เช้าแรกในรอบหลายเดือนที่นพคุณกลับมาอยู่บ้านหลังจากอยู่โรงเรียนประจำมาตลอดเทอม แทนที่จะเป็การนอนหลับอย่างเป็สุขกลายเป็ว่ากว่าเด็กหนุ่มจะข่มตาหลับลงได้ ก็ปาไปเกือบเช้า เมื่อคืนเขามีเื่ให้ต้องคิดจนนอนไม่หลับ แต่พอจะหลับก็นอนไม่ได้ เขาจำได้ว่าตี3 ยังตาสว่าง น่าจะหลับไปตอนตี 4 ตื่นมาอีกทีตอนตี 5 เพราะเสียงไก่!ไก่บ้านั่น! บ้านเขามีไก่ั้แ่เมื่อไหร่? หรือจะเป็ไก่ข้างบ้าน? แทนที่จะนอนเดาหาคำตอบ เพราะจะข่มตานอนตอนนี้ ก็คงจะหลับไม่ลง เด็กหนุ่มลุกพรวดด้วยอารมณ์ ที่ขุ่นมัว...เขาอยากจะเห็นกับตา
นั่นไงไก่! ไก่แจ้ตัวน้อยกำลังขันอย่างเอาเป็เอาตาย ให้ตายเถอะบ้านเขามีไก่! ไก่จริงๆ ตัวเป็ๆ ข้างไก่บ้านั่น...เด็กผู้หญิง! เฮ้ย!บ้านเขามีเด็กผู้หญิงั้แ่เมื่อไหร่?เด็กคนนั้นนั่นเอง นึกออกแล้ว จากที่ประเมินดูคร่าวๆ เด็กนั่นน่าจะเด็กกว่าเขาสักสองสามปี ตัวเล็กนิดเดียว เอ้? หรือจะอ่อนกว่าหลายปีกันนะ ฮึ! คงเป็ลูกติดของยายป้าปากแดงคนนั้นนพคุณสูดหายใจแรงจากที่เขายืนมอง เด็กคนนั้นกำลังหัวเราะ พลางเดินไปอุ้มเ้าไก่ปีศาจที่ขันปลุกเขาจากการนอนหลับ
“ฉันนอนไปได้ชั่วโมงเดียวเองนะ!”นพคุณสบถเสียงดังอยู่ในห้องขณะมองลงไปที่สวนหลังบ้าน
“ฮึ! เรียกไก่ปีศาจน่ะเหมาะกับแกแล้วล่ะ!” เด็กหนุ่มขบกรามแน่น เขาสาวเท้า ออกจากห้องนอนตรงไปที่สวนหลังบ้านทันที
“ไอ้ไก่ปีศาจบ้านี่ของเธอเหรอ?”นพคุณยิงคำถามทันทีที่เดินลงไปถึง ตัวต้นเหตุ...ทั้งคนทั้งสัตว์นั่นแหละ! ต้องโดนทั้งคู่! เขาเห็นเด็กหญิงคนนั้นกำลังง่วนอยู่กับการลูบขนลูบหางไก่น้อยของหล่อนก่อนจะช้อนตามองเขาด้วยสายตาฉงน เด็กหญิงไม่เข้าใจนักว่าลูกชายของพ่อเลี้ยงหล่อนกำลังฉุนเฉียวอะไร แต่เห็นสายตาเอาเื่ของเขาแล้วพริมารีบขยับตัวบังเ้าไก่แจ้ ของหล่อนไว้ทันที…ไก่ตัวนี้แม่หล่อนสั่งซื้อมาให้จากเพจหนึ่งในอินเทอร์เน็ต
“มาจากฟาร์มเลยนะ แม่F มาเมื่อวาน ไม่น่าเชื่อ วันนี้มาส่งถึงบ้านจริงๆ แฮะ” แม่หล่อนนำเสนอหญิงสาวปลาบปลื้มที่ได้ไก่มาสมใจ
“แม่เห็นใน YouTubeเค้าเลี้ยงกันน่ารักดี มีคลิปแข่งไก่ด้วยนะ...ที่แม่ Tag ลูก ใน Facebook ไง จำได้ไหม? ลูกชอบรึเปล่า?”เด็กหญิงกำลังงงกับไก่แจ้ตัวน้อย ที่ตอนนี้บินมาเกาะอยู่บนไหล่ของหล่อนพลางไซร้ขนตัวเองอย่างเมามัน
“ชอบค่ะ”พริมาตอบได้ทันที พลางหันไปมองไก่ของหล่อนอย่างหลงใหล...มันสวยมากจริงๆ
“แหมไอ้เ้านี่ รู้จักประจบด้วยนะ ดูมันสิ น่าเอ็นดู” คุณนพรักษ์เดินเข้ามาร่วมวงอีกคน
“แล้วหนูจะตั้งชื่อมันว่าอะไร”พ่อเลี้ยงถามยิ้มๆ
“อืม...คิดไม่ทันค่ะคุณลุงช่วยคิดหน่อย” เด็กหญิงมองไก่ของตัวเองแล้วพยายามคิดหาชื่อที่เหมาะกับมัน...แต่ก็จนปัญญา
“นพคุณเป็ไง? แปลว่าทองไก่ของหนูก็สีสวยเหมือนทองคำเลย” คุณลุง ที่มีศักดิ์เป็พ่อเลี้ยงของหล่อนเสนอแววตาขบขัน
“คุณนพ!”ภารดีปรามสามี เมื่อเห็นว่าเขาน่าจะแกล้งอำลูกสาวหล่อนเข้าเสียแล้ว
“ลูกแก้วชอบชื่อนี้ค่ะ ความหมายดีจัง ดูสิคะนพคุณก็ชอบ”เอาแล้วไง คุณนพรักษ์เหลือบมองเด็กหญิงสลับกับไก่เด็กหญิงมองมาแววตาสดใส ส่วนไก่แจ้แสนสวยที่ตอนแรกง่วนอยู่กับการไซร้ขน ตอนนี้กลับยืนนิ่งบนไหล่มองตอบกลับมาอย่างตั้งใจ ราวกับว่ามันเข้าใจทุกอย่าง สุดท้ายกลายเป็ว่าไก่ตัวนั้นได้ชื่อ“นพคุณ” ไปโดยปริยาย และดูท่าว่ามันจะชอบชื่อนั้นมากเสียด้วยขนาดพ่อเลี้ยงเด็กหญิงเรียกมันด้วยชื่ออื่น มันไม่เคยสนใจ แต่ถ้าเรียก “นพคุณ” เมื่อไหร่มันจะวิ่งปรี่มาหาเขาทันที
แต่ตอนนี้นพคุณของหล่อนกำลังได้ชื่อใหม่...ไก่ปีศาจบ้า!
