เป็ไปดั่งคาด ตาป้ากวนไม่ได้ปิดลงแต่ลืมตาเล็กน้อย มองเฉียงไปที่ยันต์เืขนาดใหญ่บนพื้น
ยันต์เืเป็ผลงานที่ตกผลึกจากสติปัญญาของคนที่เป็หมอผีในนั้นประกอบด้วยภูมิปัญญาที่ล้ำค่า ผมก้มลง ค่อยๆ ช่วยปิดหนังตาให้ป้ากวนแล้วอธิษฐานเบาๆ “ป้าครับ ไปดีเถอะครับ เื่ที่ป้าช่วยทำให้กับชาวบ้านบนถนนชวีสุ่ยถิงทุกคนย่อมจดจำได้ตลอดไป ไม่ลืมเด็ดขาด ขออวยพรป้ายู่อย่างสงบสุขในปรโลกเกิดในภพใหม่เร็วๆ ไปสู่แดนสุขาวดี”
ชั่วชีวิตป้ากวนมีแต่ให้ไม่หวังสิ่งตอบแทนชาวบ้านในเขตเมืองเก่าแทบทุกครัวเรือนเคยได้รับการช่วยเหลือจากป้ากวนคนแบบนี้ควรได้รับผลตอบแทนที่ดี
ผมหันกลับมาเห็นชื่อผมเขียนไว้ที่มุมล่างขวาของแผ่นยันต์ ตัวหนังสือโย้เย้แต่ยังอ่านออกว่าเซี่ยเทียนสือ เห็นได้ชัดว่าป้ากวนตั้งใจทิ้งยันต์ใหญ่นี้ให้ผม
“สุดท้ายเื่เป็อย่างนี้ คาดไม่ถึงแต่แรกจริงๆ”ถังหว่านสั่นหัวพลางถอนหายใจ
“นี่เป็ชะตาชีวิต โทษใครไม่ได้และไม่มีใครเปลี่ยนได้ ถ้ามีวาสนาต่อกันจริง น้ำใจที่ยังตอบแทนไม่หมดในชาตินี้ชาติต่อไปค่อยทำต่อ” ผมอ้างคำพูดที่ป้ากวนพูดประจำโดยไม่รู้ตัว
ผู้คนบนถนนชวีสุ่ยถิงเน้นเื่น้ำใจ ไม่ว่าบ้านไหนมีงานศพคนในครอบครัวร้องห่มร้องไห้ฟูมฟายทุกครั้งเมื่อถึงตอนนั้นป้ากวนจะใช้คำพูดนี้ปลอบโยน
ถังหว่านถูมือไปมา ชี้ไปที่ชื่อบนพื้น“ป้ากวนทิ้งชื่อคุณไว้ ฉันจะไปรอคุณข้างนอก ให้คุณค่อยๆ อ่านทำความเข้าใจ”
ผมไม่ฝืนใจให้เธออยู่ต่อ ผู้ตายย่อมสำคัญต่อหน้าป้ากวน ผมต้องเคารพคำสั่งเสียของแก
“ดี” ผมพยักหน้า
“ระวังตัวด้วย ระวังตัวด้วย”ถังหว่านจับมือผมอีกครั้ง จากนั้นจึงเดินออกไปนอกห้อง
“เฮ้อ...” จู่ๆผมก็ได้ยินเสียงป้ากวนถอนหายใจ
“อะไรหรือ...” ถังหว่านหันขวับมาเราต่างจ้องมองใบหน้าป้ากวน
ใบหน้าแกเหลือร่องรอยของการถอนหายใจออกมาแก้มสองข้างที่เดิมป่องออกเล็กน้อยนั้นขณะนี้แฟบลง
สีหน้าถังหว่านแสดงอารมณ์ที่ซับซ้อนมาก “ตอนที่ฉันหันกลับไปดูเหมือนแกจะทำท่าถอนหายใจ หรือว่าเื่ที่เราทำเมื่อกี้จะตรงกับความปรารถนาของแก...แกทิ้งยันต์นี้ให้คุณ ที่ฉันออกไปเพื่อให้คุณศึกษาความลับในนั้นตรงกับความ้าของแก”
