บทที่ 3สิ้นลมหายใจ
“เอาไงดีครับผู้อาวุโส จะกลับที่พักหรืออยู่ที่นี่ต่อดีครับ ?” ชายที่นั่งอยู่ด้านคนขับกล่าวถามชายคนนั้น เขาสังเกตว่าเจ้านายยิ้มน้อยยิ้มใหญ่มาได้ระยะหนึ่งแล้ว เขาจึงกล่าวออกเผื่อเจ้านายของเขาต้องการที่จะเดินทางกลับที่พักของตน เพราะถึงอย่างไรสิ่งที่วางแผนเอาไว้ ก็น่าจะสมหวังเรียบร้อยดีแล้ว
“อืมมม. .. นางปีศาจร้ายนั่นป่านนี้ก็คงเหลือเพียงเศษชิ้นเนื้อไปแล้ว . .. เอาล่ะ !! นายพาฉันกลับบ้านไปพักผ่อนหน่อยก็ดี”
เขากล่าวตอบคนขับรถออกไป ใจจริงก็อยากจะขึ้นไปอีกสักรอบเพื่อชื่นชมผลงานของตนเสียหน่อย แต่มาคิด ๆ ดูแล้ว เขาก็ไม่อยากที่จะตัวเปื้อนจากทะเลเลือดภายในห้องโถงนั่น งั้นก็ไม่เป็นไร. .. ไว้คนของเขาจัดการเก็บรายละเอียดอีกเล็กน้อย เขาค่อยยลโฉมเศษชิ้นเนื้อของนางปีศาจร้ายนั่นก็ยังไม่สาย
“รับทราบครับ เจ้านาย”
คนขับรถกล่าวรับ ก่อนที่เขาจะกดไปยังปุ่ม Push start เพื่อเริ่มการทำงานของเครื่องยนต์ จากนั้นรถหุ้มเกราะที่มีราคาหลายต่อหลายล้านบาท ก็ค่อย ๆ เคลื่อนที่ออกจากลานจอดรถภายในตึกแห่งนี้ในทันที
เอี๊ยดดดดดดด !!
แต่ทันใดนั้นรถราคาหลายล้านก็พลันเหยียบเบรกอย่างสุดแรง ทำเอาผู้อาวุโสเช่นคนเกือบหน้าทิ่ม ดีที่เขารัดเข็มขัดนิรภัยเอาไว้ ทั้งยังระมัดระวังตัวอยู่มาก ก่อนจะตวาดถามไปยังคนขับรถคนสนิทของเขาเอง “เสี่ยวหลง !! แกเป็นบ้าหรือไง ทำไมถึงได้เหยียบเบรกกะทันหันแบบนี้ ??”
“เจ้านายครับ ด้านหน้า. ...ด้านหน้านั่นไงครับ” เสี่ยวหลงตัวสั่นหงึก ๆ ราวกับเห็นภูตผีปรากฏกายอยู่ด้านหน้า ใบหน้าขาวซีดราวไข่ต้ม แม้แต่น้ำเสียงเองยังสั่นเครือราวกับแผ่นดินไหวลูกย่อม ๆ เสียด้วยซ้ำ
“อะไรของแกกัน เสี่ยวหลง ?? เฮ้ยยยยย . .. เชี่ยยยยยยยยยย !!”
เขากล่าวอย่างเบื่อหน่ายแม้เสี่ยวหลงจะดูตื่นกลัวอย่างผิดปกติก็ตาม แต่แล้วเมื่อเขาได้มองไปยังด้านหน้าผ่านกระจกรถไกลออกไปราวสิบเมตร ภาพที่เห็นนั้นกลับทำให้เขาถึงกับสบถเป็นเสียงที่ยาวเหยียดออกมา ขนทุกเส้นพลันตั้งชันราวกับถูกนัดหมายไว้ก่อนแล้ว ดวงตาเบิกโพลงอย่างมิอาจเชื่อสายตาตนเองได้
เป็นมัน !! เป็นนางปีศาจนั่นไม่ผิดแน่ แม้รางกายของนังนั่นจะเสียหายมากถึงเจ็ดส่วน แต่กระนั้นความรู้สึกที่ส่งผ่านมาทางแววตานั้น เขายังคงจดจำได้ไม่รู้ลืม และยิ่งเห็นดาบสีเงินที่ดูคุ้นตานั่นด้วยแล้ว ผู้ที่ปรากฎอยู่ยังบริเวณด้านหน้าล้วนเป็นใครไปไม่ได้เลย นอกเสียจากอาวุธสังหารไร้ความรู้สึก นางปีศาจหมิงเหม่ยนั่น
พริบตาที่ได้มองเห็นดวงตาคู่นั้น ราวกับเขาได้มองเห็นรอยยิ้มที่ดูสะอิดสะเอียนอย่างที่สุด มือของเขาตบไปยังที่นั่งคนขับพลางตะโกนสั่งเสี่ยวหลงอย่างสุดเสียง “ชนแม่ง !! ชงแม่งเลยเสี่ยวหลง !!”