เมื่อยิงคำถามแล้ว เป็ครั้งแรกที่นพคุณเห็นหน้าเด็กหญิงคนนั้นอย่างชัดเจน ลูกครึ่ง? เด็กนี่เป็ลูกครึ่งนี่นา ผิวขาว ผมสีน้ำตาลเข้ม แต่ที่โดดเด่นที่สุดคงจะเป็ตา ตาสีแปลก...สีน้ำตาลอมเขียว ตัวหล่อนเล็กนิดเดียว เหอะ!เป็ฝรั่งทั้งที ดันไม่เอาส่วนสูงมาด้วยสงสัยพ่อจะเตี้ย เพราะแม่หล่อนเองก็ตัวเล็กเหมือนกัน...ส่วนสูง 160 ซ.ม. จะถึงหรือเปล่า หน้าตา... อืมถ้าไม่อคติเกินไปนักก็ถือว่าพอไปวัดไปวาได้
ไอ้ไก่ปีศาจบ้า...ใครนะช่างคิดคำเรียกแบบนี้ได้ เป็ไก่เป็ปีศาจ และเป็บ้า รวมอยู่ในสิ่งเดียวเด็กหญิงสงสารไก่น้อยของตนจับใจ แค่เกิดเป็สัตว์ ก็น่าสงสารพออยู่แล้ว คนใจร้ายคนนั้นยังสรรหาคำพูดมาว่าไก่ของหล่อนอีก
“ไม่ใช่ไก่ ไม่ใช่ปีศาจ ไม่ใช่บ้า เอ้อ...เป็ไก่ แต่ไม่เป็ปีศาจและไม่บ้าค่ะ” เด็กหญิงเถียงน้ำตาคลอ
“พูดอะไรของเธอ?” เจอคำพูดประหลาดพร้อมท่าทางของเด็กผู้หญิงตรงหน้าถ้าสังเกตให้ดีก็จะเห็นว่านพคุณแทบกลั้นขำไว้ไม่อยู่แต่ชั่วพริบตาเด็กหนุ่มก็ปรับสีหน้าได้อย่างรวดเร็ว
“ไอ้ไก่บ้านี่แหละ มันขันั้แ่ตีห้ายันหกโมงเช้า! ขันไม่หยุด ขันมาเป็ชุด ขันได้ยาวนานแบบนี้มันต้องเป็ไก่ปีศาจ!” เด็กหนุ่มว่าพลางชี้ไปที่ไอ้ไก่ปีศาจของพริมา
“ไม่ใช่! ลูกแก้วกำลังฝึกมันเมื่อก่อนมันแทบไม่ขันเลยด้วยซ้ำ แต่เดี๋ยวนี้ มันขันเก่งเพราะลูกแก้วฝึกมันค่ะ” เด็กหญิงเถียงเสียงสั่น
“งั้นคนที่บ้ากว่าไก่ก็คือเธอสินะ” นพคุณเปลี่ยนมุมหันมือชี้มาที่หล่อนแทน
“ลูกแก้วไม่ได้บ้านะคะ...นพคุณก็ไม่บ้า!” เด็กหญิงเถียงแทนไก่ของหล่อน
“ก็ไม่บ้าน่ะสิ! นี่เธอว่าฉันบ้าเหรอ?”คราวนี้คนถาม เริ่มมีน้ำเสียงโมโห ขึ้นมาอีกรอบ มีอย่างที่ไหน ยัยเด็กนี่เรียกชื่อเขาเฉยๆไม่พอ ยังหาว่าเขาบ้าอีก
พริมาได้แต่ยืนอึ้งมองหน้าลูกชายพ่อเลี้ยง...โอ้โห! ลูกคุณลุงเหรอเนี้ย หน้าตาก็ดี แต่ทำไมขี้โมโหจังเมื่อวานเจอกันครั้งแรกก็ะโเสียงดังลั่นบ้าน วันนี้ก็มาหาว่าไก่ของหล่อน ทั้งเป็บ้า ทั้งเป็ปีศาจทำไมนิสัยร้ากาจแบบนี้นะ ใจร้ายจัง ไม่ใจเย็น ใจดี เหมือนพ่อเลย ั้แ่เขากลับมาถึงเมื่อวานก็วุ่นวายกันไปทั้งบ้าน
“ลูกแก้วไม่ได้ว่าคุณสักหน่อยมีแต่คุณนั่นแหละว่านพคุณอยู่ได้ ว่าบ้าบ้างล่ะ ว่าเป็ไก่ปีศาจบ้างล่ะ รู้ไหมว่านพคุณเป็ไก่ที่ฟังภาษาคนรู้เื่นะคะมันได้ยินแบบนี้ต้องเสียใจมากแน่ๆ ทำไมคุณใจร้ายจัง” ชัดแล้ว...ถ้าเขาเดาไม่ผิด ไอ้ไก่บ้านี่ชื่อเดียวกับเขา!