ผมพยักหน้า “นี่เป็คำอธิบายอย่างเดียวที่จริงที่เมื่อกี้ผมช่วยปิดตาให้ป้ากวนนั้นเป็การกระทำที่ไม่จำเป็แกไม่หลับตาก็เพราะ้าเห็นกับตาตัวเองว่าผมมาที่นี่ คอยเฝ้ายันต์เืไว้ตอนนี้แกสามารถจากไปอย่างสงบแล้ว”
ถังหว่านพนมมือ ไหว้ศพป้ากวน
“ระวังตัวด้วย...” เธอมองไปรอบห้อง “ไม่รู้ว่าจะมีเื่ประหลาดที่ไม่รู้มากมายแค่ไหนรอคุณอยู่”
“คุณก็เหมือนกัน ระวังตัวด้วย” ผมพูด
ถังหว่านเดินออกไปม่านประตูถูกเลิกขึ้นแล้วค่อยๆ กลับคืนสู่สภาพเดิม
ยันต์แผ่นนั้นเต็มไปด้วยเส้นพู่กันบางเส้นเป็เส้นตรงราวกับหอก บางเส้นโค้งงอราวกับงู มีบางเส้นกลับดูคล้ายตัวอักษรแบบญี่ปุ่นต่างกับอักขระยันต์ที่ผมเคยเห็น
ผมยังพบว่ายันต์ถูกเส้นตรงขีดขวางสองเส้นแบ่งออกเป็สองส่วนแน่นอนว่าตามแบบแผนของการเขียนยันต์นั้น หมอผีจะไม่ใช้ยันต์สองแผ่นเพื่อเื่เดียวกันยันต์คือการออกคำสั่งและคำตัดสินของแก การทยอยเขียนยันต์ออกมาสองแผ่นเท่ากับว่าเช้ามีคำสั่งเย็นแก้ไข เป็สิ่งต้องห้ามของอาชีพนี้
“นี่เป็ยันต์แผ่นหนึ่งทุกเส้นพู่กันล้วนมีความหมาย” ผมเดินวนรอบยันต์แผ่นนี้ สังเกตดูจากมุมที่ต่างกัน
เมื่อผมเดินมาถึงฝั่งตรงข้ามกับประตูยืนอยู่ห่างจากป้ากวน แล้วก้มมอง ผมมองเห็นรางๆ ว่าในยันต์แฝงด้วยไอสังหาร
ผมอดประหลาดใจไม่ได้“ป้ากวนเขียนยันต์ด้วยเื ยันต์แฝงด้วยไอสังหาร หรือแสดงถึงไอสังหารในใจแก”
หวนนึกถึงอดีตที่ผ่านมาของป้ากวนเวลาที่แกช่วยชาวบ้านไล่ผีป้องกันสิ่งชั่วร้าย คำพูดแกเปี่ยมด้วยไอสังหารจริงตะคอกให้ิญญาพเนจรและผีป่าเตลิดหนีไปอย่างรวดเร็ว ช่วยให้ชาวบ้านที่มีเคราะห์ปลอดภัยทุกคนนอกจากนี้แล้วแกเป็คนอ่อนโยน ไม่เคยทะเลาะเบาะแว้งกับใคร
“ป้าอยากบอกอะไรผมหรือ”สายตาผมมองตามยันต์ขึ้นไปข้างหน้า แล้วค่อยๆ มาหยุดอยู่บนร่างป้ากวน
คนตายพูดไม่ได้ เราสามารถเรียนรู้ความลับแห่ง์ที่แท้จริงได้แต่ไม่อาจแพร่งพรายออกไปทันทีที่เผยออกไปด้วยคำพูด จะกลายเป็หายนะสิ่งที่วางอยู่ต่อหน้าผมคือปริศนาใบ้ที่ต้องไขให้ออกในเวลาที่จำกัด ไม่เช่นนั้นจะพลาดโอกาสในการต่อสู้