“รับทราบครับ เจ้านาย”
ตึงงง ตึงงง. ..
เอี๊ยดดดดดด บรื้นนนนนน !!
เสี่ยวหลงกล่าวรับอย่างรวดเร็ว เขาปรับเปลี่ยนเกียร์ของรถอย่างชำนาญ พลางเหยียบคันเร่งแทบจะมิดด้าม รถหุ้มเกราะในระดับราคาหลายล้านบาท ย่อมมีแรงม้าที่ไม่สามัญทั้งมันยังมีโครงเหล็กที่หนาอย่างมาก หากเป็นคนธรรมดาถูกชนเข้าไป อาจมีความรู้สึกราวกับถูกรถบรรทุกสิบล้อชนอย่างสุดแรงเลยทีเดียว
เปรี้ยงงงงง !!
ตึงงง ตึงงงง. ...
รถกันกระสุนพุ่งชนร่างบางที่ใกล้จะสิ้นลมหายใจเต็มทีนั้นอย่างสุดแรง ร่างนั้นเมื่อชนเข้ากับกันชนทางด้านหน้าแล้ว มันยังคงลอยละลิ่มข้ามไปยังส่วนบนของรถราวกับร่างที่ไร้น้ำหนัก พลางบังเกิดเสียงตึงตังติดตามมาอยู่ระยะหนึ่ง
“มันไปไหนแล้ว ? เสี่ยวหลง. .. เห็นไหม แกเห็นมันหรือเปล่า ?” ชายคนนั้นกล่าวอย่างร้อนใจ เขาเพ่งมองหาร่างนั้นจากทุกทิศทุกทาง โดยชนขนาดนั้นคาดว่าคงได้รับบาดเจ็บอยู่มาก แต่กระนั้นกลับมิพบร่างของมันเลยแม้แต่น้อย ราวกับอยู่ ๆ ร่างของมันก็พลันหายไปเสียดื้อ ๆ ซะอย่างนั้น
“ไม่เลยครับเจ้านาย ไม่เห็นแม้แต่เงาเลยครับ” เสี่ยวหลงกล่าวตอบ
“ชิบหาย !! ไม่ต้องมองหามันแล้ว ไป !! รีบพาฉันออกไปจากที่นี่ซะ” เขากล่าวออกมาอย่างร้อนใจ ผีหรือคนเขามิอาจล่วงรู้ได้เลย ตอนเป็นคนก็ว่าน่ากลัวอยู่แล้ว หากมันเป็นผีจริง ๆ ล่ะก็ เขาไม่อยากที่จะคิดเลย
แคว๊กกกกก. .. ฉึกกกกกก !!
อ๊อออกกก. .. เจ้านาย. . ช่วยด้วย. .. เจ้านาย. ..
ยังไม่ทันที่คันเร่งจะถูกเหยียบ อยู่ ๆ เสี่ยงหลงก็นิ่งงันไปเสียอย่างนั้น เมื่อเขาหันไปทางเสี่ยวหลง พลันกลับพบภาพที่โหดเหี้ยมอำมหิตอย่างที่สุด เขาถึงกับแหกปากออกมาดังลั่นเลยทีเดียว “เหวอออออออออออ”
คมดาบสีเงินที่ดูคุ้นตาพลันเสียงทะลุลงมาจากหลังคาด้านที่นั่งคนขับ มันแทงลงมาด้วยพละกำลังอย่างมหาศาล ทะลวงผ่านกระโหลกศีรษะลึกลงไปยังช่วงท้องของเสี่ยวหลง เสี่ยวหลงนั้นพยายามร้องขอความช่วยเหลือ แต่นั่นก็เพียงประเดี๋ยวเดียว ไม่นานเขาก็ขาดใจตายในทันที
“ฮ่า ๆๆๆๆๆๆ” วินาทีนั้นเองพลันบังเกิดเสียงหัวเราะอย่างสุขสมอารมณ์บริเวณรอบ ๆ ของตัวรถ
“นางปีศาจ !! แกมันไม่ใช่คน . .. แน่จริงก็โผล่มาสิวะ ฉันจะฆ่าแกให้ตายมันเสียตรงนี้ !!”
