้ว และผมขอเชิญเอ้อซีซี ตัวแทนของเหล่านักศึกษายากจนเหล่านี้ออกมากล่าวคำขอบคุณแก่ทุกท่านที่ได้ร่วมแรงร่วมใจกันมาจนถึงตอนนี้”
ใช่แล้ว ครั้งสุดท้ายที่เขาเห็นเธอนั้น เธอถือกระดาษออกมาด้วย ซึ่งพอคิดๆดูแล้ว กระดาษนั่นน่าจะเป็กระดาษที่ใช้สำหรับเตรียมตัวพูดขอบคุณนี่เอง
และเมื่อเขาได้เห็นเธอแบบนี้ หัวใจของเขามันก็เกิดเ็ปขึ้นมาโดยไม่ได้คาดคิด
จู่ๆเื่ก็มาเฉลยว่าเธอนั้นก็เป็นักศึกษายากจนเหมือนกัน ถ้างั้นเมื่อกลางวันครั้งนั้น ที่เธอให้ขนมปังนึ่งแก่เขา 2 ชิ้น แสดงว่าเธอเองก็หิวเหมือนกัน
อู๋ตี้นั้นรู้ดีว่าเงินทุกหยวนในมือของนักศึกษาที่ยากจนเหล่านี้นั้นมีค่าขนาดไหน แถมทุกๆมื้อยังต้องคำนวณอย่างดิบดีก่อนจะใช้สอยอีกด้วย ไม่งั้นแล้วพวกคนเหล่านี้คงไม่ต้องมาคอยรับการบริจาคแบบนี้หรอก บางที การรักษาไว้ซึ่งเกียรติของตัวเองของพวกเขาอาจจะดีกว่า
เพราะอย่างนี้ วันนั้นเอ้อซีซีน่าจะไม่ได้กินขนมปังของเธอ แต่เธอก็เลือกที่จะเอาขนมปังของเธอให้เขาเพื่อช่วยเหลือ
พอรู้แบบนี้แล้วดวงตาของเขามันก็แดงก่ำขึ้นมา
ช่างเป็หญิงสาวที่ใจดีอะไรแบบนี้ เขาน่ะอยากให้เธอมีความสุขมากกว่านี้ และไม่อยากให้เธอต้องเจอเื่ทุกข์ใจอีก
คำกล่าวของเอ้อซีซีนั้นชัดเจนและกระชับโดยที่ไม่ต้องให้นักศึกษายากจนคนอื่นๆพูดอะไรเสริมเลย แต่ละคำที่เธอพูดออกมานั้นเผยถึงความขอบคุณอย่างจริงใจจากหัวใจที่บริสุทธิ์
อย่างไรก็ตาม เหล่าผู้ชายที่อยู่ด้านล่างเวทีต่างก็เริ่มมองมากยังเอ้อซีซีแล้ว บางคนก็มองเธอด้วยเจตนาที่ไม่ดี
เอ้อซีซีนั้นจัดว่าเป็เด็กสาวที่ท้วม หากแต่เธอน่ารักและอ่อนหวาน ด้วยรอยยิ้มบริสุทธิ์ของเธอนั้นมันทำให้คนอื่นหลงใหลเธอได้ไม่ยาก และนั่นทำให้คนอื่นๆรู้สึกถึงความอ่อนโยนจากภายในหัวใจได้โดยไม่ได้ตั้งใจ
ณ มหาลัยวันนี้ มีสาวๆไม่กี่คนที่จะมีรอยยิ้มเรียบง่ายเช่นนี้ ในสายตาของหนุ่มๆ เอ้อซีซีจึงเปรียบเสมือนแกะที่ถูกหมาป่าหมายปองอยู่
เมื่อคำกล่าวสิ้นสุดลง มันก็เข้าสู่่มอบเงินบริจาคให้แก่นักศึกษายากจนเหล่านี้แล้ว
“งานประกาศยอดบริจาคได้ดำเนินมาถึง่สุดท้ายแล้ว จากคำกล่าวที่เอ้อซีซีได้กล่าวไว้ พวกเราสามารถรับรู้ได้ถึงความซาบซึ้งในความรักและการช่วยเหลือในครั้งนี้มากๆ และเพราะพวกท่านทั้งหลาย ชีวิตของคนเหล่านี้ก็จะสามารถก้าวเดินในมหาลัยแห่งนี้ได้ต่อไป ดังนั้นแล้วขอให้ทุกท่านปรบมืออย่างอบอุ่นให้แก่ตัวพวกท่านเองด้วยครับ!”