ป้ากวนหลับตาลงตลอดไปแล้วไม่อาจคอยดูแลชาวบ้านที่ถนนชวีสุ่ยถิงและเขตเมืองเก่าอีกต่อไป ที่น่าเสียดายคือไสยเวททั้งชีวิตของแกขาดผู้สืบทอดแกไม่เคยรับศิษย์เพื่อถ่ายทอดความรู้ที่ร่ำเรียนมาชั่วชีวิต กล่าวได้ว่านี่เป็การสูญเสียอย่างใหญ่หลวงในโลกของไสยเวท
“แกอยากบอกอะไรผมกันแน่ ความตายของแกย่อมมีสาเหตุ...”สองคำถามนี้วนเวียนในสมองผมไม่หยุด
สีเืตรงหน้าแสบตาเกินไปผมจึงหลับตาลงพักเล็กน้อย
ทันใดนั้นในใจผมก็มีแสงสว่างวาบขึ้น“ถ้ามองยันต์เืเป็แผนที่ที่ละเลงด้วยเืล่ะ จะเป็ยังไง”
ตามแิทั่วไปนั้น ป้ากวนเป็หมอผี ภาพวาดทุกภาพที่แกวาดขึ้นจะถูกมองทันทีว่าเป็ยันต์
เมื่อถังหว่านบอกผมว่าก่อนตายป้ากวนทิ้งยันต์ไว้ให้ผมเธอแน่ใจว่าบนพื้นเป็ยันต์แผ่นหนึ่ง ส่วนผมยึดตามแิเธอ มองว่าอักขระบนพื้นเป็ยันต์เช่นเดียวกันไม่เคยคิดโยงไปว่ามันเป็แผนที่
ผมไม่ได้ลืมตาขึ้นมอง เลี่ยงไม่ให้สีเืที่ขีดไขว้ไปมาทำให้ความคิดผมสับสน
สมมุติว่านี่เป็แผนที่ถ้าเช่นนั้นช่องว่างตรงกลางก็ต้องเป็แม่น้ำสายหนึ่ง ทั้งยาวและกว้างมากนี่จึงจะสอดคล้องกับลักษณะพื้นฐานของแผนที่
ในเมื่อเป็แผนที่ย่อมสอดคล้องกับกฎเกณฑ์ที่ข้างบนเป็ทิศเหนือข้างล่างเป็ทิศใต้ ซ้ายเป็ทิศตะวันตกและขวาเป็ทิศตะวันออกขณะที่ด้านที่เต็มไปด้วยไอสังหารอยู่ทางทิศเหนือของแม่น้ำในทางตรงข้ามด้านที่อยู่ฝั่งใต้จะกลายเป็ฝ่ายตั้งรับ
“อักขระพวกนี้...ภาษาญี่ปุ่น!” ทันทีที่กำหนดทิศทางใหญ่ได้แล้วจะไขรายละเอียดที่เหลือได้
ขณะนี้ผมมองยันต์แผ่นนี้ว่าเป็ฉากการสู้รบระหว่างชาวจีนกับชาวญี่ปุ่นคนญี่ปุ่นกุมอาวุธทันสมัยที่เต็มไปด้วยไอสังหาร ตั้งกองทัพทางฝั่งเหนือของแม่น้ำรอเพียงคำสั่งก็จะยกทัพข้ามแม่น้ำลงใต้ในเวลานี้ผู้ที่ป้องกันฝั่งใต้อยู่ไม่มีการเคลื่อนไหวดูจากแผนที่ไม่เห็นแนวป้องกันที่มั่นคงแข็งแรงไม่มีความคิดที่จะป้องกันอย่างสุดชีวิต เหมือนจะทิ้งเมืองหนีไป
เมื่อพิจารณาจากประวัติศาสตร์าระหว่างจีนกับญี่ปุ่นฉากที่เหมือนกันนี้เคยเกิดขึ้นบนแผ่นดินใหญ่จีนหลายครั้ง เมื่อเกือกเหล็กของโจรญี่ปุ่นดังกระหึ่มมาพื้นที่สามพันลี้กลายเป็เมืองร้างไม่มีทหารป้องกันเมืองแม้แต่คนเดียวหลายเมืองถูกญี่ปุ่นยึดครองโดยไม่ต้องสู้รบ ไม่เสียะุแม้แต่นัดเดียว