“ไอ้ไก่บ้านี่ชื่ออะไรนะ?” ถึงจะพอเดาได้เขาก็อยากถามอีกทีเพื่อความแน่ใจ
“นพคุณ” ตอบห้วน ๆ ก็แล้วไงล่ะหล่อนเองก็เริ่มจะมีน้ำโหขึ้นมาบ้างเหมือนกัน
“นี่เธอตั้งชื่อไก่นี่ว่านพคุณเหรอ? เธอกวนประสาทฉันรึไง? ยัยฝรั่งแคระ!” ไม่พูดเปล่า นพคุณจับแขนพริมา ออกแรงดึงนิดเดียวตัวเด็กหญิงก็ปลิวมาติด ตัวเขาแล้ว
“ปล่อยลูกแก้วนะ”เด็กหญิงใ หล่อนคิดไม่ถึงว่าเด็กหนุ่มตัวผอม จะมีแรงเยอะ ถึงขนาดยกหล่อนปลิวมาได้อย่างง่ายดายแบบนี้
“โอ้ย!”เด็กหนุ่มร้องเสียงหลง พลางหันไปมองที่นิ้วเท้าตัวเอง ไอ้ไก่ปีศาจที่เขาเรียกก่อนหน้านี้กำลังตั้งใจจิกลงมาที่นิ้วก้อยเท้าข้างขวาของเขาอย่างเอาเป็เอาตายนอกจากขันอย่างเอาเป็เอาตายแล้ว การจิกก็ทำได้จริงจังไม่แพ้การขัน เลยทีเดียว
“นพคุณ อย่า!” เอาสิวะ! นี่ห้ามกูหรือห้ามไก่! เด็กหนุ่มคิดในใจ ให้ตายเถอะ!เขาไม่ใช่คนใจร้ายที่ชอบรังแกสัตว์ และก็ไม่ใช่คนโหดร้ายที่ชอบรังแกเด็ก ถ้าไม่เพราะเด็กนี่กวนประสาทตั้งชื่อไก่เหมือนชื่อเขามีหรือเขาจะโกรธขนาดนี้ และไอ้ที่น่าโมโหมากกว่าอะไรทั้งหมดก็คือหล่อนไม่มีความรู้สึกเลยด้วยซ้ำ ว่ามันเป็การเสียมารยาทมากแค่ไหนที่เอาชื่อคนอื่นมาตั้งเป็ชื่อสัตว์เลี้ยงของตัวเอง
“เอะอะอะไรกัน เสียงดังไปถึงข้างบนเลยตาคุณ” คุณนพรักษ์ถามหน้าเครียด เมื่อเห็นลูกชายกับลูกเลี้ยงยืนเถียงกันหน้าดำหน้าแดงพักหลังๆ เขาจะลงมาฝึกไก่กับพริมาทุกเช้า ั้แ่นพคุณไปอยู่โรงเรียนประจำ คุณอารีก็จากไปแล้ว ชีวิตของเขาก็เหงาเหลือเกิน แต่พอมีสองสาวแม่ลูกมาอยู่ด้วยกันที่บ้าน ชีวิตของเขาก็สดใสขึ้นมากไม่เหงาปล่าวเปลี่ยวเหมือนแต่ก่อน
“ว่าไงตาคุณ เรามาหาเื่อะไรน้องถึงนี่ ?” นพคุณหันไปมองพ่ออย่างตัดพ้อ แค่เพียงเวลาไม่กี่เดือน เหมือนคำสุภาษิตที่เคยได้ยิน“สามวันจากนารีเป็อื่น” ไม่ใช่แค่นารีเท่านั้นแต่นี่เป็พ่อ...พ่อของเขาเอง อยู่กับแม่ลูกคู่นี้ไม่กี่เดือนแทนที่จะถามเขาว่าเื่ราวเป็อย่างไร กลับฟันธงไปแล้ว ว่าเขามาหาเื่
“คำถามของพ่อฟังดูยุติธรรมดีนะครับเหมือนได้คำตอบอยู่แล้ว แค่ถามพอเป็พิธี” คนสูงวัยที่สุดในนี้มีสีหน้าหนักใจ ส่วนคนอายุน้อยสุด ก็ยืนกอดไก่ (ปีศาจ) แน่น ก้มหน้านิ่ง จ้องมองที่นิ้วเท้าตัวเองเด็กนี่ทำหน้าหยั่งกะถ้าจ้องมันนานๆ จะมีนิ้วโป้งเท้างอกออกมาอีกนิ้วอย่างนั้นแหละ
“งั้นไหนๆผมก็ผิดอยู่แล้ว ผมหาเื่พ่อก็ได้ พ่อรู้หรือเปล่าครับว่าเด็กนี่เรียกไอ้ไก่บ้านี่ว่าอะไร? ”หน้านิ่งๆของคนเป็พ่อมองเลยติ่งหูของเขาไป ปีกจมูกปิดเข้าเปิดออกเล็กน้อยอาการแบบนี้เขารู้
“พ่อ!ไม่ต้องมากลั้นขำนะครับ งั้นแสดงว่าพ่อรู้สินะครับ” รู้แล้วยอม...อันนี้น่าโมโหมากกว่าคุณนพรักษ์คิดไว้อยู่แล้ว ถ้าลูกชายตัวดีรู้ชื่อไก่จะต้องโมโหแน่ๆความคึกคะนองที่อยากแกล้งลูกเลี้ยงในตอนแรกกลับสร้างความวุ่นวายน่าปวดหัวในภายหลังเขารู้ดี...ถ้าลำพังไก่ตัวนี้เป็ของเขา และเขาไม่ได้มีเมียใหม่...ในบ้านมีแค่เขากับไก่การตั้งชื่อไก่คงไม่เป็ปัญหาแบบนี้และเขาเชื่ออีกด้วยว่านพคุณจะต้องชอบใจหรือขบขันแน่ที่พ่อเอาชื่อเขามาตั้งเป็ชื่อไก่
“พ่อรู้แล้วปล่อยให้เด็กนี่เอาชื่อผมไปตั้งเป็ชื่อไอ้ไก่ปีศาจนี่เหรอครับ?” ได้ยินคำว่า “ปีศาจ” ทั้งเ้าของไก่และไก่มีปฏิกิริยาพร้อมกันทีเดียวเด็กหญิงสูดลมหายใจเข้าแรงๆ ส่วนไก่...ถ้าตาไม่ฝาด นพคุณเห็นมันถลึงตาใส่เขา
“เปล่าๆ ลูกเข้าใจผิดแล้ว ลูกแก้วไม่ได้ตั้งชื่อไก่ พ่อเอง! พ่อเป็คนตั้ง ตอนแรกก็ไม่ได้ตั้งใจจะใช้ชื่อนี้หรอกนะ...ไก่มันชอบ”
“ไก่มันชอบ!?พ่อพูดอะไรครับ” นพคุณถามอย่างไม่เชื่อในคำตอบ
“จริงๆนะ! พ่อพยายามจะเปลี่ยนชื่อแล้ว แต่มันไม่ชอบคือ...เอ่อ...เรียกแล้วก็ไม่มาด้วย”
“ไอ้ไก่นี่มันจะไปรู้อะไรมันเป็ไก่นะครับ มันจะชอบชื่อนั้น ชื่อนี้ เหมือนคนได้ยังไง?”
“เอิ้กกก!!!.”เหมือนเก็บกดมานาน นพคุณเวอร์ชั่นไก่ส่งเสียงแหลมบาดหู ถ้าทันสังเกตจะเห็นว่าไก่ปีศาจของนพคุณ มองจิกคนว่าจนตาแทบถลนออกจากเบ้า
“นพเอ้ย..ไก่ตัวนี้มันฟังภาษาคนรู้เื่ค่ะ มันไม่ชอบให้ใครมาว่า” เด็กหญิงที่ยืนฟังพ่อลูกเถียงกันอยู่นานเอ่ยขึ้นความจริงหล่อนไม่รู้มาก่อนเลยว่าลูกชายของพ่อเลี้ยงหล่อนนั้นมีชื่อว่าอะไรไม่แน่ใจด้วยว่าพ่อเลี้ยงหล่อนเคยบอกแล้วหล่อนลืมหรือเปล่าแต่พอมารู้ว่าไก่ที่พ่อเลี้ยงหล่อนเป็คนตั้งชื่อให้นั้นความจริงแล้วชื่อเดียวกับเขา หล่อนก็เริ่มจะเข้าใจว่าทำไมเขาต้องโกรธขนาดนี้แต่ครั้นจะเปลี่ยนชื่อไก่แจ้ของหล่อนตอนนี้ ก็น่าจะไม่ทันเสียแล้วแถมยังดูท่าว่าเ้าไก่ของหล่อนก็จะไม่ยอมให้เปลี่ยนเสียด้วย
“ลูกแก้วจะเปลี่ยนชื่อให้นพคุณเอ้ย! ไก่ก็ได้ค่ะ” หล่อนปด กะว่าต่อหน้าเขา จะเรียกส่งๆไปก่อน แต่พอลับหลังก็คงต้องใช้ชื่อ ”นพคุณ” เหมือนเดิม ก็จะให้ทำไงได้ล่ะ อย่างที่คุณลุงบอกนั่นแหละ...ไก่มันชอบ!