เมื่อความกลัวของมนุษย์ครอบครุมถึงขีดสุด เป็นธรรมดาที่เขาจะบังเกิดความกล้าออกมาอยู่ระยะหนึ่ง มันคือการที่เขากลัวจนสูญสิ้นการยั้งคิดและตัดสินใจ คล้ายกำลังจะบ้าใบ้แต่ก็ยังไม่ถึงขั้นนั้น
“นายเรียกหาฉันงั้นหรือ ?”
เสียงราวกระซิบพลันปรากฏขึ้น วินาทีนั้นชายคนนั้นได้มองไปยังประตูรถฝั่งขวา พลางพบกับใบหน้าที่แสนคุ้นตาที่ชโลมไปด้วยโลหิตจำนวนมหาศาล แปลกที่คราวนี้มิใช่ของผู้อื่น แต่มันคือโลหิตของเธอเอง
แขนของเธอลูบผ่านรอบตัวรถอย่างน่าสยดสยอง มันสมควรเป็นแขนของมนุษย์ได้อีกหรือ มองดูแล้วนั้นดูคล้ายก้อนเนื้อที่กำลังจะสลายตัวออกจากกระดูกที่ดูขาวโพลนเสียมากกว่า นอกจากใบหน้าที่ยังดูสมบูรณ์ดีแล้ว ส่วนต่างของนางปีศาจนั่น สมควรเรียกว่าศพเดินได้ดูจะเหมาะสมมากกว่า
“หึ !!แกใกล้จะตายเต็มทีแล้ว ซากศพเดินได้นั่นจะมีปัญญาทำสิ่งใดได้อีก ?”
เขาค่อนข้างมั่นใจ ว่าการโจมตีที่นางปีศาจมีต่อเสี่ยวหลงนั้น คือการลงมืออย่างเต็มกำลังครั้งสุดท้ายของเธอแล้ว ซึ่งด้วยร่างกายคล้ายซากศพที่กำลังจะหมดลมนั้น จึงไม่น่ามีแรงพอที่จะเหวี่ยงดาบยาวเล่มนั้นได้อีก
“ก็จริงที่ฉันกำลังจะตายในเวลาอันใกล้นี้ แต่ว่านะเจ้าแก่สารเลว. .. ฉันจะไม่ยอมจากไปเพียงลำพังหรอก. .. แกเอง. .. ก็ต้องไปกับฉันด้วย !!
หมิงเหม่ยกล่าวออกมา ก่อนที่เธอจะลากดาบเดินออกไปไกลราวสิบเมตร เขามองดูสิ่งที่นางพยายามจะทำด้วยความสงสัย วินาทีที่เห็นโอกาสเขารับกระโจนตัวเองไปยังที่นั่งคนขับในทันที พลางยกร่างของเสี่ยวหลงโยนไปทางด้านหลังของเขา หากสามารถออกรถได้ในตอนนี้ เชื่อเหลือเกินว่าด้วยสภาพการเช่นนั้น นางปีศาจจะมิอาจติดตามเขาได้อีกเป็นแน่
ครูดดด. .. ครูดดดด. ..
เสียงลากดาบปรากฏขึ้นอีกครั้ง ทั้งยังเริ่มเคลื่อนย้ายเข้ามาใกล้อยู่เรื่อย ๆ ขณะเดียวกันทางฝ่ายชายคนนั้นเอง ก็พยายามสตาร์ทเครื่องยนตร์อบ่างบ้าคลั่ง ติดอยู่ที่ว่าเครื่องยนต์ดูเหมือนจะมีปัญหาบางประการ ทำให้การสตาร์ทต้องเปลี่ยนไปใช้เป็นการต่อสายตรงแทน
“เร็วสิวะ !! ติดสิโว้ยยยยยย !!” ชายคนนั้นพยายามสตาร์ทเครื่องยนต์อย่างเอาเป็นเอาตาย เขาไม่มีความกล้าพอที่จะออกไปจากรถกันกระสุนคันนี้ อย่างน้อย ๆ ที่แห่งนี้ก็ดูจะปลอดภัยมากกว่า
แกร๊กกก. .. บรื้นนนนนน. ... บรื้นนนนนนน !!