เมื่อผมเห็นช่องว่างที่แสดงถึงแม่น้ำ ฉุกคิดทันทีว่านั่นเป็การสู้รบที่เกิดขึ้นสองฝั่งของแม่น้ำเหลืองเกี่ยวข้องกับทวดผมและซังชิงหง
ความคิดคนเรานั้นแปลกพิสดารที่สุดทันทีที่กระโจนไปข้างหน้า ััที่หกจะเฉียบแหลมสุดประมาณทำให้สามารถเชื่อมโยงเื่ราวมากมายที่ไม่รู้เข้าด้วยกันอย่างรวดเร็ว จนได้คำตอบเพียงหนึ่งเดียวและเป็คำตอบที่ถูกต้องที่สุด
เริ่มั้แ่ที่โรงพยาบาลบนตัวป้ากวนเต็มไปด้วยคำถามมากมายเหลือเกิน จนผมสับสนไปหมด คำอธิบายประการเดียวคือ“แกเป็หมอผี ในตัวมีิญญานับไม่ถ้วนสิงอยู่ กลายเป็เรือที่ข้ามไปมาระหว่างความเป็ความตายคอยรับคอยส่ง แล่นไปอย่างอิสระ”
ผมหวังว่าแกจะบอกอะไรผมได้มากกว่านี้แต่นี่เป็เื่ที่เกี่ยวกับเป็ตาย หยินหยาง วัฏสงสารและการเกิดใหม่ไม่ใช่หนังสือพิมพ์ที่พิมพ์เื่ราวที่เกิดขึ้นออกมา อยากจะดูเมื่อไหร่ก็ได้
นั่นน่าจะเป็บุญวาสนาที่แปลกประหลาดมีบุญจึงจะได้สิ่งที่้า คนอื่นนั้นต่อให้อยู่ใกล้แค่คืบแค่ศอก ก็ได้แต่อยากมองแต่ไม่เห็น
“ดีมาก ดีมากในที่สุดเธอก็เข้าใจหลักเหตุผลในนี้ อย่างนี้แล้วป้าจะไปอย่างสงบใจได้แล้ว”เสียงป้ากวนดังขึ้นที่ข้างหูผม
ผมเงยหน้าขึ้นทันที แต่ไม่กล้าลืมตา กลัวว่าเสียงนั้นจะเหมือนเสียงนกร้องในความฝันทันทีที่ลืมตาขึ้นก็จะหายไป
“ป้าครับ ป้า...ยังอยู่ไหม” ผมถามอย่างลังเล
ป้ากวนไม่ตอบแต่ผมได้ยินเสียงถอนหายใจของแกชัดเจน
“ป้าครับ ผมยังไม่รู้ว่าป้า้าบอกอะไรผมกันแน่”ผมเงี่ยหูฟังลองหาตำแหน่งของป้ากวน เสียงเมื่อครู่ไม่ได้มาจากตรงที่แกล้มอยู่แต่ดังมาในอากาศ
ผมรู้สึกได้ว่าเสียงนั้นห้อมล้อมบนชื่อไม่ใช่คลื่นเสียงที่ไร้รูปไร้เงา แต่เป็ควันสีน้ำเงินที่หมุนวนรอบขื่อไม่หยุด
“บอกอะไรเธอรึ ที่ป้า้าบอกอยู่ในนี้ทั้งหมด ถ้าเธอยังถาม ป้าก็จนใจ แม้แต่ภาพนี้หลายปีมานี้ในสมองป้ามีอยู่แค่ครึ่งเดียว...ทัพใหญ่ที่เข้มแข็งของข้าศึกอยู่ที่ฝั่งเหนือทัพเราจะทำอะไรได้” ป้ากวนพูด
“จะทำอะไรได้” ผมสั่นหัวช้าๆ “จะรบก็ไม่มีทหารให้ระดม ถ้ายอมจำนนก็ยากจะรับกับชื่อเสียงมัวหมองตลอดไปไม่ว่าจะรบหรือจะยอมแพ้ ล้วนแต่เป็ทางตายทั้งสิ้น ดังนั้นผู้ที่รักษาเมืองจึงเลือกทิ้งเมืองหนีไปถอยไปทางใต้ นี่เป็ความจริงในประวัติศาสตร์”
