บทที่ 40 ล่อลวง
ทันทีที่มีข่าวออกมา ผู้คนจำนวนมากต่างออกมาสนับสนุนเหยียนซีบนอินเทอร์เน็ต
ทุกคนต่างอยากเห็นการออกรายการของเธอในรายการเรียลลิตี้ที่กำลังจะมาถึงนี้
คนหนึ่งคืออดีตดาราตัวแม่ อีกคนก็คือรุ่นน้อง พวกเขาทั้งสองจะปรากฏตัวในที่เดียวกันและได้รับความสนใจจากสื่อมากมาย ข่าวของพวกเธอก็อยู่ในรายการค้นหายอดนิยมในหน้าโซเชียลมีเดีย
เหยียนซีเดินเข้าไปในบริษัทกับพี่เซี่ยและเฉินอี้เพื่อเข้าร่วมการบรีฟบทก่อนเริ่มรายการ
รายการเรียลลิตี้นี้จะถ่ายทำในต่างประเทศและทีมงานมีความเป็นมืออาชีพมาก เหยียนซียังบอกกับพี่เซี่ยไว้ก่อนหน้าว่าการถ่ายทำครั้งนี้เป็นโอกาสที่ดีสำหรับเธอในการกลับเข้าสู่วงการบันเทิงอีกครั้ง ความนิยมและจำนวนแฟน ๆ ของเธอจะต้องเพิ่มมากขึ้น
ไป๋ลั่วฝานต้องการใช้เธอเป็นบันไดให้นังกะหรี่เจียงอวี้เหมิงเหยียบขึ้นสู่ราชินีแห่งวงการบันเทิง แต่ในขณะเดียวกันเขาก็ต้องการให้เหยียนซีพ่ายแพ้ในศึกครั้งนี้ด้วย!
“หมาแมวที่ไหนก็ไม่รู้ยังกล้าใช้ ไม่น่าแปลกใจเลยที่วันนี้เธอจะเสนอหน้ามาถึงจุดนี้!”
เจียงอวี้เหมิงมาถึงห้องประชุมแต่เช้าตรู่ และเมื่อเห็นเหยียนซีก็พูดประชดประชันเสียงแหลมทันที
เฉินอี้ก้มศีรษะลงและไม่มองเจียงอวี้เหมิง
“อย่างน้อยเหยียนซีก็เคยเป็นนักแสดงตัวแม่ มันก็ยังดีกว่าบางคนที่ไม่เคยได้เป็นเลยแม้แต่น้อย” พี่เซี่ยที่ยืนอยู่ข้างเหยียนซีเองก็ไม่น้อยหน้า เธอโต้กลับไปเช่นกัน
“เฮอะ…เหยียนซียังไม่ได้พูดอะไรเลย ผู้ช่วยอย่างเธอมีสิทธิ์อะไรมาต่อปากต่อคำกับฉันไม่ทราบ! ฉันไม่กลัวที่จะบอกเธอหรอกนะว่า ที่ลั่วฝานอนุญาตให้เหยียนซีเข้าร่วมในรายการนี้เพียงเพื่อให้เหยียนซีเป็นบันไดให้กับฉัน ไม่อย่างนั้น ด้วยสถานะของเธอในฐานะอดีตดารา เธอจะได้รับโอกาสดี ๆ แบบนี้ได้ยังไง?!”
“โทษทีนะ ไป๋ลั่วฝานขอร้องให้ฉันตกลง” เหยียนซีเดินไปอีกฝั่งแล้วนั่งลง
“บางครั้งเธอก็อย่าพูดมากนักดีกว่า ไม่มีใครบอกได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในอนาคต เราเป็นศิลปินสัญญาจ้างของบริษัทเหมือนกัน ฉันไม่จำเป็นต้องมาคอยมองดูเธอเพื่อจะทำอะไร อย่างน้อยตอนที่เธอจะพูดอะไรสักอย่างก็ควรจะให้ฉันรู้สึกว่าเธอได้ใช้สติปัญญาในการคิดก่อนพูดมาบ้างแล้ว...”