เมื่อเสียงปรบมือดังขึ้น อาจารย์ก็เริ่มพูดต่อ “ต่อจากนี้ ขอเชิญนักศึกษาที่บริจาคมากกว่า 1,000 หยวนขึ้นมาบนเวที 20 อันดับแรกที่บริจาคมากที่สุด ขอเชิญส่งมอบเงินบริจาคเ่าั้ด้วยตัวเองได้เลยครับ!”
ทันทีที่ได้ยินดังนั้น เหล่าผู้คนที่้ามอบเงินเ่าั้ก็รีบขึ้นไปบนเวทีทันที
รวมถึงผู้ชายบางส่วนที่อยู่บริเวณโพเดี่ยมซึ่งหมายปองเอ้อซีซีไว้ด้วย
ใช่แล้ว ไม่มีโอกาสไหนที่จะได้เข้าใกล้เอ้อซีซีได้มากกว่านี้อีกแล้ว!
ด้วยความคิดเหล่านี้ ผนวกกับฐานะทางบ้านก็ค่อนข้างดี เพียงแค่พวกเขามีเงินในมือ การที่จะโฉบเอาหญิงสาวที่ยากจนแบบนี้มาเป็ของตนมันก็ไม่ใช่เื่ยากเลยไม่ใช่หรือไง?
เมื่อพวกเขาเริ่มเข้าหาเอ้อซีซีเพื่อลิ้มรสชัยชนะในครั้งนี้ เท้าข้างหนึ่งก็ลอยเข้ามาและถีบเข้าที่สะโพกด้านข้างของคนที่กำลังเข้าหาในทันที
*ผลั่ก*
ร่างของชายหนุ่มล้มลงไปกองกับพื้นในทันที
“อั่ก---ไอ้บ้าเอ๊ย แกเป็---”
เมื่อชายที่ล้มลงไปกับพื้นเริ่มก่นด่า เขาก็หันมามองยังคนที่ทำเขา และนั่นก็พบว่าคนคนนั้นคือเย่เหลียงผู้น่าเกรงขามนั่นเอง
สายตาของเย่เหลียงนั้นมองเขาอย่างขบขัน และด้านหลังของเย่เหลียงเองก็มีผู้ติดตามอีก 2 คนด้วย
“ออกไปซะไป นี่น่ะของฉันนะ ไอ้หมาขี้แพ้”
เย่เหลียงเริ่มที่จะก่นด่าอีกฝ่ายด้วยความหยาบคาย ชายผู้ที่ล้มลงไปกับพื้นมองไปยังผู้ติดตามสองคนที่ตัวใหญ่และอีก 3 คนที่ตัวหนาซึ่งยืนอยู่หลังเย่เหลียง แน่นอนว่าแค่ได้เห็นเขาก็ไม่กล้าที่จะหืออือกับอีกฝ่ายแล้ว ดังนั้นเขาจึงรีบออกไปทันที
แม้จะเป็ลูกคนรวยเหมือนกัน หากแต่ในหมู่ลูกคนรวยก็ยังมีการแบ่งชนชั้นกัน เห็นได้ชัดเลยว่าเย่เหลียงนั้นอยู่เหนือพวกลูกคนรวยทั่วๆไป เขาไม่เพียงแค่รวย หากแต่ยังมีพลังเหนือกว่าคนอื่นด้วย
เพราะขนาดชายหนุ่มนั้นถูกทำให้น่าขายหน้าท่ามกลางสายตาคนอื่น แต่เขาก็ไม่กล้าที่จะบ่นอะไรแม้แต่น้อย แม้แต่อาจารย์ที่ยืนอยู่ใกล้ๆก็แสร้งทำเป็ล่องหนอยู่