“ฮึ!” เด็กหนุ่มไม่ตอบอะไรด้วยรู้ว่าถ้าพูดอะไรไปก็มีแต่จะเสีย ยังไงพ่อก็ไม่เข้าข้างเขาอยู่แล้วใช่สิ! ตอนนี้เขาก็กลายเป็หมาหัวเน่าอย่างสมบูรณ์แบบ มีทั้งเมียใหม่ ลูกใหม่แถมไก่ผีอีกหนึ่งตัว อีกหน่อยลูกเก่าอย่างเขา คงไม่มีที่ยืนในบ้าน...เผลอๆเขาอาจจะต้องระเห็จมาอยู่ในเล้าไก่ แล้วไอ้ไก่ผีนี่ก็อาจจะมายึดห้องของเขาแทนก็ได้
การพบกันครั้งแรกของนพคุณกับพริมา เขาโวยวายเสียงดังครั้งที่สอง ก็โวยวายเหมือนเดิมแต่คราวนี้เขากระชากหล่อนด้วย ความรุนแรงค่อยๆ เพิ่มขึ้นถ้าเจอกันครั้งหน้า พริมากลัวว่าเขาจะทำร้ายหล่อนอีก แค่เขาเหวี่ยงนิดเดียวหล่อนเชื่อว่าจะต้องกระเด็นไปไกลและเจ็บตัวมากแน่ๆอารมณ์วัยรุ่นเกินจะคาดเดา ไม่ไหวๆ หล่อนควรจะอยู่ให้ห่างจากวัยรุ่นดีกว่า เด็กหญิงยังเล่นอยู่ที่เล้าไก่ส่วนคนที่หล่อนนึกถึงอยู่นั้น ตอนนี้กระฟัดกระเฟียดเดินขึ้นห้องไปแล้ว...ดีเหมือนกันให้เขาอยู่ข้างบนหล่อนจะอยู่ข้างล่างเอง จะให้เอาข้าวเอาน้ำไปส่งให้ก็ได้นะ แยกกันอยู่แบบนี้แหละ จะได้ไม่เกิดปัญหาพริมาไม่ชอบการปะทะกับใคร ตอนอยู่กับตายายที่บ้านหลังเก่านั้น มีแต่ความสบายใจหล่อนไม่เคยต้องรบกับใครทั้งนั้น จะไปเล่นกับใครก็ไม่เคยทะเลาะกันสักที พริมาไม่เคยเจอคนแบบนพคุณที่เอะอะโวยวายเสียงดังแบบนี้ แต่พอมาคิดแล้วก็เห็นใจเขาอยู่เหมือนกันถ้าหล่อนโดนคนที่ไม่ชอบขี้หน้าเอาชื่อตัวเองไปตั้งเป็สัตว์เลี้ยงก็คงมีเคืองเหมือนเขานั่นแหละ พริมายิ้มภูมิใจตัวเอง หล่อนมีใจยุติธรรมพอ...เื่นี้พอให้อภัยได้อยู่ว่าแล้วเด็กหญิงก็หันไปคุยกับเ้าไก่แจ้แสนสวย
“นพคุณ...ยังไงก็อย่าถือสาพี่คนนั้นเค้าเลยนะเขาเป็เด็กมีปัญหา เราสองคนควรจะเข้าใจเขาให้มากๆ ลองให้โอกาสเขาดูเราอาจจะพบด้านดีของเขาก็ได้” เด็กหญิงกระซิบเบาๆกับไก่ของหล่อน หล่อนนั่งอยู่ตรงนั้นนานครึ่งค่อนวัน ไม่สังเกตด้วยซ้ำว่ามีสายตาบางคนแอบมองลงมาจากบนระเบียงนพคุณกลับเข้าห้องจะไปนอนต่อ แต่ในใจเขายังขัดเคือง มีอย่างที่ไหน เอาชื่อเขาไปตั้งชื่อไก่ เขาไม่เชื่อเด็กนั่นหรอก พ่อน่าจะออกรับแทนมากกว่าเขาเชื่อว่า ความจริงแล้ว น่าจะเป็ความคิดพิเรนทร์ของเด็กนั่นนั่นแหละนี่เขาไม่กลับบ้านมาแค่ 4 - 5 เดือน อะไรหลายอย่างเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้เชียวหรือ เด็กหนุ่มเดินออกมาที่ระเบียงมองไปที่สวนหลังบ้าน ก่อนนี้มันเป็สวนผัก แม่เขาชอบปลูกผัก ตอนที่เขาอยู่บ้าน การรดน้ำผักเป็หน้าที่ของเขา แต่ตอนนี้สวนผักของแม่หายไปกลายมาเป็เล้าไก่...บ้านของไอ้ไก่ผีนั่น และมันเกลียดเขา!เขาไม่แน่ใจว่ามันฟังภาษาคนรู้เื่จริงหรือเปล่าแต่เขามั่นใจว่ามันเกลียดเขาแน่นอน เขาเห็นแววตามัน คิดมาถึงตรงนี้นพคุณขนลุก...ไอ้ไก่บ้านั่นน่ากลัวชะมัด!ขณะที่กำลังคิดถึงความหลัง เขาเห็นเด็กนั่น เฮอะ! ยังไม่ไปไหนอีกรึแล้วดูนั่งคุยกับไก่ คุยอะไรกันเขาไม่ได้ยิน เพราะเด็กนั่นนั่งหันหลังให้เขาแต่! ไอ้ไก่ผีนั่นมองมา มันรู้! มันเห็นทุกอย่าง มันแหงนหน้าจ้องเขานิ่งนพคุณแกล้งโยกตัวไปมาทดสอบดูว่าสายตาของมันมองมาที่เขาจริงหรือเปล่า และมันก็จริงดังคาดไอ้ไก่นั่นมองตามตาไม่กระพริบ น่ากลัวมาก! มันหมายหัวเขาไว้แน่ๆ ถ้าเขาเล่าให้ใครฟังก็คงจะไม่มีใครเชื่อแล้วถ้ามันคิดจะฆ่าเขาล่ะ...