ปฏิกิริยาที่สุขุมเยือกเย็นของเหยียนซี ทำให้พี่เซี่ยกับเฉินอี้ตาเปล่งประกาย
พวกเขาไม่ได้ติดตามผิดคน ตอนนี้เหยียนซีไม่ใช่คนที่อ่อนแออีกแล้ว เธอจะไม่ถูกรังแกและถูกหลอกใช้งานโดยไป๋ลั่วฝานกับเจียงอวี้เหมิงอีกต่อไป
สะพานเหรอ?
ฝันไปเถอะ! อาศัยใช้แต่เต้าไต่แท้ ๆ ยังจะกล้ามาอวดดีกับเธออีก!
ไม่นานนักการสนทนาของทั้งสองในห้องประชุมก็แพร่กระจายไปทั่วทั้งบริษัท เหล่าพนักงานต่างก็พูดถึงเรื่องนี้ โดยคิดว่าต้องมีผู้สนับสนุนคนอื่น ๆ อยู่เบื้องหลังเหยียนซีแน่นอน ไม่เช่นนั้นเธอจะกล้าทำให้เจียงอวี้เหมิงอับอายในที่สาธารณะหรือไง?
รวมถึงทุกคนก็กำลังคาดเดากันว่าใครจะเป็นนางเอกของรายการเรียลลิตี้โชว์นี้
รายการจัดขึ้นตรงเวลา โดยมีผู้วางแผนของทีมงาน ผู้บริหารระดับสูงของบริษัทหลายคนก็เข้าร่วมด้วย
ไป๋ลั่วฝานมองไปที่เหยียนซีและเจียงอวี้เหมิง ซึ่งนั่งอยู่ทั้งสองด้านของโต๊ะประชุม แต่ดูเหมือนว่าเจียงอวี้เหมิงจะเสียเปรียบเป็นอย่างมาก
ไม่ว่ายังไงเธอก็ยังคงขึ้นชื่อว่าเป็นมือที่สาม แม้ว่าไป๋ลั่วฝานจะปกป้องเธอ แต่ก็ไม่มีทางที่จะเปลี่ยนแปลงข้อเท็จจริงนี้ได้...
“เราจะเริ่มถ่ายพรุ่งนี้ และการเดินทางจะใช้เวลาหนึ่งสัปดาห์ โปรดดูรายละเอียดการเตรียมการถ่ายทำให้ดี และแจ้งล่วงหน้าด้วยหากมีปัญหาอะไร” เขามองเหยียนซีอย่างมีความหมาย “ฉันหวังว่าทุกคนที่นี่จะสามารถทำงานได้ดี ให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่สำหรับการถ่ายทำแก่ทีมงาน และอย่าสร้างปัญหาให้กับบริษัท"
“ลั่ว...คุณไป๋คะ คุณน่าจะยังมองโลกในแง่ดีเกี่ยวกับคน ๆ หนึ่งอยู่ ถ้าไม่ใช่เพราะเธอ เมื่อเร็ว ๆ นี้บริษัทจะเป็นแบบนี้หรือเปล่าคะ?”
เจียงอวี้เหมิงพูดอย่างไม่พอใจและพ่นลมหายใจอย่างฉุนเฉียว
ในที่สาธารณะเช่นนี้ เจียงอวี้เหมิงไม่อายที่จะแสดงท่าทางเยาะเย้ยกับไป๋ลั่วฝาน เพราะเธอกลัวว่าคนอื่นจะไม่รู้ถึงความสัมพันธ์ของพวกเขามากกว่า
การแสดงออกของเธอนั้นดูภูมิใจมากราวกับว่าเธอได้เหยียบเหยียนซีใต้ฝ่าเท้าของเธอ
“อวี้เหมิงพูดถูก เริ่มตั้งแต่พรุ่งนี้ การกระทำของทุกคนต้องเป็นไปตามการจัดเตรียมของทีมงาน และจะไม่มีอะไรเลวร้ายเกิดขึ้นทั้งนั้น จุดประสงค์หลักคือให้อวี้เหมิงเป็นตัวเอกในการถ่ายทำนี้ เหยียนซี เธอเข้าใจไหม?”