เวลาแห่งการมอบเงินบริจาคมาแล้ว เหล่านักศึกษาที่ยากจนนั้นต่างพากันยืนเรียงแถวเพื่อรับเงินบริจาค
ทุกๆคนรับเงินบริจาคไปได้ด้วยดี เว้นแต่เอ้อซีซีที่ไม่ค่อยราบรื่นเสียเท่าไหร่
เธอนั้นยื่นมือออกไปเพื่อรับเงินบริจาค หากแต่ทางเย่เหลียงนั้นถือเงินไว้และปฏิเสธที่จะให้เธอโดยตรง
ผู้คนรอบตัวเริ่มหันมาสนใจเหตุการณ์ทางฝั่งเอ้อซีซีกันแล้วเพราะพวกเขาไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น
ในตอนนั้นเอง เย่เหลียงก็มองเอ้อซีซีด้วยใบหน้าที่ปองร้ายสุดๆ เขาโบกเงินไปมาก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงไม่แน่นอน
“โหๆ ดูเหมือนว่าเงินระดมทุนปีนี้จะได้ไม่น้อยเลยนี่นา เงินเป็หมื่นหยวนสำหรับคนยากจนอย่างเธอเนี่ยมันคงไม่น้อยเลยว่าไหม?”
“ค-คุณหมายความว่ายังไงเหรอคะ?”
ในการเผชิญหน้ากับเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดแบบนี้ เอ้อซีซีเองก็กังวลขึ้นมานิดหน่อยแล้ว
แต่เดิมแล้ว เย่เหลียงก็ดูไม่ใช่คนดีอะไรซักเท่าไหร่ เพราะก่อนหน้านี้เขาก็เพิ่งถีบคนต่อหน้าเธอ ตอนนี้ด้วยใบหน้าที่ดูไม่ได้หวังดีของเขานั้นมันเลยทำให้เอ้อซีซีเกิดหวาดกลัวขึ้นมา
“ก็ไม่ได้หมายความว่าอะไรหรอก ฉันแค่อยากจะบอกเธอว่า ไอ้เงินเนี้ยน่ะ มันไม่ได้มากมายสำหรับฉัน อย่างมากก็แค่ใช้จ่ายค่าอาหารหรือเครื่องดื่มสักหนึ่งมื้อ”
เย่เหลียงแสยะยิ้มออกมา และน้ำเสียงของเขาแสดงออกถึงความเหนือกว่าอย่างชัดเจน รวมไปถึงแสดงออกว่าเขากำลังเจอสิ่งล่อตาล่อใจด้วย
“เธอเป็เด็กใหม่สินะ ใช่ๆ เธอต้องเป็เด็กใหม่ เพราะงั้นมันจะดีกว่าถ้าเธอเชื่อฟังพี่ชายนะ เงินน่ะเป็สิ่งที่เธอ้าใช่ไหม? ถ้างั้นตราบใดที่เธอพยักหน้ามา เธอก็จะไม่ต้องกังวลเื่เงินอีก เป็ไงล่ะ?”