าต่อต้านญี่ปุ่นแปดปี ชาวจีนได้ผลัดกันขึ้นแสดงบนเวทีใหญ่ระดับนานาชาติมีทั้งชายชาตรีที่ห้าวหาญเด็ดเดี่ยว ยังมีคนขายชาติที่ต่ำช้าคุกเข่ายอมรับศัตรูเป็พ่อคนเหล่านี้ตัดสินใจเลือกตามมุมมองต่อชีวิต โลกทัศน์และทัศนคติของตนเองทำให้ประวัติศาสตร์จีนกลายเป็เวทีละครที่แสดงถึงเกียรติยศและความน่าอับอายสลับกันสมัยที่เป็นักเรียนครูเคยถามผมว่าถ้าเกิดาต่อต้านญี่ปุ่นขึ้นอีกเราควรจะยืนอยู่ฝ่ายไหน ที่จริงชาวจีนทุกคนควรถามตัวเองว่าใน่าต่อต้านญี่ปุ่นแปดปีที่ไฟาลุกลามไปทั่วตนเองจะแสดงบทบาทอะไรได้
าทั่วโลกไม่มีวันสิ้นสุดการย้อนรอยของประวัติศาสตร์ไม่มีวันหยุดลงดังนั้นปัญหาเดียวกันยังคงมีโอกาสวางอยู่ตรงหน้าชาวจีนทุกคน
“เธอเองก็เลือกไม่ถูกใช่ไหม” ป้ากวนถาม
“แน่นอนว่าผมเลือกที่จะสู้ตาย”ผมตอบอย่างเฉียบขาด
“ก็แค่เอาไข่ไปกระทบก้อนหิน”ป้ากวนถอนหายใจ “คนจี่หนานเก่าแก่พูดเสมอว่าถ้าไม่มีหัวเจาะเพชรแล้วจะทำเครื่องเคลือบได้อย่างไรเธอจะต่อสู้ เอาอะไรไปสู้”
ผมตอบไม่ได้คิดถึงเื่มากมายที่เกิดขึ้นในบ้านเก่า สุดท้ายต้องให้คนนอกอย่างเยียนเกอสิงมาจัดการก็รู้สึกละอายใจ
“เด็กเอ๋ยชาวจีนโบราณสร้างตำราพิชัยานับไม่ถ้วน เพราะ้าสอนให้คนรุ่นหลังใช้สติปัญญาและความกล้าหาญกำจัดข้าศึกที่เข้มแข็งไม่ใช่การเอาไข่ไปกระทบหิน...พอป้าเข้าใจครึ่งล่างของภาพจึงเข้าใจเหตุผลนี้” ป้ากวนพูด
ผมนึกถึงครึ่งหนึ่งของภาพที่แสดงถึงฝั่งด้านใต้ของแม่น้ำยังไม่เข้าใจคำพูดของป้ากวน
“นั่นแค่ฝั่งแม่น้ำที่ว่างเปล่าเมืองที่ว่างเปล่า จะมีประโยชน์อะไร” ผมถามทันที
เสียงของป้ากวนพร้อมที่จะหายไปได้ตลอดเวลาเพราะเืเนื้อของแกตายไปแล้ว เหลือเพียงิญญาที่ละเอียดอ่อนลอยล่องอยู่
“ฝั่งแม่น้ำที่ว่างเปล่าเมืองที่ว่างเปล่า จะมีประโยชน์อะไร...” ป้ากวนทวนคำพูดผม
สมองผมเจิดจ้าขึ้นทันที “เมืองที่ว่างเปล่ากลยุทธ์เมืองว่าง”
ในสมัยสามก๊ก ท่านขงเบ้งผู้เรืองปัญญาใช้เมืองร้างหลอกให้สุม้าอี้หวาดกลัวจนถอยทัพใหญ่สองแสนกลับไปเป็กรณีที่นักการทหารทั่วโลกยกย่องให้เป็กลยุทธ์เมืองว่างสร้างเหตุการณ์มหัศจรรย์ที่เอาชนะทัพใหญ่โดยไม่มีทหารในประวัติศาสตร์การาของจีน