ความหมายคือทั้งหมดนี้ก็เพื่อการสนับสนุนเจียงอวี้เหมิง ส่วนนังเหยียนซีก็เป็นเพียงหมากตัวหนึ่งเท่านั้น!
เจียงอวี้เหมิงถอนหายใจและเอนหลังพิงเก้าอี้ "ไม่มีปัญหา ใครบอกให้ฉันเป็นดาราที่มีความสามารถมากที่สุดของบริษัทล่ะ!"
เหยียนซีมองพวกเขาทั้งคู่อย่างเฉยเมย "ฉันไม่เข้าใจ"
เพียงคำพูดไม่กี่คำ ก็มีเสียงโต้กลับมาหาเธอทันที
“เหยียนซี!”
ในเวลาเดียวกันกับที่ไป๋ลั่วฝานตะโกนเสียงดัง
แต่เหยียนซีก็ยืนขึ้นแล้วพูดต่อ "ฉันไม่คิดว่าจะต้องฟังอะไรอีกแล้วนะ เดิมทีทริปนี้ไม่ใช่สิ่งที่ฉันต้องการด้วย คุณเองก็รู้ดีกว่าฉันซะอีก คุณต้องการให้ฉันเป็นบันไดให้เธออย่างไม่มีเงื่อนไข คุณกำลังฝันอยู่หรือเปล่า?”
เสียงพูดของเหยียนซีไม่ดังแต่ก็ไม่เบา แต่ถึงอย่างนั้นทั้งรอบห้องประชุมและทุกคนก็ตกใจกับออร่าที่น่าเกรงขามและความกล้าหาญของเหยียนซีที่แย้งไป๋ลั่วฝาน
“ทำไมเธอถึงพูดกับไป๋ลั่วฝานแบบนี้!” เจียงอวี้เหมิงเองก็ลืมที่จะให้ความสนใจกับการเรียกชื่อไป๋ลั่วฝานไปเสียสนิท
“ฉันลาออก คุณเป็นเจ้าของนี่ ก็ไปถ่ายเองสิ”
เหยียนซีกำลังจะจากไป แต่ไป๋ลั่วฝานรีบก้าวไปข้างหน้าเพื่อหยุดเธอ "เธอไม่พอใจอะไร เราค่อย ๆ คุยกันได้นะ เธอไม่เห็นต้องทำให้มันยุ่งยากแบบนี้เลย"
“ในสายตาของคุณ ฉันเป็นคนที่รังแกง่ายขนาดนั้นเลยเหรอ? สาดโคลนใส่ฉัน พยายามทำทุกอย่างเหมือนฉันไม่ต่างอะไรกับถังขยะ แล้วตอนนี้ยังจะประโคมข่าวใหญ่เสีย ๆ หาย ๆ ให้ฉันอีก คุณได้นึกถึงความรู้สึกของฉันบ้างไหม? ไป๋ลั่วฝาน ฉันไม่ใช่เหยียนซีคนเดิมอีกแล้ว อย่าหวังให้ฉันเชื่อฟังคุณอีก ขอบอกไว้เลยว่าฉันจะไม่ถ่ายงานนี้ เจียงอวี้เหมิง เธออยากเป็นนางเอกนักไม่ใช่เหรอก็ให้เธอไปซะสิ แม้โลกทั้งโลกจะหมุนรอบตัวเธอ แต่ไม่ใช่กับฉัน...เหยียนซีคนนี้!"
ดีมากเหยียนซี!!
พี่เซี่ยกำหมัดแน่น นี่แหละคือสิ่งที่เหยียนซีควรพูดจริง ๆ!