ภาพตรงหน้านี้ทำเอาทุกคนอื้ออึงกันไปหมด ใครจะไปคิดว่าเย่เหลียงจะทำตัวแบบนี้ในที่สาธารณะกันล่ะ
อย่างไรก็ตาม มันก็ยังมีผู้หญิงบางส่วนที่อยู่ด้านล่างเวทีที่มองเอ้อซีซีด้วยความริษยา ในความคิดของพวกเธอนั้น เอ้อซีซีคือคนที่โชคดี เธอเหมือนคนยากจนที่จู่ๆก็มีพายตกลงใส่หัวจากบนฟากฟ้า
สาวๆหลายคนหวังว่าจะได้อยู่บนเวทีแทนเอ้อซีซีตอนนี้ และเธอจะไม่ปฏิเสธเย่เหลียงเลย เพราะเขาคือคนที่บริจาคถึง 20,000 หยวน และเป็พวกใช้เงินกับสาวๆของเขาอย่างเต็มที่ด้วย
อย่างไรก็ตามคิ้วของเอ้อซีซีนั้นขมวดแน่นพร้อมกับแสดงสีหน้าบูดบึ้งออกมา แต่เธอก็ยังควบคุมเสียงไว้ให้มั่นคง “อย่าพูดเล่นแบบนี้สิคะ”
เย่เหลียงชะงักไปเลย ชัดเจนเลยว่าเขาเองก็ไม่คิดว่าเธอจะกล้าปฏิเสธเขาเหมือนกัน
แต่หลังจากนั้นเขาก็หัวเราะเสียงดังออกมา
“ฮ่าๆๆๆ ดี! ฉันชอบท่าทีแบบนี้จริงๆ!”
ด้วยสิ่งนี้เขาโบกมือเรียกผู้ติดตามทั้งสองให้มาใกล้ๆเขา จากนั้นก็หยิบเอาแบงก์รอยหยวนที่ถูกมัดรวบไว้เป็ฟ่อนๆออกมาจากกระเป๋า
“ว้าว!”
ผู้คนทั้งห้องประชุมต่างอุทานออกมา พร้อมกับเริ่มคิดได้แล้วว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป
แน่นอนที่สุด เย่เหลียงยื่นเงินเ่าั้ให้เอ้อซีซี
“สาวน้อย ไปหาอะไรดื่มกับพี่ชาย แล้วเงินทั้งหมดนี่จะเป็ของเธอเลย”
เอ้อซีซีนั้นเริ่มจะเคืองขึ้นมานิดหน่อยแล้ว เธอยืนนิ่งและใบหน้าเริ่มแดงขึ้นมา ในใจเธออยากจะหนีไปให้ไกลโดยที่เริ่มไม่้าเงินบริจาคอะไรนั่นทั้งสิ้น
“ฉันร้ายไปเหรอ?”
ตรงหน้าเอ้อซีซีตอนนี้มีชายร่างใหญ่ 2 คนดักไว้ และด้านหลังเธอก็มีชายอีก 2 คนดักไว้เช่นกัน
“นายจะทำอะไรกันแน่...”
เอ้อซีซีมองไปรอบๆและเริ่มร้องออกมาด้วยความละอายใจในอีกฝ่ายและโกรธเกรี้ยว
“ไม่ได้จะทำอะไร” เย่เหลียงยื่นมือออกไปด้วยท่าทีที่ดูอันธพาลสุดๆ
“ฉันเคยบอกไปแล้วว่าเพื่อนต้องตอบแทนกับบ้างแม้จะเป็บะหมี่ชามเล็กๆก็ตาม แต่ในวันนี้สาวน้อยคิดจะหักหน้าฉันโดยการไม่ไปดื่มเป็เพื่อนฉันสักนิดสักหน่อยเหรอ? อยากทำให้ฉันรู้สึกแย่หรือไง? แค่ไปดื่มไวน์ด้วยกันวันนี้จะตายหรือไง? ห่วงอนาคตตัวเองหน่อย”
ทันทีที่เขาพูดจบ ทุกๆคนก็มองไปยังเอ้อซีซี บางคนก็ส่ายหน้าและถอนหายใจเบาๆ แต่กระนั้นกลับไม่มีใครกล้าที่จะเข้าไปช่วยพูดให้เธอเลย
ดูเหมือนว่าหากเย่เหลียงตัดสินใจแล้วว่าจะเอาอะไร เขาก็ต้องได้มาแม้จะต้องแลกด้วยน้ำตาก็ตาม
และในตอนนี้ ทุกๆคนต่างมองไปในทางเดียวกันว่าดอกบัวขาวบริสุทธิ์อย่างเอ้อซีซีนั้นคงจะเสร็จเย่เหลียงในครานี้แน่ๆ