ราวกับเสียงสวรรค์ เสียงเครื่องยนต์ดังขึ้นอีกครั้ง เป็นเสียงที่ชายคนนั้นคิดถึงมากจริง ๆ ณ ตอนนั้นเขาพยายามเข้าเกียร์อย่างรวดเร็ว เท้าเหยียบคาอยู่ที่คันเร่งเตรียมหนีให้พ้นจากสถานการณ์ที่แขวนอยู่บนเส้นด้ายนี้
เพียงไม่กี่อึดใจต่อมารถกันกระสุนคันนั้นพลันออกตัวอย่างรวดเร็วในทันที
ฟ้าววววววววว !! ฉึกกกกกกกกก. ..
อ่ะ. .. ไม่ !! ไม่จริงน่า”
ไกลถึงเพียงนั้น . .. ถึงเพียงนั้นเนี่ยนะ !!
นางปีศาจ. . แก. ..แกหลอกฉัน !!
ดาบสีเงินพุ่งทะลวงตัดผ่านซึ่งอากาศราวกับกระสุนปืน เพียงเสี้ยววิร่างของชายคนนั้นกลับถูกคมดาบสีเงินเสียบแทงทะลุไปในทันที ตำแหน่งที่เด่นชัดมากที่สุด ล้วนเป็นหัวใจของชายคนนั้น แม่นยำราวกับจับวาง ทั้ง ๆ ที่ระยะห่างระหว่างหมิงเหม่ยและชายคนนั้นอยู่ห่างกันมากถึงสามสิบห้าเมตรด้วยกัน
ณ ตอนนั้นเขาเข้าใจในทันที ว่าทุกสิ่งที่ผ่านมานั้น คือการเล่นละครของนางปีศาจนั่น จริงอยู่ที่ร่างกายของเธอได้รับความเสียหายค่อนข้างมาก ทั้งยังใกล้ตายเต็มทีแล้ว แต่กระนั้นด้านทักษะการต่อสู้ที่เธอมี กลับมิได้ลดน้อยถอยลงเลยแม้แต่น้อย พละกำลังและความเร็วของเธอยังคงเป็นของนางปีศาจเช่นเดิม เป็นเขาเองที่ถูกเธอเล่นละครตบตา แสร้งทำเหมือนว่าเขามีหนทางรอด ทั้งที่ความจริงนั้นเขาได้ตายไปพร้อมกับเสี่ยวหลงตั้งแต่คราแรกที่ได้พบกับเธออีกครั้งแล้ว
“น้องสาวที่รัก เธอคงนอนตายตาหลับแล้ว ฉันจะไม่ขอให้เธออภัยให้แก่ฉันหรอกนะ จงสาปแช่งฉันเสียเถอะนี่คือสิ่งที่ฉันสมควรได้รับแล้ว. ..”
เข่าทั้งสองข้างที่เริ่มเผยให้เห็นกระดูกสีขาวโพลนพลันทิ้งตัวลงสู่พื้น เหตุมิอาจทรงตัวยืนได้อีกต่อไป อวัยวะภายในของเธอเริ่มที่จะหยุดทำงานไปทีละส่วน ทีละส่วนอย่างช้า ๆ แม้เธอตาย เธอกลับไม่ได้มีอะไรให้จดจำมากนัก เหตุเพราะ. .. เมื่อจำความได้เธอก็อยู่ตัวคนเดียวมาโดยตลอด สังหารผู้คนไปก็มาก ตอนตายก็สมควรแล้วที่ต้องตายอย่างโดดเดี่ยวแบบนี้
ตอนนี้จะมีนรกแบบไหนต้อนรับนางอยู่กันนะ นางหวาดกลัวเหลือเกิน คนเลวทรามเช่นนางนั้น เห็นทีแล้วสถานที่แห่งใดก็คงดูแคลนและสาปส่งไม่ต่างกัน เปลือกตาคู่งามของหญิงสาวพลันปิดลงอย่างช้า ๆ สติพลันดับวูบลงไปเฉกเช่นลมหายใจที่ดับสูญไปพร้อม ๆ กัน เป็นการปิดฉากชะตากรรมของเครื่องจักรสังหารไร้ความรู้สึก ที่มีชีวิตอยู่เพียงการฆ่าฟัน
นางปีศาจหมิงเหม่ยที่คนโดยมากต่างหวาดกลัว. ..