“มาเลย ถ้าแกเข้ามาใกล้นะฉันจะเตะให้ปีกหักเลยคอยดู” เขาพูดโดยไม่ออกเสียง ตาก็จ้องตอบเ้าไก่ที่มองขึ้นมาจากข้างล่างหวังจะให้มันอ่านปากเขาออก และเข้าใจที่เขาพูดทุกคำ
“เอิ๊กกก!”อยู่ๆ เ้าไก่นั่นก็ส่งเสียงดังโหยหวน มันรับคำท้าเขาหรือเปล่านะ? นพคุณใหลบเข้ามาในห้อง พริมาที่กำลังคุยอยู่กับไก่ของหล่อนเพลินๆสะดุ้งสุดตัวเหมือนกัน จู่ๆ ไก่ตัวน้อยของหล่อนก็แผดเสียงแหลมบาดหูเด็กหญิงหันตามไปมองยังทิศทางที่เ้าไก่แจ้มองอยู่...ไม่เห็นมีอะไรเลยหล่อนจึงทึกทักเอาว่าไก่แจ้ตัวน้อยของหล่อนคงขานรับหรือคุยตอบเื่ที่หล่อนกำลังพูดอยู่
“ฮ่าๆ นพคุณก็คิดแบบลูกแก้วใช่ไหม?นี่เดี๋ยวลูกแก้วจะเล่าอีกเื่ให้ฟังนะ” เด็กหญิงนั่งคุยต่อไปอีกนานหลายชั่วโมงจนเ้าไก่แจ้เริ่มเพลียหลับคอพับคออ่อน หล่อนถึงยอมวางมันเข้าเล้าแล้วตัวเองก็กลับเข้าไปในบ้าน
นพคุณลงมาข้างล่างก็บ่ายแล้วเขาไม่อยากออกจากห้อง แต่เขาหิว และพอมาคิดดูแล้วนี่ก็บ้านของเขา ทำไมเ้าของบ้านต้องมาอยู่ แบบหลบๆ ซ่อนๆ ด้วย เขาเจอพ่อ...พ่อพยายามชวนคุยแต่นพคุณไม่ตอบ กินข้าวเสร็จเด็กหนุ่มก็รีบกลับขึ้นห้องขณะเดินผ่านหน้าต่างห้องครัวเขาเห็นมัน...ไอ้ไก่ผี มันออกมานอกเล้า! ยืนโยกตัวอยู่บนพุ่มไม้ที่สำคัญมันหันหน้าเข้าบ้าน มองผ่านกระจกมา...คนกับไก่สบตากันพอดีเื่บังเอิญหรือเปล่านะ? นพคุณรีบหลบขึ้นบนบ้านระหว่างวิ่งขึ้นบันไดเขาเกือบชนกับพริมาเด็กหญิงหลบเขาแทบจะแทรกตัวเข้าไปในฝาบ้านทีเดียว
“รีบไปไหนของเค้ากันนะ?” พริมามองตามเด็กหนุ่มที่วิ่งหายเข้าไปในห้องปิดประตูเสียงดัง เด็กหญิงยักไหล่...ว่าแล้วก็ไปดูนพเอ้ย! ไก่แจ้ของหล่อนดีกว่า
นพคุณเข้าห้องมาแล้วเขาวิ่งไปที่ระเบียง ดูสิ! เ้าไก่นั่นอยู่ไหน? เขาทันเห็นเด็กหญิงวิ่งไปที่เล้าไก่เด็กนี่! วันๆ ไม่คิดจะไปไหนเลยรึไงนะ เขาไม่ต้องแช่งมันหรอกไอ้ไก่นั่นน่ะ ไม่กี่วันเดี๋ยวมันก็เฉามือตายไปเอง พริมาก้มๆ เงยๆอยู่หน้าลูกกรง แล้วคว้าตัวไก่ของหล่อนออกมา เฮ้ย!!! เมื่อกี้ข้างล่างตอนที่เขาอยู่แถวประตูครัวมันยังอยู่นอกกรงอยู่เลย เวลาไม่ถึง 2 นาทีมันจะกลับเข้ากรงขังตัวเองอยู่ในเล้าได้อย่างไร? นพคุณหมดแรง นี่เขากำลังเล่นอยู่กับตัวอะไร?ถ้าเขาเล่าให้พ่อฟัง พ่อจะว่าเขาเพ้อเจ้อไหม? นอนหลับสักงีบดีกว่า สงสัยคงเพราะนอนน้อยเลยทำให้เห็นภาพหลอนไปเรื่อย...นอนกลิ้งไปกลิ้งมาอยู่บนเตียงเกือบชั่วโมงแต่ทำอย่างไรก็นอนไม่หลับ เด็กหนุ่มนึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวาน...เหตุการณ์ที่เขาไม่คิดว่าจะเกิดขึ้นกับครอบครัวของเขาใช่! เขาเองก็อาจจะมีส่วนที่ทำให้เื่มันเป็แบบนี้ เขาทิ้งบ้านที่เขารักไปนานหลายเดือนรวมถึงทิ้งพ่อไว้ให้อยู่ตามลำพัง...หลายเดือนที่ผ่านมานี้นพคุณไม่ได้กลับบ้าน...เขากลัวบ้านตัวเอง
เมื่อห้าเดือนก่อนนพคุณพบกับความสูญเสียครั้งใหญ่คุณอารีแม่ของเขาจากไปก่อนวัยอันควรเป็จังหวะที่เขากำลังสอบเข้าเรียนโรงเรียนประจำพอดีมันเป็โรงเรียนที่เขาเลือกไว้แต่แรกอยู่แล้ว...โรงเรียนดังระดับประเทศที่เฝ้าใฝ่ฝันอยากจะเข้าเรียนนักหนาและไม่ผิดหวังนพคุณสอบเข้าเรียนที่นั่นได้ด้วยคะแนนระดับต้นๆ ตอนนี้โรงเรียนปิดเทอม...ถึงเวลาแล้วที่เขาจะต้องยอมรับความจริงเสียทีชีวิตจะต้องดำเนินต่อไป นพคุณจึงตัดสินใจกลับบ้านเขาจะมาอยู่กับพ่อตลอด่ปิดเทอมนี้...มีคนบอกว่าเวลาจะช่วยรักษาความเ็ปได้...แต่เหตุการณ์กลับไม่เป็อย่างที่คิดและเขายังจำเหตุการณ์เมื่อวานได้ดี...