เฉินอี้ที่อยู่ข้าง ๆ เธอตะลึง เมื่อเปรียบเทียบกับเจียงอวี้เหมิงที่ทำตัวเหมือนเด็กเอาแต่ใจและเอาแต่พึ่งพาความโปรดปรานของไป๋ลั่วฝานแล้ว เหยียนซีดูเท่กว่ามาก ทุกคำที่เธอพูดทำให้พวกเขาไม่สามารถหักล้างได้
“ขอให้ฉันออกรายการเดียวกับเธอเหรอ? ใครได้ประโยชน์มากกว่าล่ะ? ทุกคนรู้ดี คุณต้องการที่จะดันเธอ มันขึ้นอยู่กับคุณนั่นแหละ และฉันจะไม่ไปกับคุณ!”
“เธอ!” เจียงอวี้เหมิงกระทืบเท้าอย่างโกรธจัดและจ้องไปที่เหยียนซี แต่เพราะตอนนี้อยู่ต่อหน้าคนจำนวนมาก จึงไม่สามารถทำอะไรกับเหยียนซีได้
เหยียนซีเป็นผู้คุมเกมนี้อย่างสมบูรณ์!
การแสดงออกของเหยียนซีทั้งเย็นชาและหยิ่งยโส ทุกคำที่เธอพูดนั้นคมยิ่งกว่ามีด ผู้หญิงคนนี้ไม่ใช่คนที่มอบทุกอย่างให้เขาอีกต่อไป
ไป๋ลั่วฝานรู้สึกหดหู่ในใจ
“ได้ ถ้ามีอะไรจะถามก็ถามได้นะ คราวนี้ฉันจะจัดการเอง แล้วเธอจะเป็นตัวหลัก”
“ไป๋ลั่วฝาน!” เจียงอวี้เหมิงคว้าแขนเขาด้วยความโกรธ
แต่ไป๋ลั่วฝานดันมือออกและมองไปรอบ ๆ ทุกคนในห้องประชุม "ถ้าไม่มีการคัดค้าน การประชุมจะจบลงเพียงเท่านี้"
หลังจากที่เขาพูดจบ เหยียนซีก็ออกจากห้องประชุมโดยไม่หันกลับมามองพวกเขาอีก ซึ่งไป๋ลั่วฝานก็ไม่สามารถเข้าใจได้อีกต่อไป
ณ เวลานี้ ในที่สุดเขาก็ตระหนักว่าเหยียนซีเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
เธอไม่เห็นใจเขาอีกต่อไปแล้ว หนำซ้ำเธอยังกลายเป็นศัตรูของเขาอย่างสมบูรณ์!
หลังจากที่ทุกคนจากไป เจียงอวี้เหมิงก็นั่งบนเก้าอี้ด้วยความอารมณ์เสีย "เสียใจอีกแล้วเหรอ? อย่าคิดว่าฉันไม่รู้นะว่าคุณคิดอะไรอยู่ และเอาแต่พูดว่าทำทุกอย่างก็เพื่อฉัน แต่คุณก็ยังลืมนังเหยียนซีไม่ได้! คุณยังมีฉันอยู่ในใจฉันหรือเปล่า?”
“หุบปาก!”
ไป๋ลั่วฝานหงุดหงิดกับการชวนทะเลาะของเธอมาก จนเขาทุ่มตารางการถ่ายทำลงบนโต๊ะอย่างสุดแรง “ถ้าการถ่ายทำนี้ไม่สำเร็จ เธอจะไม่มีทางได้เป็นราชินีแห่งภาพยนตร์ เมื่อถึงเวลานั้นอย่ามาร้องไห้ต่อหน้าฉันแล้วกัน!"
เป็นครั้งแรกที่เขาดุร้ายต่อเจียงอวี้เหมิง
“ไป๋ลั่วฝาน คุณเปลี่ยนไปจริง ๆ คุณไม่เคยทำกับฉันแบบนี้มาก่อน!!”
จากนั้นเจียงอวี้เหมิงก็ร้องไห้ด้วยความเศร้าอย่างมาก