เมื่อวานเป็ครั้งแรกในรอบหลายเดือนที่เขากลับบ้านตอนแม่ตายใหม่ๆ เขาแทบทนอยู่บ้านไม่ได้ เพราะมองไปทางไหนก็มีแต่ความทรงจำแต่ตอนนี้ความทรงจำเ่าั้ไม่ได้สร้างความเ็ปมากมายให้กับเขาอีกต่อไปแล้ว...เด็กหนุ่มมองเข้าไปภายในบ้าน จากตรงนี้ บ้านของเขายังเหมือนเดิม...เหมือนเมื่อตอนที่เขาจากไปนพคุณเห็นความเคลื่อนไหวภายในบ้าน พ่อเขาหรือเปล่า? ผู้หญิง? มีผู้หญิงอยู่ในบ้าน? เด็กหนุ่มขมวดคิ้ว เขาไขกุญแจเข้าบ้านบางทีอาจจะเป็คนรู้จักหรือเพื่อนของพ่อที่มาทำธุระหรือเยี่ยมเยือนพอดีระหว่างทางเข้าบ้านเขาเห็นรถจอดอยู่สองคัน แน่นอนคันหนึ่งของพ่อเขา...แต่อีกคันเขาไม่เคยเห็น
“ฮ่าๆลูกแก้ว หนูเก่งนะนี่ สอนเ้าไก่นี่ขันได้เยอะเชียว”...เสียงพ่อของเขาดังมาจากสวนหลังบ้านนพคุณเดินตามเสียงไปเขาเห็นพ่อกำลังคุยกับใครบางคน และเพราะคุณนพรักษ์หันหลังอยู่เขาจึงไม่เห็นว่ามีคนเดินเข้ามา...รวมถึงคู่สนทนาของเขาด้วยเพราะจากมุมนี้คุณนพรักษ์บังตัวใครคนนั้นไว้จนนพคุณมองไม่เห็นและใครคนนั้นก็ไม่เห็นเขาด้วยเหมือนกัน
“จะกินข้าวกันรึยังคะ?” เสียงผู้หญิงถามดังออกมาจากในครัว...ใช่ผู้หญิงที่เขาเห็นแวบๆ เมื่อกี้หรือเปล่านะ? นพคุณชะโงกหน้าไปมอง และตอนนี้ผู้หญิงคนนั้น เห็นเขาแล้ว หล่อนตาโตและอุทานออกมาอย่างใ
“เอ๊ะ!” ภารดีใจริงๆหล่อนเป็คนแรกที่เห็นนพคุณ...ภารดีไม่คิดว่าจะได้เจอลูกชายของคุณนพรักษ์ในวันนี้...อยู่กันพร้อมหน้าพอดี ช่างมาได้ถูกจังหวะเสียเหลือเกินคุณนพรักษ์เห็นภรรยาอุทานด้วยความแปลกใจเขาจึงหันไปมองและได้เห็นว่าภารดีใที่เห็นใคร
“ตาคุณ!”นพคุณแปลกใจ...พ่อเขาดูจะใมากกว่าผู้หญิงคนนั้นเสียอีกและเพราะเขาเป็คนช่างสังเกตจึงเข้าใจได้ไม่ยากว่าเกิดอะไรขึ้น...ตลอดเวลาที่เขาจากบ้านไปนั้นเขาตกข่าวอะไรไปบ้างนะ?
“อะไรนะ!” เสียงะโด้วยความโกรธของเด็กหนุ่มดังลั่น ห้องรับแขกของบ้านหลังใหญ่ภายในห้องรับแขกนั้น ผู้เป็พ่อถอนใจยาวด้วยความที่รู้จักลูกชายของตนเองดีว่าเมื่อใดที่โมโหหรือ้าสิ่งใดแล้วไม่เคยมีใครหรืออะไรสามารถขัดใจได้...แต่คราวนี้เขาเข้าใจ มาเจอแบบนี้นพคุณต้องโมโหเป็ธรรมดา...ภาพที่เห็นคือเด็กหนุ่มนั่งหน้าเครียดจ้องหน้าผู้เป็พ่อ ตาไม่กระพริบคุณนพรักษ์รู้ดีว่าลูกชายโกรธ แต่เขาเลี้ยงดูอบรมลูกชายมาเป็อย่างดี...ถึงนพคุณจะโกรธหรือไม่พอใจแค่ไหนเขาก็มีมารยาทพอไม่เคยทำร้ายใครหรือทำลายข้าวของเพียงแต่เขาจะดื้อและเถียงขาดใจถ้าเห็นว่าสิ่งที่เป็ประเด็นอยู่นั้นตัวเองเป็ฝ่ายถูก
“เรามาคุยกันดีๆ นะตาคุณ” คุณนพรักษ์ขอร้องเสียงอ่อย เขาผิดเอง ที่ไม่ได้บอก ลูกชายั้แ่แรก เพราะเขารู้ดีว่านพคุณต้องรับไม่ได้อย่างแน่นอน
“พ่อมีเวลาคุยกับผมตั้งนานแล้วก่อนหน้านี้จนเื่มาถึงขนาดนี้แล้วยังจะมีอะไรบอกผมอีกเหรอครับ” เด็กหนุ่มเถียงกลับด้วยเสียงอันดัง ไม่ต่างจากเดิม เขาโกรธพ่อมาก ปกตินพคุณเป็คนใจเย็นเขาไม่ชอบทะเลาะหรือโวยวายเสียงดังกับใครและไม่เคยเลยสักครั้งในชีวิตที่เขาจะะโหรือก้าวร้าวใส่พ่อ แต่วันนี้เขาทำทุกอย่างที่ทั้งชีวิตไม่เคยทำนพคุณแปลกใจ... คุณนพรักษ์เป็คนฉลาด และคิดทุกอย่างรอบคอบเสมอแต่มาครั้งนี้มัน แปลกเกินไป คนที่คิดอะไรละเอียดรอบคอบและฉลาดทำไมถึงทำแบบนี้ เขารู้ว่าเขาผิดที่ทิ้งพ่อให้อยู่คนเดียวแต่พ่อทำแบบนี้ก็เกินไป พ่อทำกับเขา...กับแม่แบบนี้ได้อย่างไร
ใช่แล้ว....ผู้เป็พ่อเถียงไม่ออกจะให้เขาบอกลูกชายว่าอย่างไร? ว่าหลังจากแม่ของเขาตายไปไม่ถึงปี เขาก็มีรักใหม่ และที่สำคัญภรรยาใหม่ หรือแม่เลี้ยงของนพคุณนั้นคบหาดูใจกันไม่กี่เดือน...อย่าว่าแต่ลูกชายเขาเลย แม้แต่เขาเองก็ยังไม่อยากจะเชื่อ แต่จากประสบการณ์ที่ผ่านมาทำให้คิดได้ว่าชีวิตคนเรานั้นสั้นถ้าพบคนที่ถูกใจและเข้าใจเราได้เป็อย่างดี คำว่า “เวลา”จะมีความหมายอะไร
“เอาล่ะ พ่อยอมรับผิด ลูกจะให้พ่อทำยังไง?” คุณนพรักษ์ถามอย่างอ่อนใจ งานนี้เขาจนปัญญาจริงๆ เดิมทีเขากับภารดีตกลงกันไว้ว่าจะค่อยๆบอกนพคุณทีละนิด และเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมพวกเขาค่อยแนะนำให้ นพคุณกับภารดีรู้จักกันอย่างเป็ทางการเขาหวังว่าการที่ลูกชายไปอยู่โรงเรียนประจำเป็เวลานาน น่าจะช่วยให้เขาสามารถทำใจได้เพื่อให้การที่เขาแต่งงานใหม่ก็จะได้ไม่ดูรวดเร็วจนเกินไป แต่ที่ผิดคาดคือนพคุณกลับมาบ้านก่อนเวลาที่คาดการณ์ไว้สิ่งที่วางแผนไว้จึงไม่เป็ดังคิด...จวนตัวแบบนี้เล่นเอาคุณนพรักษ์ปวดหัวอยู่เหมือนกัน
เด็กหนุ่มกวาดตามองรอบห้องรับแขกที่นั่งตรงข้ามกับตนคือพ่อของเขาที่ยามนี้เขามีสีหน้าหนักใจ สม!...มีอย่างที่ไหน แอบจดทะเบียนอยู่กินกับผู้หญิงที่เจอกันได้ไม่กี่เดือน...ข้างกายพ่อนั้นคือผู้หญิงคนนั้นไม่สิถ้าจะเรียกให้ถูกก็คือแม่เลี้ยงของเขานั่นแหละดูภายนอกก็รู้แล้วว่าหล่อนจะต้องใช้มารยาล่อลวงคนแก่ หวังจะจับพ่อเขาล่ะสิ! และหล่อนก็ทำได้สำเร็จอีกด้วย ผู้หญิงคนนี้คำนวณคร่าวๆก็รู้แล้วว่าอายุไม่น่าจะเกินสามสิบห้าด้วยซ้ำฮึ! มีอย่างที่ไหนจะมารักกับคนแก่กว่าที่อายุเกือบห้าสิบ...ผู้หญิงบ้าที่ไหนจะมาชอบคนแก่รุ่นราวคราวพ่อถ้าไม่หวังสิ่งตอบแทน!
“ฮึ!” เด็กหนุ่มทำเสียงฮึดฮัดอย่างขัดใจกลับมาคราวนี้เขาเสียใจ...เสียใจจนเขาไม่สามารถรับฟังเหตุผลใดๆ ได้อีก จะมีเหตุผลอะไร?ก็แค่คนแก่ตัณหากลับ เจอผู้หญิงสาวๆ สวยๆ ออดอ้อนเข้าหน่อย ก็หลงกลใจอ่อนจดทะเบียนพาเข้าบ้านเขาอยากรู้นักว่าหล่อนไปทำอีท่าไหนนะถึงหลอกพ่อที่แสนดีและฉลาดของเขาได้สำเร็จคุณนพรักษ์ไม่ใช่คนโง่ และถ้าผู้หญิงคนนั้นสามารถหลอกพ่อเขาได้แล้วล่ะก็ หล่อนจะต้องฉลาด...ฉลาดมาก!
“แล้วพ่อจะให้ผมทำยังไง”เขาสวนกลับไปด้วยคำถามเดียวกันของบิดา วันนี้นพคุณทำนิสัยหลายอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อนเขาไม่เคยเสียงดังใส่พ่อ ไม่เคยเอะอะโวยวายปกติถ้าไม่พอใจ พวกเขาจะคุยกันด้วยเหตุผลเสมอ
“มาถึงขนาดนี้แล้วถ้าผมบอกให้พ่อหย่า พ่อจะหย่าเหรอครับ?” เด็กหนุ่ม พูดเสียงดังพร้อมหันไปมองหน้าตัวต้นเหตุของปัญหาทั้งหมด...ผู้หญิงคนนั้น คนที่นั่งอยู่ข้างพ่อของเขาหลังจากระบายความโกรธไปพอสมควร เขาจึงมีเวลาพินิจพิเคราะห์ลักษณะของคนที่ได้ชื่อว่าเป็แม่เลี้ยงได้อย่างถนัดตาเป็ครั้งแรกผู้หญิงคนนี้ ชื่ออะไรนะ? ภารดีหล่อนจัดว่าเป็คนสวยทีเดียว ผิวสีน้ำผึ้ง ร่างเล็กแบบที่ผู้ชายชอบนักหนาเพราะเห็นแล้วน่าทะนุถนอมเหลือเกิน ผมตัดสั้นตามสมัยนิยมของผู้หญิงในยุคปัจจุบันดูรวมๆ แล้วเรียกได้ว่าสวยจัดทีเดียว แต่สิ่งที่โดดเด่นที่สุดที่สมกับคำว่า “สวยจัด” นั้น คงจะเป็...ปาก คนอะไรจะทาปากแดงได้ขนาดนั้นแต่ก็แปลกถ้าดูแค่ปากอย่างเดียว คงจะเรียกได้ว่าน่าเกลียดเหลือทน แต่พอดูรวมๆ กันแล้วกลับสวยเด่นสะดุดตา ถัดไป ข้างๆ ผู้หญิงคนนั้นตลอดเวลาที่เขาะโโวยวายใส่ผู้เป็พ่ออยู่นั้น เขาไม่ทันสังเกตเลย...เด็กผู้หญิงเขาเห็นหน้าหล่อนไม่ถนัดนัก เพราะเด็กหญิงเอาแต่ก้มหน้าเหอะ! แม่หม้ายลูกติดถึงว่า...คงจะใช้มารยาหลอกพ่อเขาได้อย่าง ไม่ยากนักพ่อนี่ก็แปลกเมียใหม่หรือแม่เลี้ยงเขาคนนี้ ถ้าเทียบกับแม่เขาแล้วต่างกันชนิดที่เรียกได้ว่าจากหน้ามือเป็หลังมือเลยทีเดียวไม่มีอะไรเหมือนกัน เลยสักนิดต่างกันราวฟ้ากับเหว คุณนพรักษ์เห็นสายตาของลูกชายก็รีบตัดบท
“ลูกเพิ่งมาถึงคงจะเหนื่อย ขึ้นห้องไปพักผ่อนก่อนเถอะ” ให้ลูกชายเขาได้สงบสติอารมณ์ก่อนแล้วค่อยคุยกันใหม่น่าจะดีกว่าคุยกันตอนนี้ ในขณะที่เต็มไปด้วยอารมณ์มีแต่จะพูดอะไรให้เสียใจกันเปล่าๆ
“ก็ยังดีนะครับที่ยังเหลือห้อง...เหลือที่ไว้ให้ผม”นพคุณพูดจบ เขาลุกเดินขึ้นห้องตัวเองไปไม่แม้แต่จะหันกลับมามองอีกเลยตลอดทั้งคืนเขาต้องทนอยู่กับความรู้สึกหลากหลายที่ประดังประเดเข้ามาพร้อมกัน ใครจะไปคิดว่ากลับบ้านมาคราวนี้เขาจะต้องมาเจอกับเื่อะไรแบบนี้...ทำไมพ่อทำแบบนี้กับเขานพคุณคิดเื่นี้วนเวียนอยู่ทั้งคืนก็ไม่เข้าใจเหตุผลของพ่อ...กว่าจะข่มตานอนได้ก็เกือบเช้าแต่ก็ไม่วายเกิดเื่ขึ้นมาอีก
คุณนพรักษ์เข้าบ้านมาแล้ว หลังจากลูกชาย“เหวี่ยง” และ “วีน” อยู่เมื่อครู่เขาเข้าใจนพคุณอย่างที่สุด แต่จะให้ทำอย่างไรได้...
“เฮ้อ....” เสียงผู้เป็พ่อนั่งถอนใจ
“คิกคิก” เสียงหัวเราะสดใสดังขึ้น เมื่อแน่ใจว่าเด็กหนุ่มเ้าปัญหาไม่อยู่ในรัศมีการได้ยินแล้ว ตลอดเวลาภารดียืนดูสองพ่อลูก(และลูกสาวของหล่อน) จากในบ้าน ฉากที่เห็นทำให้หล่อนอดขำไม่ได้ แม่เลี้ยงนพคุณได้ยินทุกอย่างแต่แทนที่จะมีอารมณ์โมโหหรือไม่ชอบใจในพฤติกรรมของหนุ่มน้อยคนนั้น หล่อนกลับรู้สึกสนุกและท้ายทายมากกว่าภารดีเข้าใจหัวอกของนพคุณดี เพราะถ้าเป็หล่อนก็คงจะรู้สึกแบบเดียวกันกับเขา หรืออาจจะหัวฟัดหัวเหวี่ยงพูดจาร้ายกาจกว่านี้หลายเท่าภารดีดูออกถึงแม้จะโมโหเพียงใด อย่างน้อยเด็กหนุ่มก็ยังมีมารยาท ไม่แสดงกิริยาเกรี้ยวกราดด่าทอหรือบริพาสถ้อยคำหยาบคายใดๆ ออกมาซึ่งถ้าเป็หล่อนตอนอายุเท่าเขา คงจะอาละวาดบ้านแตก ไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหมแน่ๆ
“คุณพิมพ์!ยังจะมานั่งขำอีก” คุณนพรักษ์ถอนใจ
“ก็มันน่าสนุกนี่คะ”ภารดีหัวเราะเสียงหัวเราะของหล่อนกังวานใสพร้อมกันกับรอยยิ้ม...ซึ่งเมื่อมันอยู่ด้วยกันแล้วช่างน่ามองยิ่งนัก
“สนุกอะไรกันผมบอกคุณแล้วว่าจะต้องเกิดปัญหาใหญ่แน่ ๆ“ คุณนพรักษ์ ท้อใจ ปัญหานี้เขาไม่รู้จะเริ่มแก้ไขอย่างไรก่อนดี
“เอาน่า! รอดูไปสักพัก...ให้เวลากับแกหน่อย่นี้แกอาจจะเหวี่ยง ไปบ้าง แต่พอนานวันไปพิมพ์ว่าแกต้องเข้าใจแน่ๆค่ะ คุณรู้ไหมลูกชายคุณน่ะยังแรงไม่ถึงครึ่งของพิมพ์ตอนอายุเท่าเขาเลยด้วยซ้ำถ้าจะแสบกว่าเขาก็พิมพ์ตอนอายุสิบหกนี่แหละค่ะ แบบลูกชายคุณน่ะจิ๊บๆ”
“ผมเชื่อว่าคุณแสบแต่ผมแก่แล้วยังไงก็เพลาๆ พลังกันบ้างนะ”
ภารดีเป็สาววัย32 ปี แม่หม้ายสาวสวยที่ใครๆ ก็หมายปอง ตอนที่ใครๆ รู้ข่าวว่าหล่อนจดทะเบียนอยู่กินกับคนที่แก่กว่าหล่อนเป็สิบปี...ข้าราชการหนุ่มใหญ่ ที่พบกันได้ไม่กี่เดือน หลายคนก็ได้แต่เดากันไปต่างๆนาๆ แต่ถึงอย่างนั้น หญิงสาวก็ไม่เคยสนใจ และไม่คิดจะแก้ต่างในเื่ที่ใครๆคาดเดากันไปอีกด้วย หล่อนคิดแต่เพียงว่าถ้าหล่อนจะเริ่มต้นชีวิตใหม่กับใครสักคนคนคนนั้นต้องเป็คนดี และที่สำคัญยิ่งกว่าสิ่งอื่นใดต้องเข้ากับลูกสาวของหล่อนได้ และคุณนพรักษ์มีทั้งหมด เมื่อโอกาสพาคนดีๆเข้ามา ภารดีจึงไม่ลังเล เลยสักนิดที่จะเลือกเขา...แต่ภารดีกับคุณนพรักษ์มีข้อตกลงกันว่าถ้าลูกของพวกเขามีปัญหาและไม่สามารถหาทางแก้ไขได้พวกเขาตกลงจะจบความสัมพันธ์กันแต่โดยดีเพราะสุดท้ายแล้วสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับพวกเขาก็คือลูก!
พริมา...ลูกสาวของหล่อนนั้นพิสูจน์แล้วว่าไม่มีปัญหาใดๆ โชคดีที่ เด็กหญิงเป็คนหัวอ่อน หล่อนรักและเชื่อแม่ทุกอย่างพริมาเชื่อว่าสิ่งที่แม่เลือกให้ คือสิ่งที่ดีที่สุดดังนั้น จึงไม่มีเหตุผลใดเลยที่หล่อนจะคัดค้าน ส่วนนพคุณ...คนนี้แหละ ที่น่าเป็ห่วง นพคุณเป็ลูกชายคนเดียวเขารักแม่มากและเอาแต่ใจตัวเองตามประสาคนโดนตามใจมาตลอดชีวิตการจะให้เขายอมรับแม่ใหม่หรือเมียใหม่ ของพ่อ ย่อมเป็สิ่งที่คาดเดาได้ยากแต่ภารดีก็ยังเชื่อว่าถ้ามีเหตุผลและเวลาเพียงพอ นพคุณจะต้องเข้าใจอย่างแน่นอนแต่จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนี้ ทำให้ภารดีรู้ว่า...หล่อนจะต้องเจอกับปัญหาใหญ่พอสมควรรออยู่ในอนาคตเพียงแต่หล่อนจะต้องวางแผนรับมือให้ดีเท่านั้นเอง